ผู้หญิงของมาเฟีย Season 2 ตอน มาเฟียพิสูจน์รัก

โดย: chineserose



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : Prologue


ตอนต่อไป

ลาสเวกัส, สหรัฐอเมริกา

ท้องฟ้าสีนิลไร้ซึ่งแสงดาวในยามค่ำคืนใจกลางเมือง ภายในตึกสูงระฟ้าแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นดั่งสวรรค์ของนักเสี่ยงโชคทั้งหลาย ตึกสวยดีไซน์เลิศ ออกแบบให้เป็นทั้งโรมแรมหรู ศูนย์การค้าและบางโซนด้วยพื้นที่เกินกว่าครึ่งถูกจัดแบ่งให้เป็นสถานบันเทิงและกาสิโนลือชื่ออย่างเป็นสัดเป็นส่วน ภายในนั้นตกแต่งอย่างอลังการหรูหราเสียจนไม่อยากเชื่อว่าคือบ่อนการพนันชั้นสูงของนักเล่นระดับมหาเศรษฐีที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ เอามาผลาญเล่นเพื่อสนองความบันเทิงอย่างไม่เกรงใจคนธรรมดาสามัญที่หาเช้ากินค่ำอันเป็นประชากรส่วนใหญ่ของโลกใบนี้

ภายในมีมุมของเครื่องเล่นต่างๆ หลากหลายชนิด มีทั้งนักเสี่ยงดวง นักฟอกเงิน และพวกที่มาล่าเหยื่อก็ปะปนอยู่ไม่น้อย บางโซนที่จัดเป็นส่วนบันเทิง มีเวทีขนาดย่อมด้านข้างมีบาร์เครื่องดื่มและสาวเสิร์ฟสวมใส่ชุดน้อยชิ้นยั่วน้ำลายบรรดาเสือหนุ่ม ตรงนั้นจะส่งเสียงอึกทึกโหวกเหวกเป็นเรื่องปกติของแหล่งที่มีความบันเทิง

หากมุมหนึ่งของกาสิโนครบวงจรชื่อดังแห่งนี้ ยังมีห้องสำหรับแขกระดับวีวีไอพี และในคืนนี้มันเป็นแหล่งนัดพบระหว่างอนรรฆ เปรมดิ์ฤทธาทายาทกลุ่มธุรกิจสีเทาและกาสิโนชื่อดังสัญชาติเอเชีย กับ อัลโตนิโอ มาโอริโอทายาทองค์กรธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลก พวกเขาทั้งสองมักจะใช้สถานที่เทือกๆ นี้เหมือนเป็นห้องประชุมเคลื่อนที่เพื่อเจรจาธุรกิจระหว่างมาเฟียหนุ่มจากสองสัญชาติ ซึ่งต่างก็ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานในวงการธุรกิจสีเทาในดินแดนของตัวเอง

ระหว่างการเจรจาภายในห้องประชุมลับผนังทำด้วยกระจกที่สามารถมองออกมายังด้านนอกที่เป็นบรรยากาศทั้งหมดโดยรอบของกาสิโนอันยิ่งใหญ่เลื่องชื่อแห่งนี้ รวมทั้งบาร์เครื่องดื่มที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คนนักท่องราตรี ด้านหน้าปรากฏเวทีขนาดย่อมที่กำลังมีการแสดงระบำเปลื้องผ้า หลังจากการแสดงจบลง ตามมาติดๆ ด้วยการประมูลทาสสวาทสาวสวย หากสภาพร่างกายดูมอมแมม เหยื่อสาวหนึ่งในนั้นเสื้อผ้าฉีกขาด จนไม่สามารถปกปิดทรวงอกอิ่มๆ เอาไว้ได้แม้แต่น้อย สีหน้าของสาวๆ ดูอิดโรย หม่นเศร้าอย่างน่าสมเพช

พวกผู้ชายนักเสี่ยงโชค มหาเศรษฐีผู้เสพติดการพนัน ตลอดทั้งพวกมาเฟียเจ้าพ่อที่ชอบความท้าทายต่างห้อมล้อมมาร่วมประมูลเนื้อสด หน้าตาจิ้มลิ้มหอบหิ้วกลับไปยังที่พักของตน หากว่าการประมูลดำเนินไปเพียงไม่นานก็เกิดโกลาหลขึ้น

เหตุการณ์เลวร้ายถึงขั้นเจ้าภาพเองยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ การปะทะกันเริ่มบานปลายเมื่อต่างฝ่ายต่างใช้ความรุนแรงสาดใส่กันชนิดที่ให้มันตายกันไปข้าง แม้ภายในห้องกระจกแบบพิเศษที่คนภายนอกไม่สามารถมองทะลุผ่านเห็นคนหรือความเคลื่อนไหวใดๆ ภายในได้ แต่กลับกัน คนในห้องพิเศษนั้นสามารถมองเห็นทุกอย่างได้รอบทิศเพราะอยู่ในระดับสูงกว่าสายตาของคนข้างนอก รวมถึงเสียงก็ลอดผ่านมาได้แม้ไม่ชัดเจนนัก หากก็รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ในเวลานั้นอนรรฆและอัลโตนิโอกำลังเจรจาธุรกิจอย่างจริงจังเคร่งขรึม เป็นงานเป็นการ หากภายนอกกลับดูวุ่นวายอึกทึก เหมือนมีภัยใกล้จวนตัว ต่อให้ภายในห้องกระจกชั้นบนที่ถือเป็นห้องลับระดับวีวีไอพีก็มิอาจปิดกั้นเสียงเซ็งแซ่ที่กำลังก่อหวอดวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

“นั่นเสียงเอะอะอะไรกัน?” มาเฟียหนุ่มสายเลือดเอเชียผู้หล่อเหลาแม้ยามหงุดหงิดคำรามถามขึ้นอย่างนึกรำคาญ ดวงตาคมกล้าจ้องมองออกไปดูบรรยากาศด้านนอก ภาพคนกำลังทะเลาะวิวาท บ้างชกต่อยกันจนเลือดสาด บ้างถือกระบอกปืนเล็งพร้อมยิงอริ โดยมีแบล็คกราวน์เป็นสาวๆ แต่ละคนสีหน้าหวั่นหวาดกรีดร้องผวา บางคนถูกยื้อแย่งแบบไม่เต็มใจอยู่บนเวทีที่ก่อนนั้นมันเป็นเวทีการแสดงของสาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อย แต่ตอนนี้อนรรฆมองแล้วเดาไม่ออกว่านั่นจะให้เรียก โชว์อะไรกันดี

“พวกนักเลงมีเรื่องกัน มันเป็นเรื่องปกติ! เจ้าพ่อค้าอาวุธสัญชาติอิตาเลี่ยนตอบพลางใช้ลิ้นแกร่งดันกระพุงแก้ม ก่อนหยิบไปร์ขึ้นมาสูบเป็นการแก้เบื่อ สายตาคมกล้ามองสบเพื่อนสนิทที่ดูหงุดหงิดอยู่กลายๆ เขาไม่ค่อยจะได้เห็นอารมณ์ฉุนแบบนี้ของอนรรฆบ่อยนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมาเฟียหนุ่มสัญชาติไทยแต่งงานกับสาวน้อยหน้าใสเด็กในปกครองไปเพียงไม่นาน อัลโตนิโอสัมผัสได้ว่า เพื่อนของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

อนรรฆดูเป็นแฟมิลี่แมน...

มาเฟียแฟมิลี่แมน... มันติดจะไม่เข้ากันสักเท่าไหร่นัก แต่อนรรฆก็ทำมาแล้ว

“พวกนั้นกำลังแย่งประมูลหญิงกันครับบอส” คามิลเลี่ยนหรือคาร์ล ชื่อสั้นๆ ที่อัลโตนิโอมักจะเรียกเขาด้วยชื่อนี้ คาร์ลเป็นเลขานุการหนุ่มคนสนิทของอัลโตนิโอรายงาน เลขานุการหนุ่มจับตาเหตุการณ์วุ่นวายมาพักใหญ่ ตามสัญชาติญาณของผู้ติดตามมาเฟียใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุโรปอย่างอัลโตนิโอ มาโอริโอ เขาสันนิษฐานว่ามันต้องเกิดเรื่องแบบนี้แน่นอน และคนของอัลโตนิโอนั้นก็เตรียมรับมือเอาไว้ทุกสถานการณ์อยู่แล้ว หรือเรียกง่ายๆ ว่าพร้อมทุกสถานการณ์ก็ไม่แปลกนัก

“ตามเคย... ไอ้พวกสวะป่าเถื่อนเอ้ย... อย่าไปสนใจเลย” อนรรฆเอ่ยอย่างหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างขัดอารมณ์ นั่นหมายความว่าการเจรจาซื้อขายอาวุธล็อทใหม่จะต้องรีบสรุปและแยกย้ายกันก่อนที่ความวุ่นวายครั้งใหญ่จะเดินทางมาถึง

“เอาล่ะ ว่าเรื่องของนายมาเลยอรรค” อัลโตนิโอหันความสนใจมาที่อนรรฆ เพื่อนหนุ่มในวงการมาเฟีย ร่างสูงสง่าของเขานั่งอย่างสบายๆ เอยหลังพิงพนัก พลางยกไปร์ขึ้นสูบอย่างนิ่งเรียบ ดวงตาเขาดูคมกล้า สุขุมและน่ากริ่งเกรงในคราวเดียวกัน หากด้วยรูปลักษณ์ภายนอก อัลโตนิโอดูเข้ม  โหด และดิบเถื่อนกว่าอนรรฆมาก แต่ถ้าในเนื้อแท้ของจิตใจแล้ว แกร่งและเหี้ยมพอกัน ตามวิสัยของมาเฟียผู้ไม่ยี่หระต่อโลก

“สินค้าล็อตใหม่ของนายน่ะ น่าสนใจดี ฉันอยากจะสนับสนุน” อนรรฆได้รับข้อมูลของอาวุธภายใต้แบรนด์ ‘Phoenix’ มาบ้างแล้ว สำหรับสินค้าตัวใหม่ทั้งล็อท เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ได้ข่าวว่าฝ่ายคู่แข่งพยายามแฮ็คความลับเพื่อไปผลิตสินค้าออกมาบลั๊พแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอทีของฟินิกซ์ ถือว่ายอดเยี่ยมระดับมาตรฐานโลกเลยทีเดียว

ฟินิกซ์ คอร์เปอร์เรชั่น เป็นองค์กรธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์แบบครบครันระดับโลก ภายใต้แบรนด์ ‘Phoenix’ ด้วยการบริหารของตระกูลมาโอริโอ มหาเศรษฐีชาวอิตาเลี่ยน เริ่มตั้งแต่ยุคอัลแบร์โต มาโอริโอรุ่นปู่ของเขา บริษัทก่อตั้งมายาวนานจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง มาถึงยุคสงครามเย็น จวบจนทุกวันนี้

หากในวันนี้เดอะฟินิกซ์ ภายใต้การกุมบังเหียนของทายาทรุ่นสามอย่างอัลโตนิโอ อัลแบร์โต มาโอริโอ ชายหนุ่มเจ้าของความสูงเกินหกฟุต ด้วยรูปร่างสูงโปร่งสง่าผ่าเผย ใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลาดุจเทพเจ้า ตาคมกริบจมูกโด่งเข้มแกร่ง ริมฝีปากสีชมพูจางแม้เขาจะนิยมสูบไปร์หากว่ามันไม่สามารถบั่นทอนความหล่อเหลาดุจเทพเจ้าของเขาลงได้ ด้วยธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ เหตุนี้สื่อต่างๆ จึงยกย่องให้เขาเป็นอาเรส[1]แห่งซิซิลี ผู้มีความหล่อและหยิบยื่นความตายให้กับผู้คนจำนวนมากเมื่อสินค้าของเขาไปถึงมือคนเหล่านั้น ก็ขายอาวุธนี่นะ ไม่ขายไอติม สื่อก็ช่างสรรหาสมญานามให้เขาเสียเหลือเกิน อัลโตนิโอก็รู้ดี แต่เขาก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร ใครอยากให้เขาเป็นอะไร คนอื่นก็แค่ได้สมมุติ ตัวเขาเองต่างหากที่รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ มาเฟียหนุ่มเป็นคนมีความมั่นใจสูงและจัดว่าเป็นพวกประเภทชอบความสมบูรณ์แบบอีกด้วย

 

อัลโตนิโอ มาโอริโอ หนุ่มหล่อวันสามสิบหกปี เป็นชาวอิตาเลียน แต่ปู่ของเขามีเชื้อสายเสี้ยวเล็กๆ ของยิวฉลาดที่ยุคนั้นเก่งเรื่องการค้าสร้างเนื้อสร้างตัวทั้งที่ยิวไม่มีประเทศของตนเอง ปู่ของเขาจับพลัดจับผลูผลิตอาวุธป้อนกองทัพอังกฤษกับเยอรมนีเพื่อสู้รบในฐานะฝ่ายอักษะ เมื่อสงครามสงบแต่ธุรกิจยังดำเนินต่อไป จึงไม่แปลกที่ตระกูลของเขามั่งคั่งมานานนม หลังจากสืบทอดธุรกิจจากลุยจิกา อัลแบร์โต มาโอริโอผู้เป็นบิดา ทำให้ฟินิกซ์ผงาดขึ้นสู่บริษัทด้านค้าอาวุธยุทโธปกรณ์อันดับต้นๆ ของโลก แม้ว่าจะมีเจ้าของเป็นชาวอิตาเลียน แต่สินค้าเขาตีตลาดออกไปทั่วทุกมุมโลก ดินแดนไม่สงบ กองทัพทหารของประเทศยิ่งใหญ่ทั้งหลายต่างต้องการสินค้าของเขา

เพราะฟินิกซ์เชื่อว่า ก่อนจะสงบ... มันต้องรบกันเสียก่อน อาวุธจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ ตราบใดที่โลกใบนี้ยังมีพื้นที่สู้รบ เงินก็ไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าอัลโตนิโออยู่อย่างไม่ขาดสาย แล้วยิ่งยุคการบริหารของเขาที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ทำให้คู่แข่งต่างหวาดหวั่นเขาไปตามๆ กัน โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่าเขากำลังทุ่มงบประมาณอย่างมากมายมหาศาลเพื่อวิจัยพัฒนาอาวุธหนักชนิดร้ายแรงแบบที่ไม่เคยมีใครริเริ่มทำมาก่อน หากนั่นจะเป็นข่าวจริงหรือแค่ลือเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ ก็คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งไม่ช้านานความจริงก็จะปรากฏต่อสายตาชาวโลกอย่างไร้กังขา

“ดีมาก ฉันกำลังคิดว่าพวกนั้นเหมาะกับนายไม่เบาทีเดียว” อัลโตนิโอหยุดเว้นจังหวะ พลางหันไปหาผู้ช่วยหนุ่มข้างกายเพื่อให้เขาส่งสินค้าที่ว่ามา ปืนพกรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัทวางอย่างเรียบร้อยบรรจงในหีบบรรจุอาวุธขนาดเล็ก รูปโฉมของมันใกล้เคียงกับบาเร็ตต้ารุ่นล่าสุดที่กองทัพสหรัฐให้ความไว้วางใจ หากแต่สินค้าของฟินิกซ์ดูน่าสนใจกว่า ผู้ผลิตอวดอ้างคุณสมบัติชนิดที่นอกจากสวยแล้ว การทำงานยังแม่นยำ น้ำหนักเหมาะมือ มันคือความภาคภูมิใจล่าสุดขององค์กร และเขาคิดว่ามันเหมาะกับมาเฟียสายเลือดเอเชียอย่างอนรรฆเป็นอย่างมาก

“รุ่นนี้... ท่านประธานาธิบดีประเทศมหาอำนาจฝั่งขวากำลังโปรดปรานเสียด้วย ถึงขั้นออกปากชมเชียวนะ” อนรรฆเอ่ยปากชม สายตาเขาลุกวาวเหมือนเด็กชายกำลังตื่นเต้นที่จะได้ของเล่นชิ้นใหม่

อาวุธ... มันก็คือของเล่นของผู้นำในวงการมาเฟียนั้นเอง มันจะต่างกันตรงไหน

“แน่นอน... มันเหมาะจะเป็นของนายด้วย ถ้าไม่กลัวคำครหาว่าเลียนแบบท่านประธานธิบดีน่ะนะ” อัลโตนิโอเย้าเพื่อน เสียงหัวเราะหลุดออกจากปากสวยได้รูปของมาเฟียหนุ่มจากซิซิลี ควันสีเทาจากไปร์ลอยอวลวนในอากาศ

“เฮ้ย! ฉันไม่ได้นิยมสินค้าตามแบบใครหรอกนะ อีกอย่างเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ นายก็รู้นี่ว่าฉันไม่ไว้ใจใครนอกจาก ฟินิกซ์ของนายน่ะ” มันเป็นความไว้วางใจที่รู้สึกปลอดภัยก็ว่าได้ พูดถึงความสนิทสนมระหว่างอนรรฆกับอัลโตนิโอนั้น เริ่มมีมาตั้งแต่ยุคบิดาแล้ว ยุคนั้นกัมปนาทเองก็นับว่ายิ่งใหญ่ในเอเชีย เขามีเพื่อนเป็นชาวฮ่องกง ไต้หวัน และไปมาทั่วโลก เมื่อไปเปิดธุรกิจการเดินเรือร่วมกับหุ้นส่วนชาวฮ่องกง ก็ได้มีโอกาสรู้จักกับอัลแบร์โต พ่อของอัลโตนิโอ และสานสัมพันธ์กันมานับจากนั้นเป็นต้นมา ทายาทของตระกูลเปรมดิ์ฤทธาและมาโอริโอนั้นถือว่ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนรรฆกับอัลโตนิโอ ถือว่าสนิทกันมากเป็นพิเศษ อาจจะด้วยความที่ต้องสืบทอดกิจการของบิดา ก็พวกธุรกิจสีเทาๆ ทั้งหลายนั่นเอง

ในเมื่อความยิ่งใหญ่มันมาพร้อมกับการมีศัตรู เหมือนโลกใบนี้บังคับให้ต้องเตรียมพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ และหากต้องใช้อาวุธ แน่นอนว่า ฟินิกซ์ คือคำตอบของทุกสิ่ง

อนรรฆหมายถึง องค์กรค้าอาวุธระดับโลก ในนาม ‘Phoenix’ สายตาคมปราบดุจเหยี่ยวทะเลทรายของอัลโตนิโอ อัลแบร์โต มาโอริโอ


อัลโตนิโอ เป็นผู้ชายเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ พวกประเภทชอบความสมบูรณ์แบบจะว่าไปเรียกว่ามนุษย์ไม้บรรทัดก็คงจะไม่แปลก เขามีความคาดหวังในชีวิตสูงมาก ชีวิตเขาราบรื่นดุจโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีระบบระเบียบอย่างยอดเยี่ยมเหมือนทุกอย่างถูกจับวางเอาไว้อย่างยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ

ด้วยความที่ชีวิตสุขสบายราบรื่นมาตลอดชีวิต ตั้งแต่เล็กจนโต พวกความวุ่นวายต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาให้ระคายก็จะถูกขจัดออกไปอย่างง่ายดายด้วยอำนาจเงิน

ด้วยความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมากมายมหาศาลมาตั้งแต่รุ่นปู่ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่ความที่เป็นเจ้าของอาณาจักรอาวุธยุทโธปกรณ์ด้านความมั่นคง ทำให้ตระกูลมาโอริโอ เป็นที่น่าเกรงขามในวงการค้าอาวุธ แต่รุ่นพ่อเขาบริหารดูเหมือนธุรกิจจะซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทุกอย่างพลิกฟื้นกลับมารุ่งเรืองราวกับหน้ามือเป็นหลังมือเมื่ออัลโตนิโอก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดของฟินิกซ์ พวกนักธุรกิจที่เคยปรามาสเขาไว้ก่อนหน้านี้ ต่างก็หันมาสยบให้อย่างศิโรราบ แม้แต่ศัตรูก็กลายมาเป็นมิตร และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ จะมีก็เพียงกลุ่มนอสตร้า กลุ่มมาเฟียในตำนานแห่งเกาะซิซิลี พวกมันไม่ยอมก้มหัวให้ใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอัลโตนิโอยิ่งแล้วใหญ่ อย่าหวังว่ามันจะยอมลงให้ง่ายๆ ในวงการใครก็รู้ว่าอัลโตนิโอกับนอสตร้า เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน

ก่อนหน้านั้น เขาค่อนข้างจะเสเพล ได้รับฉายาจากวงการสื่อในอิตาลียกให้เขาเป็นเพลย์บอยมาเฟียตัวพ่อที่มีความมั่งคั่ง เก่งกาจ แล้วยังมากเสน่ห์ มีผู้หญิงรอบกายเขานับไม่ถ้วน

ด้วยวัยเพียง สามสิบหกปี อัลโตนิโอประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หากเอ่ยถึงธุรกิจด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการยอมรับจากกองทัพหลายๆ ประเทศ หรือแม้พวกมาเฟีย อันธพาล หรือผู้ก่อการร้าย ต่างมั่นใจเลือกใช้สินค้าภายใต้แบรนด์ของฟินิกซ์

แม้จะเป็นบริษัทค้าอาวุธรายใหญ่สัญชาติอิตาลี แต่เขาก็มีวิสัยทัศน์กว้างไกล กว้านซื้อหุ้นบริษัทค้าอาวุธใหญ่ๆ ในรัสเซีย จีน และเยอรมัน ซึ่งเดิมคือเยอรมันตะวันตก เขาอยู่เบื้องหลังความล้ำหน้าของอาวุธของโลกใบนี้

ด้วยความสำเร็จอย่างงดงามในธุรกิจทั้งที่อายุยังน้อย อัลโตนิโอจึงได้รับการเอาใจจากคนเป็นปู่และพ่อ สื่อต่างให้สมญาเขาว่าเป็นเทพเจ้าอาเรสแห่งซิซิลีไม่เพียงความสามารถ มั่งคั่ง และบ้างานอย่างหนักเท่านั้น หากเขายังคงเป็นเจ้าของรูปลักษณ์ภายนอกที่หล่อเหลา สมกับสมญานามไม่มีผิดเพี้ยน

แม้จะไม่ปรารถนาการออกสื่อ แต่สื่อปรารถนานำเสนอเรื่องราวของเขา โดยเฉพาะเรื่องความรัก ควบคู่ไปกับความหล่อเหลาและวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ

เขาหวงแหนความเป็นส่วนตัวมากยิ่งกว่าเพชรเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงของอาเรสแห่งซิซิลีแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนพิชิตหัวใจเขาได้เลยสักคน ชายหนุ่มไม่ชอบการผูกมัด ไม่มีใครตรึงความสนใจเขาได้นานเป็นเดือนได้สักคน ไม่ว่าจะนางงาม นางแบบ ดาราดัง พวกสาวๆ ไฮโปรไฟล์ทั้งหลาย ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเซ็กส์ที่ต่างฝ่ายต่างพึงพอใจ

เพราะความเย็นชาตรงนี้เอง สื่อทั้งอิตาลีจึงยกให้เขาเป็นอาเรสผู้ไม่มีหัวใจ อาเรสช่างเลือก ผู้หญิงพวกนั้นมีเพียงความสวย แต่คุณสมบัติอื่นๆ ไม่มีข้อไหนที่ผ่านเลยสักคน นี่ล่ะ... อาเรสผู้ปรารถนาความสมบูรณ์แบบ!

 

เพล้ง!!

เสียงแก้วแตกกระจาย ผนังกระจกที่ประดับอาคารแตกเป็นเสี่ยงๆ ข้าวของปลิวว่อน ทั้งเขม่าปืนผสมปนเปกับควันบุหรี่สร้างบรรยากาศกรุ่นกลิ่นมลพิษจนทนได้ยาก เกิดการต่อสู้กันอย่างจ้าละหวั่น จากที่บอกว่าเกิดศึกแย่งประมูลผู้หญิง เห็นท่าจะจริง เพราะสายตาคมปราบของมาเฟียหนุ่มและเจ้าพ่อนักค้าอาวุธมองไปยังร่างน้อยของหญิงสาวเอเชียนเกิร์ลคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้และดิ้นรนหาอิสรภาพจากการยื้อแย่งกันประมูลตัวเธอ ซึ่งขณะนี้ไม่ต่างอะไรจากสินค้าบำเรอกามราคาถูกที่พวกกักขฬะแย่งกันจ่าย

นาทีฉุกเฉินนั้น สายตาคมปราบดุดันของมาเฟียหนุ่มนักค้าอาวุธสายเลือดอิตาเลี่ยนก็สบประสานเข้าอย่างจังกับดวงตากลมโตของเหยื่อตัวน้อยที่เต็มไปด้วยแววหวั่นหวาด ไร้ทางสู้... เขาไม่เคยรู้สึกคันไม่คันมืออยากช่วยใครอย่างนี้มาก่อนในชีวิต

บัดซบเอ้ย!

“ปล่อย! ปล่อยนะ!!

ทั้งอันโตนิโอ และมาเฟียหนุ่มมองสบตากันเพียงชั่ววินาที ทั้งสองพร้อมพวกก็ลุกพรวด พุ่งตรงไปยังเป้าหมาย ทะลุผ่านบานกระจกที่ตอนนี้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยอานุภาพทำลายล้างจากกระสุนปริศนา ทั้งอนรรฆและอัลโตนิโอกลายเป็น มือที่สาม บุกเข้าชิงตัวหญิงสาวขณะที่คู่กรณีกำลังเปิดศึกช่วงชิงตัวผู้หญิง ดูเหมือนว่างานนี้ฝ่ายมือที่สามกำลังจะได้หยิบชิ้นปลามัน

เหตุการณ์ชวนตื่นเต้นในค่ำคืนนี้ พอเหมาะพอดีให้อนรรฆและอัลโตนิโอได้ทดสอบอาวุธล็อตใหม่ของฟินิกซ์ ช่างเป็นเรื่องที่เหมาะเหม็งราวว่ามีใครจัดวางเอาไว้แล้ว

ซื้อรถ... ยังมีเทสไดร์ สินค้าใหม่มันก็ต้องลองเล็งแล้วยิง!

“ปืนรุ่นนี้... เหมาะมือและแม่นยำจริง!” อนรรฆชมเพื่อน หากเรื่องสมุนไพรไว้ใจหมอคนนั้น... ส่วนเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ต้องไว้ใจฟินิกซ์ แม้ภัยมาจวนตัวอนรรฆยังมีเวลาคิดเล่นสนุก อัลโตนิโอหลิ่วตามองเพื่อนอย่างรู้ทัน แล้วนาทีเดียวกันนั้นทั้งคู่ก็ผสานกำลังกันต่อสู้กับพวกกักขฬะสังคมอย่างเมามัน เสียงกระสุนดังสนั่นหวั่นไหว สองหน้าหล่อก็ยิงสวนออกไปอย่างไม่ยั้ง

เปรี้ยง!

เกิดการต่อสู้โดยที่ไม่รู้ใครพวกใคร เสียงดังสนั่นอยู่นานกว่าจะสงบ หากก็พบว่า หญิงสาวเหยื่อค้ามนุษย์ที่จัดว่าเป็นสินค้าใหม่หายตัวไปในพริบตา พร้อมกับพวกที่ปวารณาตัวเป็นมือที่สามที่กล้าสอดมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้

ระหว่างเกิดการชุลมุนต่อสู้กันจนไม่รู้ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน เสียงปืนดังกึกก้องประกาศศักดาอยู่เป็นระยะๆ เปรี้ยงๆๆ

“นีโอ ไปช่วยเหยื่อออกมาเร็วเข้า! อนรรฆตะโกนบอกเพื่อนรัก ท่ามกลางเสียงปืนดังสนั่นลั่นไปทั่วบริเวณ

“ทำไมต้องเป็นฉันวะเฮ้ย!

นีโอโต้กลับอย่างหัวเสีย เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมต้องลงทุนเจ็บตัวและเปลืองกระสุนกับเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องตัวเองด้วย เจ้าอรรคนะเจ้าอรรค ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะเป็นคนดีมีมนุษยธรรม แล้วนี่ อะไรเข้าสิง นึกอยากช่วยพวกผู้หญิงเหยื่อค้ากามพวกนั้นได้ ไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ

“เร็วเข้า ฉันจะยิงคุ้มกันให้ ไม่มีเวลาแล้ว ช่วยเหยื่อออกมาให้มากที่สุด” อนรรฆตะโกนเร่งเร้าแข่งกับเสียงกระสุนที่ระรัวขึ้นอยู่เป็นระยะๆ

“เวรเอ้ย!

สิ้นคำสบถ มาเฟียหนุ่มก็ส่งสายตากับสมุนผู้ใกล้ชิด ก่อนจะบุกดงกระสุนเข้าไปช่วยเหยื่อค้าทาสออกมา พร้อมกับคนของเขา สาวๆ วิ่งกรูกันออกมา ส่วนเขาก็ตะโกนแข่งเสียงกระสุนปืน

“หนีเร็วเข้าสาวๆ” พูดส่งสัญญาณจบ

มือเพรียวแกร่งของเขาก็คว้าหมับที่ข้อมือเล็กของสาวน้อยที่ดูจะอายุน้อยที่สุด และสีหน้าเธอก็ดูอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงที่สุดอีกด้วย และแล้วร่างเล็กปลิวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของอัลโตนิโอก่อนที่ร่างน้อยจะรู้สึกเหมือนตัวเองจะลอยได้เพราะเขาอุ้มเธอวิ่งออกจากจุดชุลมุนที่ไม่รู้ใครเป็นใคร

“วิ่งไหวมั้ยแม่หนูน้อย?...” มาเฟียหนุ่มถามเป็นภาษาอิตาเลียน สาวน้อยทำหน้างงก่อนจะรู้ตัวอีกทีว่าร่างบางของตนลอยฉิวไปตามแรงฉุดเธอวิ่งจากมาเฟียเทพบุตรเมื่อครู่

สาวน้อยร่างบางวิ่งตามมาเฟียหนุ่มก่อนจะเรียกสติคืนมา “หยุดก่อน ปล่อยฉันนะคะ” หญิงสาวขืนตัวออกจากเขาหากไม่สำเร็จเพราะเขาทั้งตัวโตกว่า แรงย่อมมากกว่าเป็นธรรมดา

“เธอวิ่งไม่ไหว?” ไม่บ่อยนักที่ผู้ชายอย่างอัลโตนิโอจะใส่ใจใคร แต่กับแม่หนูน้อยคนนี้ เขากลับแคร์เธอทั้งที่เพิ่งเจอกันเท่านั้นเอง แล้วอะไรดลใจบ้าๆ ให้เขาอยากช่วยเธอให้ได้

เธอต้องปลอดภัย... เพราะเธอยังเด็กเกินไปกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้!อัลโตนิโอคิดแค่นั้น

“ไม่ค่ะ คุณจะพาฉันไปไหนกันแน่” ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจมองจ้องมา ท่าทางเธออ่อนเพลียแทบขาดใจ ดวงตาสลึมสลือเหมือนกินยากล่อมประสาทเข้าไป อัลโตนิโอขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน มองเธอนิ่งแน่ว ลึกๆ แล้วมันน่าน้อยใจดีชะมัด อุตส่าห์เสี่ยงตายช่วย แต่ดูเธอมองมาสิ อย่างกับเขาจะพาเธอไปทำมิดีมิร้ายซะงั้น

“นี่เรากำลังหนีพวกที่มันจับเธอไปขายน่ะสิ” เขาตอบเธอเสียงเข้มขึง ดวงตาเขาคมกล้าจนหญิงสาวรู้สึกสะเทิ้มสะท้าน คิดว่าถ้าเขาเป็นคนดีและช่วยเธอ ก็คงถือว่าเป็นโชคดีที่สุดในสามโลก แต่ถ้าตรงกันข้าม เธอมิหนีเสือปะจรเข้หรอกหรือไง

“ฉันไม่ไป” หญิงสาวขัดขืน

หญิงสาวยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน แล้วทำไมต้องช่วยเธอ หากยอมไปกับเขาง่ายๆ ถ้าเขาเองก็ไม่ต่างจากพวกกักขฬะนั่น เธอมิหนีเสือปะจระเข้หรอกหรือ ไม่เอาดีกว่า อย่าไปกับเขานะหนูนา... เขาเป็นใครก็ไม่รู้ หน้าโหดๆ แววตาเย็นชาแบบนี้ เป็นมาเฟียหรือเปล่าไม่รู้เลยหญิงสาวสั่งตัวเองในใจ

“โอเค งั้นก็รอพวกมันที่นี่” เขาตวาดอย่างหงุดหงิด อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตช่วยแล้วไม่รักดีก็แล้วแต่ละกัน อย่างกับเขาอยากช่วยเธอนักล่ะ ถ้าไม่เพราะทนความคะยั้นคะยอของเจ้าอรรคไม่ไหวละก็

“มันอยู่นั่น!” เสียงคนร้ายตามมาส่งเสียงในระยะใกล้ๆ

“ไปเร็ว เราไม่มีเวลาแล้ว” เขาร้องเตือน ถ้อยคำเตือนภัยยังไม่ทันจะจบดี เสียงปืนตามไล่หลังมาก็ดังลั่น มาเฟียหนุ่มไม่รอฟังเสียงแม่สาวน้อยจอมดื้อให้เสียเวลา รีบฉวยมือเล็กของเจ้าหล่อนแล้ววิ่งอย่างสุดชีวิต ร่างกายเจ้ากรรมก็ไม่เข้าข้าง เพราะมาเฟียหนุ่มขายาวด้วยความเกือบหกฟุต หากเจ้าหล่อนนั้น สูงไม่ถึงร้อยหกสิบเซนติเมตรด้วยซ้ำ กว่าจะวิ่งตามเขาทัน ก็เลยวิ่งในสภาพกึ่งลากกึ่งฉุดจนน่าสงสาร ร่างกายก็อ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงจนขาเริ่มชา ก้าวขาแทบไม่ไหว ทั้งเหนื่อยทั้งหอบ เธอมองมาเฟียหนุ่มหน้าคมคร้ามเหงื่อแตกพลั่ก ปรอยผมที่ดูหยักศกน้อยๆ ระลงปรกหน้าผากและเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หากแววตาเขามั่นคงหนักแน่นและมีประกายของพลังอำนาจและช่างดูปกป้อง ทำเธอรู้สึกปลอดภัยยามอยู่ในการคุ้มครองของเขาอย่างน่าประหลาด

“ส่งตัวนังนั่นมาเดี๋ยวนี้ แกเป็นใคร เข้ามายุ่งธุระของพวกเรา?”

“ฉันจะเป็นใครก็ช่าง แต่วันนี้ผู้หญิงคนนี้อยู่ในการคุ้มครองของฉัน” น้ำเสียงเขาช่างกร้าวแกร่งอาจหาญ

“แส่ไม่เข้าเรื่อง งั้นก็ตายไปพร้อมกันนั้นล่ะ” อีกฝ่ายคำรามลั่น ดวงตาวาวโรจน์อย่างกรุ่นโกรธ แต่หาได้สร้างความหวาดกลัวให้เกิดกับอัลโตนิโอได้เลยแม้แต่น้อย เขาเคยเกรงกลัวใครที่ไหนในโลกใบนี้กันล่ะ ดาหน้ากันเข้ามาเลย เขาพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์

เปรี้ยง!!

การต่อสู้กันเป็นไปอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แทบฝุ่นตลบ ผู้คนต่างวิ่งหนีตายกันอย่างชุลมุนอลหม่าน เสียงกวีดร้องผสานกันอึงอลไปหมดผสนปนเปกันทั้งเสียงกรีดร้องทั้งเสียงกระสุนปืนที่ดังกึกก้องจนหูชาไปหมด

เสียงปืนดังเป็นระยะ อัลโตนิโอพาร่างน้อยหาที่กำบังกระสุนจากอริ นาทีเดียวกันนั้นคาร์มิลเลี่ยนและพวกต่างยิงคุ้มกันให้ผู้เป็นนาย จังหวะนั้นมาเฟียหนุ่มรวบร่างบางพาเธอออกวิ่งในจังหวะที่อลอนโซ ลูกน้องอีกคนของอัลโตนิโอใช้จังหวะหวะนี้เป็นเป้าล่อ เพื่อหันเหความสนใจอีกฝ่ายออกจากผู้เป็นนายและเหยื่อสาว โชคดีที่อัลโตนิโอพาร่างน้อยๆ ฝ่าวงล้อมหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่เสียงระเบิดจะดังขึ้นจนตัวอาคารสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

“ไอ้บ้าเอ้ย! ใครใช้ให้พวกมันใช้ระเบิดว่ะ เดี๋ยวตึกได้ถล่มกันพอดี”

“ระเบิดขนาดเล็กมันให้ควันมากกว่าทำลาย”

“แต่อานุภาพมันทำผนังถล่มได้เลยนะโว้ย”

“เราต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่ด่วนครับ” คาร์มิลเลี่ยนลูกน้องคนสนิทน้องเตือน

“แล้วทางอลอนโซเป็นไงบ้าง?” อัลโตนิโอนึกห่วงลูกน้องอีกคน

“นายไม่ต้องห่วงครับ พวกเราจะออกตามหาเอง” คาร์มิลเลี่ยนรับประกัน

“นายรีบหนีออกไปจากที่นี่ก่อน พวกเราบางส่วนจะพาพวกผู้หญิงไปในที่ปลอดภัย”

“ส่วนพวกเราจะรั้งพวกนี้ไว้ครับ”

“ขอบใจพวกนายมาก แล้วอย่าลืมอลอนโซ”

“รับทราบบอส รีบไปเถอะครับ” คาร์มิลเลี่ยนส่งสัญญาณ

หลังจากสิ้นเสียงมาเฟียหนุ่มแล้ว หญิงสาวไม่สามารถรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไป เพราะเขาคว้าเธอเข้ามาแนบไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าหวานซบลงอกแกร่งของเขาในชั่ววินาที มือเพรียวแกร่งลูบด้านหลังศีรษะเธอแล้วกดแนบอกเพื่อใช้ส่วนหนึ่งของร่างกายเขาปิดตาเธอให้รอดพ้นจากเหตุการณ์สยองที่เขาจำต้องทำขณะนี้ ไม่ให้เธอเห็นภาพอุจาด พอกับที่เธอหลับตาด้วยความหวาดกลัว เมื่อปลายกระบอกปืนรุ่นล่าสุดที่มาเฟียหนุ่มเล็งมันไปข้างหน้า เพื่อสังหารผู้ล่าที่จงใจไล่ต้อนเขา หากมาเฟียหนุ่มเจ้าของความหล่อเหลาแบบเฉพาะตัวกลับไม่ยอมจนมุมอย่างง่ายๆ ฝีมือแม่นปืนของเขาปลิดชีพพวกมันในเวลาอันรวดเร็ว ไม่นานจากนั้น ทุกอย่างก็เงียบสงบลงกลายเป็นเสียงหายใจแรงๆ หลังผ่านเหตุการณ์ต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง พร้อมกับร่างบางที่หมดสติในอ้อมกอดเขา คราบน้ำตาของเหยื่อสาวในอ้อมกอดที่เขาก็ไม่เข้าใจจนกระทั่งนาทีนี้ว่า ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเธอไปเพื่ออะไร

ทั้งที่... ต่างฝ่าย ต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อน!



[1] Ares (อาเรส หรือ เอรีส) หรือที่ชาวโรมันเรียกว่า Mars (มาร์ส) คือ เทพเจ้าแห่งสงครามและอาวะชุดเกราะ เป็นบุตรของเทพซุสกับเทวีฮีรา เป็นเทพหนุ่มที่มักใช้ความดุดัน โหดร้าย ชาวโรมันเทิดทูนให้เป็นเทพบิดาของ โรมิวลัส (Romulus) ผู้สร้างกรุงโรม 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“เธอไม่ต้องใช้อาวุธพวกนี้หรอกเมื่อมีฉัน...” เขาเอ่ย ดวงตาคมกล้าสบประสานจนพาใจดวงน้อยสั่นไหว “ฉันจะปกป้องเธอด้วยตัวของฉันเอง” มาเฟียหนุ่มสรุป แม้ไม่มีรอยยิ้มกว้างแบบละลายใจ แต่แววตาเขาเป็นประกายสร้างความอบอุ่นซ่านใจทุกครั้งที่เขามองมา ทำไมกีรนาจึงรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่ออยู่ข้างเขา..."

chineserose


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha