พศิกา (ซีรี่ย์ดรุณีแรกรัก)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : 2 (2/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

     “อย่าให้เป็นเรื่องเป็นราวอะไรเลยค่ะพี่นันท์อย่างที่พี่นุบอกมันถูกต้องแล้วค่ะ หลังจากนี้อีกสี่เดือนจะไม่มีงานหมั้นเกิดขึ้นแล้วน้องแพมก็จะทำตัวดีๆ ไม่ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของใครหรอกค่ะ ตกลงพี่นุมีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหมคะน้องแพมจะได้ลงไปทำงานต่อ” ครั้งนี้ทั้งสองหนุ่มถึงกับหูผึ่ง

     ดวงตาเรียวเล็กตามเชื้อสายของดนุเดชหรี่ลงเพื่อมองดูหน้าหวานๆ นั้นอย่างพยายามค้นหาคำตอบ ตกลงคุณหนูแพมคิดจะทำอะไรกันแน่ถ้าไม่ได้อยากหมั้นแล้วจะมาต่อรองขอเวลาทำไม

     “น้องแพมแน่ใจว่าจะไม่หมั้นกับเฮียแน่ๆ อย่างนั้นหรอครับ” เป็นดนุนันท์ที่เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

     “ค่ะ น้องแพมแค่อยากให้คุณพ่อกับคุณแม่สบายใจเฉยๆ ไม่อยากให้ท่านลำบากใจที่จะปฏิเสธท่านเจ้าสัว แต่ถ้าถึงเวลาน้องแพมจะเรียนให้ท่านทราบเองค่ะ”

     “เฮอะ!” ว่าที่คู่หมั้นทำเสียงในลำคอเหมือนติดรำคาญเสียเต็มประดา เป็นพศิกาไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจ ไม่เคยเข้าไปถึงใจเขาได้เลยจริงๆ

     “ถ้าน้องแพมตัดสินใจแล้วพี่ก็ตามใจน้องแพมนะครับ” ดนุนันท์เดินตรงไปลูบเส้นผมลอนสวยของหญิงสาวอย่างเอ็นดูเหมือนทุกครั้งที่เคยปลอบเวลาเฮียของเขาทำให้เธอต้องเสียใจ น่าเสียดายที่เขาเองนั้นรักเธอไม่ได้ไม่อย่างนั้นดนุนันท์คนนี้นี่แหละจะเป็นคนอาสาดูแลหัวใจของพศิกาด้วยตัวเอง

     “น้องแพมโอเคแน่นะ” หนุ่มตี๋คนน้องกระซิบถามด้วยความเป็นห่วงเพราะสีหน้าน้องสาวตัวน้อยของเขาตอนนี้มันดูไม่ดีเลย ดวงตากลมโตของเธอคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใสที่พร้อมจะหยดลงมาทุกเมื่อ

     “น้องแพมโอเคจริงๆ ค่ะพี่นันท์ ไหนๆ ก็โดนเมินมาทั้งชีวิตแล้วแค่นี้มันทำอะไรน้องแพมไม่ได้หรอกค่ะ” หญิงสาวเสียงสั่นอย่างน่าสงสาร จนคนที่รักเธอเหมือนพี่ชายทนไม่ไหวต้องคว้าร่างเล็กบอบบางของหญิงสาวมาซุกซบที่ตรงอกกว้างหวังให้เพศิกาได้ใช้มันเป็นที่พักพิงเพราะเขาช่วยเหลือเธอมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ

     “ถ้านายจะพลอดรักกับยัยนี่ฉันจะได้ออกไปก่อน ว่าแต่ทำอะไรก็เห็นหัวเฮียด้วยนะดนุนันท์” ดนุเดชพูดทิ้งท้ายเสียงเขียวก่อนจะเดินปึงปังจากไป นึกโกรธน้องชายที่ไปเอาใจ ไปโอ๋คุณหนูแพมจนออกนอกหน้าดูท่าแล้วถ้าตี๋เล็กมันรักผู้หญิงสักคนได้จริงๆ ก็คงจะเป็นพศิกานี่แหละ

     “พี่นันท์น้องแพมเจ็บ” เมื่อได้ยินเสียงฝีเท่าเดินห่างออกไปความรู้สึกอ่อนแอที่ตั้งกำแพงสูงบดบังเอาไว้ก็พังทลายลงมา น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกมาเป็นสายจนเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของพี่ชายนั้นชุ่มไปด้วยหยาดน้ำ

     “อยากร้องก็ร้อง พี่ขอโทษที่ช่วยอะไรน้องแพมไม่ได้เลยจริงๆ” ดนุนันท์นึกโกรธพี่ชายที่ใจร้ายกับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างพศิกาได้ลงคอ จริงๆ แล้วถ้าเทียบผู้หญิงตรงหน้ากับบรรดานางแบบที่พี่ชายควงแล้วนั้น น้องแพมน่ารักกว่าเป็นไหนๆ เพราะเธอทั้งเรียบร้อย อ่อนหวานแต่ชอบทำเรื่องตลกให้คนรอบข้างมีเสียงหัวเราะ ไม่จู้จี้จุกจิก วุ่นวาย แถมไม่เคยหึงหวงแสดงความไม่พอใจให้เขาเห็นเลยแม้ในยามที่เห็นคาตาว่าผู้ชายที่เธอรักนั้นควงคู่มากับหญิงอื่น

     “น้องแพมแน่ใจอย่างที่พูดแน่นะครับ” หลังจากปล่อยให้น้องสาวร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่พักใหญ่พี่ชายก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

     “น้องแพมแน่ใจค่ะพี่นันท์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะน้องแพมยังไหว” ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มหวานทั้งๆ ที่น้ำตายังคงนองหน้า เขารู้ว่ามันใช่เวลาจะมาเข้มแข็งเสียที่ไหนแต่คนตัวเล็กคงไม่อยากให้คนอื่นไม่สบายใจไปกับเธอด้วย

     “ไปล้างหน้าล้างตานะเดี๋ยวพี่ลงไปส่งข้างล่าง” เมื่อพี่ชายบอกด้วยน้ำเสียงห่วงใยหญิงสาวก็ทำตามอย่างว่าง่ายยอมให้เขาจูงมือพาไปส่งหน้าห้องน้ำทั้งๆ ที่ปกติแล้วพศิกาไม่เคยยอมให้ผู้ชายหน้าไหนแตะเนื้อต้องตัว ขนาดพี่ชายที่รู้จักกันมาเกือบทั้งชีวิตนี่ยังเป็นครั้งแรกเลยที่ดนุนันท์ได้สัมผัสเธอใกล้ชิดแบบนี้

     เงาสะท้อนในกระจกทำเอาพศิกาถึงกับถอนใจหนักๆ หน้าเล็กๆ ของเธอแดงก่ำแถมเปลือกตายังปูดแทบจะปิดแล้วอย่างนี้เธอจะลงไปทำงานต่อได้อย่างไรกันล่ะ ขืนลงไปแบบนี้คนได้เอาไปนินทากันแน่นอน

     “พี่นันท์คะน้องแพมลงไปตอนนี้ไม่ได้” หลังจากตั้งสติล้างหน้าล้างตาจนสดชื่นขึ้นบ้างแล้วพศิกาก็ตรงออกมาหาคนที่รออยู่หน้าห้องน้ำในทันที

     “งั้นเดี๋ยวบ่ายน้องแพมค่อยลงไปพี่จะโทรลงไปบอกครีมให้” ดนุนันท์ตัดสินใจอย่างว่องไวเพราะน้องสาวตัวน้อยของเขามีสภาพที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าดูไม่จืด

 

     “สวัสดีครับคุณครีม ผมดนุนันท์นะครับจะแจ้งว่าขอยืมตัวพศิกามาช่วยงานผมครึ่งวันแล้วตอนบ่ายจะให้กลับไปทำงานที่แผนกนะครับ” ผู้จัดการหนุ่มกล่าวด้วยเสียงทุ้มที่ฟังดูแล้วมีอำนาจ เธอไม่เคยเห็นพี่ชายในมุมนี้มาก่อนเพราะปกติพี่นันท์จะใจดี ยิ้มง่าย ผิดกับพี่นุที่ขรึม พูดน้อย แต่ถ้าหากเป็นเรื่องของเธอเขาจะบ่นและดุได้ยาวมาก

     “แล้วพี่นันท์จะให้น้องแพมทำอะไรคะ” เมื่อสลัดเรื่องทุกข์ใจออกไปได้พศิกาก็กลับมาเป็นเธอที่ร่าเริงอีกครั้งแม้ตอนนี้สภาพจิตใจจะยังไม่เต็มร้อยแต่เธอนั้นเชื่อว่าเวลาจะช่วยรักษาบาดแผลที่กรีดลึกในดวงใจน้อยๆ นี้ได้อย่างแน่นอน

     “แน่ใจว่าอยากทำงาน พี่ว่าพักให้สบายใจก่อนจะดีกว่าไหมเดี๋ยวพี่อยู่เป็นเพื่อน” แม้จะมีรอยยิ้มหวานๆ ประดับอยู่บนดวงหน้าจิ้มลิ้ม แต่พี่ชายที่แสนดีอย่างดนุนันท์ก็รู้ว่าหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้ากำลังเจ็บปวดมากมายแค่ไหน

     เขาอยากให้ถึงวันที่น้องแพมตัดใจได้จริงๆ อยากจะดูน้ำหน้าเฮียนุนักว่าจะมีสภาพยังไง บางทีพี่ชายของเขาอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองก็คิดอะไรๆ กับน้องสาวตัวน้อยไม่อย่างนั้นจะไปรับไปส่งแถมยังห้ามเธอยุ่งกับผู้ชายคนอื่นอีกต่างหาก กว่าจะรู้ตัวรู้ใจงานนี้คงมีคำว่าสายเกินไปอย่างแน่นอน

                “น้องแพมเกรงใจพี่นันท์ค่ะเราไปทำงานกันเถอะ” เมื่อหญิงสาวยืนยันว่าตัวเองไหว ผู้จัดการหนุ่มจึงพาเธอไปยังห้องทำงานของเขาที่อยู่คนละชั้นกับบิดาและพี่ชาย ระหว่างที่มองงานเอกสารของตนเองเขาก็คิดได้ว่าจะสอนพศิกาทำงานอะไรดี วันนี้เขาจะให้เธอหัดเรียนรู้พวกงานดีไซน์ และการนำสิ่งเหล่านี้ไปเสนอลูกค้าโดยอาศัยแฟ้มงานตรงหน้าที่แผนกของเธอออกแบบส่งมานั่นแหละ

               

                ก๊อก ก๊อก ก๊อก

                “ตี๋เล็กไปกินข้าวกัน” สิ้นเสียงเคาะประตูร่างของคนเป็นพี่ชายก็เปิดพรวดเข้ามาทำเอาพศิกาที่กำลังจัดเรียงแฟ้มที่เธอเพิ่งเรียนรู้งานให้เข้าที่อยู่นั้นตกใจจนทำมันร่วงหลุดมือ

                “ทำไมมาอยู่ที่นี่งานเธอไม่มีทำหรือไงกัน”

                “เฮียไปเถอะครับเดี๋ยวผมจะพาน้องแพมไปทานข้าวข้างนอก ไปหาของอร่อยๆ ทานแก้เซ็งกันนะครับน้องแพม” ดนุนันท์จงใจพูดยียวนกวนประสาทพี่ชายเพราะหมั่นไส้ที่เอะอะก็เอาแต่ดุ

     ดนุเดชนี่มีเหตุผล สุขุมรอบคอบกับทุกเรื่องยกเว้นเรื่องของผู้หญิงที่ชื่อพศิกาเพียงเรื่องเดียวที่พี่ชายของเขานั้นชอบเหวี่ยงไปก่อนทุกที

                “น้องแพมตามใจพี่นันท์ค่ะ” หญิงสาวพูดพลางยิ้มหวานก่อนจะรีบเก็บแฟ้มต่างๆ ให้เข้าที่โดยที่จงใจมองข้ามผู้ชายอีกคนไปเสียอย่านั้น สิ่งที่น่าจะส่งผลดีกับจิตใจดวงน้อยๆ ที่บอบช้ำคือคิดจะตัดต้องตัดให้ขาด นับจากนี้เธอจะไม่ปล่อยให้ดนุเดชเข้ามามีอิทธิพลกับจิตใจที่อ่อนไหวของตัวเองอีก

                “เออ... จะไปไหนนายก็ไปเหอะอย่าลืมกลับมาให้ทันเวลาเข้างานล่ะ งานการมีต้องทำกันทุกคน”

     คนที่ถูกมองข้ามสะบัดหางเสียงอย่างอามรณ์เสียก่อนจะเดินปึงปังออกไปทำเอาคนเป็นน้องลอบขำที่อาเฮียของตัวเองโดนไม้แข็งเสียบ้าง เมื่อน้องแพมลุกขึ้นมาต่อสู้กับใจตัวเองโดยเลือกที่จะตัดขาดอะไรต่อมิอะไรก็ชัดจะสนุกขึ้นจนดนุนันท์แทบจะรอวันที่พี่ชายเขาลงแดงตายเพราะคิดถึงคนตัวเล็กไม่ได้เลย

                เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะพากันไปหาอาหารกลางวันทานที่ร้านข้างๆ บริษัทผู้จัดการหนุ่มก็พานักศึกษาฝึกงานที่มีสภาพดีขึ้นกว่าเมื่อเช้าเยอะแล้วลงลิฟท์โดยสารมายังชั้นล่างของอาคาร

                “พี่นันท์ นั่นเพื่อนน้องแพมค่ะชวนเขาไปกับเราได้มั๊ยคะ” เมื่อเห็นว่าร่างสูงของอะตอมอยู่คนเดียวและกำลังจะเดินเลี้ยวไปยังทิศทางที่เธอจะไปหญิงสาวจึงเอ่ยขออนุญาตผู้ชายข้างๆ ก่อน

                “ตามใจน้องแพมครับ” เมื่อพี่ชายอนุญาตพศิกาก็รีบวิ่งถลาไปหาเพื่อนของเธอในทันที กิริยาสดชื่นแจ่มใสของหญิงสาวทำเอาพี่ชายที่เป็นห่วงแสนห่วง ห่วงจับใจค่อยคลายกังวล

                “อะตอม อะตอมรอเราก่อน” เมื่อคิดว่าตัวเองคงตามขายาวๆ ของเพื่อนไม่ทันหญิงสาวจึงตัดสินใจร้องเรียกให้เขาหยุด ซึ่งเป็นไปตามคาดเกียรตินาวีหันมาตามเสียงเรียกในทันที แล้วเมื่อรู้ว่าเป็นใครหน้าหล่อของหนุ่มลูกครึ่งก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

                “เรากำลังจะไปกินข้าวกับพี่นันท์ อะตอมไปกับเรานะ นะ พี่ชายเราไม่ดุหรอก” เมื่อเห็นว่าเพื่อนทำหน้าแปลกๆ หญิงสาวจึงรีบอธิบายขยายความเพราะนึกว่าเกียรตินาวีจะกลัวว่าพี่นันท์จะดุเหมือนพี่นุ

                “ไปด้วยกันเถอะครับน้องแพมคงดีใจที่มีเพื่อนไปด้วย” ดนุนันท์ที่เดินตามมาหลุดปากชวนซ้ำโดยที่เขาเองก็ไม่ทันตั้งตัว หน้าคมๆ กับผิวสีแทนของหนุ่มลูกครึ่งตรงหน้าทำเอาหนุ่มตี๋ชักจะหายใจไม่ทั่วท้องแถมใจสั่นแปลกๆ

                “สวัสดีครับผู้จัดการ” เกียรตินาวียกมือไหว้ก่อนตามมารยาทเพราะเขารู้ว่าพี่นันท์ของพศิกาคือ ดนุนันท์ทายาทคนเล็กของโอ.พี. จิวเวลรี ที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการและต่อไปก็จะขึ้นมาเป็นรองประธานแทนพี่ชายที่ขยับขึ้นไปแทนท่านประธานที่กำลังจะวางมือ

                “พี่นันท์คะนี่อะตอมเพื่อนน้องแพมค่ะเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสเลยทั้งหล่อ ทั้งล่ำ” หญิงสาวถือโอกาสแนะนำให้พี่ชายได้รู้จักเพื่อนของเธอเพราะว่าอะตอมน่าจะรู้จักเขามาบ้างแล้วเธอเลยไม่ได้แนะนำอะไรอีก

                “แล้วตกลงเราจะไปทานอะไรดีครับ” เมื่อทั้งสามคนเดินมาตามซอยแคบๆ ได้พักเดียวดนุนันท์ก็เอ่ยปากถาม ในเวลาเที่ยงตรงแบบนี้ผู้คนตามร้านมักจะพลุกพล่านจนหาที่ว่างยากหน่อย

                “ร้านที่คนน้อยๆ จะมีไหมคะ” เมื่อเห็นจำนวนคิวของผู้คนแล้วหญิงสาวก็ชักจะถอดใจเพราะดูท่าคงต้องรอนาน

                “เดินไปเกือบสุดซอยมีร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ แต่อร่อยมาก เดินไกลหน่อยน้องแพมโอเคไหมคะ” พี่ชายถามความเห็นของน้องสาวก่อนเพราะกลัวว่าพาเธอเดินไปไกลแล้วยัยตัวเปี๊ยกอาจจะไม่ชอบใจขึ้นมา

                “แพมไม่มีปัญหาค่ะ แล้วอะตอมล่ะว่าไง”

                “เรากินอะไรก็” อะตอมพูดไปยิ้มไปตามประสาผู้ชายอารมณ์ดีซึ่งเจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่ามีคนที่มองแล้วแอบใจกระตุกตามยิ้มกวนๆ แบบนั้น

                ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดนุนันท์แนะนำนั้นเป็นร้านเล็กๆ ที่อยู่เกือบสุดซอยแต่อร่อยมากอย่างที่คนเป็นพี่คุยไว้จริงๆ ไม่เสียแรงเลยที่เดินกันมาไกล แต่นอกจากความอร่อยแล้วดนุนันท์เลือกที่จะพาพศิกามาเพราะมีนัยอื่นแอบแฝงซุกซ่อน อันที่จริงเขานัดกับเฮียนุเอาไว้กลางวันนี้แถมจองโต๊ะไว้ก่อนซึ่งพี่ชายต้องมาทานข้าวกลางวันที่นี่แน่ แล้วเขาก็แค่ทำตามแผนให้พี่ชายได้มาเห็นเวลาน้องแพมมีผู้ชายอื่นดูแลถ้าจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ให้มันรู้ไป

                “อะตอมกินบ้างเถอะเราพุงจะแตกแล้ว” หญิงสาวพูดยิ้มๆ เมื่อเพื่อนชายขยันตักอาหารให้เธอทานเรื่อยๆ เขาแบ่งข้าวปั้นอร่อยๆ ให้เธอชิม ตัวเธอเองก็แบ่งปลาดิบให้เขาบ้าง

     “ร้านนี้อร่อยสมกับที่พี่โม้ไว้มั๊ยน้องแพม” เมื่อเห็นน่องสาวเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดีคนเป็นพี่ก็โล่งใจ เวลานี้พศิกาดูผ่อนคลายและมีความร่าเริงตามปกติเรียบร้อยแล้ว

                “อร่อยมากกก ก ไก่ร้อยตัวเลยค่ะน้องแพมชอบ แล้วอะตอมชอบมั๊ย”

                “เราก็ชอบ” เด็กหนุ่มตอบออกมาได้แค่นั้นเพราะรู้สึกเกร็งๆ จนเหมือนจะพูดไม่ออก ทุกครั้งที่เขาสบตากับหนุ่มตี๋ตรงหน้าทำไมใจมันกระตุกพิกล

                ทั้งสามคนทานไปคุยไปก็สนุกดีมันแน่นอนที่สิทธิ์ผูกขาดการคุยนั้นต้องเป็นของพศิกาเพราะผู้ชายทั้งสองคนยังไม่สนิทกันมากนักแต่เท่าที่ดูทั้งคู่ก็คงพอจะเข้ากันได้ดีประมาณนึง และระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังสนุกสนานผู้ชายตัวโตที่นั่งหลบมุมอยู่นั่นสิกำลังจะอกแตกตาย เขาชักจะหงุดหงิดที่ไอ้หนุ่มลูกครึ่งนั้นขยันตักอาหารให้ยัยคุณหนูจนเกือบจะป้อน ส่วนไอ้น้องชายตัวดีก็เดี๋ยวเช็ดปากให้แถมเอาผมทัดหูให้กันอีก... ถึงเนื้อถึงตัวกันเข้าไปสิ

                ดนุเดชนั่งกินข้าวอย่างไม่มีความสุขอาหารจานโปรดมีรสชาติฝืนเฝื่อนเหมือนขี้เลื่อยจนกลืนลงคอยากลำบาก เขาพยายามตั้งสติถามตัวเองว่าจะหงุดหงิดทำไมนักหนาตั้งแต่ยัยเปี๊ยกบอกว่าไม่มีทางที่งานหมั้นจะเกิดขึ้น ยิ่งมาย้ำด้วยภาพที่เธอมีผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาสองคนคอยพะเน้าพะนอยิ่งทำให้ท่านรองหนุ่มยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ

                ทั้งๆ ที่เขาบอกเธอแล้วแท้ๆ ว่าให้ระวังตัวเรื่องคบหาผู้ชายแต่ยังไม่ทันจะข้ามวันก็ควงสองมากินข้าว ถ้าใจคอพศิกาจะไม่รักษาหน้าเขาแบบนี้เขาก็คงไม่จำเป็นต้องไปออมชอมถนอมน้ำใจเธอเหมือนกัน

 

#

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #

 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha