พศิกา (ซีรี่ย์ดรุณีแรกรัก)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : 2 (1/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

               “น้องแพมขอโทษค่ะ” พศิกาเดาจากน้ำเสียงของชายหนุ่มก็คิดเองเออเองไปว่าเขาคงไม่พอใจที่จะไปรับไปส่งตัวเธอที่บ้าน เพื่อความสะดวกใจของทั้งสองฝ่ายถ้าพี่นุไปส่งถึงบ้านแล้วแล้วแล้วเธอจะไม่ขอรบกวนเขาอีกจะบอกไปตรงๆ เลยว่าอยากขับรถมาทำงานเอง

     “เดินให้มันไวๆ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินชักช้าดนุเดชที่กำลังจะเดินมุ่งหน้าออกไปยังลานจอดรถก็หันมาพูดเร่งโดยที่ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าช่วงขาของเขาและเธอนั้นมันมีจังหวะก้าวห่างกันแค่ไหน เขาเดินก้าวนึงเท่ากับเธอเดินเกือบสามก้าวเลยทีเดียว

     จนเขาเดินมาถึงรถคู่ใจแล้วพศิกายังมาไม่ถึงมือเรียวขาวจึงจัดการหยิบบุหรี่ขึ้นสูบฆ่าเวลา ริมฝีปากแดงคล้ำน้อยๆ นั้นพ่นควันออกมาเป็นสายคล้ายเมฆหมอกขาวฟุ้งไปทั่วบริเวณที่ตัวเองยืนอยู่

     “แค่ก แค่ก!

     พศิกาที่แพ้ควันบุหรี่เป็นทุนเดิมถึงกับสำลักเมื่อเดินไปใกล้รัศมีเขา ดนุเดชนิ่วหน้าน้อยๆ คล้ายไม่พอใจแต่ก็ตัดสินใจดับบุหรี่ที่เหลือเกือบครึ่งมวนแล้วจัดการใส่หมวกกันน็อคให้ผู้หญิงที่กำลังทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายมีปัญหาโดยไม่ลืมที่จะปรับสายรัดใต้คางให้คลายออกเล็กน้อยมันจะได้ไม่รัดเนื้อขาวๆ ของเธอจนขึ้นรอยแดงอีก

     “วันหลังถ้าเจ็บก็บอกจะโง่ให้มันรัดอยู่ทำไม”

     “ค่ะ” แม้ในใจจะเถียงว่าเพราะเขานั่นแหละที่ยัดหมวกกันน็อคบ้าๆ นี่เข้าหัวเธอแล้วจัดการรัดสายอะไรต่อมิอะไรเสร็จสรรพโดยที่ไม่ถามอะไรกันซักคำ คนเจ็บตัวก็คือเธอแถมยังจะต้องมาโดนเขาว่าอีก... อะไรคือความยุติธรรม?

     เมื่อดนุเดชเคลื่อนกายไปคร่อมรถบิ๊กไบค์คันโตพร้อมสตาร์ทพศิกาก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมที่ด้านหลังดังเดิม และแน่นอนเสียงกระโปรงเธอก็ขาดดังแคว่กเบาๆ ที่รอยผ่าเลยทำให้นึกขึ้นได้ว่าต้องซื้อชุดเย็บผ้ามาคืนเลขาท่านประธานเพราะคนตัวโตข้างหน้าปัดอุปกรณ์ทุกอย่างลงถังขยะพร้อมเข็มที่มันตำมือเธอ ไว้พรุ่งนี้เธอจะจัดการให้เรียบร้อยก็แล้วกัน

     เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในช่วงเช้าก็ทำเอาหญิงสาวอดจะหน้าเห่อร้อนไม่ได้ ดนุเดชที่พรวดพราดเข้ามาในห้องน้ำเห็นเรือนร่างกึ่งเปลือยของเธอเข้าให้ แน่นอนว่าพศิกาได้แต่ก้มหน้าหนีความกระดากอายส่วนดนุเดชนั้นก็ดุเธอตามฟอร์ม ต่อให้แก้ผ้าตรงหน้าหญิงสาวยังคิดเลยว่าเขาคงต้องไล่เธอให้ไปสวมชุดกลับคืนอย่างแน่นอน

     แดดยามเย็นไม่แรงมากแต่เวลารถติดๆ นี่ก็ร้อนเอาเรื่อง ดนุเดชผู้ไม่พิสมัยอากาศร้อนหาทางผ่อนคลายอารมณ์ด้วยการกวาดสายตาไปรอบๆ แถมยังแอบสังเกตอาการคนที่ซ้อนท้านอยู่โดยอาศัยเงาสะท้อนของกระจกรถคันข้างๆ แต่สิ่งที่ดนุเดชเห็นชัดเจนไม่ใช่ดวงหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวแต่เป็นขาขาวๆ ที่โผล่พ้นรอยขาดนั่นออกมาต่างหาก

     เมื่อเห็นว่ารอยผ่าของกระโปรงรักศึกษาตัวเล็กขาดวิ่นไปจนเกือบสุดโคนขาชายหนุ่มก็เกิดอาการหงุดหงิด มิน่าล่ะตั้งแต่เช้าเขาเองก็สังเกตว่าทำไมผู้คนถึงจับจ้องมาที่รถเขาเป็นตาเดียว สุดท้ายก็คือส่องขาขาวออร่าของยัยตัวกะเปี๊ยกนี่เอง ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดพอไฟเขียวเขาก็บิดรถบึ่งกลับไปบ้านหญิงสาวอย่างรวดเร็วเล่นเอาพศิกาต้องเอาวงแขนเล็กรัดเอวเขาไว้แน่นเพราะกลัวตก

 

     “ขอบคุณพี่นุที่มาส่งนะคะพรุ่งนี้น้องแพมคงไม่รบกวนเพราะจะไปทำงานเองค่ะ” เมื่อจัดการถอดหมวกกันน็อคใส่คืนที่มือเขาได้หญิงสาวก็จัดการพูดในสิ่งที่ใจคิดพร้อมกับสะบัดหน้าตั้งท่าจะเดินเข้าบ้าน

     “คุยกันก่อน จะให้ไอ้หน้าหล่อนั่นมารับหรือไง” ดนุเดชตะโกนไล่หลังก่อนที่จะเดินไปดักหน้าพศิกาเพราะดูๆ แล้วยังไงเธอก็ไม่ยอมหยุดเดินหนีเขาแน่ๆ กลับมาถึงบ้านไม่ทันจะถึงนาทีก็เริ่มดื้อไม่เห็นเหมือนอยู่ที่ทำงานสักนิด

     “น้องแพมจะให้ใครมารับพี่นุก็ไม่เกี่ยว ถ้าไม่เต็มใจมาน้องแพมก็ไม่รบกวนแล้วไงคะจะเอาอะไรอีก” หญิงสาวพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เสียงสั่น เขาคงไม่รู้หรอกว่าเธอกลัวแค่ไหนในจังหวะที่กระชากรถออกตัวมาแบบนั้น แถมยังบิดกลับมาโดยไม่สนว่าเธอจะรู้สึกยังไงหรือจะกลัวแค่ไหน

     “อย่ามาพูดไม่รู้เรื่องพรุ่งนี้ไม่ต้องใส่เลยนะไอ้กระโปรงบ้านี่ดูซิมันขาดจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน” ดนุเดชยังไม่เลิกโวยวายตามประสาคนขี้หงุดหงิด

     “พรุ่งนี้น้องแพมจะไปเองค่ะไม่รบกวนพี่นุแล้ว” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพร้อมด้วยหยาดน้ำที่รื้นเต็มสองตา ให้ตายเถอะพศิกากำลังร้องไห้

     “นี่ตกลงจะไปเองให้ได้ใช่ไหม?” ดนุเดชยังไม่เลิกขึ้นเสียง

     “พี่นุขับรถเร็วน้องแพมกลัวนี่คะ ถ้าไม่อยากมารับก็ไม่ต้องแกล้งกันแบบนี้ก็ได้” หญิงสาวพูดพลางใช้มือน้อยๆ ปาดน้ำตาก่อนจะเดินเบี่ยงวิ่งหนีเข้าตัวบ้านไปทิ้งให้ผู้ชายเอาแต่ใจยืนงงอยู่คนเดียว

 

     แล้วกว่าชายหนุ่มจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเหตุผลที่พศิกาไม่อยากซ้อนท้ายพาหนะสองล้อเวลาก็ล่วงเลยไปหลังอาหารมื้อค่ำถ้าดนุนันท์น้องชายไม่เข้ามาทักเขาก็คงลืมเรื่องนี้ไปสนิท

     “เฮียคิดยังไงเอาบิ๊กไบค์ไปรับน้องแพม ลืมหรอว่าน้องกลัว” น้องชายแท้ๆ ที่คลานตามกันมายิงคำถามใส่ในทันทีที่มีโอกาสอยู่ตามลำพังสองคน เขาไม่อยากให้ป๊ากับม๊ารู้เรื่องที่พ่ี่ชายทำไม่งั้นดนุเดชนี่แหละที่จะโดนไม่ใช่น้อย

     “กลัวอะไรกันนักหนาวะแค่นั่งมอเตอร์ไซค์” คนเป็นพี่ยังนั่งส่ายหัวทำท่าติดรำคาญจนน้องชายแน่ใจว่าคนเป็นพี่คงลืมเหตุการณ์ในครั้งนั้นไปเรียบร้อย

     “เฮียจำตอนน้องแพมแปดขวบไม่ได้จริงๆ หรอ” อาตี๋เล็กของบ้านเอ่ยย้ำอีกทีหลังจากทิ้งกายเอนนอนบนเตียงของพี่ชาย

     “ตอนนั้นผมสิบสาม เฮียก็น่าจะสิบห้าเราเล่นปั่นจักรยานแข่งกันน้องแพมยังขี่จักรยานไม่แข็งเลยซ้อนเฮียส่วนเฮียก็ปั่นซะไฟแลบจนเท้าน้องเข้าไปพันในโซ่ต้องเย็บตั้งหลายเข็ม”

     ดนุเดชย้อนคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้นมันผ่านมานานจนลืมหรือเขาเองไม่ได้ใส่ใจก็ไม่รู้ ความรู้สึกที่มีตลอดมาในยามเจอหน้าเด็กหญิงพศิกาคือเขารำคาญ เขาไม่ชอบเสียงหวานๆ ที่มาพูดคะขาข้างหู เขาไม่ชอบให้เธอมาตามติดคอยเอาใจ เขาไม่ชอบเวลาที่ป๊ากับม๊าพาไปเที่ยวพร้อมครอบครัวเธอ เอาเป็นว่าชายหนุ่มไม่ชอบอะไรสักอย่างที่ประกอบกันเป็นตัวของพศิกาเลยแม้แต่อย่างเดียว

     “เออ... นึกออกละแค่นี้ก็กลัวใจเสาะไม่เข้าเรื่อง นี่ก็กลับห้องไปได้แล้วตี๋เล็กไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรื่องยัยคุณหนูนั่นหรอกถ้าเค้าอยากจะเป็นคู่หมั้นเฮียก็ต้องอดทน”

     “เอาเหอะเฮียอย่าคิดว่าน้องแพมรักมากแล้วจะทิ้งขว้างยังไงก็ได้ วันนึงถ้าน้องเค้าหมดใจเฮียนั่นแหละจะไปไม่เป็น” ดนุนันท์เตือนสติพี่ชายก่อนจะเดินลอยหน้าลอยตาออกจากห้องไป

     เขาคิดว่าพี่ชายแท้ๆ น่าจะมีอารมณ์หวั่นไหวกับว่าที่คู่หมั้นอยู่บ้างไม่อย่างนั้นคนอย่างดนุเดช โอภาตั้งตระกูลคงไม่ยอมไปรับส่งผู้หญิงที่ไหนต่อให้เป็นคำสั่งขอป๊ากับม๊าก็ตามเถอะ เอาเป็นว่าเขาจะรอดูก็แล้วกันว่าเกมนี้ผลจะออกมาเป็นแบบไหนแต่ยังไงเขาคนนึงที่ถือป้ายไฟเชียร์พศิกาและจะคอยสมน้ำหน้าทันทีถ้าน้องแพมทิ้งเฮียขึ้นมาจริงๆ

 

     “ทำไมเมื่อเช้าไม่รอ” ดนุเดชเดินปึงปังมาหาพศิกาที่แผนกมาเห็นเธอในจังหวะที่กำลังคุยงานกับหนุ่มนักศึกษาลูกครึ่งด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่รอให้เขาไปรับที่บ้านสินะทั้งๆ ที่วันนี้ชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนจากบิ๊กไบค์คันโตมาเป็นรถเก๋งคันหรูเพื่อเธอโดยเฉพาะ

     แต่เมื่อไปถึงบ้านของเธอแล้วคนที่บ้านกลับบอกว่าคุณหนูแพมออกมานานแล้วพอถามถึงบิดามารดาของเธอคือคุณอาพศินและคุณอาศกุนตลาก็ได้ความว่าท่านทั้งสองไปต่างจังหวัดหลายวันเพราะไปดูแลหน้าร้านที่เป็นสาขาย่อย นี่อยู่คนเดียวยังไม่พอยัยเปี๊ยกยังกล้าขับรถไปทำงานเองแถมตอนเย็นรถติดบ้านก็ไกลแล้วจะถึงบ้านกี่โมงกัน

     “สวัสดีค่ะพี่นุ”

     “สวัสดีรับท่านรอง” พศิกาและเกียรตินาวีทักทายผู้มาใหม่ด้วยสรรพนามต่างกันตามความสนิทสนมซึ่งดนุเดชก็ไม่เคยห้ามหากหญิงสาวจะเรียกเขาว่าพี่นุตามที่เคยชิน พนักงานผู้ใหญ่บางส่วนพอจะทราบข่าวเรื่องหมั้นหมายระหว่างตัวเขากับหญิงสาวอยู่บ้างและท่านรองประธานก็มั่นใจว่าอีกไม่นานข่าวก็ต้องกระจายมาถึงพนักงานทั่วไปแน่ๆ

     แล้วเขาจะยอมให้ว่าที่คู่หมั้นมาสนิทสนมกับผู้ชายอื่นในบริษัทของตัวเองแบบนี้อย่างนั้นรึ ร่างสูงหรี่ตามองสองนักศึกษาอย่างใช้ความคิด เอาเป็นว่าตอนนี้ยังไม่ได้หมั้นแต่เธอก็ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่ ดังนั้นพศิกาไม่ควรทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนจนกว่าเรื่องของเขาและเธอจะมีข้อสรุป ทั้งหมดนี้เขาไม่ได้ทำเพราะอยากเก็บเธอเอาไว้แต่ที่ทำเพราะไม่อยากให้ใครมานินทาว่าร้ายให้เสียชื่อต่างหาก

     “แพม... ขอคุยด้วยหน่อย” เขาพูดห้วนๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากแผนกของเธอไปทิ้งให้หญิงสาวทำสีหน้าปั้นยากรีบเดินไปขอพี่ครีมซึ่งพยักหน้าทำปากขมุบขมิบให้เธอรีบตามท่านรองไป เมื่อพี่เลี้ยงไฟเขียวหญิงสาวก็วิ่งออกมาแล้วก็เจอดนุเดชยืนหน้าตึงรออยู่ที่หน้าลิฟท์

     “พี่นุมีอะ...” ไม่ทันรอให้หญิงสาวมีโอกาสได้พูดจบมือใหญ่ๆ ของเขาก็กระตุกมือเล็กบอบบางให้เข้ามาในลิฟท์และแทนที่เขาจะกดหมายเลขชั้นพาเธอขึ้นไปยังห้องทำงานท่านรองประธานรูปหล่อกลับพาเธอขึ้นมาชั้นบนสุดของอาคารแทน ซึ่งบนชั้นนี้เป็นห้องชุดส่วนตัวของครับครัวโอภาตั้งตระกูล มีทั้งห้องนอนของท่านเจ้าสัวและคุณนาย ห้องพักส่วนตัวของลูกชายทั้งสองและห้องพักสำหรับแขก

     “ทำไมเมื่อเช้าไม่รอพี่” เมื่อจัดการพาคนตัวกระเปี๊ยกเข้ามาในส่วนรับแขกในชั้นส่วนตัวได้ดนุเดชก็ตั้งท่ายิงคำถามใส่เธอทันที

     “ก็น้องแพมบอกพี่นุแล้วไงคะว่าวันนี้จะมาเอง” พศิกาขึ้นเสียงอย่างอารมณ์เสียเพราะถ้าหากคนตรงหน้าลากเธอออกมาจากห้องทำงานด้วยเรื่องไร้สาระแค่นี้หญิงสาวก็คิดว่าเขาทำเกินไป

     “เธอบอกแต่ฉันไม่ได้รับปากให้เธอทำอย่างที่พูดนี่พศิกา เราควรต้องทำความเข้าใจอะไรกันใหม่แล้วนะ” เมื่อคนตัวเล็กเสียงดังคนตัวโตก็ทำเสียงดังกว่าขู่แม้จะแปลกใจอยู่หน่อยๆ ที่หญิงสาวใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวกับเขาทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเองไม่เคยทำมาก่อน

     “พี่นุพูดธุระมาเถอะค่ะแพมจะรีบลงไปทำงาน”

     “รู้ใช่ไหมว่าตัวเองมาที่นี่ในฐานะอะไร”

     “ก็นักศึกษาฝึกงานยังไงล่ะคะ” คิ้วโก่งสวยตามธรรมชาติเลิกขึ้นน้อยๆ เพราะความสงสัย

     “แล้วระหว่างสี่เดือนนี้เธอไปทำข้อตกลงอะไรไว้กับคุณอาทั้งสองคน” เขาทำเสียงเขียวเพราะไม่รู้ว่าพศิกาแกล้งมึนหรือกำลังยั่วประสาทเขา

     “เรื่องหมั้น... ถ้าสี่เดือนที่มาฝึกงานแล้วมันมีอะไรดีขึ้นระหว่างเราสองคนน้องแพมก็จะรับหมั้นตามที่ท่านเจ้าสัวมาทาบทามไว้กับคุณพ่อ” พศิกาพูดออกมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบเพราะสิ่งที่เธอไม่เคยบอกใครคือน้องแพมคนนี้ถอดใจจากพี่นุที่เธอเฝ้ารักเฝ้ารอมาพักหนึ่งแล้ว

     หากจะถามว่าอะไรคือสาเหตุที่เธอหยุดความรู้สึกตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องอื่นใด ไม่มีปัจจัย ไม่มีสิ่งเร้าภายนอก ทั้งหมดมันเป็นเพราะเขาผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอนี่แหละ พศิกาเหนื่อยเหลือเกินกับการไม่มีตัวตนในสายตาของดนุเดช แม้ว่าเธอจะพยายามหาเหตุผลเท่าไหร่ก็ให้คำตอบไม่ได้ถึงท่าทีของเขาที่แสดงออกมา หญิงสาวจึงสรุปเองว่าทั้งหมดเป็นเพราะพี่นุไม่เคยมีใจให้แล้วเรื่องอะไรเขามาทำดีด้วย

     “เพราะข้อตกลงบ้าๆ นี่ไงทำให้ตอนนี้เธอพ่วงตำแหน่งว่าที่คู่หมั้นเข้าไปด้วยเลยอยากจะทำความเข้าใจเรื่องนี้หน่อย การที่เธอเป็นว่าที่คู่หมั้นในตอนนี้และแม้ว่าอีกสี่เดือนข้างหน้าเธอจะเป็นคนอื่นแน่นอนไม่มีทางจะเกิดงานหมั้นขึ้นแน่ๆ ระหว่างนี้ช่วยรักษาหน้าฉันด้วยอย่าไปสนิทสนมกับผู้ชายหน้าไหนให้มันมากนัก”

     นี่สินะเรื่องที่เขาจะบอกเธอ ร่างเล็กกำมือแน่นเพราะพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ใจดวงน้อยของเธอมันเจ็บมานาน นานจนมันใกล้จะด้านชาเสียแล้ว เธอแค่ตกใจนิดหน่อยไม่คิดว่าดนุเดชจะพูดเรื่องนี้ออกมาเธอไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองไปสนิทสนมกับใครให้เขาเสื่อมเสียตอนไหน

     “ไม่แรงไปหน่อยหรอครับเฮีย” คนที่นั่งฟังอยู่นานพูดโพล่งขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ เขาเห็นตั้งแต่พี่ชายปึงปังไปลากตัวน้องสาวตัวน้อยของเขาขึ้นมาแล้ว ดนุนันท์จึงรีบวิ่งขึ้นลิฟท์มาดักรอพี่ชายบนนี้ก่อนโชคดีที่เดาใจถูกถึงได้ยินเรื่องเหมาะๆ เข้า

     “เฮียว่าไม่เกี่ยวกับนายนะตี๋เล็ก” เมื่อได้รู้ว่ามีบุคคลที่สามอยู่ด้วยดนุเดชก็อยากจะกันน้องชายให้ห่างจากเรื่องนี้ เขาอยากเคลียร์กับยัยเปี๊ยกเป็นการส่วนตัวมากกว่า

     “ผมว่าเกี่ยวเพราะอย่างน้อยสี่เดือนนี้น้องแพมก็ยังเป็นว่าที่คู่หมั้นนั่นก็หมายความว่ายังเป็นว่าที่พี่สะใภ้ของผมไม่ใช่หรอเฮีย” เมื่อโดยน้องชายแท้ๆ ย้อนคำคนเป็นพี่ก็ถึงกับลอบพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ไม่รู้ว่ายัยคุณหนูน่าน่ารักน่าเอ็นดูตรงไหนใครๆ ถึงเข้าข้างกันนัก ตั้งแต่ป๊ากับม๊าแล้วตอนนี้เจ้าตี๋เล็กก็ยังจะมาพูดจาเหมือนประกาศศึกกับเขาอีก


#

น้องแพมกับพี่นุมี E-Book แล้ว ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ

#

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #


 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha