พศิกา (ซีรี่ย์ดรุณีแรกรัก)

โดย: อติญา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : 4 (2/2)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

               “แบบนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ” ริมฝีปากอิ่มที่ยังคงเต็มเป็นด้วยรอยแตกแห้งเหยียดยิ้มแบบฝืนๆ ดวงตากลมโตสีดำสนิทนั้นหม่นเศร้าทำเอาคนมองถึงกับร้าวไปทั้งใจ

     ทำไมเขาต้องรู้สึกแบบนี้มันน่ายินดีจะตายไปที่ยัยเปี๊ยกยอมถอยทัพ แต่อาการวูบๆ โหวงๆ เหมือนจะขาดใจตายนี่คืออะไรกันวะ? ดนุเดชชักจะหัวเสียเขาเริ่มหงุดหงิดกับความรู้สึกของตัวเองเหลือเกิน

 

     “อย่าพูดกับพี่แบบนี้ได้ไหมแพม พี่ขอโทษ” คนตัวโตพูดพลางพลิกร่างน้อยที่กำลังสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นให้ลงมานอนแนบข้างแขนข้างขวาเขายกมันให้ศีรษะเล็กๆ ได้หนุนนอนต่างหมอนส่วนแขนซ้ายเขาใช้มันลูบหลังลูบไหล่แสดงอาการปลอบประโลม

     นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กแต่มันเป็นครั้งแรกที่ดนุเดชเห็นพศิการ้องไห้แล้วใจเขามันดันเจ็บปวด เขาเกลียดน้ำตา เขาเกลียดเวลาที่เธอร้องไห้ และเขาเกลียดที่ตัวเองเป็นคนทำให้เธอต้องมามีสภาพน่าสงสารเช่นนี้

     ตั้งแต่เขาเป็นเด็กในชีวิตของสองตี๋แห่งครอบครัวโอภาตั้งตระกูลก็มีเด็กหญิงแก้มกลมชื่อพศิกาวนเวียนอยู่ตลอดเพราะสองครอบครัวนั้นรู้จักกันมานาน มารดาของเธอและเขาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันการศึกษา เวลาที่สองครอบครัวมีโปรแกรมไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนก็มักจะยกขบวนไปพร้อมกันเสมอ และนั่นก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากสำหรับดนุเดช

     เพราะน้องสาวตัวเล็กคอยจะมาวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ข้างกายไม่ห่าง คอยร้องตามจะขอเล่นด้วยแม้พี่ๆ จะเล่นเตะฟุตบอลหรือเล่นเกมแบบแมนๆ ต่อให้เธอเล่นไม่ไหวเด็กหญิงตัวน้อยก็ขอแค่นั่งเชียร์ส่งกำลังใจเธอก็ยินดี

     แต่หลังจากที่พศิกาวิ่งหนีเขาออกมาจากบ้านพักริมทะเลเมื่อคืนนี้เขาก็รู้สึกถึงรูเล็กๆ ในหัวใจที่กำลังขยายออกเป็นวงกว้างตามลำดับของความเฉยชาจากคนตัวเล็ก สัมผัสที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาแม้เขายังไม่ได้กระทำการรุกล้ำขั้นสุดก็กระตุ้นให้เกิดความหวงแหนและความเห็นแก่ตัวขึ้นได้ไม่ยาก ดนุเดชคงขาดใจหากมีใครมาทับรอยนั้นหากมีชายอื่นมาสัมผัสโนมเนื้อนิ่มเนียนมือที่เขาเพิ่งสัมผัสมันมาเมื่อคืน

     “พี่ขอโทษ น้องแพมขาพี่นุขอโทษ” ยิ่งเขาพร่ำกระซิบคำขอโทษหญิงสาวก็ยิ่งสะอึกสะอื้นจนตัวงอ เธอใช้สองมือขยำกำเสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขาจนมันยู่ยี่คามือ บางจังหวะกำปั้นน้อยๆ ก็ทุบตีลงบนอกแกร่งซ้ำๆ ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ห้าม ไม่ขอให้เธอหยุดสิ่งที่เขาทำคือตระกองกอดเธอเอาไว้แนบกายแบบนั้น


     “บอกได้หรือยังเฮียว่าทำอะไรน้อง” น้องชายที่ย้ายตัวมานั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกยิงคำถามออกมาทันทีเมื่อเฮียสุดที่รักโผล่หน้าหล่อๆ ออกมาจากห้องนอนของเขา

     “ก็อย่างที่เห็นอย่าให้ต้องพูดเลยว่ะน้องจะเสีย” คนเป็นพี่ทิ้งกายลงบนโซฟาอย่างหมดท่า

     “สภาพเฮียแม่งดูไม่จืดตกลงที่ลากน้องแพมไปพัทยานี่คือเอาน้องไปปล้ำทำเมีย? ไหนว่าไม่สนใจไงครับเฮีย” ดนุนันท์ยังรุกไม่เลิกเพราะเขาคิดว่าตัวเองยังไม่ได้คำตอบที่กระจ่างชัดเท่าไร่นัก

     “ยังไม่ได้ปล้ำแค่เกือบๆ” ดนุเดชยอมคายความลับเพราะเขาเองก็รู้ดีว่าไอ้ตี๋เล็กนี่มันพร้อมจะกางปีกปกป้องน้องแพมของมันสุดชีวิต

     “ไม่รักไม่ชอบแล้วไปทำเขาทำไมวะเฮียเดี๋ยวก็เป็นเรื่องเป็นราวจนได้ไหนว่าไม่อยากหมั้น ถ้าป๊ารู้เฮียไม่ได้หมั้นแน่ๆ แต่จะได้แต่งเลย”

     “ไม่รู้โว๊ยกูก็งงตัวเอง” คนเป็นพี่สะบัดหางเสียงอย่างมีอารมณ์ก่อนจะใช้สองมือขยี้ผมสั้นๆ ของตัวเองเหมือนจะหาทางระบายอารมณ์ที่มันปะทุอยู่ในใจ

     “เฮียก็แค่หยุดถ้าไม่คิดอะไรน้องแพมเป็นเด็กดี น้องมันรักเฮียแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน้องจะยอมให้เฮียรังแกหรือทำร้ายจิตใจยังไงก็ได้นะ” คนเป็นน้องพยายามเตือนสติพี่ชาย

     “บอกไม่ถูกว่ะตี๋เล็ก เฮียปวดหัวจะตายห่าละ”

     “งั้นเฮียไปอาบน้ำนอนไปนอนในห้องกับน้องแพมนั่นแหละแค่อย่าทะลึ่งไปทำอะไรให้น้องเสียใจอีกเดี๋ยวผมทำข้าวต้มไว้ให้ตื่นมาจะได้กินกัน” ดนุนันท์ตบบ่าพี่ชายเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารง่ายๆ ให้พี่ชายและน้องสาวที่เขาอยากให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน

     พศิกาเป็นเด็กอ่อนหวานว่าง่ายแต่เวลาเธอดื้อรับรองว่าไอ้พี่ชายของเขาจะต้องกุมกบาลอย่างหนัก แต่ของอย่างงี้มันกรรมใดใครก่อมันคงถึงเวลาที่คนอย่างดนุเดช โอภาตั้งตระกูล จะต้องวิ่งไขว่คว้าตามหาของรักแทนพศิกาที่กำลังจะปล่อยมือ

 

     พศิกาลืมตาตื่นมาหลังจากรู้สึกถึงสัมผัสที่โอบรัดร่างเล็กๆ ของตัวเองเอาไว้เสียแน่น เธอเดาออกอยู่แล้วว่าเจ้าของวงแขนขาวๆ คนนี้เป็นใครเพราะยังจำได้ถึงเหตุการณ์ก่อนที่ตัวเองจะร้องไห้จนเพลียหลับ หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาได้เห็นแต่เพราะเธอยังรับไม่ได้และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนเลยยากที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเอง

                “น้องแพมตื่นแล้ว” ดนุเดชทำเสียงระรื่นเมื่อเขาเห็นว่าคนตัวเล็กลืมตาตื่นขึ้นมาทำหน้างวยงง เขายอมให้เธอดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างจำใจแต่ก็ไม่วายจะรั้งมือน้อยๆ นั้นไว้ด้วยมือใหญ่ของตนเอง

                หลังจากที่คุยกับตี๋เล็กสักพักเขาก็กลับเข้าห้องมาอาบน้ำอาบท่าแถมยังมีแก่ใจเช็ดหน้าเช็ดตาและเนื้อตัวนอกร่มผ้าให้คนตัวเล็กที่นอนแบบไม่ค่อยจะสบายตัวอยู่ มือใหญ่ที่กำผ้าขนหนูเนื้อนุ่มชื้นน้ำชะงักกึกเมื่อเขาลากไล้ผืนผ้าไปจนถึงปลายเท้าเล็กๆ เขาเห็นมันแล้ว... เจ้าหลักฐานที่ทำให้พศิกากลัวความเร็ว

                แผลเป็นขนาดใหญ่ที่หลังเท้าเล็กบอบบางน่าจะเกิดจากการเย็บหลังจากที่เขาซิ่งจักรยานจนทำให้เท้าน้อยๆ นี้ไปติดอยู่ในโซ่ แรงปั่นอย่างบ้าคลั่งของเด็กหนุ่มในวันนั้นไม่เพียงแต่จะสร้างบาทแผลลงบนผิวกายแต่เขากลับสร้างแผลเป็นลงในใจของเด็กหญิงตัวน้อยโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

                “พี่นุขอโทษ” ริมฝีปากแดงคล้ำประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนหลังเท้าขาวๆ สองสามครั้งแม้เธอจะจมอยู่ในห้วงนิทราจนไม่สามารถได้ยินสิ่งที่เขาเอื้อนเอ่ย แต่ดนุเดชเองก็ตั้งใจแล้วว่าเขาจะกลับมาทบทวนความรู้สึกที่ตัวเองมีอีกครั้งถ้ามันชัดเจนพอว่าพื้นที่ในหัวใจมีแต่ผู้หญิงตรงหน้าเขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งเธอไว้และชดเชยเรื่องร้ายๆ ด้วยการให้ความรักกับเธอให้มากที่สุด แต่ถ้าหากคำตอบในหัวใจเขาไม่ใช่พศิกาก็คงต้องจำต้องปล่อยเธอไป

                แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นกับผู้หญิงตัวเล็กแต่ใจเด็ดคนนี้ว่าจะยังมีโอกาสเหลือให้เขาบ้างไหม ดูจากกิริยา วาจา และแววตาที่แข็งกระด้างชายหนุ่มก็พอจะรู้ชะตาแล้วว่าพศิกานั้นกำลังหมดใจ

                “น้องแพมเพิ่งตื่นไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนนะ พี่เตรียมของใช้กับเสื้อผ้าไว้ให้แล้วเดี๋ยวเราออกไปทานข้าวกัน” เขาพูดยิ้มๆ เมื่อเห็นว่าเธอนั่งอยู่นิ่งๆ ไม่พูดไม่จา ยัยเปี๊ยกคงยังโกรธแต่เขาเตรียมใจยอมรับผลกรรมที่ตัวเองทำเอาไว้แล้ว

                เมื่อเขาพูดจบหญิงสาวก็ก้าวขาลงจากเตียงช้าๆ มุ่งหน้าไปยังทิศทางของห้องน้ำรีบล้างหน้าล้างตาอาบน้ำแต่งตัวเพราะอยากจะกลับบ้านเต็มแก่ เธอไม่อยากอยู่ใกล้ๆ ใช้อากาศหายใจร่วมกับเขาอีกแม้เพียงเสี้ยววินาที เธอไม่ได้กลัวเขาจะทำร้ายจิตใจ แต่กลัวใจของตัวเองจะไม่เข้มแข็งพอต่างหาก

                เสื้อผ้าที่ดนุเดชเตรียมให้คือกางเกงบ๊อกเซอร์ เสื้อกล้ามนี่เขาคงให้เธอใช้สวมแทนเสื้อชั้นในและเสื้อยืดผ้าหนาๆ อีกหนึ่งตัว เธอจัดการสวมทุกอย่างด้วยความเร่งรีบก่อนที่จะจัดการเก็บเสื้อผ้าชุดนักศึกษาของตัวเองยัดใส่กระเป๋าสะพายและหอบหิ้วสมบัติส่วนตัวออกมาจากห้องนอนของดนุนันท์

                “จะไปไหนครับน้องแพม” เจ้าของห้องที่เห็นร่างเล็กๆ ย่องออกมาจากห้องนอนก็ร้องทักดักคอเธอก่อน

                “น้องแพมจะกลับบ้านค่ะ ขอบคุณพี่นันท์มากๆ เลยนะคะ” คนที่ตั้งใจจะกลับบ้านยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าออกไปยังทิศทางของประตู

                “เดี๋ยวพี่ไปส่ง เรามากินข้าวก่อน” ครานี้เป็นเสียงของผู้ชายอีกคนที่พศิกาอยากจะหลบลี้หนีหน้า แต่ทว่ามันคงไม่ทันเสียแล้ว

                “พี่ทำข้าวต้มกุ้งไว้ให้ใส่ผักชีฝรั่งเยอะๆ แบบที่น้องแพมชอบไงครับเฮียนุเพิ่งไปอุ่นมาไปกินก่อนนะ” ดนุนันท์ส่งยิ้มอบอุ่น เขาดูใจเย็นขึ้นกว่าเมื่อเช้าเหตุเพราะเมื่อสักพักนี้ไอ้เฮียตัวดีมาสารภาพบาปเสียเกลี้ยงไส้

                “ไปทานข้าวนะครับ” พี่ชายใจดีบอกอีกครั้งก่อนจะแย่งกระเป๋าสะพายของเธอไปวางทิ้งไว้บนโซฟาแล้วรุนหลังร่างเล็กให้เดินไปหาอาเฮียที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว

                กลิ่นข้าวต้มหอมยั่วน้ำลายจนกระเพาะน้อยๆ ครางประท้วง คนตัวโตที่นั่งอยู่ได้ยินเสียงโครกครากชัดเจนแต่ก็ไม่ได้กระเซ้าเย้าแหย่ให้เธอต้องอาย เขากลับทำแค่เลื่อนชามข้าวต้มมาให้แล้วยิ้มน้อยๆ อย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่ในยามปกติดนุเดชจะหวงนักหวงหนาแต่วันนี้พศิกาได้เห็นมันบ่อยเหลือเกิน

                “กินเยอะๆ ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวพี่ไปตักให้อีก” เขาพูดสั้นๆ ซึ่งหญิงสาวก็ทำแค่พยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานข้าวต้มในชามเรื่อยๆ ไม่มีบทพูด ไม่มีการสนทนามีแต่สายตาของผู้ชายตัวโตที่จับจ้องกิริยาของหญิงสาวชนิดที่เรียกได้ว่าเขาพยายามจะจดจำทุกการเคลื่อนไหวของเธอเอาไว้ ดนุเดชเพิ่งรู้ว่าน้องแพมของเขาน่ารักไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเขาเอาตาตุ่มมองเธอหรือยังไงถึงได้ทำใจร้ายกับเธอมาตลอด

                “อิ่มแล้วค่ะ” ริมฝีปากจิ้มลิ้มเผยอพูดเป็นครั้งแรกหลังจากที่เธอใช้ปากทานข้าวไปเกือบสิบห้านาที เธอผุดลุกหยิบจานชามและแก้วน้ำเดินเข้าไปในครัวด้านหลังโต๊ะกินข้าวก่อนจะจัดการล้างทำความสะอาดจนเรียบร้อย

                “ขอบคุณพี่นันท์นะคะที่ให้น้องแพมมาค้างด้วย ขอบคุณคุณด้วยที่เตรียมของให้” หญิงสาวกระพุ่มมือไหว้ชายหนุ่มทั้งสองตามประสาคนมีมารยาท ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองมาถืออีกครั้ง

                “ให้เฮียไปส่งนะครับน้องแพม” ดนุนันท์บอกเสียงนุ่มๆ เขาค่อนข้างโล่งอกที่พศิกาไม่มีอาการบึ้งตึงอย่างที่เขาแอบกังวลใจแต่การสงวนท่าทีและกิริยาที่เธอจงใจเว้นระยะห่างจากพี่ชายของเขาก็ทำให้พอจะเดาได้ว่าหญิงสาวคงยังไม่อยากไว้วางใจอะไรในตัวดนุเดชอีก เขาเคยเตือนเฮียที่รักแล้วว่าอย่าได้ใจถ้าน้องแพมหมดใจเมื่อไหร่เฮียนุนั่นแหละจะงานเข้า

                “น้องแพมไม่รบกวนคุณนุดีกว่าค่ะกลับแท็กซี่ก็สะดวกดี” เธอยิ้มน้อยๆ ระหว่างบอกเหตุผลให้หนุ่มตี๋คนน้อง

ทราบ โดยที่ดวงตากลมโตนั้นไม่ได้ชม้ายชายไปมองหนุ่มตี๋คนพี่เลยแม้แต่นิดเดียว

                “คิดว่าพี่ขอนะครับพี่เป็นห่วง” ดนุนันท์ยังคงใช้ไม้นวมเขาพูดนุ่มๆ แต่แววตามีแววดุน้อยๆ จนพศิกาชักจะเกรงใจ

                “งั้นน้องแพมตามใจพี่นันท์ก็ได้ค่ะ” เธอพูดง่ายๆ เพราะไม่อยากทำตัวเป็นปัญหานิสัยพื้นฐานของพศิกาเป็นคนเรียบร้อย อ่อนหวานแถมติดจะขี้เกรงใจ แต่ถ้าเวลาเธออยู่กับเพื่อนสนิทเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงโก๊ะๆ ที่ชอบพูดตลกทำเสียงแปลกๆ ให้เพื่อนๆ ได้ขำ

                หลังจากตกปากรับคำเพราะความเกรงใจหญิงสาวก็ได้แต่เดินตามหลังผู้ชายตัวสูงมาต้อยๆ ตลอดระยะการเดินทางไม่มีแม้แต่คำน้อยคำนิดที่จะหลุดรอดริมฝีปากอิ่มออกมา คนตัวโตก็ได้แต่ลอบมองเป็นพักๆ เพราะเขาเองก็กังวลไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน

                “ขอบคุณมากนะคะ” มือน้อยกระพุ่มไหว้เขาตามปกติดังเช่นทุกวันที่ดนุเดชขับรถพาเธอมาส่งถึงบ้าน

                “น้องแพมพี่ขอคุยด้วยได้มั๊ยครับ” ในที่สุดผู้ชายตัวใหญ่ที่ใจกำลังฝ่อก็ร้องขอออกมาอย่างหมดท่า เพราะน้องชายเป็นคนให้สติไม่อย่างนั้นเขาคงโง่งมกับความรู้สึกของตัวเองอยู่อีกนาน

                “ไม่ต้องคุยอะไรหรอกค่ะฉันเข้าใจคุณดี เอาเป็นว่าระหว่างเราก็ให้มันเป็นไปแบบนี้แหละค่ะขอบคุณสำหรับที่ผ่านมานะคะมันถึงเวลาที่ฉันต้องหยุดแล้ว” พศิกาพูดเรื่อยๆ พร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ ดวงตาสีนิลกลมโตไม่บอกอารมณ์ว่าเจ้าตัวนั้นรู้สึกอย่างไร ทำไมรอยยิ้มของเธอถึงทำให้เขาเจ็บปวด รูเล็กๆ ในใจด้านๆ ของดนุเดชก็เหมือนจะขยายตัวเป็นหลุมลึกลงไปทุกทีๆ

                เขามองตามร่างเล็กที่เดินตรงเข้าบ้านไปด้วยดวงใจชาหนึบหวังว่าเขาคงไม่คิดอะไรผิดพลาด เพราะชายหนุ่มกำลังขอเวลาให้ตัวเองเพื่อพิสูจน์ความรู้สึกในใจถ้าเขารู้ใจตัวเองแล้วพศิกาจะยังรู้สึกแบบเดิมกับเขาไหมนั่นแหละคือสิ่งที่ผู้ชายคนนี้กำลังกังวล ถ้าเธอหมดใจแล้วเขาจะทำอย่างไรดี?

               

#

 

 

น้องแพมกับพี่นุมี E-Book แล้ว ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ

#

 

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักสำหรับการติดตามและการสนับสนุน

ฝากผลงาน E-Book เรื่องที่วางจำหน่ายแล้วไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 #


 

#

 E - Book MEB Market  <<<CLICK

 

#

E - Book OokBee  <<<CLICK

 

#

E - Book Naiin <<<CLICK

 

#

E - Book Hytexts <<<CLICK

 

 #

E - Book se-ed

 

#

E - Book ebooks.in.th

 

 

อยากเม้าท์กับติญา <<<CLICK

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ"

อติญา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha