พศิกา (ซีรี่ย์ดรุณีแรกรัก)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : 4 (1/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                “น้องแพมครับ พี่มาแล้ว” ดนุนันท์เหยียบคันเร่งมาจนมิดหลังจากที่รับสายจากน้องสาวที่เขาเห็นเธอมาแต่อ้อนแต่ออก แม้พศิกาจะบอกพิกัดที่แน่ชัดของตัวเองไม่ได้เพราะมัวแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นแต่แค่เธอบอกมาว่าตัวเองถูกไอ้เฮียนุพามาบ้านพักริมทะเลเขาก็รู้แล้วว่าพศิกาอยู่ที่ไหน

                “พี่นันท์ขา” ร่างเล็กถลาออกมาจากหลังบ้านพุ่งตัวเข้าหาอ้อมกอดคนตัวโตอย่างไม่ลังเล ตอนนี้เธอต้องการหาที่พึ่งพิงให้หัวใจดวงน้อยที่บอบช้ำของตัวเอง

                “เข้าบ้านกันก่อนเถอะข้างนอกยุงเยอะ” บ้านพักหลังนี้เป็นของครอบครัวเขา ป๊าซื้อไว้ให้ใช้พักผ่อนทุกคนจึงมีกุญแจไม่ใช่แค่ดนุเดชคนเดียว

                “แต่น้องแพมไม่อยากอยู่ที่นี่ พี่นุพาน้องแพมไปที่อื่นนะ นะคะ” แต่ไหนแต่ไรหญิงสาวมักจะขี้อ้อนแต่ไม่ใช่ว่าจะงอแงไร้เหตุผล เขาควรตามใจเธอเพื่อให้น้องสาวตัวเล็กสบายใจก่อนที่จะสอบถามเรื่องราวว่ามันเป็นยังไงมายังไงไอ้เฮียนุถึงมาทิ้งเธอไว้ที่นี่ได้

                “โทรบอกที่บ้านหรือยังพี่ว่าเราไม่ควรกลับบ้านตอนนี้” สภาพดวงตากลมสวยที่ปูดบวมเป็นตัวยืนยันว่าน้องแพมของเขาผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ถ้าพาเธอกลับไปบ้านดนุนันท์ก็กลัวว่างานจะเข้า

                “คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่บ้านค่ะ แต่น้องแพมโทรไปบอกที่บ้านเอาไว้แล้ว” หลังจากที่โทรตามให้พี่นันท์มารับเรียบร้อยแล้วพศิกาก็ข่มใจโทรไปที่บ้านบอกแม่บ้านเก่าแก่ว่าเธอจะมาเที่ยวกับเพื่อนซึ่งที่บ้านก็เข้าใจดีเพราะคุณหนูแพมก็ไปค้างกับเพื่อนสนิทคือเพียงพธูและปณาลีอยู่บ่อยครั้งจึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

                “งั้นกลับไปอยู่คอนโดพี่ก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” ชายหนุ่มรุนหลังสาวน้อยให้เดินไปขึ้นรถก่อนที่เขาจะก้าวขายาวๆ ขึ้นไปนั่งประจำที่และออกรถด้วยความเร็วสูงแต่ยังคงนุ่มนวลเพื่อรีบพาน้องสาวตัวน้อยกลับไปพักผ่อน แล้วเขาจะต้องรูให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างน้องแพมกับพี่ชาย มันต้องเป็นเรื่องใหญ่ไม่งั้นพศิกาคงไม่ร้องไห้จนเพลียหลับไปเช่นนี้แน่ๆ

               

     “แพม น้องแพมตื่นครับ”

                “แพมลุกไหวมั๊ยถึงคอนโดพี่แล้วนะ” ดนุนันท์ใช้มื่อใหญ่แตะลงเบาๆ ที่ท่อนแขนเล็กของคนที่นอนหลับสนิท เขาเขย่าอยู่สักพักพศิกาถึงลืมตาสะลึมสะลือขึ้นมา

                “พี่นันท์ว่าไงนะคะ” มือบอบบางถูกยกขึ้นลูบหน้าลูบตาคล้ายจะเรียกสติก่อนที่เธอจะถามคนข้างๆ เพราะสิ่งที่เขาพูดเมื่อสักครู่นั้นเธอได้ยินไม่ถนัดเลย

                “พี่ถามว่าเราลุกไหวหรือเปล่า”

                “แพมไหวค่ะ” หญิงสาวระบายยิ้มเกร็งๆ ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วลงจากรถ จากนั้นก็ปล่อยให้พี่ชายตัวโตเดินนำเข้าไปยังคอนโด

                “ขอโทษที่น้องแพมมารบกวนพี่นันท์นะคะ” หลังจากเดินตามชายหนุ่มร่างสูงใหญ่มาจนถึงห้องพัก เธอลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะก้าวขาตามเข้าไปในห้องช้าๆ พศิกาเพิ่งนึกได้ในนาทีนี้เองว่าเธอเป็นผู้หญิงแล้วดนุนันท์ก็เป็นผู้ชายยังไงก็ไม่ควรมาอยู่กันตามลำพังในที่ลับตาคนเช่นนี้

                “ไม่ต้องคิดมากยังไงน้องแพมก็เหมือนน้องแท้ๆ ของพี่ ในวันที่เรามีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็ขอให้บอกพี่ละกัน พี่ยินดีจะช่วยเราเสมอนะ” มือใหญ่หนาแต่ทว่าอ่อนนุ่มของดนุนันท์สัมผัสลงที่กลุ่มผมยาวสลวยที่ตอนนี้มันพันกันยุ่งเหยิงลูบไล้เบาๆ เป็นการปลอบขวัญ

                “ไม่ร้องแล้วนะรับน้องแพม” เมื่อเห็นน้องสาวตัวน้อยเริ่มจะเบ้หน้าเสียงทุ้มหวานจึงร้องปลอบก่อนที่มือขาวสะอาดของชายไยเชื้อสายจีนจะเลื่อนลงมากอบกุมือเล็กแบบบางของหญิงสาวเอาไว้ แล้วก็จับจูงเธอไปยังห้องนอนของตัวเอง จริงๆ คอนโดของเขามีสองห้องนอนแต่ห้องเล็กนั้นมันยังไม่ได้ทำความสะอาดชายหนุ่มจึงเลือกที่จะให้หญิงสาวเข้าไปพักในห้องนอนของตนเอง

                “ขอบคุณพี่นันท์จริงๆ นะคะ” ริมฝีปากอิ่มที่ยังเหลือร่องรอยแตกช้ำกล่าวขอบคุณซ้ำที่คนตรงหน้าอุตส่าห์มีแก่ใจไปรับเธอมาตั้งไกลแถมยังเป็นยามวิกาลเช่นนี้อีก

                “ไม่เป็นไรครับแต่พี่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเฮียถึงทิ้งน้องแพมไว้ที่นั่น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันคืนนี้พักผ่อนซะ ข้าวของเครื่องใช้ห้องนี้น้องแพมจัดการใช้ตามสบายพี่จะออกไปนอนข้างนอกนะครับ” เมื่อพูดจบดนุนันท์ก็เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนสำหรับตัวเองหนึ่งชุดสำหรับหญิงสาวหนึ่งชุดพร้อมด้วยผ้าเช็ดตัวอีกสองผืน

                “ไปอาบน้ำให้สบายแล้วพักผ่อน ฝันดีนะครับน้องแพม”

                “ฝันดีค่ะพี่นันท์”

                หลังจากที่ดนุนันท์เดินออกจากห้องนอนไปได้พักใหญ่ๆ พศิกายังยืนงงอยู่ที่เดิมอีกสักพัก เธอใช้ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วห้องนอนที่ถูกตกแต่งเรียบง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา เตียงนอนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องนั้นถูกคลุมด้วยผ้านวมสีเขียวอ่อนๆ ดูแล้วสบายตา จะว่าไปห้องของชายหนุ่มนั้นถูกจัดด้วยสีขาวและเขียวไล่เฉดกันไปดูแล้วช่างสบายตาเหลือเกิน

                หลังจากยืนชื่นชมบรรยากาศภายในห้องพักพิงอิงกายแบบเฉพาะกิจไปพักใหญ่ๆ พศิกาก็ก้าวขาเข้าไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่งของห้อง มือเล็กบอบบางค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ติดกายออกและเมื่อหญิงสาวเห้เนื้อตัวเปลือยเปล่าของตัวเองน้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไปก็ยิ่งรินไหลลงมาเป็นทาง

                ปลายนิ้วเรียวงามเคลื่อนไปแตะตามร่องรอยช้ำเป็นจ้ำตามเนื้อขาวๆ อย่างช้าๆ ดนุเดชเหมือนจะตีตราเธอเอาไว้ทั้งร่าง รอยแดงเล็กใหญ่มากมายเกิดขึ้นตั้งแต่บริเวณซอกคอขาวเรื่อยลงไปจนถึงเนื้ออ่อนๆ ของต้นขาด้านใน แสดงว่าไม่มีสักตารางนิ้วในร่างกายเธอที่มันจะรอดพ้นจากริมฝีปากของคนใจร้ายไปได้

                พศิกายืนปล่อยให้สายน้ำช่วยชะล้างความโศกเศร้าทั้งหลายให้ไหลออกไปตั้งแต่พรุ่งนี้เธอจะเป็นคนใหม่จะไม่มีอักแล้วพศิกาคนอ่อนแอที่ยอมแพ้ให้ผู้ชายคนหนึ่งเพียงเพราะคำว่ารัก เธอจะวางตัววางใจให้ไกลห่างจากเขาแล้วหันกลับมารักตัวเองให้มากขึ้น

                “มันจบแล้ว” เสียงหวานที่สั่นพร่าพูดย้ำซ้ำๆ เหมือนต้องการตอกฝังความรู้สึกที่เจ็บช้ำให้ลึกลงไปในใจดวงน้อยๆ เธอพอแล้ว เธอหยุดแล้วและไม่มีทางที่พศิกาคนนี้จะยอมให้ผู้ชายคนนั้นมาหยามเกียรติเธอได้อีกอย่างแน่นอน

 

                เสียงเอะอะปึงปังที่ดังอยู่ด้านนอกทำเอาคนที่เพิ่งข่มตาให้นอนหลับได้เมื่อตอนรุ่งสางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หญิงสาวได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกันที่ด้านนอกเธอจึงตัดสินใจย่องลงจากเตียงแล้วเปิดประตูออกไปทันที

 

                พลั่ก พลั่ก

                “กูถามว่ามึงทำอะไรน้องแพม ไอ้เฮียเหี้ย” ดนุนันท์ง้างหมัดซัดปากพี่ชายที่ยืนเซซังเหมือนคนไม่มีสติซะสองทีติด

               

                พลั่ก

                “มึงกล้าเรียกเฮียว่าเหี้ยหรอไอ้น้องเวร” ดนุเดชสวนกลับพร้อมสบถด่าอย่างอารมณ์เสีย อันที่จริงเขาเมาเสียจนแทบไม่มีสติหลังจากที่เที่ยววนขับรถตามหาพศิกาไปทั่ว พอรู้ตัวอีกทีเขาก็วกรถเข้าผับนั่งดื่มจนฟ้าแทบสางจากนั้นก็จัดการขับรถมาคอนโดน้องชายเพราะคิดจะมาขอคำปรึกษา

                แต่ไม่ทันจะเอ่ยปากอะไรดนุนันท์ที่เห็นว่าใครมากดกริ่งที่ประตูก็สาวหมัดใส่หน้าอาเฮียแล้วทั้งสองคนก็ตั้งหน้าตั้งตาแลกหมัดกันอุตลุตจนถึงตอนนี้

                “หยุดนะ! พศิกาตัดสินใจร้องตะโกนสุดสียงเมื่อเห็นว่าดนุเดชกำลังจะง้างหมัดแน่นๆ ใส่หน้าน้องชาย จังหวะที่เธอตะโกนมันทำให้เขาเสียหลังจนดนุนันท์ใช้เท้าถีบพี่ชายร่วงไปกองกับพื้น

                “ไอ้นันท์” พี่ชายคำรามสียงต่ำก่อนที่ดวงตาชั้นเดียวเล็กเรียวจะบิกกว้าง พศิกาที่ทำเขาใจร้อนเป็นไฟวุ่นวายตามหามาทั้งคืนกำลังโอบประคองร่างสูงของน้องชายๆ แท้ๆ ของเขาพลางใช้มือเล็กๆ นุ่มนิ่มของเธอลูบไล้ไปที่หน้าหล่อๆ นั้นเหมือนจะสำรวจหาบาทแผลด้วยความเป็นห่วง

                แต่สิ่งที่ทำให้คนสร้างปัญหาต้องถลาไปฉุดร่างของเธอเข้ามาในอ้อมกอดก็คือยัยเปี๊ยกอยู่ในสภาพที่สวมเสื้อนอนลายทางตัวโตๆ เพียงแค่ตัวเดียวและจากการพิศเพ่งด้วยสายตาที่เบลอน้อยๆ เขามั่นใจว่านอกจากเสื้อแล้วหญิงสาวไมได้สวมอะไรข้างในอีก มือใหญ่หารีบคว้าร่างเล็กที่ผิวกายนอกผ้าแดงเป็นจ้ำเพราะเขาเป็นตีตราเข้ามาในวงแขน

                “ทำไมมาอยู่ที่นี่ฮะยัยเปี๊ยกไม่รู้หรือไงว่าฉันตามหาเธออยู่ตั้งครึ่งคืน” คนตัวโตตวาดใส่เมื่อหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขนเริ่มดีดดิ้นบิดตัวหนี

                “ปล่อยฉัน”

                “ฉันบอกว่าให้คุณปล่อยไงหูดับไปแล้วหรือ เมื่อพศิกากรีดร้องเป็นครั้งที่สองไม่ใช่แค่อาตี๋ใหญ่แห่งโอ.พี. จิวเวลรีจะตกใจกับสรรพนามอันแสนห่างเหิน อาตี๋เล็กที่ยืนปากแตกอยู่ก็ตกใจในสิ่งที่น้องสาวตัวน้อยพูดออกมาเหมือนกัน

            “เฮียบอกมาเถอะว่าทำอะไรน้องแพมทำไมน้องถึงไปอยู่พัทยาได้ แล้วไอ้รอยพวกนี้อีกเฮียอย่าบอกนะว่าไม่ใช่ฝีมือเฮีย” ดนุนันท์ตีหน้าขรึมเข้าหาพี่ชายก่อนจะตัดสินใจเปิดคอเสื้อของหญิงสาวในอ้อมกอดของอาตี๋ใหญ่ให้คนต้นเรื่องมันได้เห็นรอยจ้ำช้ำมากมายบนเรือนกายขาวผ่อง เขารู้ว่าคนตัวเล็กจะต้องอายแต่เขาอยากให้คนเป็นพี่ได้รับผิดชอบ

                “ตี๋เล็กเฮียขอคุยเอง” ดนุเดชคิดทบทวนมาแล้วว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นเรื่องใหญ่เขาจึงอยากพูดกับพศิกาให้รู้เรื่องก่อนเพราะดูท่าแล้วหญิงสาวคงจะไม่ยอมรับฟังอะไรง่ายๆ เขาเลยอยากได้เวลาเคลียร์

                “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ พี่นันท์ขาช่วยน้องแพมด้วยค่ะ” เธอกรีดเสียงเข้มให้เจ้าของอ้อมกอดแข็งแกร่งที่กำลังรัดรึงรั้งร่างของเธอเอาไว้ ก่อนจะหันไปหาพี่ชายผู้เป็นที่พึ่งสุดท้ายของตัวเอง

                “ตี๋เล็ก! พี่ชายสั่งเสียงเข้มตาขวางแสดงว่าดนุเดชไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งวุ่นวาย ดนุนันน์จึงตัดสินใจเดินไปเปิดประตูห้องนอนของตนเองออกจนกว้าง

                “พี่ขอโทษครับน้องแพม พี่อยากให้เราคุยกับเฮียก่อนส่วนเฮียถ้าจะรังแกน้องก็คิดซะว่าผมขอ อย่ารุนแรงสนใจความรู้สึกของน้องบ้าง” เขาพูดช้าๆ ชัดๆ พร้อมจ้องตาพี่ชายเครียดเขม็งก่อนจะเดินเลี่ยงหายเข้าไปในห้องนอนแขก

                “อย่า มา ยุ่ง กับ ฉัน” พศิกาขู่ฟ่อเมื่อคนตัวโตพยายามจะฉุดกระชากลากถูเธอเข้าไปในห้องที่เธอใช้อาศัยหลบภัยอยู่เมื่อคืน

                “เอ๊ะ! พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง” หญิงสาวตะโกนลั่นเมื่อดนุเดชลากเธอมาแล้วจับทุ่มลงบนเตียงทั้งๆ ที่เอวบางยังถูกเขารัดไว้แน่น ในตอนแรกหญิงสาวหลับตาปี๋เพราะกลัวจะเจ็บแต่ที่ไหนได้ผู้ชายตัวโตดันเหวี่ยงเธอลงไปทับร่างหนาๆ ของเขาทำให้ตอนนี้พศิกานอนคว่ำหน้าทับไปบนตัวของดนุเดชเต็มๆ

                ดวงตากลมโตเพ่งพิศไปทั่วใบหน้าหล่อเหลาของชายผู้ที่เธอเคยรักสุดหัวใจแต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนเขาก็ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกแล้วว่าความรักและความรู้สึกดีๆ ที่เธอมีให้มาตลอดมันช่างไร้ค่าในสายตาเขา ดนุเดชยังคงอยู่ในชุดเมื่อวานดวงตาเล็กรีของเขามีรอยช้ำแถมยังแดงก่ำเหมือนคนอดนอนแถมยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปนมากับลมหายใจร้อนๆ ของเขาอีก ยิ่งคิดพศิกาก็ยิ่งกังวลกลัวชายหนุ่มจะทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมา

                “อย่าดิ้นสิ... พี่ขอโทษ” น้อยครั้งนักที่ดนุเดชจะเรียกแทนตัวเองว่าพี่ เขามักจะใช้คำนี้ในยามที่เธอขัดใจปกติจะมีใช้แค่คำว่าฉันกับเธอซึ่งฟังแล้วมันช่างห่างเหินเสียเหลือเกิน

                “รู้ไหมว่าพี่ตามหาเราเกือบทั้งคืน?” เขายกมือใหญ่หนาขึ้นมากดศีรษะได้รูปของคนตัวเล็กให้แนบกับอกแน่นๆ นั้นก่อนจะลูบไล้แสดงกิริยาคล้ายกับการปลอบประโลม

                ใจดวงเล็กของคนขี้น้อยใจเต้นตึกตัก แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าตบหัวแล้วลูบหลังถ้าเธอไม่หนีเขาออกมาดนุเดชคงไม่มีทีท่าอ่อนโยนเช่นนี้ เขาคงรู้สึกผิดที่ทำเธอหายไปหรือไม่ก็กลัวจะโดนทางผู้ใหญ่ตำหนิถึงจำต้องมาดูดำดูดีเธอ

                “ปล่อยค่ะ” เมื่อคิดได้ว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมมือน้อยจึงถูกใช้ยันเข้ากับอกกว้างก่อนเธอเธอจะออกแรงดันตัวเองหนี้ออกจากอ้อมกอดเขา มันคงรู้สึกดีกว่านี้มากถ้าเขาโอบกอดเธอเอาไว้ก่อนที่จะทำเรื่องราวน่าบัดสีแบบนั้นกับเธอ

                “คุยกันให้รู้เรื่องก่อนได้ไหมแพม” น้ำเสียงเขาอ่อนลงเหมือนจะวอนขอเพราะใจจริงแล้วชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจว่าร้ายหรือแสดงกิริยาต่ำช้าแบบนั้นออกไป เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้พศิกาไปใกล้ชิดผู้ชายคนไหนนอกจากตัวเขาเอง

                “ไม่ค่ะฉันไม่มีเรื่องจะคุย ฉันเข้าใจทุกอย่างที่คุณต้องการจะบอกดีและไม่ต้องกังวลนะคะฉันจะมีสถานะเป็นคนอื่นตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงสี่เดือนข้างหน้าและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป” สาวน้อยในวงแขนแกร่งเอ่ยถ้อยคำฉาดฉานสาดใส่หน้าชายหนุ่มที่ตั้งท่าจงเกลียดจงชังเธอมาตลอด

                “แพมมันไม่ใช่แบบนั้นนะ” เมื่อเธอมีทีท่าแข็งขืนจนชายหนุ่มที่ชักจะแปลกใจเขาจึงพยายามจะหาทางอธิบายเรื่องราวให้มันชัดเจน


#


น้องแพมกับพี่นุมี E-Book แล้ว ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ

#

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #


 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha