พศิกา (ซีรี่ย์ดรุณีแรกรัก)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : 1 (2/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

     เคร้ง!

     เสียงช้อนส้อมในมือบางร่วงลงกระทบจานกระเบื้องเนื้อดีเสียงดังลั่น จริงๆ พศิกาควรจะดีใจที่ชายในฝันจะมาอยู่ใกล้เธอแค่เอื้อม แต่เพราะประโยคที่เขาพูดกับเธอไว้เมื่อหลายปีก่อนมันยังดังก้องอยู่ในหูหญิงสาวเลยคิดว่าตัวเองจะให้การหมั้นนี้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด

     “น้องแพมต้องให้คำตอบเรื่องนี้ตอนไหนคะหรือว่าคุณพ่อคุณแม่ตอบรับท่านเจ้าสัวไปแล้ว”

     “แม่กับพ่อก็ต้องมาถามน้องแพมก่อนสิคะ” คุณศกุนตลายิ้มกว้างเพราะแม้ตัวเองและสามีจะเห็นดีเห็นงามในเรื่องการหมั้นหมาย แต่ท้ายที่สุดคนที่ต้องตัดสินใจคือพศิกาและดนุเดชนางจึงปรึกษากับสามีแล้วว่าจะขอมาคุยกับบุตรสาวคนเดียวก่อน

     “น้องแพมขอเวลาคิดสักนิดได้ไหมคะรอให้ฝึกงานจบก่อนก็แล้วกัน” หญิงสาวพยายามแบ่งรับแบ่งสู้

     “งั้นน้องแพมไปฝึกงานกับเฮียเขาจะได้อยู่ใกล้ชิดกันเผื่อจะตัดสินใจง่ายขึ้น” และนั่นก็คือสาเหตุที่พศิกามายืนเย็บกระโปรงที่ขาดอยู่ในอาคารโอ.พี. จิวเวลรี แห่งนี้ เธอต้องอดทนรออีกสี่เดือนเพื่อจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไปดี

 

     “บับเบิลล์ทำไมชักช้า”

     “โอ๊ย!” หญิงสาวร้องลั่นเมื่ออยู่ดีๆ ประตูห้องน้ำเปิดพรวดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายเจ้าของห้องทำเอาหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนเย็บกระโปรงตัวเองอยู่แทงเข็มพรวดทิ่มนิ้วตัวเองเข้าไปลึกน่าดู

     ดนุเดชถึงกับยืนเอ๋อกับภาพตรงหน้าเพราะพศิกายืนเย็บกระโปรงอยู่ในขณะที่ท่อนล่างของเธอมีกางเกงในตัวจิ๋วสวมอยู่แค่ตัวเดียว นอกจากภาพนั้นสิ่งที่ทำให้เขาตกในไม่น้อยไปกว่าเสียงกันก็คือเสียงร้องและหยาดน้ำตาที่กำลังคลอนัยน์ตาคู่หวาน

     “ซุ่มซ่าม” เมื่อเขาเดินเข้าหาแล้วพบว่าเข็มเล่มเล็กปักคาอยู่ที่นิ้วมือเรียวสวยก็อดจะบ่นไม่ได้ ตกลงยัยเด็กแคระนี่ดูแลตัวเองไม่ได้จริงๆ ใช่ไหมถึงสร้างแต่เรื่อง

     “พะ พี่นุออกไปก่อนนะคะ” เธอร้องห้ามเมื่อเขาก้าวมาประชิดติดตัว มันคงไม่งามเท่าไหร่ถ้ามีผู้ชายมายืนอยู่ตามลำพังในที่ลับตากับหญิงสาวที่มีสภาพกึ่งเปลือยเช่นนี้

     “เห็นแค่นี้ไม่มีอารมณ์หรอก” แม้ปากจะปฏิเสธแต่ลมหายใจของชายหนุ่มก็ชักจะดังฟืดฟาดผิดจังหวะขึ้นมาเฉยๆ

     “โอ๊ย! หญิงสาวร้องลั่นอีกครั้งเมื่อมือหนาของเขาดึงเข็มที่ปักคานิ้วเธอออกแล้วคว้ากระโปรงในมือเธอไปใช้กรรไกรอันจิ๋วตัดด้ายแล้วทิ้งเข็มเล่มนั้นกลับเข้าไปในกล่องแล้วโยนใส่ลงถังขยะ

     “กดแผลเอาไว้ก่อน ยกขาขึ้นด้วยแต่งตัวเร็วๆ”

     พศิกาใจเต้นโครมครามจนเหมือนมันจะหลุดออกมาเต้นระบำข้างนอกอก เพราะอยู่ๆ ดนุเดชก็นั่งคุกเข่าสั่งให้เธอสอดขาเข้าไปในกระโปรงนักศึกษาตัวแคบ แล้วมือใหญ่ก็ค่อยๆ จับขอบเอวกระโปรงรูดผ่านเรียวขาจนขยับขึ้นมาถึงสะโพกจัดการเก็บชายเสื้อของเธอให้เรียบร้อยก่อนจะโอบแขนไปทางด้านหลังเพื่อติดตะขอและรูดซิป แถมยังหยิบเข็มขัดมาคาดให้เธออีกต่างหาก


     เป๊ะ!

     “ช่วยเพราะทนดูไม่ได้ฉันไม่ได้ช่วยเพราะพิศวาส” เสียงดีดหน้าผากและความเจ็บน้อยๆ เรียกให้หญิงสาวที่กำลังเผลอตะลึงอ้าปากค้างได้มีสติ เธอหุบปากที่เผยออ้าของตัวเองออกแล้วเดินตามเขาออกมาจากห้องน้ำโดยที่ยังงงกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่

     “เลือดหยุดหรือยัง” น้ำเสียงเข้มห้วนเอ่ยถามพศิกาจึงยกนิ้วตัวเองขึ้นมาดู เลือดจากแผลไหลออกมาไม่มากเพราะแค่เข็มตำแต่มันค่อนข้างจะปวดเพราะเข็มปักเข้าไปลึกน่าดู

     “หยุดแล้วค่ะ”

     “งั้นก็ลงไปแผนกบุคคลกัน ฉันเสียเวลากับเธอจริงๆ” เขาบ่นกระปอดกระแปดไปตามประสาไม่ได้ตั้งใจว่าอย่างจริงจังแต่คนที่ได้ฟังก็แอบน้อยใจไปถึงไหนต่อไหนเรียบร้อยแล้ว

     “ถ้าพี่นุมีธุระน้องแพมไปเองก็ได้ค่ะ” เธอร้องบอกเขาพร้อมๆ กับพยายามฝืนยิ้มทำหน้าตาปกติแต่เพราะสายตาดุๆ ของหนุ่มหน้าตี๋ที่ส่งมาก็ทำเอาพศิการีบหุบปากแล้วก้มหน้าก้มตาเดินตามเขาเข้าลิฟท์ไป

 

                  หญิงสาวนึกโล่งใจคนเดียวเงียบๆ โชคทีที่ดนุเดชยังมีแก่ใจมาส่งเธอทั้งรายงานตัวที่แผนกบุคคลและยังเดินมาส่งเธอถึงแผนกออกแบบ เพราะเมื่อพศิกามองนาฬิกาข้อมือแล้วก็พบว่าเวลาช่วงเช้านี้มันผ่านไปเร็วมากเธอไม่รู้ตัวเลยว่ามันจะปาไปเก้าโมงกว่าแล้วถ้าเดินมาเองรับรองว่าต้องโดนตำหนิตั้งแต่วันแรกที่มาฝึกงานอย่างแน่นอน

                “ทำตัวดีๆ อย่าให้เสียมาถึงฉันกับป๊าล่ะ” ท่านรองประธานหน้าหยกกระซิบเสียงต่ำให้พอได้ยินกันสองคน น้ำเสียงนิ่งเรียบเย็นยะเยือกนั้นทำให้คนที่ได้ยินอดเสียวสันหลังวาบไม่ได้

     บุคลิกของดนุเดชนั้นติดจะนิ่งๆ ติดไปทางเย็นชาซึ่งพศิกามั่นใจว่าชายหนุ่มเป็นเช่นนี้กับเธอเพียงแค่คนเดียวอย่างแน่นอน ทั้งๆ ที่ชายหนุ่มเองก็ใจร้ายสารพัดแต่เธอก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าไปตกหลุมรักเขาได้ยังไง แถมรักมาได้ตั้งนานสองนาน

     หลังจากที่ท่านรองประธานเดินจากไปตอนนี้พศิกาก็นั่งอยู่ในห้องประชุมแผนกซึ่งเธอและนักศึกษาชายอีกคนหนึ่งซึ่งเพิ่งรู้สดๆ ร้อนๆ เลยว่ามาจากคณะเดียวกันแต่คนละเซคกำลังฟังพี่เลี้ยงฝึกงานอธิบายขอบเขตและรายละเอียดการฝึกงานทั้งหมดอยู่

     “อย่างที่พี่บอกทั้งน้องแพมทั้งอะตอมว่าบริษัทของเราเป็นผู้ผลิตและส่งออกเครื่องประดับ งานที่นี่ก็จะเน้นหนักในการออกแบบสิ่งเหล่านี้ซึ่งพี่ไม่รู้ว่าเราสองคนเรียนมาครอบคลุมการออกแบบเครื่องประดับหรือจะถนัดงานด้านไหนมา ถ้าสงสัยหรือมีคำถามก็จะมาคุยกันเป็นเคสๆ ไปก็แล้วกันนะคะไม่มีอะไรยากถ้าเราพร้อมจะเรียนรู้” เสียงแหบๆ ของพี่ครีม ฉันชนกผู้หญิงสวยเปรี้ยวที่ทำหน้าที่ดูแลพศิกากำลังอธิบายตั้งแต่ขอบเขตเรื่อยไปจนถึงกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ

     “สงสัยอะไรป่ะ เราสองคนน่ะ” เมื่อเห็นว่าสองนักศึกษาฝึกงานเอาแต่นั่งจดยุกยิก แถมจ้องมองมาที่เธอตาแป๋วฉันชนกจึงหยุดอธิบายก่อนเพราะกลัวน้องๆ จะไม่กล้าถาม

     “ยังไม่สงสัยค่ะพี่ครีมคาดว่าตอนทำงานน่าจะได้ถามเพราะน้องแพมก็ยังนึกภาพไม่ค่อยออก” เสียงหวานตอบกลับไปอย่างสุภาพเพราะเธอยังไม่รู้ว่าจะได้รับมอบหมายให้ทำงานอะไรจึงยังไม่มีข้อสงสัยซักถาม

     “แล้วเราล่ะอะตอม”

     “ผมก็ยังไม่มีครับ” เจ้าของชื่อยิ้มกว้างตามประสาหน้าตาของคนข้างๆ นี่หล่อร้ายจนพศิกาไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองไม่เคยพบหน้าของอะตอม หรือนายเกียรตินาวีหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสคนนี้มาก่อน ก็อย่างว่าแหละสายตาของน้องแพมมีไว้มองผู้ชายคือพี่นุคนเดียวเท่านั้น หนุ่มหน้าไหนจะหล่อลากดีเลิศเธอก็ไม่เคยชายตาแล

     “อีกอย่างข้อนี้สำคัญมาก เราจะไม่มีการอยู่ล่วงเวลาในระหว่างฝึกงานเด็ดขาดเพราะเราจะต้องฝึกทำงานตามเวลาแต่พี่ไม่ได้ห้ามหากจะขนงานไปทำที่บ้านหรือวันหยุด ที่สำคัญไม่ต้องไปช่วยพี่ๆ คนอื่นทำอะไรนอกเหนือจากการทำงานใครใช้ไปซื้อกาแฟ ซื้อขนมไม่ต้องทำ พวกนี้มันติดนิสัยชอบใช้น้องพอมีน้องมาก็ชอบเป็นง่อย”

     เมื่อพูดถึงข้อห้ามสำคัญฉันชนกก็เสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยเพราะเป็นเรื่องที่ทางหัวหน้าแผนกค่อนข้างจริงจัง น้องใหม่มาฝึกงานมักจะเกรงใจพี่ๆ เวลาเขาใช้อะไรก็ไปทำให้เสียหมด อย่างเวลางานให้น้องลงไปซื้อกาแฟบ้าง ไปร้านสะดวกซื้อบ้างมันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำ หากเป็นเวลาพักเที่ยงแล้วฝากกันถือฝากซื้อมาก็ว่าไปอย่าง

     หลังจากพูดคุยกันเบื้องต้นแล้วพี่ครีมก็พาทั้งเกียรตินาวีและพศิกาเดินไปทั่วแผนกเพื่อแนะนำตัว อันที่จริงมีพี่อีกคนทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับเกียรตินาวีแต่พอดีวันนี้รเมศติดคุยงานกับลูกค้า ซึ่งนอกจากโอ.พี. จิวเวลรี จะออกแบบ ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ของตัวเองแล้วยังรับงานออกแบบเครื่องประดับให้สำหรับลูกค้าทั่วไปอีกด้วย

     กว่าจะทักทายทุกคนจนทั่วก็กินเวลามาเกือบเที่ยงโดยฉันชนก ปล่อยให้ทั้งเกียรตินาวีและพศิกาได้สำรวจและทำความคุ้นเคยกับโต๊ะทำงานของตัวเองไปก่อน ช่วงบ่ายเมื่อรเมศกลับเข้ามาจึงจะมาจัดสรรการทำงานกันอีกครั้งหนึ่ง สองนักศึกษามีโต๊ะทำงานส่วนตัวที่มีทั้งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานพื้นฐานครบครัน

     พี่ครีมแจ้งให้ทั้งสองคนทราบว่าทางบริษัทมีนโยบายอยากให้นักศึกษาที่เข้ามานั้นฝึกทำงานจริงเหมือนพนักงานประจำทุกประการเพื่อประโยชน์ของตัวนักศึกษาเอง

     “ทำไมเราไม่เคยเห็นหน้าอะตอมเลยเวลาอยู่ที่คณะ” เมื่อมีโอกาสหญิงสาวจึงเอ่ยถามข้อข้องใจของตัวเองทันทีเพราะพศิกาไม่เชื่อว่าหนุ่มหล่อแบบนี้สาวๆ กลุ่มเธอจะมองไม่เห็นเขาจะมองข้ามไปได้ยังไงกัน

     “แต่เราเคยเห็นแพมกับเพื่อนๆ อีก คนนะตัวเล็กๆ เดินกันเป็นกลุ่มน่ารักดี” อะตอมพูดพลางยกยิ้มอย่างหล่อ หมอนี่หน้าตาติดจะกวนแต่ไม่เป็นไรเพราะเขาหล่อ แถมนัยน์ตาของหมอนี่ยังมีสีประหลาดเป็นสีเทาอมเขียว พอมารวมกับผมสีน้ำตาลเข้มบวกกับโครงหน้าที่ฝรั่งจ๋าดูโดยรวมแล้วอะตอมคือผู้ชายที่เข้าข่ายติดแฮชแทก #ฝรั่งหล่อบอกต่อด้วยหรือไม่ก็ #ฝรั่งหล่อคือพ่อของลูก

     “แต่ทำไมเราไม่เคยเห็นอะตอม” พศิกายังนั่งขมวดคิ้วกับความไร้สาระของตัวเองที่ยังติดใจสงสัยเรื่องเล็กๆ แค่ไม่เคยเจอผู้ชายคนนี้ที่คณะก็มาเก็บไปติดใจสงสัยไม่หาย

     “เอาจริงๆ เราเพิ่งย้ายมาเมื่อปีก่อนเทียบหน่วยกิตแล้วโอนมา ปีแรกของเราที่นี่คือตอนที่พวกแพมเรียนปีสามเราต้องตามเก็บหลายวิชาที่มันไม่ตรงกันเลยเรียนตลอดไม่มีเวลาว่างเลยจนถึงฝึกงานนี่แหละ” เมื่อคนตรงหน้าเฉลยให้หายข้องใจพศิกาก็ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

     “เราก็ว่าอยู่ถ้าเจอกันตั้งแต่ปีหนึ่งเราต้องจำอะตอมได้บ้างสิ” เมื่อเจ้าตัวยอมเฉลยคนฟังก็คลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีไว้คืนนี้เธอจะนอนเม้ากับยัยหมวยแล้วก็ปันปันให้มันไปเลยว่ามีเพื่อนร่วมฝึกงานหล่อล่ำแบบอะตอม

     ตลอดการสนทนากับเพื่อนร่วมสถาบันพศิกาไม่ได้มีโอกาสเห็นเลยว่าชายหนุ่มหน้าตี๋ดีกรีรองประธานบริษัทกำลังยืนจดยืนจ้องตัวเธอและคนข้างๆ ด้วยสายตาเอาเรื่อง ดนุเดชตั้งใจมาพาหญิงสาวไปทานอาหารกลางวันซึ่งจะว่าไปแล้วเขาโดนท่านเจ้าสัวนำบุญผู้เป็นบิดาบังคับมาต่างหาก แต่เมื่อเห็นยัยบับเบิลล์ยิ้มร่าอยู่กับนักศึกษาหน้าฝรั่งคนนั้นเขาก็คิดว่าเธอคงมีคนที่อยากไปกินข้าวด้วยอยู่แล้ว

     ชายหนุ่มเดินลงส้นหนักๆ ระบายอารมณ์ออกไปจากแผนกที่ว่าที่คู่หมั้นฝึกงานอยู่อย่างหัวเสียนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอยิ้มให้กับผู้ชายคนอื่น แต่... ก็แค่ยิ้มแล้วตัวเขาจะมาหงุดหงิดอะไรกันวะเนี่ย

     มื้อกลางวันนั้นทั้งพศิกาและเกียรตินาวีก็ไม่ได้ไปทานข้าวที่ไหนไกลเพราะพี่ครีมพาลงไปร้านอาหารตามสั่งข้างๆ ตึกที่รสชาติอร่อยและราคาไม่แพง แม้พศิกาจะถูกเลี้ยงดูมาแบบลูกคุณหนูจ๋าตามประสาลูกสาวคนเดียวของบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างรายใหญ่แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวกลายเป็นคนเรื่องมาก

 

     “แบ่งงานตามนี้มีอะไรสงสัยมั๊ย” ช่วงบ่ายนักศึกษาฝึกงานทั้งสองคนก็มีโอกาสได้เจอกับพี่เลี้ยงฝึกงานอีกคนคือพี่เรย์ หรือรเมศ ผู้ชายท่าทางอารมณ์ดีแต่บุคลิกติดจะโหดเพราะหนวดเคราที่รกครึ้มแต่กระนั้นก็ยังดูสะอาดสะอ้านดี

     “ไม่สงสัยค่ะ/ไม่สงสัยครับ” สองเสียงประสานตอบรับกันชัดเจนเพราะพี่เลี้ยงทั้งสองอธิบายการทำงานเสียละเอียดยิบ และพรุ่งนี้ทั้งแพมและอะตอมก็ต้องเริ่มงานอย่างจริงจังมีการสแกนบัตรเข้าและออกงานเฉกเช่นพนักงานทั่วไป และก็ต้องทำตามระเบียบของทางบริษัทอย่างเคร่งครัด

     “วันนี้แพมกลับบ้านยังไง” อะตอมถามขึ้นเมื่อใกล้ถึงเวลาเลิกงาน ทั้งสองคนนั่งร่างแบบภาพชิ้นงานคร่าวๆ ตามคำสั่งของพี่เลี้ยงเพื่อฆ่าเวลาไปก่อนพรุ่งนี้ถึงจะเริ่มทำงานจริงจัง

     “เราคงนั่งแท็กซี่กลับ” พศิกาตอบตามความคิดตัวเองเพราะดนุเดชก็ไม่ได้สั่งอะไรไว้แถมเขายังหายตัวไปไม่มาให้เธอเห็นหน้าค่าตาทั้งวันอีกต่างหาก

     “กลับกับเราก็ได้เดี๋ยวไปส่ง” อะตอมฉีกยิ้มกว้างซึ่งนั่นมันทำให้ใบหน้าหล่อเหลาตามประสาลูกครึ่งของเขายิ่งหล่อร้ายกาจเข้าไปอีก ถ้าไม่ติดว่าน้องแพมมีพี่นุเป็นชายเดียวในดวงใจเธอคงละลายเพราะผู้ชายตรงหน้าแน่นอน

     “บับเบิลล์... กลับบ้าน” เสียงก้องกังวานของท่านรองประธานบริษัททำเอาพนักงานที่กำลังเก็บกระเป๋าเตรียมจะกลับบ้านชะงักค้างกิจกรรมที่กำลังทำอยู่แล้วพร้อมใจกันหันหน้าไปทางต้นเสียงทันที

     “เราขอโทษนะอะตอมพี่ชายเรามารับพอดีเลยไว้วันอื่นเราจะใช้บริการนะ” พศิกาฉีกยิ้มอ่อนหวานพลางขอโทษเกียรตินาวีที่ปฏิเสธความหวังดีของเขาก่อนจะรีบสาวเท้าไปหาผู้ชายหน้าตี๋กล้ามแน่นที่ยืนหน้าตึงรออยู่ในทันที

     “ขอโทษที่ให้รอนะคะน้องแพมไม่รู้ว่าพี่นุจะมารับ”

 

     “วันหลังถ้าอยากกลับบ้านกับไอ้หมอนั่นก็ช่วยบอกให้มันไปรับด้วยเลยก็แล้วกันจะได้ไม่เป็นภาระฉัน!” ยังไม่ทันที่สาวน้อยตาหวานจะพูดจบดนุเดชก็สาดคำพูดแสบๆ คันๆ ใส่หน้าเธอในทันที ถ้าไม่กลัวว่าพนักงานจะเก็บไปนินทารับรองว่าเขาตวาดยัยตัวเล็กเสียงดังกว่านี้แน่

 

#

น้องแพมกับพี่นุมี E-Book แล้ว ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ

#

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #


 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha