ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 7

          หวังว่าผมคงจะได้พบคุณอีก ปิ่นมุกยิ้มให้พลางส่ายหน้า

            ถ้าเป็นไปได้ ปิ่นไม่อยากเจอคุณนพติอีกเพราะปิ่นไม่อยากให้ลูกชายของคุณนพติจะเข้าใจผิดคิดว่าปิ่นเป็นคนที่จะมาแทนที่แม่ของแกอีกคน ปิ่นไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกหวังว่าคุณนพติคงเข้าใจนะคะ นพติมองร่างของหญิงสาวที่เดินไปขึ้นรถคันใหม่ที่ปิ่นมุกโทรไปบอกลูกน้องของเธอให้มารับ สุดท้ายท่านก็ไม่อาจรื้อฟื้นหรือสาวความต่อ จะไปโทษใครได้ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ท่านต้องเผชิญ นพติเดินมาถึงรถ

            นิตย์ พาฉันไปที่โรงพยาบาล ฉันจะไปหาปานตะวัน

            ครับนิตย์รับคำก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไป

 

ก็ขอยินดีต้อนรับน้องๆ พยาบาลฝึกงานทุกคน พี่ในฐานะหัวหน้าพยาบาลก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะมีน้องๆ มาฝึกงาน ขอให้ตั้งใจและเอาสิ่งที่ได้จากการฝึกงานในฟิวนี้กลับไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดนะคะ เสียงของหัวหน้าพยาบาลเอ่ยพอเป็นพิธีก่อนจะให้นักศึกษาพยาบาลทุกคนแยกย้ายกันออกไปฝึกงานตามแผนกที่ได้รับมอบหมาย

            ปานตะวัน  วิรัฐและรังสิพากำลังเดินไปยังแผนกฝึกงานซึ่งเป็นห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ปานตะวันไม่คุ้นหน้าใครเลยเพราะคนเก่าแก่ต่างก็เกษียนกันไปหมดแล้วเธอจึงไม่รู้จักใครเลย

ทั้งสามเพิ่งมาถึงและยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเข้าไปแต่พอย่างเท้าเขาไปก็เจอกับคนไข้นอนเรียงรายอยู่หลายเตียง ปานตะวันกลืนน้ำลายรู้สึกประหม่าแต่พอหันไปมองทางม่านที่เพิ่งเปิดออกมาถึงกับตกใจ เป็นอาติยะในชุดหมอกำลังจ้องหน้าเธอก่อนจะเดินผ่านหน้าไป

            ตะวัน นั่นพี่ชายเธอหรือเปล่า รังสิพาหันมาถามแต่กลับไม่ได้รับคำตอบจากเธอ ปานตะวันชะงัก เท้าของเธอเหมือนจะก้าวไปไหนไม่รอด ทั้งที่เผื่อใจไว้แล้วว่าตัวเองจะต้องเจอเขาแต่พอเอาเข้าจริงหัวใจกลับรู้สึกสั่นอย่าบอกไม่ถูก ตอนนี้ทั้งเธอและเพื่อนของเธอได้เข้ามารายงานตัวให้หัวหน้าห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉินและกำลังเตรียมพร้อมฝึกงาน

            เราจะเจอกับพี่ชายของเธออีกไหม ตะวัน วิรัฐกระซิบ ปานตะวันใจเต้นถ้าเป็นไปได้เธอยังไม่อยากเจอหน้าเขาเลย แค่เมื่อสักครู่ที่ได้เห็นก็ทำให้ใจเต้นอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวใส่หน้ากากปิดไว้ครึ่งหน้าหันมาส่ายหน้าให้เพื่อนหนุ่ม

            รัฐบอกตรงๆ นะว่ารัฐไม่ชอบพี่ชายของตะวันเลย ขี้เก๊กและก็ดูเย็นชาด้วย ทำตัวเหมือนผีดิบก็ไม่ปาน วิรัฐกระซิบก่อนจะถูกรุ่นพี่พยาบาลเอ็ดเอาที่มานั่งคุยแทนที่จะไปดูแลคนป่วย

            เตรียมเครื่องดูดเสมหะหน่อย เสียงนั้นมาจากประตูห้องที่เพิ่งเปิดออกก่อนจะเห็นร่างของคนไข้รายเดิมที่ออกไปจากห้องเมื่อสักครู่ ปานตะวันรีบตามรุ่นพี่พยาบาลไปช่วยเตรียมอุปกรณ์แต่สายตาหวานแอบเหลือบไปมองคนในร่างสูงสวมเสื้อผ่าตัดสีเขียวกำลังถือแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ของคนไข้ สีหน้าของเขาดูจริงจังมากจนเธอรู้สึกกลัวพิลึก

            คนไข้มีเลือดคลั่งในปอดต้องทำรีบระบาย คุณพยาบาลช่วยเตรียมเครื่องมือให้ผมด้วย อาติยะหันมาบอก สายตาคมมองจ้องปานตะวันเหมือนมีเรื่องแต่แล้วก็หันกลับทางเดิม

            ใบหน้าเรียวรูปไข่ที่มีหน้ากากผ้าปิดไว้ครึ่งหน้าก้มลงเงียบรอให้เขาออกคำสั่ง แม้ตอนนี้จะอยากออกห่างเขามากแค่ไหนแต่ถ้าไม่ติดที่เธอดันต้องมาเข้าทำหัตถการกับเขาเพราะเขาบอกกับพี่พยาบาลว่าต้องการเข้าเคสกับน้องพยาบาลฝึกงานซึ่งวิรัฐกับรังสิพาก็หนีไปทำเคสอื่น คนที่รับหน้าแทนก็เลยหนีไม่พ้นเธอที่เพิ่งช่วยพี่พยาบาลเตรียมของ

 อาติยะกำลังทำการกรีดเนื้อเพื่อใส่ท่อระบายให้คนไข้ ซึ่งคนไข้ที่เขากำลังรักษาเป็นคนต่างด้าวจึงเป็นการง่ายที่จะคิดต่อว่าคนข้างๆ ยิ่งได้เห็นอาการกระวนกระวายเก้อๆ กังๆ ของเธอมากเท่าไรเขาก็ยิ่งอยากแกล้งเธอ ความจริงการเจาะปอดเพื่อระบายใช้เวลาไม่นานนักแต่อาติยะจงใจที่จะทำให้มันเสร็จช้าเพื่อที่จะสามารถอยู่หาเรื่องเธอต่อไป

ทำไม อยู่กับฉันมันอึดอัดใจมากนักหรือยังไง เขาเอ่ยออกมา ไม่สนใจว่าใครจะมาได้ยินขอเพียงคนที่เขาอยากให้ได้ยินรับรู้เป็นพอ ภายใต้หน้ากากอนามัยครึ่งหน้ากับแว่นตากันเชื้อโรคที่อำพรางหน้าตาของเขา ปานตะวันรู้ดีว่านั้นคือการหาเรื่องชวนทะเลาะและเธอก็ไม่อยากโต้ตอบด้วย มันไม่ใช่ผลดีเลยเพราะนอกจากมันจะไม่สิ้นสุดแล้วเขาอาจจะเกลียดเธอมากว่าเดิม

ถามไม่ตอบ

ตะวันไม่ตอบเพราะเราไม่ควรพูดเรื่องนี้ในเวลางานและต่อหน้าคนอื่น

ก็ได้ งั้นเที่ยงนี้ช่วยไปพบฉันที่ร้านกาแฟข้างโรงพยาบาลด้วย เรามีเรื่องต้องตกลงกัน เขาเย็บเสร็จพอดีก่อนจะยกหน้าที่ปิดแผลให้พยาบาลฝึกงานซึ่งก็หมายถึงปานตะวันจะต้องทำต่อนั่นเอง

 

ตะวัน เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินดีกว่า วิรัฐมาชวน

เออ รัฐกับพาไปกินด้วยกันเถอะ พอดีตะวันมีเรื่องต้องไปทำต่อ ปานตะวันพูดเลี่ยงๆ ก่อนจะรีบวิ่งจากไปทิ้งความสงสัยให้วิรัฐกับรังสิพา

ปานตะวันมาถึงร้านกาแฟที่อยู่ติดกับโรงพยาบาลก่อนจะเข้าไปในรั้วของร้าน ภายในดูร่มรื่นมาก เธอมองหาอาติยะจนกระทั่งเห็นเขากำลังนั่งดื่มอะไรอยู่ตรงโต๊ะด้านนอกสุด

ปานตะวันนั่งลงตรงข้ามเขา สถานที่ที่อาติยะนัดเจอเป็นร้านกาแฟติดกับโรงพยาบาลที่เขาทำงาน บรรยากาศในร้านโอบอูมไปด้วยธรรมชาติของดอกกุหลาบทั่วร้านและมีต้นไม้ต้นใหญ่เพื่อบังแสงแดด เขาเลือกที่นั่งอยู่ข้างนอกเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ ปานตะวันนั่งนิ่งจ้องมองหน้ารอให้เขาเอ่ย ถ้าเธอไม่ได้มาตามที่เขาบอกก็คงคิดหาเรื่องต่อว่าอีก ทางแก้ที่ดีที่สุดคือการไปพบเขาให้เสร็จๆ

            ฉันจะไม่อ้อมค้อม การที่เธอพยายามทำดี เอาอกเอาใจคุณพ่อของฉันและความจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉันถ้าหากคนที่เธอพยายามจะว่านเสน่ห์นั่นไม่ใช่พ่อของฉัน ในเมื่อฉันไม่สามารถเตือนพ่อของตัวเองได้ ฉันก็จะขอเตือนเธอในฐานะที่ฉันมีศักดิ์เป็นพี่ชายบุญธรรมของเธอ หากเธอคิดว่าฉันเป็นพี่ชายก็ขอร้องเถอะนะเลิกทำให้คนอื่นเขาคิดว่าเธอจะมาเป็นแม่เลี้ยงของฉันเสียที เลิกใกล้ชิดและตีสนิทกับพ่อของฉันเพราะบางคนเขาเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว เขานิ่งก่อนจะพูดต่อ

            หรือเธอคิดจะจับพ่อฉันเพื่อหวังสบายทางลัด

            พี่ติยะ ตะวันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะคะ ในเมื่อคุณพ่อรับตะวันเป็นลูกของท่านแล้ว ตะวันก็แค่นับถือและเคารพเสมือนท่านเป็นคุณพ่อของตะวันและคุณพ่อก็คงคิดกับตะวันเหมือนลูกของท่านคนหนึ่ง อาติยะยิ้มเยาะ กำลังใช้นิ้วหมุนรอบขอบแก้วอย่างใจเย็น

            พี่ติยะไม่เชื่อตะวันหรือคะ

            เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเธออย่างนั้นหรือ ผู้หญิงที่มีแต่ตัวไม่รู้แม้แต่ชาติกำเนิดของตัวเอง บางทีเธออาจจะอยากมีอนาคต อยากมีเงินทองและอยากมีเกียรติในสังคมชั้นสูง ชายหนุ่มเปลี่ยนมากำแก้วแน่นจนปานตะวันรู้สึกเหมือนแก้วน้ำจะแตก บอกอารมณ์ความโกรธของเขาได้ดีแท้

            คุณพ่อมีพระคุณกับตะวันมาก ตะวันไม่คิดอะไรต่ำๆ แบบนั้นหรอกค่ะ เธอตอบเสียงห้วน ไม่พอใจในคำพูดของอาติยะเหมือนกัน ทำไมเธอจะต้องคิดทำอะไรแบบนั้นทั้งที่ชีวิตของเธอได้แค่นี้ก็ถือว่าโชคดีกว่าใครๆ แล้ว

            ความคิดต่ำๆ แล้วอย่าเผื่อไปทำเข้าละ ฉันเตือนด้วยความหวังดี ถ้าเธอทำแบบนั้น ฉันนี่แหละจะจัดการกับเธอเอง

“พี่ติยะ ตะวันก็มีศักดิ์ศรีนะคะ ทำไมต้องมาคิดแบบนั้นกับตะวันด้วย” เขาพูดทำราวกับหญิงสาวเป็นคนชั่วช้าในสายตาแม้เธอไม่มีชาติตระกูลแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหญิงสาวจะทำอะไรอย่างที่เขาว่า ศักดิ์ศรีของเธอก็มีเหมือนกัน ปานตะวันพยายามใจเย็นไม่อยากใช้อารมณ์ในการตัดสิน

            อ้อ งั้นฉันควรจะเชื่อเธอสินะ

ปานตะวันเม้มปากไม่อยากคุยกับอาติยะอีกแล้ว คนก้าวร้าวอารมณ์ร้ายอย่างเขาคงไม่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นหรอกนอกจากตัวเอง หญิงสาวไม่ได้ตอบแต่กลับลุกขึ้นจากที่นั่งเดินจากไปยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับอาติยะมาก ชายหนุ่มเตรียมจะเรียกแต่สายเรียกเข้าก็ดังขึ้นมาเสียก่อน เขารับอย่างโมโห

ฮัลโหลอาติยะรับสายเข้าทั้งที่สายตายังมองไปยังร่างที่เพิ่งวิ่งออกจากร้านไป ความใจร้อนของเขาทำให้เรื่องที่จะตกลงกับปานตะวันเป็นอันล้มเหลว แต่ถ้าเธอไม่เล่นตัวหรือแกล้งมารยาเสียก่อนป่านนี้เขาก็คงคุยรู้เรื่องไปแล้ว

ตะวัน เมื่อตอนเที่ยงไปไหนมาหรือ วิรัฐถามขึ้นเมื่อเห็นตะวันเข้ามาที่แผนกฝึกงาน ตะวันเพียงยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะเดินจากเลี่ยงไปทำหัตการคนไข้

ตะวันเป็นอะไรว่ะ วิรัฐบ่นเฉยๆ แต่ไม่นึกว่าจะมีคนตอบมา

เบื่อหน้าแกมั่ง

ไอ้พา วิรัฐเรียกเสียงดังก่อนจะถูกดุจากพี่เลี้ยงพยาบาล

 

เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเธออย่างนั้นหรือ ผู้หญิงที่มีแต่ตัวไม่รู้แม้แต่ชาติตระกูลของตัวเองบางทีเธออาจจะอยากมีอนาคต อยากมีเงินทองและอยากมีเกียรติในสังคมชั้นสูง

เมื่อไรพี่ติยะถึงจะมองตะวันในแง่ดีบ้างหญิงสาวพูดขึ้นลอยๆ ขึ้นมาก่อนจะตกใจกับเสียงร้องของคนไข้

โอย คุณพยาบาล ทำแผลเบาๆ หน่อยสิครับ ผมเจ็บนะครับ

เออ ขอโทษค่ะ เธอรีบขอโทษเพราะกลัวจะถูกพี่เลี้ยงพยาบาลเอ็ดเอา เป็นเพราะเขาแท้ๆ ที่ทำให้เธอใจลอยได้ขนาดนี้และความใจลอยนี้ก็เห็นไปถึงรังสิพาและวิรัฐ

ฉันว่าตะวันต้องมีเรื่องไม่สบายใจแน่ๆ ไม่งั้นไม่ใจลอยแบบนั้นหรอก

เรื่องอะไร วิรัฐถามสงสัย

ถ้าฉันรู้ฉันจะทำหน้าสงสัยแบบแกไหมเนี่ย ไอ้รัฐ รังสิพาตอบเสียงห้วนจัด ไม่อยากอยู่คุยต่อจึงเดินไปทำคนไข้ทิ้งให้วิรัฐต้องทำหน้าสงสัยคนเดียว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha