พศิกา (ซีรี่ย์ดรุณีแรกรัก)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : 3 (2/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

     หลังจากพยายามว่างร่างเล็กที่กำลังดีดเป็นกุ้งลงบนโซฟาในห้องรับแขกอย่างเบามือที่สุด ดนุเดชก็พยายามข่มใจพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ยัยเปี๊ยกคงไม่รู้ตัวเลยว่าจังหวะที่เธอเอาแต่ดีดดิ้นนั้นสะโพกแน่นๆ สมวัยสาวมันถูไถจนอะไรต่อมิอะไรของเขามันตื่นไปหมด

                “แล้วทำไมต้องมาคุยที่นี่ด้วยคะทำไมไม่ไปคุยกันที่บ้าน”

                “ที่นี่ก็บ้าน”

                “ฮึ๊ย!

     เมื่อรู้ตัวว่าไม่มีทางเถียงชนะพศิกาก็ได้แต่ทำเสียงขัดใจในลำคอ เธอไม่รู้จริงๆ ว่าผู้ชายหน้าหล่อคนนี้จะทำเรื่องราวให้มันยุ่งยากไปทำไมกันถ้าต่างคนต่างอยู่เหมือนเมื่อก่อนพอครบสี่เดือนตัวเธอก็น่าจะพอตัดใจได้ แต่เท่าที่เห็นดนุเดชเหมือนพยายามเข้าใกล้เธอมากเกินความจำเป็น นี่เธอไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไปใช่ไหม?

                “อย่ามาทำหน้าแบบนั้นนะบับเบิลล์เธอมีความผิดติดตัวอยู่” ได้ทีคนจอมวางแผนก็พยายามป้อนความผิดที่เธอไม่ตั้งใจจะก่อให้แบบเต็มๆ ทั้งหมดที่เขาเห็นในวันนี้ชายหนุ่มเหมาว่าพศิกาเป็นคนผิดทั้งนั้นแหละ ไม่มีเหตุผลสนับสนุนการกระทำครั้งนี้จะว่าเขางี่เง่าก็ได้แต่การที่เธอถูกล้อมหน้าล้อมหลังด้วยผู้ชายแม้หนึ่งในนั้นจะเป็นน้องชายแท้ๆ เขาก็ไม่พอใจ

                “น้องแพมไปทำอะไรให้พี่นุคะ”

                “เพิ่งรู้ว่าพาวเวอร์พัฟเกิร์ลก็ความจำสั้น ฉันเพิ่งพูดเรื่องนี้ไปเมื่อเช้าหรือว่าเมื่อกลางวันอาหารญี่ปุ่นมันอร่อยจนล้างสมองเธอไปด้วย” ดนุเดชลุกขึ้นยืนจังก้าดวงตาเล็กรีจ้องเขม็งอยู่ที่คนตัวเล็กบนโซฟาอย่างเอาเรื่อง

                “น้องแพมไม่รู้จริงๆ นี่คะว่าไปทำอะไรให้พี่นุไม่พอใจตอนไหนอีก น้องแพมก็ไม่ได้เข้าใกล้พี่นุสักนิดเลย... ไม่เลยจริงๆ” น้ำตาแห่งความน้อยใจรื้นขึ้นคลอนัยน์ตาสีรัตติกาลของเธออีกครั้ง

     หญิงสาวอยากจะตีตัวเองนักเพราะพักนี้รู้สึกจะอ่อนไหวเหลือเกินนะพศิกาเขาพูดนิดพูดหน่อยเธอก็ตั้งหน้าตั้งตาจะร้องให้อยู่เรื่อย ยิ่งรู้ว่าเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ๆ เขามันหดกระชับสั้นเข้าทุกวันเธอยิ่งอยากจะร้องไห้งอแง อยากทดเวลาทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าโอกาสนั้นคนตรงหน้าไม่มีทางที่จะหยิบยื่นให้เธออย่างแน่นอน

     “เธอไม่เข้าใกล้ฉันก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิ์ไปเข้าใกล้ผู้ชายคนอื่นถ้าใครมาเห็นว่าที่คู่หมั้นของรองประธานโอ.พี. จิวเวลรี นั่งเป็นง่อยให้ผู้ชายป้อนข้าวป้อนน้ำฉันจะเสียชื่อขนาดไหน”

     “น้องแพมขอโทษค่ะ พี่นุมีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหมคะ”

     หญิงสาวกระพุ่มมือไหว้ขอโทษทั้งๆ ที่น้ำตายังไหลอาบแก้ม เธอเหนื่อยจะอธิบายเพราะพูดไปเขาก็หาว่าเธอเถียงอีก ทั้งๆ ที่ผู้ชายที่เธอไปทานข้าวกลางวันด้วยนั้นคือพี่นันท์น้องชายแท้ๆ ของเขากับอะตอมเพื่อร่วมสถาบันของเธอเอง เรื่องแค่นี้ทำไมเขาจะต้องเก็บเอามาเป็นอารมณ์

                “ถ้าพี่นุจะพูดเรื่องเมื่อกลางวันนี้น้องแพมก็ขอโทษอีกครั้งก็แล้วกันค่ะ ต่อไปน้องแพมจะไม่ทำอีก” เมื่อเห็นว่าเขายังยืนนิ่งจ้องหน้าเธอชนิดที่เรียกได้ว่าตาไม่กระพริบหญิงสาวจึงพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง ให้มันช้าและชัดกว่าเดิม

                “ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอจะไม่ทำอีก” เส้นคิ้วดกหนาเหนือดวงตาเล็กรีเลิกขึ้นน้อยๆ อย่างกวนประสาท

                “น้องแพมสัญญาแล้วน้องแพมจะไม่ผิดคำพูดค่ะ” หญิงสาวขยับตัวให้นั่งตั้งตรงเพราะตอนนี้เธอก็ชักจะมีอารมณ์กรุ่นโกรธเบาๆ ไม่รู้ว่าพี่ชายที่เธอแอบรักไปกินอะไรผิดสำแดงมาถึงได้มีนิสัยจ้ำจี้จ้ำไชน่ารำคาญเช่นนี้

                “ฉันไม่เชื่อ... เด็กดื้อต้องถูกลงโทษ” เขายื่นหน้าหล่อเหลาเข้ามากระซิบเสียงต่ำติดหูของพศิกา ลมหายใจอุ่นๆ ที่ป้ายปัดผ่านแก้มนวลเพียงแผ่วเบานั้นส่งผลให้แก้มขาวๆ ขึ้นสีได้ไม่ยาก

                “พี่นุจะ อุ๊บ!” ไม่ทันที่ริมฝีปากช่างเถียงนั้นจะพูดจบริมฝีปากร้อนๆ ของคนตัวโตก็บุกจู่โจมในทันที เขาจงใจบดบี้กลีบปากของพศิกาอย่างดุดันแถมยังแกล้งกัดเบาๆ ให้พอรู้สึกเจ็บจี๊ดก่อนจะคลายคมฟันเปลี่ยนมาดูดดึงเนื้ออ่อนๆ ที่เขากัดไปเมื่อครู่อย่างเอาใจ

                หญิงสาวได้แต่หลับตาปี๋ทำตัวแข็งทื่อเพราะตกใจจากสัมผัสใกล้ชิดที่เพิ่งเคยได้รับ มันจะดีแค่ไหนถ้าเขาบรรจงจูบเธอด้วยความเสน่หาไม่ใช่ใช้เธอเป็นที่ระบายโทสะเหมือนที่ทำอยู่ในเวลานี้ คิดแล้วน้ำอุ่นใสก็ไหลรินลงมาอีกครั้งเพราะสุดท้ายแล้วดนุเดชก็ทำเหมือนเธอเป็นดอกไม้ไร้ราคา การที่เธอมีใจให้เขามานานไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีสิทธิ์ทำการจาบจ้วงกับร่างกายของเธอเช่นนี้

                ฝ่ายคนตัวโตที่กำลังมัวเมากับความหอมหวานจากกลีบปากบอบบางของหญิงสาวถึงกับชะงักค้างเมื่อสัมผัสได้ว่าคนตัวเล็กที่เขากำลังเอาเปรียบกำลังร้องไห้ แม้เธอจะไม่ส่งเสียงแต่อาการกลั้นกลืนฝืนสะอื้นไว้ก็ทำให้ยัยเปี๊ยกถึงกับตัวสั่นน้อยๆ เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงอยากจูบพศิกาเขาแค่อยากทำก็เลยทำ แถมรสชาติของเธอก็อร่อยเป็นบ้าโอกาสแบบนี้เห็นทีจะหายากเมื่อมีโอกาสเหมาะคงต้องชิมให้คุ้มเสียหน่อย

                ดนุเดชละริมฝีปากออกจากความเย้ายวนของกลีบปากอิ่มที่บวมเจ่อน้อยๆ อย่างแสนเสียดายแต่เขาก็ยังไม่ได้หยุด ชายหนุ่มเพียงแค่เปลี่ยนเป้าหมายไปจูบซับหยาดน้ำตาที่สองข้างแก้ม เขาบรรจงจูบสลับไปมาทั่วดวงหน้าหวานเพื่อให้แน่ใจว่าหยาดน้ำตาทั้งหมดเหือดแห้งสนิทดีแล้วจึงส่งจมูกโด่งสวยซุกซนเข้าดอมดมเนื้อกายสาวตั้งแต่พวกแก้มแดงเพราะซับสีเลือดเรื่อยลงมาถึงซอกคอขาวที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นกายสาวในวัยกำดัด

                นาทีนี้อารมณ์หนุ่มก็ชักจะพลุ่งพล่านส่วนด้านพศิกาเองก็กำลังสั่นเทิ้มไปทั้งร่างเพราะความไร้เดียงสาเธอพยายามบิดกายหนีความรัญจวนอย่างไร้จริตแต่มีหรือชายผู้ช่ำชองในเกมรักจะยอมให้เธอได้มีโอกาสปัดป้องร่างกายให้รอดพ้นจากความเอาแต่ใจของเขา

                “พี่นุอย่า!

                “พี่นุไม่เอานะ”

                กลีบปากที่บวมช้ำครวญขอความเห็นใจเสียงแผ่ว ยิ่งเธอห้ามก็เหมือนยิ่งเป็นการโหมเชื้อไฟเพราะเสียงหวานเกือบจะเป็นเสียงครางบวกกับกายสาวที่เปลือยเปล่าท่อนบนนั้นแดงเป็นกุ้งท้าทายสายตาให้เขาสัมผัส ทั้งๆ ที่พศิกาไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ในทางตรงกันข้ามเธอทั้งปัดป้องและร้องขอให้เขาหยุดซึ่งดนุเดชก็เห็นแก่ตัวเกินกว่าจะสนใจกิริยาอาการทัดทานของคนใต้ร่าง

                “พะ พี่นุ แพมบอกให้หยุด” พศิกาดิ้นรนหนักขึ้นเมื่อมือหนาพยายามรูดกระโปรงนักศึกษาตัวแคบให้พ้นออกจากสะโพกกลมกลึง เธอทั้งดิ้นและทุบตีเขาแต่แรงเท่ามดกัดคนอย่างดนุเดชก็ไม่ได้ระคายผิว หญิงสาวพยายามดิ้นหนีแม้จะยังมึนงงจากรสจูบที่ขมน้อยๆ เพราะเครื่องดื่มที่เขาดื่มมันไปก่อนหน้า อาการหูอื้อตาลายในตอนนี้ไม่รู้มันเกิดจากริมฝีปากบางเฉียบของเขาหรือเพราะแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่กับปลายลิ้นร้ายกาจของชายหนุ่มกันแน่

                “อยู่นิ่งๆ ถ้าทำตัวดีๆ เธออาจจะได้เป็นคู่หมั้นฉันจริงๆ ก็ได้นะพศิกาของอย่างนี้มันต้องมีทดลองใช้กันบ้างสิ”

                “...”

                สิ้นถ้อยคำหยามเกียรติหญิงสาวก็นอนนิ่งไม่ไหวติงและไม่รับรู้สิ่งใด สุดท้ายผู้หญิงที่ไปชอบผู้ชายก่อนก็ถูกมองเป็นผู้หญิงไม่ดี ไร้ค่า ไร้ราคา ดนุเดชพิสูจน์ให้เธอรู้แจ้งแล้วว่าสุดท้ายเขาก็ตีราคาเธอแค่นั้น เพราะเธอรักเขาง่ายๆ ชายหนุ่มคงจะมองว่าเธอง่ายทั้งตัวง่ายทั้งใจไปแล้วกระมัง

                คนเห็นแก่ตัวกำลังมัวเมากับความหอมหวานของกุหลาบแรกแย้มจนไม่สังเกตอาการสั่นไหวของร่างเล็กๆ ที่จิตใจกำลังบอบช้ำ แรงสั่นสะท้านของหญิงสาวไม่ได้เกิดจากอารมณ์หวามไหวหรือความซ่านเสียวในสิ่งที่เขากำลังปรนเปรอแต่เธอกำลังสั่นเพราะแรงสะอื้นไห้ หยาดน้ำตามากมายไหลหลั่งแต่ดนุเดชคงไม่ทันจะสังเกตเห็น ยามนี้ให้เขาเดินไปทัวร์นรกสักรอบก็ได้ถ้ามันแลกมาด้วยการได้ลิ้มรสกลีบกุหลาบบอบบางที่อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกเขา

                ลิ้นหนากดจ้วงปาดเลียกลีบดอกไม้สีชมพูสดที่ปิดสนิทอย่างไม่รีรอทุกจังหวะที่ลิ้นร้ายไล้ลากผ่านเขาจงใจตีตราตอกย้ำให้พศิกาได้รู้ว่าเธอไม่มีทางให้ใครสัมผัสเธอลึกซึ้งแบบนี้ได้นอกจากเขาเพียงผู้เดียว ทั้งมือทั้งลิ้นเขาเขาปลุกเร้าอย่างรุนแรงจนร่างเล็กเกร็งกระตุกขับของเหลวสีใสออกมาให้เขาละเลียดลิ้นละเลงมันอย่างท่วมท้น

                “รู้สึกดีไหมยัยเปี๊ยก” ชายหนุ่มเงยหน้าจากความหอมหวานมาเอ่ยปากถามด้วยดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มในอารมณ์ที่ใกล้จะปะทุเขายอมรับอย่างไม่อายเลยว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เขาจะลงทุนปรนเปรอมากเท่านี้มาก่อน พศิกาเป็นคนแรกที่เขาตั้งใจฉกชิมความหอมหวานกลางกลายสาวอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ ความคับแน่นที่ปลายนิ้วเขาได้สัมผัสเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีว่าพศิกาสะอาดและไร้เดียงสากว่าผู้หญิงทั้งหมดที่เขาเคยผ่านๆ มา

                “คะ คุณพอใจหรือยัง” สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอาดนุเดชต้องจำใจผละจากขนมหวานจานอร่อย แล้วสิ่งที่เขาเห็นเต็มๆ ตาก็ทำให้หน้าของชายหนุ่มถึงกับชาเหมือนโดนไม้หน้าสามฟาดกลางกบาล

                พศิกานอนมองหน้าเขาด้วยแววตาเหม่อลอยเปลือกตาบอบบางของเธอแดงช้ำมิหนำซ้ำปากเธอก็แตกจะแทบดูไม่ได้มือเล็กๆ ถูกเจ้าของพยายามใช้มันปกปิดจุดสงวนทั้งสองเต้าตึงที่ปลายยอดสีชมพูน่ารัก รวมถึงดอกไม้งามกลางกายที่เขาไม่อยากผละห่างเธอก็พยายามหนีบขาบดบังมันเอาไว้เสียแน่น

                “แพม”

                “ฉันถามว่าคุณพอใจหรือยัง” น้ำเสียงแสนเจ็บปวดกรีดผ่านริมฝีปากที่แตกเป็นแผลเพราะรอยฟันเล็กๆ ของเจ้าตัว มิน่าล่ะตอนที่เขาปลุกเร้าเธอหญิงสาวถึงไม่ส่งเสียงครางออกมาให้ได้ยินสักแอะ ก็เล่นกัดปากตัวเองจนแตกยับเยินขนาดนั้น

                “คือ พี่ คือ แพม...” สายตาที่ทั้งเจ็บปวดและว่างเปล่าทำเอาคนตัวโตที่คิดตลอดว่าตนนั้นเป็นต่อถึงกับเจ็บหนึบๆ ที่อกข้างซ้าย เขาแค่อยากให้พศิการับรู้ว่าตัวเองเป็นของใครและใครกันที่มีสิทธิ์ในตัวเธอ

                “อย่า มา แตะ ต้อง ฉัน!” หญิงสาวขู่ฟ่อเมื่อดนุเดชพยายามจะประคองร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนให้ลุกขึ้นนั่ง สำหรับเธอมันหมดแล้ว เธอพอแล้วถ้าเขาไม่รักไม่ชอบก็ไม่น่าจะมาหักหาญน้ำใจให้ต้องอับอายแบบนี้ แม้เขาจะไม่ได้ล่วงล้ำเธอด้วยสิ่งนั้นแต่ไม่มีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนหรอกจะมานอนแก้ผ้าอ้าขาให้ผู้ชายกอดจูบลูบคลำไปทั่วทั้งตัวแบบนี้

                “เราต้องคุยกัน” เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กพยายามลุกขึ้นนั่งกอดเข่าบดบังร่างเปลือยตัวเองอยู่บนโซฟาดนุเดชจึงแกล้งพูดเสียงดังเข้าใส่เพราะมันใช้ได้ผลมาตลอดคือถ้าเขาดุตั้งแต่เล็กจนโตพศิกาก็จะยอมเชื่อฟัง แต่เขาคงไม่รู้เลยว่านับจากนาทีนี้ไปเธอจะไม่มีทางฟังอะไรจากเขาอีกแล้ว

                “แต่ฉันไม่อยากคุย นี่ไงที่คุณบอกว่าจะคุยแล้วดูสิ่งที่คุณทำกับฉันสิ” ดวงตากลมโตของหญิงสาวยังคงว่างเปล่าความอ้างว้างในดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นทำเอาดนุเดชชักจะหวั่นใจ นี่เขาแกล้งเธอแรงไปหรือไงนะแม่แมวน้อยถึงกลายร่างเป็นแม่เสือสาวไปได้

                “ถ้าคุณไม่รักไม่ชอบกันก็บอกฉันดีๆ ก็ได้นี่คะ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะอย่างน้อยสิ่งที่คุณทำมันก็ช่วยให้ฉันตัดสินใจอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น” พูดจบพศิกาก็ตัดสินใจยืนขึ้นเพื่อควานหาเสื้อผ้าที่เขาถอดทิ้งเรี่ยราดไปทั่ว มือน้อยสั่นเทาระหว่างที่หยิบเสื้อผ้าจากพื้นมาสวมใส่ทีละชิ้น ทีละชิ้น เธอมันโง่เองที่เชื่อใจเขา โง่เองที่ตามเขามาจนเกิดเรื่องน่าอายขึ้นแบบนี้

                เธอเองก็ผิดที่ไม่ต่อสู้ปัดป้องทั้งหมดมันก็เพราะว่าเธอรักเขาจึงมีเผลอตัวเผลอใจ แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าตัวเองนั้นโง่งม ใครไม่มาเป็นพศิกาจะรู้ไหมว่าคำพูดที่บาดลึกให้เธอได้รอยแผลเพิ่มที่หัวใจมันทำให้เธอเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

                “ของอย่างนี้มันต้องมีทดลองใช้กันบ้างสิ” เธอมันแค่สิ่งของทดลองใช้ในสายตาเขา เชิญคุณดนุเดช โอภาตั้งตระกูล ชื่นชมความอับอายของเธอที่เขาฉกฉวยไปให้พอเถอะเพราะนั่นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะได้จากผู้หญิงคนนี้ เวลาครึ่งชีวิตที่เธอทุ่มเทให้ไปมันไม่มีค่าต่อไปเธอจะเก็บมันมารักษาใจตัวเอง

                “แพม” เมื่อเห็นว่าพศิกาก้มหน้าใส่เสื้อผ้าไม่สนใจเขาดนุเดชจึงเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความงงงันและสั่นพร่า สงสัยงานนี้เขาจะเล่นแรงไปจริงๆ

                “แพม พี่ล้อเล่น”

            เพี๊ยะ!

                ดนุเดชมีอาการแก้วหูลั่นในทันทีที่มือเล็กสะบัดใส่ซีกหน้าด้านซ้ายของเขา พศิกาตบเขาจนหน้าหันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ แค่นี้จะมีแรงมหาศาล เมื่อกี้เธอยังตัวอ่อนนอนครางอยู่แท้ๆ

                “ความรู้สึกของฉันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!” พศิกากรีดร้องใส่เขาก่อนที่เธอจะคว้ากระเป๋าวิ่งหนีออกจากบ้านไป ดนุเดชถึงกับยืนเป็นใบ้มือชาหน้าชา กว่าจะรู้สึกตัวได้ว่าต้องตามตัวคนตัวเล็กกลับบ้านเขาก็คลาดจากเธอไปแล้ว

                “หายไปไหนไวจังวะ!” ชายหนุ่มสบถลั่นรถก่อนที่จะขับรถออกไปจากบ้านพักตากอากาศของตัวเองด้วยความหัวเสีย เขาหงุดหงิดจนไม่รู้จักมองซ้ายมองขวาว่าผู้หญิงที่ตัวเองกำลังตามหาเธอแค่นั่งหลบอยู่อีกฝั่งของตัวบ้าน พศิการอเวลาให้เขาออกไปก่อนจะโทรหาชายอีกคนให้มารับเธอกลับบ้าน ผู้ชายอีกคนที่เธอหวังจะพึงพาเขาในเวลานี้และเธอเชื่อใจว่าเขาไม่มีทางจะทำร้ายเธอ

 

                “พี่นันท์คะ มารับน้องแพมกลับบ้านหน่อยนะคะ” 

 

#

น้องแพมกับพี่นุมี E-Book แล้ว ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ

#

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #


 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha