ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 1


ตอนต่อไป

ตอนที่ 1

            สายน้ำหยดเป็นทาง เกิดจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันยี่สิบกว่านาทีบวกกับเสียงฟ้าร้องคำรามอย่างน่าสะพรึงกลัวกระชากหัวใจของเด็กสาววัยสิบเก้าปีที่กำลังรอรถของพิริยะไพศาลมารับ กี่ครั้งแล้วที่เธอต้องนั่งชะเง้อรออยู่ที่ศาลาเดิมหน้ารั้วของมหาวิทยาลัยด้วยหัวใจที่เย็นยะเยือก และทุกครั้งที่ฝนตกฟ้าร้องเธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองโดดเดี่ยว เดียวดายไม่มีใครเลี้ยวแล ป่านนี้คนที่บ้าน พิริยะไพศาล คงจะลืมเธออีกแล้ว

            อย่ารออีกเลย พวกเขาคงลืมตะวันไปแล้ว ทางที่ดีกลับกับเราดีกว่า เดี๋ยวเราไปส่งตะวันเอง วิรัฐ เพื่อนของหญิงสาวเอ่ย เขาเห็นปานตะวันมานั่งรออยู่เป็นชั่วโมงแล้วแถมยังไม่มีวี่แววว่ารถของคนที่บ้านจะมารับเธอ

            อย่าเลย ตะวันไม่อยากรบกวน บางทีคนของพิริยะไพศาลอาจกำลังออกมาแล้วก็ได้เธอพูดเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่าน วิรัฐเป็นเพื่อนที่เรียนพยาบาลด้วยกัน เขาไม่ค่อยชอบกลับบ้านเพราะขี้เกียจต้องนั่งรถไปไกลถึงขอนแก่น

            ตะวันก็พูดแบบนี้ทุกที รัฐไม่เห็นว่าคนที่บ้านตะวันจะมาสักที ตะวันยิ้มเจื่อนๆ เธอชินแล้วกับการต้องรอเพราะถึงยังไงเธอก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรอยู่แล้วในเมื่อปานตะวันก็เป็นเพียงแค่คนอาศัยเท่านั้น แค่เจ้าของบ้านเมตตาเธอให้ที่อยู่ ให้เรียนหนังสือ มันก็เป็นพระคุณกับตัวเธอมากแล้ว

            เสียงแตรรถบีบดังขึ้นสองครั้งก่อนที่คนทั้งสองจะหันไปมอง ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักมีรถคันงามที่กำลังจอดเทียบเพื่อรอรับคนที่มีศักดิ์เป็นลูกสาวของตระกูลพิริยะไพศาล

            รัฐ ตะวันต้องไปแล้วนะ

            อืม ดูแลตัวเองด้วยละ วิรัฐเอ่ยอย่างเป็นห่วง นอกจากนายแพทย์นพติแล้วดูเหมือนคนที่บ้านหลังนั้นจะไม่มีใครญาติดีกับเพื่อนของเขาเลยสักคน ปานตะวันเคยเล่าให้เขาฟังถึงชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านหลังนั้น แม้เธอจะอยู่ในฐานะลูกบุญธรรมของนายแพทย์นพติ แต่ใช่ว่าหญิงสาวจะมีความสุขอย่างที่คนข้างนอกคิดกัน

            ลุงต้องขอโทษด้วยนะครับคุณหนูตะวันที่มารับช้าอีกแล้ว ลุงนิตย์เอ่ย หลังจากที่ร่างของเด็กสาวเข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว มีเพียงรอยยิ้มจืดจางของเธอเท่านั้นที่ทำให้ลุงนิตย์รู้สึกผิด

            ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตะวันก็เพิ่งลงมาจากหอพักนะคะ เมื่อกี้กำลังนั่งคุยกับเพื่อนเพลินเลย เธอไม่อยากให้ลุงนิตย์เป็นทุกข์เพราะเธอเชื่อว่าลุงนิตย์ไม่ใช่คนที่ผิดเวลา แต่ทุกครั้งที่มารับสายก็เพราะมีคนคิดวางแผนให้มารับเธอช้า เรื่องนี้ปานตะวันรู้มาตลอด

            คุณหนูวาริตาใช้ให้ลุงไปซื้อของให้เธอ ไอ้ลุงจะขัดใจแล้วบอกว่าต้องมารับคุณหนูตะวันก็กลัวว่าคุณหนูจะเดือดร้อนอีก ลุงนิตย์เอ่ยพลางสายตามองไปยังข้างหน้า หน้าฝนแบบนี้มองอะไรก็ไม่ค่อยชัดลุงนิตย์จึงต้องใช้ความสามารถในการขับขี่

            ค่ะ ตะวันเข้าใจค่ะ ลุงนิตย์ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะคะ เพราะถึงยังไงตะวันก็แค่คนอาศัยแค่ได้ใช้นามสกุลของพิริยะไพศาลก็นับว่าโชคดีมากแล้ว เพราะเด็กกำพร้าอย่างตะวันก็ไม่อาจสำคัญมากกว่าคุณวาริตาที่เป็นพิริยะไพศาลของแท้หรอกค่ะ เธอพูดเสียงเรียบ วาริตาเป็นลูกสาวคนเดียวของกมลน้องสาวคนแรกของนายแพทย์นพตินิสัยใจคอของเธอช่างต่างจากผู้เป็นลุงมาก แต่นั่นไม่ทำให้ปานตะวันรู้สึกเสียใจเท่ากับการที่วาริตามีอคติกับเธอ เพียงเพราะเธอเป็นเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ปานตะวันหันไปมองออกนอกหน้าต่างที่ฝนยังตกหนักอยู่ จะมัวน้อยใจทำไมในเมื่อชีวิตของเธอก็ไม่ได้สูงค่าอะไรเป็นเพียงดอกหญ้าที่เติบโตท่ามกลางดอกฟ้าและถึงอย่างนั้นดอกหญ้าอย่างเธอก็ไม่สามารถเทียบกับใครได้

            ตะวันกลับมาแล้วหรือ

ตะวันยิ้มให้นายแพทย์นพติ หญิงสาวเดินเข้าไปกราบเท้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดาบุญธรรมของเธอ หลายเดือนที่ไม่ได้เจอหน้าแต่พอได้เห็นรอยยิ้มอบอุ่นของท่านมันก็ทำให้ชีวิตของเด็กสาวคนนี้มีเสียงหัวเราะ

            รอบนี้ตะวันจะกลับมารับใช้คุณพ่อตั้งอาทิตย์หนึ่งนะคะ คราวนี้คุณพ่อจะต้องเบื่อขี้หน้าตะวันแน่ๆ นายแพทย์นพติหัวเราะให้กับคำหยอกล้อของเด็กสาว ก่อนจะเอามือลูบเส้นผมของเธอที่มีศักดิ์เป็นลูกสาวบุญธรรมของท่านเล่น

            ดีสิ พ่อดีใจที่ตะวันจะได้อยู่กับพ่อนานๆ และอีกไม่กี่วันพี่ติยะก็จะกลับมาแล้วนะ ปานตะวันชะงักกับคำพูดของนายแพทย์นพติ ร่างเล็กลุกขึ้นเปลี่ยนมานั่งบนเก้าอี้โซฟาข้างชายวัยผู้ใหญ่   แอบชักสีหน้าซึมลงอย่างถนัด

            เป็นอะไรไปละ ตะวัน หนูไม่อยากเจอหน้าพี่หรือ ปานตะวันส่ายหน้า

            ตะวันอยากเจอพี่ติยะค่ะ แต่ตะวันไม่แน่ใจว่าพี่ติยะอยากจะเจอตะวันหรือเปล่าถ้ารู้ว่าตะวันยังอยู่ที่นี่อีก พี่ติยะก็คงจะไม่พอใจและยิ่งเกลียดตะวันมากกว่าเดิม ปานตะวันเอ่ย ก้มหน้ายิ้มจืดๆ ตั้งแต่เธอจำความได้อาติยะไม่เคยญาติดีกับเธอเลย แม้เธอจะพยายามทำดีกับเขาแต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่อาติยะจะมองเธอในแง่ดีนอกจากสายตาเย็นยะเยือกและสีหน้าเย็นชาที่เขาพยายามสื่อสารให้เธอได้เห็น

 

            ณ ร้านอาหารหรูในเมืองปารีส เสียงเปียโนที่ทำเอาแขกในร้านเพลิดเพลินและเคลิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ทอดมองเจ้าของเสียงเปียโนที่ไพเราะ รินลดา คือชื่อของเธอ บทเพลงไพเราะที่ใช้เปียโนเป็นเครื่องดนตรีและทำให้แขกที่มาทานอาหารในค่ำคืนนี้เต็มอิ่มไปด้วยรอยยิ้ม

            หญิงสาวในชุดราตรีสีขาวเข้ารูปนั่งลงตรงข้ามหนุ่มหน้าเข้มที่กำลังยิ้มให้เธอพร้อมกับกุหลาบสีแดงช่อโตมามอบให้หญิงสาว เธอคือผู้หญิงที่สูงทรงในสายตาของเขา เขามีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ เสียงหัวเราะของเธอเหมือนเสียงกล่อมให้หัวใจของเขาเย็นลง

            ขอบคุณคะ ติยะ รินลดายิ้มอ่อนหวาน แสดงออกชัดเจนทางสายตา รินลดาเป็นลูกของนักธุรกิจค้าน้ำมันรายใหญ่ของประเทศในแถบตะวันออกกลาง แน่นอนเธอเป็นลูกครึ่งไทย อเมริกา เธอเรียนที่เดียวกับเขาและเธอยังเป็นดาวเด่นที่หนุ่มๆ หมายปอง

            คุณรู้ไหมริน ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับคุณ คุณเกิดมาเพื่อผมจริงๆรินลดายิ้มแก้มแทบปริ ในใจตอนนี้กำลังตื่นตันใจที่อย่างน้อยทายาทคนเดียวของพิริยะไพศาลก็ตกอยู่ในมือของเธอ เธอเชื่อว่าอาติยะไม่มีทางมีคนอื่น เขาไม่มีทางมองใครนอกจากเธอ ผู้ชายที่ดีพร้อมทั้งรูปทรัพย์และทรัพย์สินอย่างเขาไม่ได้หามาง่ายๆ และเธอก็จะไม่ยอมสูญเสียเขาแน่

            ขอบคุณติยะมากนะคะ ที่มอบความรักและความสุขให้ริน รินรักติยะคะ เป็นน้ำเสียงที่อ่อนหวานในสายตาของเขา ติยะยิ้มมุมปากจับกุมมือของเธอไว้ ชีวิตที่ขาดหายของเขาตอนนี้มันกำลังจะสมบูรณ์ขอเพียงให้เขาพร้อมกว่านี้ แค่นิดเดียวเขาจะขอเธอแต่งงาน

 

            ปานตะวันกำลังนั่งนวดตัวให้นายแพทย์นพติ ทุกครั้งที่กลับมาบ้านปานตะวันจะเข้ามารับใช้ท่านบ่อยๆ และคราวนี้มันก็เหมือนกับคราวที่ผ่านๆ มา นายแพทย์นพติกำลังนั่งมองเด็กสาวในการปกครองของท่าน เด็กผู้หญิงวัยแบเบาะที่ถูกแม่ใจร้ายทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลด้วยความที่ท่านเป็นแพทย์ด้านสูติกรรมไปเห็นเข้าและเกิดอาการถูกชะตากับเด็กคนนี้จึงรับเอามาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม แม้จะถูกคัดค้านจากเสียงข้างมากแต่ท่านก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจรับเลี้ยงเด็กสาวจนเติบโตเป็นสาวแรกรุ่นและตอนนี้ท่านก็ภูมิใจมากที่ได้เห็นความสำเร็จของปานตะวัน

            คุณพ่อง่วงนอนหรือยังคะ ปานตะวันถามขึ้น เงยหน้าจากหนังสือเล่มโปรดที่เธอชอบอ่านให้นายแพทย์นพติฟังก่อนนอนมันเป็นหนังสือจิตวิทยาที่สอนอะไรหลายอย่าง อีกทั้งเป็นยาให้กำลังใจชั้นดีกับคนสองคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน

            นี่ถ้าเจ้าติยะ ได้เห็นในมุมที่พ่อเห็น มันคงจะลดความจงเกลียดจงชังในตัวตะวันบ้างซินะ นายแพทย์นพติเอ่ย เพราะท่านไม่เคยเห็นลูกชายของท่านจะญาติดีกับปานตะวันสักครั้ง ตั้งแต่เด็กท่านเห็นปานตะวันถูกอาติยะกลั่นแกล้งตลอดแต่ท่านไม่สามารถห้ามปรามได้เพราะถึงยังไงอาติยะก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของท่าน อีกทั้งอาติยะยังมีความทรงจำเลวร้ายฝั่งลึก ท่านไม่อยากทำร้ายจิตใจลูกไปมากกว่านั้นจึงคิดว่าถ้าส่งอาติยะไปเรียนต่อต่างประเทศสักระยะบางทีความคิดของอาติยะที่มีต่อปานตะวันจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ได้

            พี่ติยะเป็นคนสูงทรง ต่อให้ตะวันทำดีแค่ไหนพี่ติยะก็คงไม่เห็นความดีของตะวันหรอกคะน้ำเสียงจืดจางแต่ท่านก็เข้าใจความรู้สึกของเธอดี

            แต่คุณพ่อไม่ต้องคิดมากหรอกนะคะ ต่อให้พี่ติยะจะยังเกลียดตะวันอยู่ ตะวันก็จะไม่โกรธเขา ตะวันจะอดทนอยู่ต่อไปเพื่อตอบแทนบุญคุณคุณพ่อเท่านั้นคะเพราะเธอระลึกเสมอว่านายแพทย์นพติเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่เธอ ท่านมอบความรักและความเมตตาให้เธอได้มีการศึกษาสูงๆ และเธอจะต้องตอบแทนบุญคุณท่านเข้าสักวันที่มีโอกาสฝ่ายนายแพทย์นพติก็ถึงกับซาบซึ้งจนเผลอกอดร่างของลูกสาวบุญธรรมด้วยความรักใคร่ ไม่เสียแรงที่ท่านรับเลี้ยงเด็กคนนี้ไว้ในปกครองและท่านก็เชื่อว่าปานตะวันจะเป็นเพชรเม็ดงามที่ถูกจีระนัยให้เป็นเพชรทรงคุณค่าเคียงคู่พิริยะไพศาลต่อไป

พ่อดีใจที่มีลูกสาวที่น่ารักอย่างตะวัน เอาเถอะ พ่อง่วงแล้ว ตะวันไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เช้าจะได้มาออกกำลังกายกับพ่อ พ่อจำได้ว่าเราไม่ได้ออกกำลังกายด้วยกันนานแล้ว

ค่ะ คุณพ่อ งั้นคืนนี้หลับฝันดีนะคะ นอนห่มผ้าด้วย ส่วนแอร์ก็อย่าเปิดให้มันเย็นมากนักนะคะเดี๋ยวจะไม่สบายเอายิ่งช่วงนี้อากาศไม่ค่อยจะดีซะด้วย เธอยังไม่วายเตือนบิดาบุญธรรมด้วยความห่วงใยแต่ก็ได้รับเพียงเสียงตอบรับทราบอย่างสั้นๆ พร้อมกับศีรษะที่ผงกขึ้นลงสองสามครั้ง

ฝีเท้าเล็กเดินออกมาจากห้องนอนของบิดาหลังจากที่ห่มผ้าให้ท่านเป็นกิจกรรมสุดท้าย ปิดประตูห้องนอนของท่านอย่างเบามือก่อนจะเดินใจลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ถึงเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอจดจำเรื่องราวในอดีตได้ดี ความจงเกลียดจงชังที่พี่ชายบุญธรรมมีให้เธอนั้นมันเจ็บปวดสำหรับเธออย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่เด็กๆ เธอไมเคยได้รับคำพูดดีๆ หวานๆ จากคนที่เธอนับถือเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เวลาผ่านไปเกือบสิบปีเร็วเหมือนโกหก ป่านนี้พี่ชายบุญธรรมของเธอคงจะกำลังจัดกระเป๋าเตรียมตัวกลับเมืองไทยหรือไม่เขาก็อาจจะไม่อยากกลับมาเพราะไม่ชอบขี้หน้าเธอ

พี่ติยะ ตอนนี้พี่ติยะจะยังเกลียดตะวันอยู่อีกไหมน้า ปานตะวันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้ายิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าเพราะเธอเป็นลูกที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่ทุกคนถึงได้รังเกียจเธอมากขนาดนี้ หญิงสาวเดินมาถึงห้องนอนของตัวเองที่บิดาบุญธรรมสั่งให้ย้ายจากเรือนหลังเล็กมาอยู่บนเรือนหลังใหญ่ เพราะท่านไม่เห็นชอบที่จะให้ผู้หญิงตัวคนเดียวอยู่ที่บ้านหลังเล็กด้วยเหตุผลที่ว่าเธอโตเป็นสาวมากแล้วและยายที่อยู่ดูแลเธอก็เพิ่งเสียไปเมื่อต้นปีที่แล้ว

พี่กมลคะ ไม่ทราบว่าพี่เคยเห็นคางคกขึ้นวอไหมคะ ฝีเท้าเล็กชะงักเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าหวานจะหันไปมองทางต้นเสียง เป็นเสียงของออมฝันที่กำลังพูดกับพี่สาวของนาง นางเป็นน้องสาวสุดท้องรองจากคุณหญิงกมลกับนายแพทย์นพติ เดิมทีคุณหญิงกมลไม่ได้มาอยู่ที่บ้านหลังนี้แต่หลังจากที่นางได้หย่าขาดกับสามีที่เป็นถึงหม่อม นางจึงหอบลูกสาววัยไล่เลี่ยกับปานตะวันมาเพิ่งบารมีของพี่ชายนางส่วนน้องสาวของนางก็ไม่ได้แต่งงานออกเรือนคุณออมฝันเลยยังอยู่ที่นี่แต่เป็นบ้านอีกหลังที่ปลูกในรั้วเดียวกับพิริยะไพศาล

คุณกมลกับคุณออมฝัน มีอะไรจะใช้ตะวันหรือคะ ทุกครั้งที่เธอกลับมาบ้านสิ่งที่หญิงสาวจะต้องเจอเสมอนั่นก็คือเสียงเหน็บแนมของผู้ใหญ่ที่ไม่น่าเคารพเท่าไร และเธอก็คิดว่าตราบใดที่หญิงสาวยังไม่ไปจากที่นี่เธอจะต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไป

ใครจะไปกล้าใช้ลูกสาวสุดที่รักของคุณพี่ได้ละ แต่จะว่าไปเธอนี่ก็เก่งนะไต่เต้าจนได้มาเป็นลูกรักของคุณพี่ได้จนลูกแท้ๆ ของคุณพี่ต้องกระเด็นออกไปอยู่ที่อื่นฉันนับถือเธอจริงๆ กมลเอ่ย ยิ้มเยาะอดที่จะประชดประชันไม่ได้ นางรู้แค่เพียงว่าเด็กผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงพิริยะไพศาลจอมปลอมที่ไม่จำเป็นต้องมาทำดีด้วย

แต่ทางที่ดีฉันขอเตือนว่าให้เธอเจียมตัวไว้ตั้งแต่เนินๆ เพราะอีกไม่กี่วันคุณติยะ หลานชายของฉันซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของคุณพี่จะกลับมาและตอนนั้นเธอจะกลายเป็นหมาหัวเน่าที่แม้แต่คุณพี่ก็จะไม่สนใจ

ใช่ และตอนนั้นพวกฉันจะหัวเราะแกให้สะใจเลยละ ออมฝันช่วยเสริมให้

ทางที่ดีฉันว่าเธอรีบย้ายออกไปจากที่นี่เสียดีกว่าหรือไม่ก็ออกไปจากพิริยะไพศาลอย่างถาวรเลยก็ยิ่งดี กมลเอ่ยส่งท้าย ใช้สายตาแหลมคมมองหญิงสาวอายุไล่เลี่ยกับลูกสาวของนางก่อนจะพากันเดินจากไปทิ้งให้ปานตะวันต้องถอนหายใจอย่างรู้สึกเหนื่อยล้า ถ้าไม่นึกถึงบุญคุณที่ต้องตอบแทนป่านนี้หญิงสาวคงออกไปจากที่นี่แล้วไม่ต้องทนเป็นคนหน้าด้านหรือถูกว่าร้ายอยู่อย่างนี้

 

ติยะจะกลับเมืองไทยเมื่อไรนะคะ รินลดาถามขึ้นในขณะที่ทั้งคู่กำลังเต้นรำกันกลางฟลอร์โดยมีคู่เต้นรำอีกหลายคู่

อีกสองวันผมก็ก็จะกลับแล้วละแต่ผมอยากให้คุณไปกับผมด้วย

รินก็อยากไปนะคะ แต่ติดที่ว่ารินต้องช่วยงานคุณพ่อ เอาเถอะคะ รอให้งานของรินเสร็จเรียบร้อยเมื่อไร รินจะรีบตามติยะไปนะคะ เธอจับกุมมือของชายหนุ่มไว้เพื่อให้เขามั่นใจว่าเธอจะต้องไปหาเขาแน่ๆ เพียงแต่ตอนนี้เธอยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอยู่ทางนี้

โอเค ถ้าคุณจัดการเรื่องทางนี้เรียบร้อยเมื่อไร ก็ตามผมมาละกัน เขาบีบมือเธอเบาๆ สัมผัสกับแหวนเพชรเม็ดงามที่สวมไว้ที่มือนางข้างซ้ายของเธอ มันเป็นแหวนที่เขาเป็นคนซื้อมาและถือเป็นแหวนหมั้นที่ชายหนุ่มหมั้นไว้เล่นๆ ก่อนเมื่อทุกอย่างพร้อม เขากับเธอคงจะได้แต่งงานกัน


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha