ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 5


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 5 

นายแพทย์นพติกลับมาจากโรงพยาบาลด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น ยิ่งอากาศร้อนหัวใจของท่านก็เหมือนทำงานหนัก ท่านเดินตามหาร่างของลูกชายทั่วบ้านเพราะถึงยังไงเรื่องราวในอดีตที่เป็นปมฝั่งใจให้กับอาติยะลูกชายเพียงคนเดียวของเขาก็ต้องจบลงเสียที อาติยะจะต้องฟังเหตุผลของท่านและจะต้องเข้าใจในที่สุด

            “คุณติยะอยู่ไหน เมื่อเห็นสาวใช้ ท่านจึงเอ่ยถาม

            อยู่คุยกับคุณกมลที่เรือนกล้วยไม้ค่ะ นายแพทย์นพติพยักหน้าก่อนจะเดินไปที่เรือนกล้วยไม้เห็นร่างสองร่างกำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ท่านเดินเข้าไปหาก่อนจะปะทะกับดวงตาสีดำสนิทของลูกชายที่มองมาอย่างไม่ชอบใจ

            ทำไมมองพ่อแบบนั้น

        คุณพ่อเอาห้องของผมไปยกให้เป็นของตะวันได้ยังไงแล้วมีสิทธิ์อะไรที่มารื้อข้าวของของผม เขาพูดน้ำเสียงเครียดจัด มองจ้องบิดาด้วยความรู้สึกเสียใจที่ท่านมองเห็นคนอื่นดีกว่าลูกแท้ๆ ของตัวเอง

            ทั้งที่ห้องนั้นมันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ผมจะนึกถึงความสุขของแม่ได้ ในเมื่อพ่อไม่ได้รักแม่อีกแล้วพ่อก็ไม่เห็นจะต้องทำร้ายผมอีกคนเลย

            ติยะ เรื่องนี้พ่ออธิบายได้นะ นายแพทย์นพตินึกอยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้มันจะต้องเกิดขึ้นในสักวันและมันก็เกิดขึ้นแต่ที่ท่านให้ปานตะวันย้ายมาอยู่ในห้องนี้ก็เพื่อที่จะได้มาช่วยดูแลของชิ้นสำคัญสิ่งหนึ่งที่ท่านไม่เคยขนย้ายไปไหนเลยและถ้าในห้องนั้นมีคนอยู่ท่านก็จะได้อุ่นใจว่ามันจะไม่หาย

            ผมไม่ฟังข้ออ้างของพ่อ ผมจะไม่พูดมาก พ่อให้คนใช้เอาของของ ตะวันออกไปจากห้องของผมเดี๋ยวนี้และช่วยจัดห้องให้เหมือนเดิมทุกอย่างด้วยเพราะถ้าไม่อย่างนั้นผมจะอาละวาดให้บ้านแตกเลยทีเดียว สิ้นคำพูดของเขา ชายหนุ่มก็เดินออกจากวงสนทนาทิ้งให้บิดาต้องทำหน้าหนักใจ คุณหญิงกมลที่นั่งฟังเงียบๆ ถึงกับอมยิ้มออกมาด้วยความสะใจ อยากให้เด็กปานตะวันมารับฟังเสียจริงว่าพี่บุญธรรมของตัวเองแสดงความรังเกียจในตัวของเธอมากแค่ไหนแต่ก็เอาเถอะแค่ได้เห็นหน้าพี่ชายของนางก็นับว่าได้ผลดีเกินคาดแล้ว

 

            ไอ้พา เอาโทรศัพท์มาหรือเปล่าว่ะ วิรัฐถามขึ้น เห็นรังสิพาส่ายหน้า

            เฮ้ย ลืมได้ไงว่ะ แล้วอย่างนี้จะโทรหาตะวันได้ยังไง รังสิพาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เดินดูของต่อไปโดยไม่สนใจในความวุ่นวายใจของเพื่อนหนุ่ม

            ปานตะวันนั่งรอเพื่อนทั้งสองอยู่ที่หน้าบ้านที่หายออกไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว นี่ไม่รู้ว่าพวกเขาสองคนจะไปทะเลาะกันอีกหรือเปล่า เพื่อนๆ พยาบาลที่มาฝึกงานด้วยกันต่างทยอยกันกลับเข้าบ้านแต่ไร้วี่แวววิรัฐกับรังสิพา เสียงร้องจ๊อกๆ บ่งบอกว่าท้องไส้เธอกำลังปั่นป่วน หญิงสาวเอามือมาจับท้องตัวเองรู้สึกหิวอย่างบอกไม่ถูกแต่มันก็มืดมากแล้วถ้าออกไปตอนนี้เกิดวิรัฐกับรังสิพากลับมาแล้วไม่เจอตัวก็คงจะพลอยเป็นห่วงแย่และเธอก็ไม่สามารถติดต่อพวกเขาสองคนได้เลย

            ทำยังไงดีพวกเขาไม่ได้พาโทรศัพท์ไปด้วย หญิงสาวบ่นออกมาแต่เสียงร้องแสดงความหิวมันก็เล่นงานเธอไม่เลิก หญิงสาวจึงตัดสินใจออกไปหาซื้ออาหารมากิน ยังดีที่มันยังไม่ดึกมากและที่หน้าโรงพยาบาลก็มีของขายมากมาย หญิงสาวยิ้มกับตัวเองตอนนี้เธอได้อาหารแล้วและกำลังจะกลับห้องพักแต่เพราะมีรถที่วิ่งตัดหน้าจนร่างของเธอแทบล้มแต่ยังดีที่หญิงสาวตั้งสติได้ ใบหน้าหวานซีดเผือดเมื่อรู้สึกว่าอันตรายกำลังจะมาหาเธออีกครั้ง

            อาติยะขับรถมาที่นี่อีกครั้งเพราะเรื่องที่ปานตะวันย้ายมาอยู่เรือนหลังใหญ่แถมยังไม่หนำใจหญิงสาวยังกล้ายึดห้องนอนของเขาตอนที่เขาไม่อยู่เป็นของตัวเองอีกด้วย

            จะรีบไปไหนแม่ตัวดี เขาออกเสียงพูด จ้องหน้าหญิงสาวราวกับจะขยี้คามือ ปานตะวันมองรอบข้างที่กำลังมืดลงเรื่อยๆ ผู้คนที่สัญจรไปมาก็เบาบางจนไม่มีใครสนใจใครและเธอก็กลัวเขาเหลือเกิน

            พี่ติยะ มีอะไรกับตะวันหรือคะ

            มีแน่ ขึ้นรถ

            ไม่ค่ะ ตะวันไม่ขึ้นเพราะตะวันจะไม่ไปไหนกับพี่ติยะ เธอพูดตามความรู้สึกของตัวเอง ส่วนอาติยะเขาแค่อยากพาปานตะวันกลับไปเห็นสิ่งที่เธอทำ ห้องนอนของเขาที่ถูกเธอยึดและตอนนี้มันก็กำลังจะถูกย้ายออกไปใหม่

            จะไปดีๆ หรืออยากให้ฉันลากเธอขึ้นรถ อย่าให้ฉันต้องรู้สึกโกรธเธอมากกว่านี้นะ ปานตะวัน ปานตะวันเหมือนจะร้องไห้ เธอทั้งหิวและกลัวมาก อารมณ์ของเขาช่างดุร้ายเหลือเกินทั้งที่เขาเป็นหมอ เขาน่าจะสงบจิตสงบใจได้ดีกว่าบุคคลธรรมดาทั่วไปแต่นี่กระไร เขาไม่เหมือนนายแพทย์นพติบิดาของเขาเลย

            พรุ่งนี้ตะวันต้องฝึกงาน ถ้าพี่ติยะมีอะไรอยากจะพูดกับตะวันก็เชิญพูดกันตรงนี้เลยค่ะ ตะวันไม่อยากไปไหนอีก อาติยะหัวเราะ

            มีสิทธิ์เลือกได้ด้วยหรือ ถ้าพูดกันดีๆ ไม่ชอบก็อย่าหาว่าฉันร้ายกับเธอละกัน ขึ้นมา เขาดึงแขนของปานตะวันก่อนจะลากเธอให้เดินมาขึ้นรถ ปานตะวันตกใจจนทำถุงอาหารตก รู้สึกเสียดายอาหารพวกนั้น

            ทำไม เสียดายของพวกนั้นงั้นหรือ เขาถามอย่างเหยียดหยามมองหน้าเธอด้วยแววตาเยาะเย้ย ใช่ เพราะเขาไม่เคยญาติดีกับผู้หญิงของบิดา แม้ท่านจะยกย่องเธอให้เป็นลูกบุญธรรมและเป็นน้องสาวของเขาแต่ในส่วนลึกของอาติยะ เขาไม่เคยนับว่าปานตะวันเป็นน้องสาวของเขาเลย ผู้หญิงที่ไม่รู้แม้แต่พ่อแม่หรือชาติตระกูลของตัวเอง เขาไม่มีทางนับญาติเด็ดขาด

            ปานตะวันนั่งเงียบ ไม่ได้มองหน้าเขา ตอนนี้เธอหิวมากเหลือเกินแต่ก็ขัดอารมณ์ของเขาไม่ได้ ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างเขาถ้าเธอบอกไปว่าตัวเองหิวและขอให้เขาจอดรถเพื่อหาอะไรกิน เขาคงหัวเราะเยาะเธออย่างสมเพช ใบหน้าหวานก้มลงเงียบทั้งที่ในใจตอนนี้กำลังเศร้าอย่างหนัก ถ้าวันนั้นเธอตายไปมันก็คงจะดีเพราะอย่างน้อยๆ อาติยะก็คงไม่เกลียดเธอ

            เพราะแกคนเดียวเลยนะ ไอ้พา ถ้าไม่ลากฉันออกไปแบบนั้นป่านนี้ฉันคงได้คุยกับตะวันแล้ว วิรัฐเอ่ยอย่างอดโมโหไม่ได้ ในมือตอนนี้มีถุงขนมมากมายที่ซื้อมาฝากปานตะวัน ส่วนรังสิพาก็ด่าเพื่อนกลับ

            ฉันคนเดียวที่ไหนเพราะแกนั่นแหละพูดจาไม่เข้าหูฉันเลยลืมมือถือเพราะมัวแต่ทะเละกับแก รังสิพาพูดพร้อมทั้งไขกุญแจเข้าบ้านพักโดยมีวิรัฐกำลังบ่นพึมพำแต่ต่างคนต่างก็เงียบเมื่อไม่เห็นปานตะวันอยู่ในบ้าน

            เอ๊ะ ตะวันไปไหน รังสิพาบ่น เห็นวิรัฐเข้าไปหาในห้องแล้วออกมาพร้อมกับสีหน้าดูเป็นกังวล

            ในห้องก็ไม่มีและฉันก็พยายามโทรไปหาตะวันแล้วนะ ตะวันก็ไม่รับสาย

            ค่ำมืดแบบนี้ตะวันจะไปไหนได้ล่ะ

            นั่นสิ สองหนุ่มสาวมองหน้ากัน อดเป็นห่วงเพื่อนสาวไม่ได้ที่หายออกไปโดยไม่ได้บอกกล่าว

            ที่บ้านพิริยะไพศาล ปานตะวันถูกพาให้มาดูห้องนอนของเธอที่ยึดมาจากห้องของอาติยะ โดยมีผู้เป็นบิดา คุณหญิงกมลและออมฝันตามมาดูเหตุการณ์ด้วย

            ยัยตาหลับไปแล้วหรือคะ คุณพี่ ออมฝันกระซิบถามอยากให้หลานสาวคนเดียวของเธอมาเห็นเหตุการณ์ด้วยคงจะสะใจไม่น้อย

            หลับไปแล้วละ แต่ถึงยังไงพี่ก็ไม่พลาดที่จะเอาไปเล่าให้ลูกพี่ฟังแน่นอน สองพี่น้องหัวเราะคิกคักกันก่อนจะถูกปรามโดยพี่ชายของพวกนาง

            เป็นไงละ ห้องของฉันตอนนี้มันกลายเป็นห้องของเธอไปแล้ว ดีใจไหมละที่ขโมยเอาความสุขที่เหลืออยู่เพียงสิ่งเดียวของฉันไปหมด พอใจเธอแล้วไหมละที่เอาทุกอย่างไปจากฉัน ปานตะวันนิ่งงันเธอไม่ได้อยากอยู่ห้องนอนของเขาเลย แม้แต่จะย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนหลังใหญ่ก็ยังคิดหนักแต่เพราะเธอขัดคำสั่งของบิดาเขาไม่ได้จนเรื่องมันเป็นแบบนี้

            ติยะ พูดกับน้องดีๆ สิ อย่าตะคอก นพติพูด

            แล้วมีใครเห็นหัวผมบ้างล่ะครับ พ่อก็เหมือนกัน รู้ทั้งรู้ว่าผมหวงห้องนี้ยิ่งกว่าอะไรเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ผมจะระลึกถึงแม่ของผมได้ แล้วทำไมครับ ทำไมถึงต้องทำร้ายผมอยู่เรื่อย ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอาติยะจึงออกคำสั่งเด็ดขาด

            ต่อไปนี้ถ้าไม่มีคำสั่งจากผม ใครหน้าไหนก็ห้ามเข้ามาในห้องนอนของผม ไม่เว้นแม้แต่พ่อ นายแพทย์นพติกลืนน้ำลายพอๆ กับทุกคนที่ได้ฟังไม่เว้นแม้แต่ปานตะวันที่ทำท่าจะร้องแต่มันร้องไม่ออกเพราะจุกอยู่ที่คอตัวเอง

            ส่วนเธอปานตะวัน เอาข้าวของของเธอที่อยู่ในห้องของฉันออกไปให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว อาติยะพูดแค่นั้นก่อนจะเดินจากไป นพติตามลูกชายตัวเองเพื่อพูดคุยทิ้งให้ปานตะวันอยู่กับสองพี่น้องที่กำลังยิ้มเยาะอย่างสะใจ

            ฝันจ้ะ ฝันเห็นอะไรหรือเปล่า คุณหญิงกมลถามน้องสาว

            เห็นอะไรหรือคะคุณพี่ ออมฝันแกล้งถาม

            ก็เห็นคนที่กำลังจะตกกระป๋องไงละจ๊ะ กมลเดินมาใกล้ปานตะวันเอามือมาจับไหล่เธอเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

            น่าสงสารจังเลย สงสารที่เธอกำลังจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ถึงยังไงพี่ชายฉันก็ต้องเลือกเข้าข้างลูกแท้ๆ ของเขาอยู่แล้ว เสียงเยาะเย้ยของสองพี่น้องหายไปตามจังหวะการเดินของพวกนาง ปานตะวันได้โอกาสถึงกับปล่อยน้ำตาออกมาอย่างสุดกลั้น เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะทำลายความสุขของอาติยะ เธอไม่ได้อยากจะทำร้ายหัวใจของเขามากขนาดนี้ ใบหน้าหวานยังปล่อยหยดน้ำตาออกมา เพื่อเป็นทางออกที่ดีที่สุดหญิงสาวควรเก็บข้าวของแล้วกลับมาอยู่ที่เรือนหลังเล็กตามเดิม

            ตาติยะ ทำไมต้องไปว่าน้องแรงขนาดนั้นด้วย น้องเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ นพติเดินตามมาคุยกับอาติยะที่มานั่งสงบสติอยู่ที่เรือนกล้วยไม้ที่พอตกค่ำอากาศเย็นสบายพลอยให้รู้สึกผ่อนคลายลงได้บ้าง

            คุณพ่อก็เข้าข้างเธอตลอด เคยคิดถึงหัวใจของผมบ้างไหมว่าผมจะรู้สึกยังไง ผมก็เสียใจเป็นเหมือนกันนะครับ

            แต่ตะวันเป็นเด็กที่น่าสงสาร ติยะก็รู้ดีนี่ นพติพยายามพูดเพื่อให้อาติยะเกิดความเห็นใจและสงสารเด็กกำพร้าพ่อแม่อย่างปานตะวันแต่เหมือนสิ่งที่ท่านหวังนั้นไม่ได้เป็นดั่งฝัน

            สงสารงั้นหรือ ผมควรสงสารตัวเองมากกว่าที่กำลังจะถูกแย่งของทุกอย่างที่มันควรจะเป็นของผม ผมรู้แต่ว่าตอนนี้เด็กปานตะวันนั่นกำลังจะออกนอกกรอบ ขอบเขตของเธออยู่แค่เรือนหลังเล็กเท่านั้น เธอไม่มีสิทธิ์มาเสนอหน้าอยู่ในบ้านหลังเดียวกับผม อาติยะพูดจบจึงแยกทางกับบิดา ต่อให้พูดกันยังไงผลสุดท้ายบิดาและเด็กสาวตะวันนั่นก็ผิด สายตาคมมองบ้านหลังเล็กที่ตอนนี้เปิดไฟสว่างเมื่อคนที่อยู่อาศัยบ้านหลังนั้นกำลังขนย้ายข้าวของในห้องของเขาเพื่อมาไว้ที่บ้านหลังเดิมที่เธอเคยอยู่ มันก็สมควรแล้วที่เธอจะโดนแบบนั้นในเมื่อห้องนอนห้องนั้นเป็นห้องที่เขารักมากที่สุด

            ขอบคุณมากนะคะ พี่แจ่มที่ช่วยยกของให้ตะวัน ถ้าไม่มีพี่แจ่มมาช่วยตะวันอีกแรงคืนนี้ทั้งคืนตะวันคงเก็บของไม่หมดแน่ ปานตะวันเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะวางของๆ เธอเป็นชิ้นสุดท้าย ถ้าตอนนั้นเธอค้านบิดาบุญธรรมเรื่องที่ท่านให้มาอยู่ที่ห้องของอาติยะ ถ้าเธอปฏิเสธท่านสักนิดป่านนี้เขาคงจะไม่เกียจขี้หน้าเธอมากขนาดนี้ อย่างน้อยๆ เธอจะได้มองหน้าเขาติดบ้างไม่ใช่เหมือนตอนนี้ สายตาหวานซึมลงรู้สึกเสียใจอย่างบอกไมถูก เสียงท้องร้องของปานตะวันทำให้แจ่มต้องรีบถาม

            คุณตะวัน ยังไม่กินอะไรเลยหรือคะ ปานตะวันพยักหน้าอย่างน่าเห็นใจ จนแจ่มต้องรีบไปจัดการทำอาหารมาให้แต่ไม่วายจะถูกมารผจญมาขัดขวาง เขียวกำลังยืนบังประตูทางเข้าห้องครัวจ้องหน้าแจ่มอย่างยิ้มเจ้าเล่ห์

            นังเขียว หลบไป ฉันจะไปทำอาหารให้คุณตะวัน

            ทำไมฉันต้องหลบด้วย เขียวแกล้งถามจนแจ่มทนไม่ได้ต้องรีบผลักเขียวจนร่างของเธอล้มลง เขียวลุกขึ้นมาจับหัวแจ่มก่อนจะมีเรื่อง

            หนอย อีนังแจ่มรู้จักนังเขียวน้อยไปแล้ว สิ้นคำพูดของเขียวแจ่มก็ถูกมันตบซ้ายขวาจนรู้สึกชาไปหมดแต่แจ่มไม่เลิกละความพยายามที่จะเอาอาหารไปให้คุณหนูของเธอให้ได้ ส่วนปานตะวันกำลังนั่งรอสาวใช้ส่วนตัวของเธอด้วยความเป็นห่วงที่หายออกไปนานเหลือเกินแต่เธอก็ไม่อาจเดินไปไหนได้ในเมื่อท้องไส้ของเธอตอนนี้มันกำลังเล่นงานจนหญิงสาวไม่สามารถลุกไปไหนได้

            โอย ท้องจ๋า จะเพิ่งปวดตอนนี้ได้ไหม เพราะตะวันเป็นห่วงพี่แจ่มเหลือเกิน ได้โปรดช่วยทุเลาหน่อยนะ ตะวันจะได้ลุกไปหาพี่แจ่มได้ ปานตะวันพยายามลุกขึ้นแต่เดินแค่ไม่กี่ก้าวร่างของเธอก็ล้มลงไปนอนชักงอกับพื้นสนามหญ้าหน้าเรือนหลังเล็ก เจ็บปวดเหลือเกินและเธอก็รู้ด้วยว่าอาการแบบนี้เป็นอาการของโรงกระเพาะที่กำลังจะเล่นงานเธอให้เข้าแล้ว

            วิรัฐกับรังสิพาทำหน้าหมุ่ยเดินไปเดินมาที่ด้านหน้าห้องพัก ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วแถมคนที่ไม่ชอบไปไหนมาไหนตอนดึกๆ อย่างปานตะวันก็ยังไม่กลับมา มันผิดวิสัยกับนิสัยของเธอ รังสิพาหันมามองหน้าวิรัฐก่อนจะเอ่ยอย่างเครียดๆ

            จะเป็นไปได้หรือเปล่าว่าตะวันจะกลับบ้าน

            ถ้าตะวันกลับบ้าน ตะวันก็ต้องโทรมาบอกเราสองคนแล้วสิ วิรัฐให้เหตุผลแต่ยังไม่ตัดประเด็นนี้ ชายหนุ่มยกมือถือกดเบอร์โทรศัพท์หาปานตะวันอีกครั้งคราวนี้สายติดแต่ไม่มีคนรับสายจึงเปลี่ยนมาโทรเบอร์ของบ้านพิริยะไพศาล

            บ้านพิริยะไพศาลครับ

            เบอร์บ้านติดแล้ว วิรัฐเอ่ยออกมาอย่างนึกดีใจพลอยทำให้รังสิพาใจเต้นไปด้วยภาวนาขอให้เป็นอย่างที่คิดคือปานตะวันอยู่ที่นั่น อย่างน้อยวิรัฐกับรังสิพาจะได้หมดห่วงและมันคงจะดีหากพวกเขาได้ยินเสียงใสๆ ของเพื่อนสาวด้วย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha