ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 8


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 8

คุณพ่อ

ปานตะวันวิ่งไปกอดนายแพทย์นพติที่อุตส่าห์มาหาเธอถึงโรงพยาบาลถือเป็นกำลังใจก้อนโตที่เธอกำลังต้องการอย่างด่วนจี๋ นพติคลียิ้มให้ลูกสาว บีบไหล่บางๆ แน่นราวกับจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดให้ก่อนจะพามานั่งลงตรงเก้าอี้ว่างที่หน้าแผนกฝึกงาน ดีที่ช่วงเย็นไม่ค่อยมีคนไข้อีกทั้งนายแพทย์นพติก็อยู่เวรตรวจคนไข้ที่ตึกเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เลิกงานแล้วใช่ไหมตะวันท่านถามน้ำเสียงนุ่มทุ้มอารมณ์ดี

ค่ะคุณพ่อปานตะวันตอบเสียงสดใส ยังไม่หุบยิ้มแก่ผู้เป็นบิดาบุญธรรม

ถ้าอย่างนั้น ไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ พ่ออยากกินข้าวนอกบ้านกับตะวัน ปานตะวันพยักหน้า เธอเองก็อยากกินข้าวนอกบ้านกับท่านอยู่เหมือนกันแต่แล้วก็ต้องยิ้มค้างเมื่อเห็นอาติยะเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย

ผมขอร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยคนlbครับ หวังว่าลูกชายคนนี้จะสามารถร่วมรับประทานอาหารกับคุณพ่อและน้องตะวันที่รักของคุณพ่อได้โดยไม่ต้องรอใครอนุญาตก่อน เขาพูดประชดเลี้ยวสายตามามองทางปานตะวันที่หุบยิ้มทันที ถ้าเขาปล่อยให้บิดาไปกินกับปานตะวันสองต่อสองคนข้างนอกคนที่รู้จักบิดาของเขาคงเอาเรื่องนี้ไปพูดกันอย่างเมามันว่าท่านพาสาวมาทานข้าวสองต่อสองซึ่งเขาจะไม่มีทางยอมให้มันเป็นแบบนั้น

ปานตะวันนั่งตรงข้ามกับอาติยะส่วนนพตินั่งใกล้กับลูกชายความจริงการได้มานั่งกินอะไรด้วยกันแบบนี้มันก็ไม่เลวเหมือนกัน กินตามประสาพ่อลูกถึงแม้ว่าสำหรับอาติยะจะไม่คิดแบบนั้นก็ตาม

ดูน้องตะวันสิครับคุณพ่อ ทำหน้าทำตาเหมือนไม่อยากให้ผมนั่งอยู่ด้วยอย่างนั้นแหละ อาติยะไม่เลิกหาเรื่องปานตะวัน เขานั่งตรงข้ามซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่จะได้เห็นหน้าของคนที่ไม่มีจิตสามัญสำนึก เธอคงวางแผนให้บิดาของเขาพาเธอออกมาข้างนอกเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเธอกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนิทสนมกันมากแค่ไหนและมันก็คงจะทำให้เธอฝึกงานในครั้งนี้ผ่านฉะลุ่ยโดยไม่มีอุปสรรค โรงพยาบาลของบิดาเขาขึ้นชื่อในเรื่องของการบริการที่ดีเลิศและเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ปล่อยให้นักศึกษาฝึกงานผ่านตาง่ายๆ หากทำไม่ถูกจริงหรือถ้านักศึกษาฝึกงานคนใดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางโรงพยาบาลจะมีการตั้งเตือนแต่สำหรับปานตะวันดูเหมือนจะมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่นไปนิด

อย่าไปหาเรื่องน้องสิติยะ เราจะสงบศึกกันสักพักแล้วกินข้าวกันอย่างดีๆ ทำได้ไหมติยะ นพติถามลูกชาย เห็นพฤติกรรมของอาติยะแล้วทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายใจ

ผมไม่ใช่คนบ้าที่จะหาเรื่องชวนทะเลาะทุกวี่ทุกวันแต่เอาเถอะครับ ผมจะลองทำตัวดีๆ กับลูกสาวสุดที่รักของคุณพ่อ สักครั้ง เขาหันมาส่งยิ้มให้ปานตะวันซึ่งมันนับเป็นรอยยิ้มแรกแห่งช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมาก็ว่าได้ แต่เธอรู้ว่ามันเป็นรอยยิ้มแห่งการเริ่มต้นสงครามประสาท นพติหัวเราะออกอาการดีใจที่อาติยะคิดได้และบอกกับปานตะวันว่าต่อไปนี้เธอจะมีพี่ชายที่แสนดีเหมือนคนอื่นๆ ปานตะวันยิ้มเจื่อนๆ จะเป็นไปได้ยังไงที่สันดานคนจะเปลี่ยนแปลงไปได้ในเร็ววัน ให้เขากลับไปเป็นคนที่อารมณ์ร้าย ก้าวร้าวและรุนแรงยังจะดีกว่าอีก

มัวแต่ใจลอยนั่นแหละ กินสิค่ะน้องตะวัน ปานตะวันรู้สึกเอียนๆ อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเขามาทำเป็นพูดค่ะขาแถมยังเรียกเธอว่าน้องตะวันยิ่งทำให้ปานตะวันรู้สึกกลัว

อาติยะท่องบทใจเย็นไว้ในใจ ตอนนี้เขาจะวู่วามไม่ได้เพราะเห็นอยู่ว่าบิดาเอาใจใส่ปานตะวันมากแค่ไหน ถ้าเขาแสดงว่าไม่ชอบก็ดูเหมือนเป็นการจงใจให้ท่านนึกสงสารปานตะวัน

หลังจากที่รับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว นายแพทย์นพติก็สั่งให้คนขับรถไปส่งปานตะวันกลับที่พักส่วนท่านก็ขอนั่งติดรถลูกชายกลับบ้านมาด้วย

นี่พ่อคงไม่คิดแค่จะนั่งติดรถผมกลับบ้านเฉยๆ หรอกใช่ไหมครับ อาติยะเอ่ยเมื่อขับมาถึงบ้านพิริยะไพศาล เห็นบิดาของเขากำลังจะเดินเข้าบ้าน ระหว่างที่อยู่ในรถท่านไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรซึ่งมันผิดวิสัย อาติยะบอกในใจ นพติหันมามองลูกชาย

พ่อไม่รู้ว่าสิ่งที่ติยะทำคือการแสแสร้งหรือเป็นเพราะรู้สึกผิดจริงๆ แต่ถ้ามันเป็นการแสแสร้งพ่อว่าติยะเลิกทำเถอะ เพราะพ่อไม่อยากให้ตะวันหลงเข้าใจผิดคิดว่าพี่ชายของเธอทำดีกับเธอจริงๆ นพติเดินเข้าไปแล้ว ปล่อยให้อาติยะคิดแต่ก็แค่ชั่ววูบเพราะเขาตั้งใจแล้วว่าจะต้องเอาปานตะวันออกไปจากพิริยะไพศาลให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนเขาก็จะทำ

กมลกำลังยืนรอลูกสาวหน้าห้องนอนของวาริตา ดึกดื่นป่านนี้ก็ยังไม่กลับจนคุณหญิงต้องกลุ้มใจเดินไปเดินมา มีเสียงกระแอ้มของพี่ชายนาง

รอยัยตาหรือ นพติรู้ทัน วาริตาไม่เหมือนปานตะวันที่ขยันเรียนจนใกล้จะได้เป็นพยาบาลส่วนวาริตาเรียนไม่จบเพราะมัวแต่ทำเรื่องไร้สาระ

เออ ค่ะคุณพี่ คือยัยตาไปติวหนังสือที่บ้านเพื่อนนะคะ คุณหญิงกมลเอ่ยออกมา นพติส่ายหน้า

แล้วแน่ใจหรือว่าคืนนี้ยัยตาจะกลับมา นพติเอ่ย สงสารกมลที่มีลูกสาวที่ชอบเที่ยวกลางคืน การเรียนไม่สนใจ

กมลมองตามหลังถอนหายใจออกมาอย่างแรง นึกอยากต่อว่าแม่ลูกสาวตัวดีที่ทำอะไรโดยไม่คิด นี่ถ้าพี่ชายของนางเห็นนังเด็กปานตะวันนั่นดีกว่าหลานในไส้ละก็ นางจะหันมาเอาเรื่องกับวาริตา

อาติยะเข้ามาในห้องนอนของตัวเองหลังจากที่แยกจากบิดาสักพักใหญ่ สายตาของเขากำลังคิดถึงแผนการบางอย่าง รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อนึกแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น ชายหนุ่มถอดเสื้อกาวน์ออกรู้สึกเหนื่อยกายแต่ที่หนักกว่านี้นคือหัวใจกำลังร้อนรนเมื่ออยู่ไม่เป็นสุข

ต่อไปนี้ฉันจะเป็นคนทวงสิทธิ์ของตัวเองกลับมา เธอไม่มีทางได้อะไรจากพิริยะไพศาลอีก ปานตะวัน เขาเอ่ยมองหน้าตัวเองผ่านกระจกเงาที่แสดงอารมณ์ของตัวเองผ่านใบหน้า

ในห้องอาหารของบ้านพิริยะไพศาล ทุกคนกำลังนั่งทานข้าวมื้อเช้ายกเว้นปานตะวันที่ไม่ได้อยู่ร่วมวงด้วย อาติยะอยู่ในชุดหล่อเหมือนเคย เสื้อกาวน์สีขาวทำให้เขาดูดีในสายตาของวาริตามาก วาริตากำลังส่งสายตาหวานเยิ้มให้ญาติผู้พี่ส่วนคุณหญิงกมลกับน้องสาวกำลังนั่งกินข้าวอยู่แต่ต้องชะงักในคำพูดของพี่ชาย

พ่ออยากให้ติยะเข้าไปดูงานที่บริษัทของเราบ้าง อาติยะหันมามองหน้าบิดาทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ จะให้เขาเข้าบริษัท

เออ คุณพี่คะ กมลว่าอย่าไปรบกวนตาติยะเลยนะคะ คุณพี่ก็มีพวกเราสองคนไว้ช่วยงานแล้วนี่คะ

นั่นนะสิค่ะ คุณพี่ ออมฝันเห็นด้วยกับพี่สาวของนาง

แต่ว่าบริษัทนี้ก็เป็นของอาติยะเหมือนกัน อย่างน้อยๆ ว่าที่เจ้าของบริษัทคนใหม่ควรจะได้ไปเหยียบดูบ้างไม่ใช่หรือ กมลกับออมฝันหน้าชา เงียบ อาติยะสวนกลับ

แน่ใจหรือครับว่าผมเป็นเจ้าของคนต่อไป ผมนึกว่าคุณพ่อจะยกบริษัทนั้นไว้ให้ปานตะวันเสียอีก กมลกับออมฝันยิ้มมุมปาก ดูปฏิกิริยาของพี่ชายของพวกนางว่าจะตอบโต้กลับมายังไง

ตะวันเป็นเด็กที่น่าสงสารและติยะเป็นลูกของพ่อ พ่อแยกแยะถูกว่าพ่อต้องทำยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นพิริยะไพศาลสุดท้ายมันก็ต้องตกเป็นของติยะ ปานตะวันก็แค่ผู้ที่หวังพึ่งใบบุญของพิริยะไพศาลเท่านั้น ใจคอติยะจะไม่สงสารและเมตตาตะวันหน่อยหรือ

เชิญคุณพ่อเมตตาไปคนเดียวเถอะนะครับ แล้วอย่าเมตตาให้มันมากนักเดี๋ยวคนอื่นจะพลอยเข้าใจผิดเพราะคิดว่าพ่อกำลังจะหาแม่ใหม่ให้ลูก เขาพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปทิ้งให้นพติถึงกับปากค้างพูดไม่ออก กมล ออมฝัน ยิ้มอย่างสะใจอย่างน้อยคนที่จะคอยค้านเรื่องปานตะวันก็ยังมีอีกคนและเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของพี่ชายนางด้วย

 

อาติยะมาถึงโรงพยาบาลแต่ยังไม่มีคนไข้ เขาจึงเดินไปเรื่อยๆ และไม่นึกด้วยว่าฝีเท้าหนาจะมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน มันเป็นประตูหลังที่พวกหมอ พยาบาลหรือคนภายในชอบใช้เดินผ่านกัน เขาเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเสื้อลูกหมีกำลังทำหัตการคนไข้อย่างตั้งใจ ดวงตาที่จริงจังไร้แววกังวลแต่อย่างใด เขาอยากเป็นคนไข้ที่ถูกเธอรักษา ไม่สิ เขาอยากให้เธอเป็นคนไข้เขาจะได้รักษาและถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากที่จะถอดหัวใจของเธอมาล้างเสียใหม่เผื่อความคิดผิดๆ ที่เธอวางแผนไว้นั้นจะสลายลงไป นั่นสิ เขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรหากปานตะวันจะเป็นคนดีและไม่คิดวางแผนจะหุบสมบัติของบิดาเขาป่านนี้เขาอาจจะรู้สึกดีกับเธอบ้าง อาติยะคิดอย่างนั้น

 

ตะวัน พรุ่งนี้ข้างๆ โรงพยาบาลมีงานวัด ถ้ายังไงเราไปเที่ยวกันนะ วิรัฐเอ่ยชวน เช้าวันนี้รังสิพาไม่ได้ขึ้นเวรด้วย เขาเลยมีโอกาสได้พูดคุยกับปานตะวันโดยที่ไม่ต้องมีมารผจญอย่างรังสิพามาคอยขัดขวาง ปานตะวันยิ้ม ตอนนี้ไม่มีคนไข้ เธอกับวิรัฐจึงได้พูดคุยกัน

เอาสิ ชวนพาไปด้วย งานน่าจะสนุก วิรัฐรีบส่ายหน้าด่วนๆ

อย่าไปชวนพาเลย เราไปสองคนดีกว่า รัฐอยากไปกับตะวันสองต่อสอง

แต่ไปกันหลายคนสนุกกว่า ปานตะวันตอบ วิรัฐเตรียมจะตอบแต่พอดีกับที่พี่เลี้ยงพยาบาลมาเรียกปานตะวันเสียก่อน วิรัฐมองตามหลังอย่างรู้สึกเศร้า เพราะปานตะวันไม่รู้ตัวเลยว่าเพื่อนคนนี้แอบชอบเธออยู่เงียบๆ

ปานตะวันเดินมาหยุดที่หน้าห้องพักแพทย์ ตามคำบอกของพี่เลี้ยงพยาบาลว่ามีหมอคนหนึ่งอยากคุยด้วย ฝีเท้าเล็กยืนนิ่งตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะเคาะประตูดีไหมแต่แล้วประตูห้องพักแพทย์กลับเลื่อนออกพร้อมกับคนในเสื้อหมอที่เธอคุ้นเคยดี

เข้ามาก่อนสิ อาติยะเอ่ย ทำหน้าเรียบนำเธอเข้าไปข้างใน หญิงสาวขาสั่นแต่ยังสู้ฝืนใจเดินเข้าไปในห้องพักแพทย์ตอนนี้มีเพื่อนของเขาอยู่สองสามคนแต่ละคนต่างทำหน้างงๆ หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาเรียกเธอมาเพื่ออะไรแต่จากสายตาที่ดูแล้วอดรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้

นั่งลงสิ เธอยอมนั่งลงตามที่อาติยะบอก ใบหน้าหวานก้มลงคางแทบชิดอก ได้ยินเสียงหัวเราะจากเขาและเพื่อนๆ ของเขาเหมือนจะขมขวัญให้เธอรู้สึกกลัว

น้องสาวหมอติยะก็น่ารักดีนะ เสียงนุ่มทุ้มของเพื่อนเขาเอ่ยก่อนอีกคนจะเสริม

ใช่ แต่หน้าตาไม่เหมือนนายเลยนะติยะ อาติยะลุกจากที่นั่งมาโอบหัวไหล่ของปานตะวัน หญิงสาวเงยหน้าหันมามองอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้นในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านเขาทำท่ารังเกียจเธอจะตายไป

จะเหมือนกันได้ยังไงละในเมื่อเธอไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของฉันสักหน่อย อาติยะเอ่ยหันมาสบตาปานตะวัน เพราะเขารู้ว่าเพื่อนหมอแต่ละคนสนใจพยาบาลฝึกงานคนนี้มากแค่ไหนและเขาก็ทนได้ยินเพื่อนๆ ของเขาชมปานตะวันต่อหน้าไม่ได้อีกแล้วจึงต้องมีการวางแผนหักหน้าเธอวันนี้ เพื่อนๆ ของเขาจะได้รู้เสียทีว่าผู้หญิงที่พวกเขากำลังนึกชื่นชมอยู่พื้นเพมาจากที่ไหนหาใช่พิริยะไพศาลอย่างแท้ไม่

หมายความว่ายังไงหรือหมอติยะ อีกคนถาม

ก็เป็นน้องสาวบุญธรรมของผมที่นายแพทย์นพติเก็บเอามาเลี้ยง เขาพูดตามความจริง ได้ผลเพื่อนๆ ของเขาต่างเงียบงันไปหมด เขายิ้มในใจอย่างน้อยปานตะวันจะได้ไม่มาหว่านเสน่ห์ใส่เพื่อนหมอของเขาอีก ให้มันรู้ไปว่าเขาจะกำจัดเธอออกไปจากเพื่อนๆ ของเขาไม่ได้

ถ้าพี่ต้องการพูดแค่นี้ ตะวันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ

เธอข่มความเศร้าเก็บไว้ พยายามไม่มองหน้าทั้งเขาและเพื่อนๆ ของเขาที่ทำราวกับเธอเป็นตัวตลก หญิงสาวเลื่อนประตูห้องพักแพทย์ปิดสนิทหลังจากที่ออกมาแล้วรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังล้าเต็มทน ทำไมเขาต้องหักหน้าเธอด้วยและไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมาสาธยายเรื่องชาติกำเนิดของเธอ

อาติยะนั่งหน้ายิ้มมองหน้าเพื่อนๆ ของเขาที่กำลังทำหน้าเหมือนมีคำถามแต่เพราะเขาต้องการปกป้องเพื่อนไม่ให้ตกในมารยาหญิงของปานตะวัน เขาจึงวางแผนทุกอย่างและมันจะต้องจบลงในแบบที่เขาต้องการด้วย

ตะวัน เมื่อช่วงเช้าพี่เลี้ยงให้ตะวันไปพบใครหรือ วิรัฐถามในขณะที่ทั้งสองลงไปพักกินข้าวเที่ยง โรงอาหารในโรงพยาบาลยามเที่ยงตรงมีผู้มาใช้บริการมากเป็นพิเศษ ยิ่งวันราชการคนก็ยิ่งเยอะและส่วนใหญ่ก็มีทั้งหมอ พยาบาล และญาติคนไข้ ได้เห็นแววตาของปานตะวันอดรู้สึกไม่ดี นี่ถ้าเธอไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยป่านนี้เขาคงใบหน้าเศร้าของเธออย่างถนัด

รัฐ ตะวันถามอะไรหน่อยสิ

อืม ว่ามาสิ

รัฐรังเกียจตะวันไหมที่ตะวันเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่แถมยังไม่รู้เชือกเขาเหล่ากอว่ามาจากที่ไหน วิรัฐส่ายหน้า ดึงมือของเพื่อนสาวมาจับไว้

ไม่เลย สำหรับรัฐ ตะวันสวยงามและสง่างามเสมอ เป็นช่วงจังหวะที่อาติยะมาเห็นเข้าพอดี เขากัดกรามแน่นนึกอยากต่อว่าเธอให้เสียๆ หายๆ มีอย่างที่ไหนจะมาฟอดรักกันสักทีก็ไม่รู้จักเลือกสถานที่ อย่างว่าคนมันไม่มียางอายทำอะไรก็คงไม่แคร์สายตาของคนอื่นหรอก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha