ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 4

อาติยะขับรถมาจอดหน้าโรงพยาบาลที่ทำงานใหม่ในอนาคตของเขา ร่างสูงดูดีในเสื้อสูทสีขาวก้าวลงจากรถสปอร์ตหรูสีดำก่อนจะเดินเข้าไปหาอาจารย์แพทย์ผู้อาวุโส จุดประสงค์การมาในวันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามารายงานตัวเพื่อทำงานแต่เพื่อมาดักพบใครบางคนที่ดูเหมือนกิตติศัพท์ของเจ้าตัวจะแรงใช่ย่อย ยั่วยวน เอาใจ ประจบประแจง สารพัดที่เขาได้ยินมาจากปากของอาสาวรวมทั้งลูกสาวของนางแต่เพื่อไม่ให้เสียเวลาเขาเลยคิดว่าจะทำทีเดียวทั้งเรื่องมารายงานตัวของเขาและเรื่องมาจัดการกับน้องสาวนอกไส้

น่าดีใจที่โรงพยาบาลจะได้มีหมอเก่งๆ เจริญรอยตามนายแพทย์นพติผู้เป็นบิดา ผมดีใจที่จะได้มีโอกาสร่วมทำงานกับคุณนะ คุณหมอติยะ อาติยะเพียงแค่ยิ้มรับก่อนจะขอตัวไปเดินดูห้องพักที่ทางโรงพยาบาลจัดหามาให้แต่ระหว่างทางเขากลับได้พบคู่แค้นโดยไม่คาดคิดว่าจะเจอเธอแสนง่ายดายขนาดนี้

ปานตะวันกำลังยืนมองปลาที่แหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำ หอพักเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตั้งอยู่ด้านหลังของตึกต่างๆ ในโรงพยาบาล ใต้สะพานมีแม่น้ำลำคลองสายยาวที่ทะลุออกไปสู่รอบนอกได้ หญิงสาวมองมองฝูงปลาเพลินเลยไม่ทันสังเกตว่ามีคนเดินมาทางเธอ

คิดจะทำบุญให้อาหารปลาหรือยังไง เพราะเขาเห็นในมือของเธอมีถุงใส่ขนมปังถือไว้เลยเข้าใจโดยความคิดของตัวเองว่าเธอคงจะให้อาหารปลา ร่างทั้งร่างของหญิงสาวหันมาทางต้นเสียงที่คุ้นหูก่อนจะทำหน้าตกใจพอๆ กับดวงตาใสที่ทำตาโตใส่

พี่ติยะ ปานตะวันเรียกชื่อเขา รู้สึกตัวแข็งไปทั้งตัวไม่สามารถขยับไปไหนได้ หญิงสาวหน้าซีดรู้สึกใจไม่ดีเมื่อกำลังคิดว่าเขาจะต้องหาเรื่องเธออีก

ใช่ ฉันเอง เป็นยังไงบ้างล่ะ เสวยสุขอยู่บนกองมรดกของฉัน มีความสุขไหม เขาเริ่มเปิดฉากปะทะคารมกับหญิงสาวทั้งที่ในใจตอนนี้กำลังตกตะลึงกับความสวยของเธอ ใช่ ยิ่งได้มองใกล้ๆ เขาก็รู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก สิบปีที่ไม่ได้เจอหน้า เธอก็ยังคงหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนเดิม โครงหน้าเรียวรูปไข่ จมูกโด่งเป็นสันสวยงามอีกทั้งเรียวปากสีชมพูที่กำลังสั่นนั่น เพียงแต่รูปร่างของเธอเท่านั้นที่เปลี่ยนไปในทางที่ดูดีขึ้นกว่าเมื่อตอนสิบปีที่แล้ว

ถึงกับพูดไม่ออกเลยหรือ น้องสาวที่รัก เขาประชด ก่อนจะรีบคว้าข้อมือหญิงสาวไว้ทันที่เธอจะวิ่งหนี

ฉันเคยบอกเธอแล้วยังไงว่าเธอไม่มีสิทธิ์หนีหน้าฉันเพราะถ้าเทียบกันแล้วเธอมันก็เป็นเพียงลูกจ้างที่พ่อฉันจ้างให้มาทำหน้าที่เป็นลูกบุญธรรม เอะ หรือว่าต่อไปเธอจะเปลี่ยนจากสถานะลูกมาเป็นอย่างอื่นแทน ปานตะวันเม้มปากแน่น รู้สึกจี๊ดที่หัวใจ สิบปีที่ผ่านมาไม่ได้เปลี่ยนเขาให้เป็นผู้เป็นคนเหมือนๆ คนปกติเลย เขาคิดมาตลอดว่าเธอจะมาปอกลอกสมบัติของเขา อาติยะยืนจ้องหน้าน้องสาวนอกสายเลือด เขาเคยคิดว่าปานตะวันคือลูกเมียน้อยคนใดคนหนึ่งของบิดาเขาแต่พอเวลาผ่านไปความคิดนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก

ตอบฉันมาสิว่าต้องการเท่าไรเพื่อออกไปจากชีวิตของพ่อฉัน ปานตะวันน้ำตาจะไหลแต่ยังสามารถอั้นไว้ได้ สำหรับเขาเธอก็เป็นได้แค่คนที่จะมาปอกลอกสมบัติของเขา

พี่ติยะ ปล่อยตะวันเถอะนะคะ ตะวันเจ็บ เพราะเธอรู้สึกเหมือนแรงบีบจากมือของเขาแน่นมากขึ้นจนต้นแขนของเธอปวดระบม หญิงสาวพยายามทนความเจ็บไว้เพราะไม่อยากโวยวาย ในเมื่อจุดสะพานที่ทั้งสองยืนอยู่เป็นจุดกลางเชื่อมต่อระหว่างทางไปตึกกับหอพักพอดี ดังนั้นคนก็จะสัญจรไปมาบ่อยซึ่งเธอไม่อยากให้เขาตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน

ปล่อยงั้นหรือ เธอก็ตอบฉันมาก่อนสิว่าต้องการเท่าไรเพื่อแลกกับการที่เธอจะไม่ต้องอยู่ขัดหูขัดตาฉัน คราวนี้นอกจากเธอจะเจ็บต้นแขนมากขึ้น เขายังใช้น้ำเสียงข่มขู่เธอจนหญิงสาวแทบอยากจะหนีไปจากเขาแต่ทวาเธอทำไม่ได้เพราะมือหนาของเขากำลังจับต้นแขนเธอไว้แน่นเหมือนกระดูกของเธอจะหักเสียให้ได้ หากไม่มีใครมาชอบปรามเขาไว้ก่อน

ติยะ นี่แกจะทำอะไรน้อง อาติยะหันไปมองคนที่พูดก่อนจะปล่อยปานตะวันให้เป็นอิสระ แสยะยิ้มอย่างนึกขำในคำพูดของบิดาตัวเอง

ผมจะไปทำอะไรลูกสาวสุดที่รักของคุณพ่อได้ละครับ ผมก็แค่มาทักทายตามประสาคนเคยรู้จักกันก็แค่นั้นเองเขาเอ่ยเสียงเย้ยหยัน มองจ้องปานตะวันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ปานตะวันเข้ามาหลบอยู่ข้างๆ บิดาเขาคงนึกอยากจะประกาศให้คนอื่นๆ ได้รู้ละสิว่าเธอเป็นลูกรักของนายแพทย์นพติ ผู้อำนวยการของโรงพยาบาล เขาคิดในใจ

นพติมองหน้าลูกชายแล้วให้อาการเหนื่อยใจหันมายิ้มให้ปานตะวันลูกสาวบุญธรรมที่เหมือนจะยังตกใจไม่หาย

พ่อว่าตะวันกลับขึ้นบ้านพักเถอะพักผ่อนให้เยอะๆ เพราะพรุ่งนี้แล้วใช่ไหมที่หนูจะต้องฝึกงานจริงๆ ปานตะวันพยักหน้าแต่สายตายังเหลือบไปเห็นดวงตาก้าวร้าวของอีกฝ่ายที่เพิ่งได้ปะทะ

งั้นตะวันขอตัวนะคะ เธอเอ่ยสั่นๆ ก่อนจะรีบเดินออกจากที่ตรงนั้น ที่ๆ ที่ทำให้เธอเสียความรู้สึกกับผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายบุญธรรมของเธอ

นายแพทย์นพติมองหน้าลูกชายที่ตอนนี้กำลังนั่งดื่มน้ำเย็นๆ อย่างโล่งคออยู่ที่บ้านพักของเขาก่อนที่เสียงของบิดาจะทำให้เขาหยุดการเคลื่อนไหวและหันมาคุย

ทำไมพ่อมองหน้าผมอย่างนั้นล่ะครับ ทำอย่างกับว่าผมไปทำความผิดมา

แล้วมันจริงไหมล่ะ

ถ้าพ่อหมายถึงว่าผมทำไม่ดีกับลูกสาวสุดที่รักของพ่อละก็ มันสมควรแล้วครับสำหรับเขาปานตะวันผิดเสมอ ผิดที่เธอมาเป็นลูกบุญธรรมของบิดาและผิดที่เธอยังเสนอหน้าอยู่ในบ้านพิริยะไพศาลอีก

แต่พ่อว่ามันไม่สมควรที่จะคิดโทษตะวัน ตะวันเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย พ่อต่างหากที่เอาหนูตะวันมาเลี้ยงไว้ ตอนนั้นตัวตะวันเองก็เด็กมากนพติพยายามอธิบายแต่ยิ่งอธิบายก็ยิ่งเหมือนแก้ตัวเพื่อหลบเลี่ยงความผิดตัวเอง อาติยะยิ้มมุมปาก รู้ดีว่าบิดาของเขาต้องคิดเข้าข้างปานตะวันแน่และมันก็เป็นความจริง

ใช่ เรื่องทุกอย่างมันเริ่มต้นมาจากตัณหาราคะของพ่อนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พ่อนอกใจแม่ไปมีผู้หญิงคนนั้นรู้ทั้งรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเขามีสามีแล้วแต่พ่อก็ยังจะเอาเธอมาทำเป็นชู้จนแม่ต้องตรอมใจตายแต่น่าเสียดายที่ผู้หญิงคนนั้นหายตัวไปเสียก่อนเพราะถ้าไม่อย่างนั้นผมนี่แหละจะเป็นคนทำลายชีวิตคู่ของผู้หญิงคนนั้นเองมันเป็นความเจ็บปวดที่เขาต้องแบ่งรับไว้หลังจากที่มารดาตรอมใจตายผู้หญิงคนนั้นก็หายออกไปจากชีวิตบิดาของเขาแต่มันไม่สายไปหน่อยหรือที่เธอจะไปหลังจากที่มารดาของเขาตายไปแล้ว มันไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือสำหรับเด็กผู้ชายอายุเพียงไม่กี่ขวบที่กลับต้องกำพร้ามารดา

            ติยะ พ่อไม่ได้ทำเรื่องน่าเกลียดอย่างที่แกพูดเลย พ่อรักแม่ของแกมาก มากจนพ่อไม่คิดจะให้ผู้หญิงคนไหนมาแทนที่แม่ของแกได้

            ไม่คิดแต่พามานอนที่บ้านเลย อย่างนี้หรือครับที่พ่อว่าไม่ได้คิดเขาข่มอารมณ์ความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เจ็บที่ไม่เคยจางหายไปจากชีวิตของเขา นพติสงบอารมณ์ ท่านไม่อยากใช้อารมณ์ตัดสินเพราะมันจะยิ่งแย่เข้าไปอีก

            ติยะ แกต้องเข้าใจพ่อนะ ถึงพ่อจะพาผู้หญิงมานอนบ้านแต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าพ่อจะเอาผู้หญิงพวกนั้นมาแทนที่แม่ของแก พ่อก็แค่อยากสนุกอยากมีความสุข อยากปลดปล่อยในเมื่อแม่ของแกป่วย พ่อก็ไม่อยากทำให้สุขภาพของแม่แกแย่ลงไปอีกไม่มีใครมาแทนที่มารดาของอาติยะได้ เพราะนางเป็นภรรยาที่วิเศษสุดสำหรับท่าน ท่านแต่งงานกับมารดาอาติยะด้วยความรักอย่างที่สุดถึงแม้โรคร้ายจะพรากชีวิตของนางไปแต่ถึงกระนั้นความรักที่ท่านมีให้ภรรยาเพียงคนเดียวของท่านก็ไม่เสื่อมสลายไปพร้อมกับร่างกายของนาง

            ความสุขบนความทุกข์ของแม่อย่างนั้นหรือครับประโยคเย้ยหยันของเขาทำให้ผู้เป็นบิดาถึงกับพูดไม่ออก เขาแสยะยิ้มพยายามฝืนกลั้นอารมณ์ความเจ็บปวดไว้ เขาไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าบิดาของเขาให้ต้องมาสมเพชลูกที่เอาแต่สร้างปัญหาไม่เหมือนลูกสาวสุดที่รักของท่าน

            ผมไม่อยากจะเชื่อว่าพ่อจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากขนาดนี้สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม นายแพทย์นพติเห็นร่างของลูกชายเดินออกจากห้องพัก

สำหรับแพทย์โดยส่วนตัวเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น สำหรับอาติยะเขารับไม่ได้กับการจากไปของมารดาอาจเพราะตอนนั้นเขายังเด็กมากจึงคิดว่าที่แม่ตัวเองตายเพราะตรอมใจที่เห็นสามีพาผู้หญิงคนอื่นมาหยามกันที่บ้านแต่ไม่ได้คิดเลยว่าโรคมะเร็งตับถึงคราวฆ่าชีวิตแม่ตัวเอง

 

            หายไปไหนมารังสิพาถามขึ้นเมื่อเห็นร่างของเพื่อนสาวเข้ามาในบ้านพักของนักศึกษาฝึกงาน แต่เมื่อได้เห็นหน้าของปานตะวันแล้ว เธออดใจหวั่นไม่ได้ต้องรีบเข้าไปหาอย่างตื่นตกใจที่ได้เห็นน้ำตาของเพื่อนสาว

            เป็นอะไรเหรอตะวัน ใครทำอะไรเธอ เสียงโวยวายข้างนอกทำให้คนที่อยู่ในห้องอีกห้องต้องออกมาดูก่อนจะตกใจไปอีกคน

            ตะวัน ร้องไห้ทำไม วิรัฐเข้ามาจับมือปานตะวันช่วยซับน้ำตาให้เธอจนรังสิพาออกจะหมั่นไส้กับอาการแสดงออกเกินหน้าเกินตาของวิรัฐ

            ไม่มีอะไรหรอก ฉันไม่ได้เป็นอะไร

            แล้วถ้าไม่เป็นอะไรทำไมต้องร้องไห้ด้วยล่ะ ตะวันบอกรัฐมาดีกว่าว่าใครทำอะไรตะวัน รัฐจะไปจัดการกับมันเอง วิรัฐพูดโอ้อวดเลยถูกรังสิพาตบหัวให้

            พอได้แล้วไอ้รัฐ ไม่ได้ยินที่ตะวันบอกหรือไงว่าไม่ได้เป็นอะไร จะเซ้าซี้ตะวันอีกทำไม รังสิพาว่า หันมาคุยกับปานตะวันอีก

            ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฉันว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วพรุ่งนี้เราก็จะเริ่มฝึกงานกันแล้ว ก็เลยคิดว่าเราจะไปเที่ยวกันดีกว่าไหม ตะวัน

            เที่ยวหรือปานตะวันทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย

            ก็อยู่เฉยๆ ในบ้านพักมันก็น่าเบื่อใช่ไหมละ เราน่าจะไปหาอะไรทำสนุกๆ อย่างเช่นช้อปปิ้ง ดูหนังอะไรแบบนี้

            งั้นฉันไปด้วย

            ฉันไม่ให้แกไป รังสิพาโวย

            ได้ยังไงละ ฉันต้องไปเป็นเพื่อนตะวัน เกิดเธอไปกับตะวันแล้วไปมีเรื่องเข้าใครจะช่วย ฉันไม่ไว้ใจหรอกนะ วิรัฐหาข้ออ้างที่จะไปให้จงได้

            แหวะ พูดมาได้ ทำอย่างกับว่าถ้ามีแกไปด้วยฉันกับตะวันจะปลอดภัยงั้นแหละ

            ก็ใช่นะสิ นะ ตะวันให้รัฐไปด้วยนะ คราวนี้วิรัฐหันมาขอร้องปานตะวันที่ยังทำตัวเงียบ

            เออ พวกเธอไปด้วยกันเถอะ ตะวันไม่อยากออกไปไหน วันนี้ตะวันรู้สึกเหนื่อยมาก อยากพักผ่อนปานตะวันเอ่ยเพราะเธอกลัวว่าถ้าเธอออกไปแล้วจะเจอกับอาติยะอีก

            งั้นหรือ น่าเสียดายจัง รังสิพาบ่น

            ถ้าตะวันไม่ไปฉันก็ไม่... ไม่ทันที่เขาจะพูดจบ แขนของเขาก็ถูกรังสิพาลากให้เดินไปพร้อมกับเธอท่ามกลางความขัดขืนของเพื่อนชายแต่สุดท้ายเขาก็ต้องอ่อนกำลังให้และจำต้องเดินไปกับเธอด้วย

ปานตะวันยิ้มให้กับคู่นี้ ดูพวกเขาเหมาะสมกันดี อีกคนก็ร้ายส่วนอีกคนก็กวน หญิงสาวเดินมาล้มตัวลงนอนอยากหลับตาเงียบๆ สักพักเผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น สิ่งที่ทำให้เธอไม่สบายใจบางทีมันอาจจืดจางไปพร้อมๆ กับความฝันและเธอจะไม่ต้องทนเจ็บปวดอีก

            อาติยะขับรถมาถึงบ้านพิริยะไพศาลหลังจากที่ได้ปะทะคารมกับบิดาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ความเร็วของการเบรกรถในระยะกระชันชิดบ่งบอกถึงอารมณ์ของคนขับเป็นอย่างดี เขายอมรับว่ารู้สึกโมโหมากเพราะการที่บิดาออกตัวปกป้องปานตะวันนั้นยิ่งสร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ฝีเท้าหนาเดินเข้ามาหยุดนิ่งที่ประตูหน้าห้องนอนของตัวเองนึกถึงภาพแห่งความทรงจำเก่าๆ ที่เกิดขึ้นมานานมากแล้วมันเป็นความรู้สึกที่ดีและเขาก็มีความสุขมากแต่มันเป็นเพียงอดีตกาลที่ไม่มีทางหวนกลับมาอีกแล้ว

            แกร็ก....

ประตูห้องนอนของอาติยะถูกเปิดออกพร้อมกับสีหน้าแววตาที่บ่งบอกถึงความตกใจในสิ่งที่ได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดจนเขารู้สึกเหมือนที่นี่ไม่ใช่ห้องของเขา ห้องนอนที่เขาเคยอยู่มันหายไปหมด ชายหนุ่มเม้มปากแน่นรู้สึกโมโหมากขึ้น ความโกรธที่มีมากกว่าความไม่พอใจมันเดือดจนทนแทบไม่ไหว หากวันนี้เขายังไม่ได้รับความกระจ่าง เขาคงจะกระอักเลือดตายแน่

มีสิทธิ์อะไรถึงได้มาเปลี่ยนแปลงห้องนอนของฉันแบบนี้ เขาพูดเสียงเข้ม มองคนใช้ทุกคนที่ถูกเรียกให้มาพบ เขียวคนรับใช้ออมฝันรีบพูดขึ้น

พวกเราไม่มีสิทธิ์หรอกค่ะ แต่ที่ทำไปทั้งหมดเพราะคำสั่งคุณท่านที่ต้องการให้คุณตะวันใช้ห้องนอนของคุณอาติยะแทน เขียวพูดใส่ไฟ หันไปมองหน้าแจ่มสาวใช้ของปานตะวันที่กำลังทำหน้าไม่พอใจในการรายงานของเธอ

นี่ห้องปานตะวันอย่างนั้นหรือ ออกจะรู้สึกตกใจยิ่งกว่าที่ได้รู้ว่าเจ้าของที่เข้ามาอยู่ในห้องของเขาคือเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างปานตะวัน นี่ห้องนอนของเขาเป็นที่อยู่อาศัยของคนไร้ญาติขาดมิตรไปแล้วหรือเขาพยายามสงบสติอารมณ์และหันมาถามสาวใช้อีกว่า

นอกจากห้องของฉัน คุณพ่อยังยกอะไรให้ตะวันอีก

ตอนนี้อาจจะมีแค่ห้องนอนของหลานติยะเท่านั้น ไม่แน่นะต่อไปเรือนหลังเล็กที่แม่เด็กตะวันนั่นเคยอาศัยอยู่ก็คงจะเป็นของเธอในที่สุด คุณหญิงกมลเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย นางได้ยินเสียงของอาติยะตะโกนดังลั่นใส่พวกคนรับใช้ที่เข้ามาจัดห้องโดยพละการแต่จะโทษพวกเขาก็ไม่ถูกในเมื่อคนก่อเรื่องจริงๆ คือบิดาของเขา

นี่มันห้องนอนของผม มันจะไม่มากไปหน่อยหรือที่แม้กระทั่งห้องนอนของผมก็ยกให้ตะวัน อาติยะโมโห ตอนนี้เขากำลังพูดคุยกับอาสาวของเขา กมลมานั่งลงข้างหลานชายแอบอมยิ้มกับปฏิกิริยาตอบสนองที่แสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน

นั่นสิจ้ะ คุณพ่อของหลานทำเกินไป เธอเอ่ยตามใจอาติยะ ต่อไปนี้บ้านพิริยะไพศาลคงร้อนเป็นไฟและคนอย่างนายแพทย์นพติ พี่ชายของเธอจะได้รู้เสียทีว่าไม่ควรเอาใจลูกบุญธรรมอย่างปานตะวันมากเกินไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha