ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 2

วันนี้ปานตะวันตื่นเช้าตามที่ได้ตกลงไว้กับนายแพทย์นพติ สองพ่อลูกกำลังวิ่งออกกำลังกายอย่างสบายใจ สถานที่ทั้งสองมักชอบไปออกกำลังกายคือสวนสาธารณะที่อยู่ในซอยเดียวกับทางเข้าบ้านพิริยะไพศาล

ช่วงที่ตะวันไม่อยู่ คุณพ่อออกมาวิ่งคนเดียวหรือคะ ปานตะวันถามขึ้น ตอนนี้ทั้งสองได้มานั่งพักเหนื่อยหลังจากที่ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มกับการวิ่งไปตามทางเดินเรื่อยๆ

เปล่าหรอก พ่อมาวิ่งกับไอ้นิตย์นะแต่พอตะวันกลับมา มันก็คงจะดีใจที่จะไม่ต้องตื่นเช้ามาวิ่งเป็นเพื่อนพ่อ ปานตะวันยิ้มก่อนจะยื่นน้ำดื่มไปให้

คุณพ่อคะ อีกไม่กี่เดือนแล้วนะคะ เดี๋ยวตะวันจะมาวิ่งเป็นเพื่อนคุณพ่อทุกวันเลยค่ะ เว้นเสียแต่ว่าตะวันจะต้องอยู่เวร มาหาคุณพ่อไม่ได้ นายแพทย์นพติพยักหน้า ท่านเองก็อยากใช้เวลาในบั้นปลายอยู่กับลูกๆ ที่ท่านรัก และมันคงจะดีหากลูกชายของท่านจะนึกเอ็นดูปานตะวันเหมือนน้องสาวแท้ๆ บ้าง

แล้วอาจารย์บอกหรือยังว่าตะวันได้ไปฝึกงานที่ไหน ปานตะวันพยักหน้า

บอกแล้วค่ะ ตะวัน ยัยพาและก็รัฐอยู่กลุ่มเดียวกันที่ได้ไปฝึกที่โรงพยาบาลที่ตะวันเกิดคะ เธอตอบเลี่ยงๆ แต่นายแพทย์นพติก็พยักหน้าเข้าใจว่าโรงพยาบาลที่เธอหมายถึงคือที่ไหนแต่มันก็ดีไปอย่างเพราะอย่างน้อยท่านก็จะได้ฝากคนรู้จักให้ช่วยดูแลเธออยู่ห่างๆ

ทำไมคุณพ่อทำหน้าแบบนั้นล่ะคะ ไม่ดีใจหรือที่ตะวันได้มาฝึกงานโรงพยาบาลที่คุณพ่อเคยทำงานอยู่ นายแพทย์นพติส่ายหน้าพลางเอามือลูบเส้นผมเปียกเหงื่อของลูกสาวบุญธรรมก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่แสดงถึงความรู้สึกเป็นกังวลของท่านออกมา

อีกสองวันเจ้าติยะก็กลับมาแล้วและคงจะทำเรื่องย้ายมาทำงานที่นี่ พ่อเลยไม่แน่ใจว่าติยะจะเลือกที่ไหนเป็นที่ทำงาน บางทีตะวันอาจจะได้เจอพี่ ปานตะวันเงียบ ถ้าเป็นอย่างที่บิดาบุญธรรมเธอบอก มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะในเมื่อรายชื่อของเธอถูกส่งไปยังแหล่งฝึกเรียบร้อยแล้วและถ้าหญิงสาวจะต้องเผชิญหน้ากับอาติยะจริงๆ ก็คิดว่าเขาคงไม่อยากสนใจเธอมากนัก หมอกับพยาบาลบางทีมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันซะทีเดียวหากเธอหลบเลี่ยงได้

 

คุณแม่ขา นังตะวันมันพาคุณลุงออกไปไหนแต่เช้าคะ วาริตาถามเสียงสูง ผู้เป็นมารดาเงยหน้าขึ้นจากการดูเครื่องเพชรชุดใหญ่ที่เอามาขัดทำความสะอาดมองหน้าลูกสาวก่อนจะพูดในเชิงหมั่นไส้เด็กกำพร้าอย่างปานตะวัน

            จะอะไรซะอีก ก็พาคุณลุงของลูกไปออกกำลังกายนะสิ นี่ลูกตา แม่ว่าลูกต้องทำคะแนนเอาใจคุณลุงของลูกบ้างนะจ้ะ เพราะถ้าคุณลุงของลูกเกิดใจดีบ้ายกสมบัติให้มันมากกว่าพวกเรามันจะเป็นเรื่องใหญ่ วาริตาทำตาโต เม้มปากแน่นนึกถึงวันที่ปานตะวันได้ครอบครองสมบัติและเยาะเย้ยเธอยิ่งสร้างความโกรธเกลียดให้กับวาริตาเป็นอย่างมาก

            ทำไมมันต้องเกิดมาเป็นเสนียดเราด้วย วาริตาเอ่ยอย่างไม่พอใจ สองมือกำเข้าหากัน

            เอาเถอะ แม่ว่าบางทีเรื่องนี้เราอาจจะต้องมีตัวช่วย

            ตัวช่วยอะไรหรือคะ เสียงของออมฝันเดินเข้ามาพอดี สองแม่ลูกต้องเงียบปากไว้เพราะไม่อยากเล่าอะไรมาก ถึงออมฝันจะเป็นน้องสาวของคุณหญิงกมลแต่นางก็ถือเป็นอีกคนที่ต้องการทรัพย์สมบัติในบ้านของพิริยะไพศาลเหมือนกัน

            ไม่มีอะไรหรอก เออ ว่าแต่คุณพี่กับนังเด็กตะวันกลับมาแล้วใช่ไหม

            ค่ะ กลับมาได้สักพักแล้ว ฝันอยากให้คุณพี่กมลเห็นหน้านังตะวันตอนนี้จัง หน้าของมันดูมีความสุขมากแถมมันยังเอาใจคุณพี่นพติมากจนน่าหมั่นไส้ ออมฝันพูดอย่างริษยา

            คุณแม่คะ ได้ยินที่คุณน้าฝันบอกแล้ว ตายิ่งรู้สึกคันไม้คันมือนึกอยากตบหน้านังผู้หญิงไร้สกุลอย่างมันนัก วาริตาบอก คุณหญิงกมลหัวเราะก่อนจะเป็นคนอนุญาตลูกสาวเอง

            เอาเลยจ้ะ ลูกตา แม่เองก็อยากตบหน้ามันเหมือนกัน อดอยากมานานแล้ว คุณหญิงกมลพูดและหันมามองทางน้องสาวคนเล็กของนาง

            ส่วนเธอ แม่ฝัน เธอต้องเป็นต้นทางให้พี่กับลูกตาเอานังเขียวมาช่วยอีกคนก็ได้ เพราะถ้าคุณพี่มาเห็นเข้าจะได้รีบมารายงานฉันกับลูกตาให้ทราบ เข้าใจไหม

            เข้าใจค่ะ คุณพี่กมล ออมฝันรับทราบถึงแผนการร้ายของสองแม่ลูกเพราะนางเองก็ไม่ชอบหน้าปานตะวัน คงจะมีแต่พี่ชายของเธอเท่านั้นที่ชอบเด็กคนนั้น

            ปานตะวันอยู่ในชุดลำลองที่สบายตัวเมื่อวันนี้เธอตั้งใจจะลงมือทำอาหารเช้าให้คุณท่านทานเอง บิดาบุญธรรมของเธอถูกควบคุมเรืองอาหารเพราะท่านมีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ดังนั้นเรื่องอาหารก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องควบคุมและหญิงสาวเองก็จะได้ทำหน้าที่เป็นลูกสาวที่ดีของท่าน ร่างเล็กเตรียมจะเปิดประตูหากยังไม่ทันที่มือเล็กจะบิดลูกบิดประตู แรงผลักจากด้านนอกก็ดันเข้ามาก่อนจนร่างเล็กต้องรีบถอยหลังหนีออกกะทันหันเพื่อกลับไปตั้งหลักแต่เมื่อรู้ว่าใครมาเยือนแล้ว ความรู้สึกเหนื่อยก็เริ่มเกิดขึ้น

            เออ มีอะไรกับตะวันเหรอคะ

วาริตาหัวเราะก่อนจะใช้ไหวพริบเข้ามาล็อกตัวปานตะวันไว้ได้ คุณหญิงสาวกมลเดินเข้ามาหา

            ฉันไม่รู้ว่าพ่อแม่ของแกเป็นใครแต่ฉันมั่นใจว่าพ่อแม่แท้ๆ ของแกต้องเป็นพวกชั้นต่ำแน่

แม่ขายตัวส่วนพ่อก็ติดยา ใช่ไหมคะคุณแม่ วาริตาเสริมให้ มองหน้าจืดๆ ของปานตะวันแล้วสะใจเป็นที่สุดแต่มันจะต้องสะใจมากกว่านี้

เอาเลยคะคุณแม่ โทษฐานที่มันเสนอหน้ากับคุณลุงมากจนเกินไปและโทษฐานที่มันมาเป็นเสนียดให้กับพิริยะไพศาลของเรา ปานตะวันสะอึกในคำพูดของสองแม่ลูก แม้จะพยายามดิ้นรนและก็ดูเหมือนเรี่ยวแรงของเธอจะมีน้อยกว่าแรงของสองแม่ลูกนั่น

ออมฝันและเขียวกำลังยืนทำลับๆ ล่อๆ อยู่ที่หน้าห้องของปานตะวันจนแจ่ม สาวใช้ประจำตัวของปานตะวันเห็นเข้าจึงรู้สึกถึงความผิดปกติจึงรีบเอาความไปรายงานให้นายแพทย์นพติ

ออมฝันนะหรือแจ่ม

ค่ะ คุณออมฝันกับนังเขียว ไปยืนทำลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าห้องคุณปานตะวัน แจ่มว่ามันผิดปกติอีกอย่างคุณตะวันก็ยังไม่ลงมาทำอาหารให้คุณท่านเลย ยิ่งน่าแปลกเข้าไปใหญ่ แจ่มรายงานต่อ นายแพทย์นพติพยักหน้าก่อนจะออกไปหาลูกสาวบุญธรรมตามคำขอของสาวใช้เพราะคิดว่าน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอ

เพี๊ยะ

แรงตบของคุณหญิงกมลทำให้ใบหน้าหวานแดงขึ้นมา ปานตะวันรู้สึกแก้มข้างนั้นชาขึ้นทันที วาริตากำลังหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะหันไปขอให้มารดาของเธอตบหน้าปานตะวันอีก

            เอาอีกสิคะ คุณแม่ แค่ครั้งเดี๋ยวมันไม่สามารถกระชากคนหน้าหนาอย่างมันออกมาได้หรอกคะ หน้าไม่มียางออกซะขนาดนั้น วาริตาพูดก่อนจะเปลี่ยนใจให้มารดาเธอเป็นคนล๊อกตัวปานตะวันส่วนเธอจะเป็นคนตบหน้าปานตะวันเอง

            แย่แล้วคะ แย่แล้ว เสียงของเขียว สาวใช้ประจำตัวของออมฝันดังขึ้น วาริตาหันมาทำตาเขียวใส่ จ้องเขียวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อโทษฐานที่มาขัดจังหวะตอนที่หญิงสาวจะตบหน้าปานตะวันพอดี

            อะไรของแก นังเขียว คุณหญิงกมลเป็นฝ่ายถามเพราะเหมือนมันจะกำลังตกใจกับบางสิ่งบางอย่าง

            คุณท่านมาคะ เขียวบอกเสียงสั่นๆ

            หา คุณพี่นะหรือ เหมือนนายแพทย์นพติจะมีอิทธิพลกับทุกคนเพราะหลังจากที่ได้ยินนังเขียวบอก คุณหญิงกมลก็รีบปล่อยตัวปานตะวันทันทีส่วนวาริตาก็รีบเข้าไปหาร่างของมารดาเพื่อให้คิดหาทางออก

            แล้วเจ้านายของแกล่ะ นังเขียว หายไปไหน

            คุณออมฝันกำลังถ่วงเวลาคุณท่านอยู่ค่ะ เขียวบอกส่วนปานตะวันก็รอดอีกตามเคยแม้ครั้งนี้เธอจะเจ็บตัวบ้างแต่มันก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรถ้าเทียบกับการทำให้ผู้ที่มีบุญคุณล้นหลามอย่างนายแพทย์นพติไม่สบายใจ คุณหญิงกมลหันมามองหน้าปานตะวันก่อนจะกำชับเธอไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปฟ้องพี่ชายของนาง

            ว่ายังไง ไม่ได้ยินที่พี่ถามหรือว่ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ นายแพทย์นพติถามขึ้นเป็นครั้งที่สองหลังจากที่ท่านได้ถามครั้งแรกไปแล้วแต่ไม่ได้รับคำตอบ

ออมฝันทำหน้าหนักใจที่จะตอบ จะให้เธอบอกตามความจริงได้อย่างไรว่ามาดูต้นทางตามคำสั่งของพี่สาวนาง นายแพทย์นพติเตรียมจะถามอีกครั้งแต่ก็ต้องชะงักก่อนเมื่อประตูห้องของปานตะวันเปิดออกโดยเจ้าของห้องเป็นคนเปิดเอง

            เออ นี่มาทำอะไรกันคะ ปานตะวันเอ่ยเสียงเรียบ ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ช่างผิดกับสิ่งที่นายแพทย์นพติคิดไว้ยิ่งได้เห็นหน้าลูกสาวที่กำลังยิ้มให้ท่านอยู่ก็ดูปกติดี สงสัยแจ่มคงเป็นกังวลมากเกินไป

            นี่คุณตะวันไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหมคะ แจ่มถาม สีหน้าดูยังไม่สบายใจเท่าไรนัก ปานตะวันยิ้มให้สาวใช้ของเธอก่อนจะตอบกลับไป

            ไม่นี่คะ ตะวันกำลังจะออกมาทำอาหารให้คุณพ่อทานอยู่พอดี ปานตะวันสาวเท้ามาหาบิดาบุญธรรมของเธอ เอ่ยอีกประโยค

            คุณพ่อคะ ไปหาที่นั่งกินข้าวกับตะวันดีกว่าคะ เดี๋ยววันนี้ตะวันจะทำอาหารเพื่อสุขภาพให้คุณพ่อทานนะคะ นายแพทย์นพติพยักหน้า ยิ้มให้ลูกสาวสุดที่รักก่อนจะพากันเดินออกไปทิ้งเรื่องทุกอย่างที่กำลังสอบสวนอยู่ ออมฝันค่อยโล่งใจก่อนจะปรายตามองหน้าสาวใช้ของปานตะวัน

            มองอะไรนังแจ่ม หรือแกอยากมีเรื่อง ฮะ ออมฝันขึ้นเสียงเห็นแจ่มทำหน้าไม่ชอบใจแล้วชักหน้าหนีเดินจากไปก่อนที่นางจะเปิดประตูเรียกคนข้างในออกมา

            ตาเจ็บใจนัก นังตะวันมันรอดอีกแล้ว วาริตาเอ่ยอย่างหมดอารมณ์ เธอคิดว่าคราวนี้หญิงสาวจะได้ตบหน้าปานตะวันอย่างหนำใจแต่ไม่นึกเลยว่ามันจะรอดอีกแล้ว

            วันพระไม่ได้มีวันเดียวหรอกนะลูกตา แม่เชื่อว่าสักวันมันจะต้องกระเด็นออกจากบ้านพิริยะไพศาล แม่เชื่อ...ว่าวันนั้นต้องมี คุณหญิงกมลให้ความมั่นใจกับลูกสาวก่อนจะหันมาจ้องหน้าออมฝันสลับกับเขียวโดยไม่ได้พูดอะไรอีก

            ตะวัน บอกพ่อมาเถอะว่าเมื่อกี้หนูถูกคนพวกนั้นรังแกมาใช่ไหม นายแพทย์นพติถามอย่างนึกเป็นห่วง เพราะท่านมองสายตาของปานตะวันแล้วรู้สึกเหมือนเธอกำลังทุกข์ใจและความรู้สึกนี้ท่านก็ไม่เคยมองพลาดรวมทั้งหลักฐานบนใบหน้าของเธออีก

ปานตะวันเพียงแค่ยิ้มเจื่อนๆ ถึงสิ่งที่ท่านถามมาจะเป็นเรื่องจริงแต่เธอก็ไม่อาจจะพูดอะไรออกมาได้ถึงอย่างไรก็ไม่อยากให้พี่น้องต้องมาทะเลาะกันเองเพราะเธอเป็นต้นเหตุ

            มันไม่ได้หนักหนาอะไรหรอกค่ะคุณพ่อ ตะวันไม่ได้ถูกใครรังแกเลยค่ะ คุณพ่อสบายใจได้เธอเอ่ยและก้มหน้าจัดการกับอาหารที่เธอเพิ่งเอามาเสิร์ฟให้บิดาบุญธรรม เป็นอาหารที่เพิ่งทำสุกใหม่ๆ และเป็นอาหารที่ไม่มีรสจัดจ้านเหมาะสำหรับคนที่มีโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน

            ลมแรงๆ พัดเข้ามาให้ความรู้สึกเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูกแต่ในขณะเดียวกันท่านเองก็ไม่ถึงกับสบายใจมากนักในเมื่อปานตะวันยังเป็นแบบนี้ หลายครั้งหลายหนที่ไม่สามารถตักเตือนพวกญาติๆ ของตัวเอง เพราะตัวปานตะวันเองยังคงปกป้องคนเหล่านั้นให้พ้นความผิดจนบางทีท่านก็นึกกลัวว่าสักวันหากสิ้นลมหายใจไปแล้ว ลูกสาวที่น่ารักของท่านคนนี้จะอยู่อย่างไร


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha