ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 11


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 11

ขอบคุณคุณพ่อมากนะคะ ปานตะวันเอ่ยแต่ไม่ทันจะได้แยกจากบิดาเสียงของแจ่มก็ดังขึ้นมาก่อน

แย่แล้วค่ะ คุณตะวัน แย่แล้ว แจ่มวิ่งเข้าหาปานตะวันแต่ยังไม่ทันได้เห็นว่าตรงนั้นมีร่างของนายแพทย์นพติอยู่ด้วย

อุ้ยคุณท่าน แจ่มหน้าเสียก้มหน้านิ่ง

มีอะไรหรือแจ่ม ทำหน้าเหมือนตกใจอะไรมา นพติถามเห็นสาวใช้ส่วนตัวของปานตะวันทำท่าอึกอัก

เออ

พี่แจ่มค่ะ มีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ ปานตะวันเร่งรัด

พี่ว่า คุณตะวันไปดูเองดีกว่าค่ะ เออ คุณท่านจะตามมาด้วยก็ได้นะคะ จะได้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้น

ปานตะวันมองหน้าบิดาของเธออย่างงงๆ แจ่มพูดเหมือนมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเธอ ทำราวกับว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงอะไรขนาดนั้น

นี่มันอะไรกัน นพติเป็นคนเอ่ยเมื่อเห็นสาวใช้กำลังขนกระเป๋าของใครเข้ามาไว้ในเรือนหลังเล็ก ปานตะวันเองก็ออกอาการงงเหมือนกันแต่พอได้เห็นอาติยะเดินออกมาจากห้องหนึ่งโดยมีร่างของสาวสวยเคียงข้างทำให้เธอรู้ในทันทีว่าจะมีคนมาอยู่บ้านหลังนี้ด้วย

ติยะ นี่มันอะไรกัน จู่ๆ เอากระเป๋าพวกนี้มาไว้ในบ้านของตะวันทำไม อาติยะอารมณ์ขึ้น

บ้านของตะวันมีที่ไหนครับคุณพ่อ อ้อ หรือคุณพ่อจะความจำเสื่อมลืมไปว่าบ้านหลังนี้เป็นส่วนหนึ่งของพิริยะไพศาล อาติยะมองหน้าปานตะวันที่กำลังยืนนิ่ง เธอไม่ได้พูดอะไรนอกจากทำหน้านิ่งงันเหมือนคนไร้ความรู้สึกแต่มันก็ถูกแล้วนี่เพราะพิริยะไพศาลแค่นามสกุลอย่างเธอจะมาโต้ตอบอะไรได้

ติยะ พ่อขอคุยอะไรด้วยหน่อย

เจนสุดาปล่อยมือที่โอบตันแขนของอาติยะปล่อยให้ลูกชายไปพูดคุยกับบิดาของเขาตามประสา ส่วนเธอก็กำลังหันมาสนใจกับผู้หญิงจืดๆ ที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า

เธอคงจะเป็นปานตะวันสินะ เจนสุดาทัก แกล้งยิ้มให้ปานตะวัน แจ่มเข้ามาขวางหน้าบอกปานตะวันให้เข้าไปข้างในก่อน

ไม่เป็นไรค่ะ พี่แจ่ม ค่ะ ดิฉันชื่อปานตะวัน เธอพูดและจ้องหน้าเจนสุดา ไม่รู้จักหรอกว่าเธอผู้นี้เป็นใครแต่ที่แน่ๆ เธอคงสำคัญมากถึงขนาดที่อาติยะเอาเข้ามาอยู่ที่นี่แต่น่าแปลกแทนที่เขาจะพาผู้หญิงคนนี้ไปอยู่บ้านหลังใหญ่แต่กลับพามาอยู่ที่นี่

ก็อย่างที่คุณพ่อเห็น ผมให้เจนมาพักอยู่ที่เรือนหลังเล็ก

แต่ติยะควรบอกน้องก่อน ไม่ใช่พาเข้าบ้านแบบนั้นเลย ตะวันเขาจะคิดยังไง นพติพูด ไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของลูกชาย

ทำไมต้องไปขออนุญาตตะวันด้วยล่ะครับ ปานตะวันเป็นน้องแท้ๆ ของผมหรือยังไง เธอเป็นพิริยะไพศาลเหมือนกับผมหรือยังไง หรือพ่อจะให้ผมก้มลงกราบเธอขอร้องเธอด้วยหรือยังไง

ถึงตะวันจะไม่ใช่แต่ติยะก็น่าจะเห็นแก่ความรู้สึกของน้อง จริงอยู่ที่ตะวันไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของลูกและจริงอยู่ที่ตะวันไม่ใช่พิริยะไพศาลอย่างแท้จริงแต่ตะวันก็อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด ตะวันก็เหมือนสมาชิกในครอบครัวของเราคนหนึ่ง นพติอธิบายพยายามพูดให้อาติยะเลิกมีอคติกับน้องสาวตัวเอง

 ยังไงผมก็ตัดสินใจแล้วว่าจะให้เจนสุดา ซึ่งเป็นคู่หมั้นของผมอยู่ที่นั่น ถ้าใครรับไม่ได้ก็ให้ย้ายออกไปเอง เขาพูดจบแค่นั้นก่อนจะเดินจากไป นพติถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เหนื่อยจริงๆ กับลูกชายคนนี้

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะน้องตะวัน ตอนแรกพี่ก็นึกว่าคนที่ชื่อปานตะวันจะเป็นเมียใหม่ของคุณพ่อติยะซะอีก ต้องขอโทษจริงๆ นะคะที่พี่เข้าใจผิดอย่างนั้น

ปานตะวันสะอึกไม่นึกเลยว่าจะได้ยินคำพูดที่น่าเกียจแบบนั้นแต่อย่างว่าผู้หญิงดีที่ไหนจะได้เป็นแฟนกับอาติยะ สงสัยเธอคงจะไปฟังมาจากปากของคนรักของเธอนั่นแหละ

แจ่มว่าเราอย่ามาเสียเวลาเลยค่ะ คุณตะวันกินอะไรมาหรือยังคะ เดี๋ยวพี่แจ่มไปทำอาหารมาให้

ทำเผื่อฉันด้วยสิ แจ่ม ฉันเองก็หิวเหมือนกัน แจ่มหันมามองตาเขียวใส่

ขอโทษค่ะ ดิฉันเป็นคนรับใช้ส่วนตัวของคุณปานตะวันเท่านั้นส่วนคนอื่นกรุณาไปใช้เด็กรับใช้ของบ้านใหญ่ค่ะ แจ่มพูดใส่หน้า เจนสุดาเจ็บใจเงียบแต่ก็ยังปั้นหน้ายิ้มใส่ปานตะวัน เอาเถอะ ยังเหลือเวลาอีกหลายวันที่เธอจะได้เอาคืน อาติยะเดินกลับเข้ามาใหม่พร้อมกับบิดาของเขาที่เดินตามหลังมา

ติยะค่ะ เจนหิวแล้วละค่ะ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าเพราะถ้าขอให้คนแถวนี้ทำให้ก็เกรงว่าจะไม่ได้ คนใช้ของเธอเพิ่งพูดมาหยกๆ ว่าถ้าจะกินก็ให้ไปใช้คนของบ้านใหญ่ เจนสุดาเอ่ยเสียงเรียบแอบเหน็บสาวใช้ของปานตะวัน

ครับ ไม่ต้องวุ่นวายกับคนแถวนี้หรอกครับ เดี๋ยวผมพาไปหาอะไรกินข้างนอกเอง คุณอยากทานอาหารประเภทไหนก็บอกผม ผมจะได้พาไปถูก เขาตอบสายตายังมองปานตะวันไม่เลิก

จะไปกินข้างนอกกันทำไม อยู่กินที่ตึกใหญ่เลยสิ หนูเจน ฉันยังไม่รู้จักคู่หมั้นของลูกชายฉันเลย

ปานตะวันตกใจเล็กน้อยที่ได้ยินคำพูดของบิดา ผู้หญิงคนนี้เป็นคู่หมั้นของอาติยะหรอกหรือ มิน่า นิสัยใจคอถึงได้เหมือนกัน

ตะวัน หนูก็อยู่กินด้วยกันนะลูก

เออ ตะวันขอตัวดีกว่าคะคุณพ่อ

ก็กินด้วยกันสิ คุณพ่ออุตส่าห์เอ่ยปากชวนแล้วหรือว่าไม่กล้า

ไม่ได้เกี่ยวกับกล้าไม่กล้าค่ะ แต่ตะวันกลับมาเอางานแค่นั้นเองเธอสบตาอาติยะก่อนจะเอ่ยกับคู่หมั้นของเขา

เชิญพักที่นี่ตามสบายนะคะ ถึงยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านของพี่ติยะ คุณเจนเป็นถึงคู่หมั้นจะทำอะไรยังไงก็ตามสบายเลยค่ะปานตะวันไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องรู้สึกฉุนทั้งที่เธอไม่ได้มีนิสัยแบบนั้นเลย ใครๆ ต่างก็บอกว่าเธอเรียบร้อย อ่อนหวานแต่ตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะมีคุณสมบัติอย่างที่ใครๆ พูดหรือเปล่า

นพติอมยิ้มไม่นึกเลยว่าลูกสาวที่ดูแสนเรียบร้อยนิ่งๆ อย่างปานตะวันพอเอาเข้าจริงก็ไม่ยอมใครเข้าเหมือนกันแถมยังทำให้อาติยะพูดอะไรไม่ออก

คุณตะวันนี่เก่งจริงๆ เลยนะคะ พูดได้ถูกใจพี่แจ่มจริงๆ แจ่มเอ่ย เดินมาช่วยหาของให้ปานตะวันในห้องนอนของเธอ ปานตะวันหันมายิ้มจืดๆ ก่อนจะหยิบเอกสารสำคัญที่ทำให้เธอต้องทอมาถึงที่นี่และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเรือนไม้หลังเล็กแห่งนี้

ตะวันก็แค่พูดความจริงเท่านั้นค่ะ พี่แจ่ม ไม่ได้เก่งอะไรเลย

ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ วันนี้คุณตะวันของพี่เยี่ยมมาก ปานตะวันยิ้ม นพติเดินเข้ามาหาลูกสาว

ตะวันจะไม่อยู่ทานข้าวกับพ่อจริงๆ หรือ

ค่ะ คุณพ่อ ตะวันอยากกลับไปที่พัก เกรงว่าถ้ายิ่งดึกรถจะยิ่งติด เธอตอบตามความคิดจริงๆ ไม่ได้ต้องการจะหลบหน้าใครทั้งนั้น

เอาเถอะ เดี๋ยวพ่อจะให้บุญมีไปส่งนะ

อุ้ย ไม่เป็นไรค่ะ ตะวันโทรไปบอกรัฐดีกว่าค่ะ อีกอย่างตะวันไม่อยากใช้คนของพี่ติยะเดี๋ยวเขาจะไม่พอใจเอา

แต่

นะคะคุณพ่อ อย่าทำให้ตะวันต้องลำบากใจเลย นพติจนใจจำต้องพยักหน้าให้ลูกสาว ก่อนจะออกมาส่งลูกสาวที่หน้าบ้านรอจนเห็นวิรัฐขี่มอเตอร์ไซค์มารับ

ขับรถดีๆ นะพ่อรัฐ

ครับ ไปนะครับ วิรัฐรับคำ พนมมือไหว้ลานพติก่อนจะสตาร์ทมอเตอร์ไซค์คันโปรดโดยมีร่างของเพื่อนสาวซ้อนท้ายด้วย อาติยะกำลังมองมาจากบ้านใหญ่ รู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก

ทีกับฉันทำตัวแข็งกระด้างเหมือนผีดิบแต่พอกับไอ้นั่น...” เขาสลัดความคิดก่อนจะเดินมานั่งกับที่เมื่อบิดาของเขากำลังเดินมา

 

รัฐนึกว่าตะวันจะแย่ซะแล้ว

วิรัฐพูดกับปานตะวัน เขามีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะแต่ถึงจะไม่ใช่รถยนต์คันหรูแต่เขาก็มั่นใจว่าจะให้ความปลอดภัยและพาคนที่เขารักมาส่งถึงบ้านพักของโรงพยาบาล

นั่นมันบ้านตะวันนะ รัฐพูดเหมือนตะวันจะต้องไปเจอกับคนร้ายยังไงยังงั้น

ก็ใช่นะสิ คนร้าย ร้ายกาจมากด้วย รัฐเสริม เลี้ยวจักรยานยนต์เข้ามาจอดในบริเวณบ้านพักของโรงพยาบาล

ไม่มีใครทำอะไรตะวันได้หรอก ตะวันดูแลตัวเองได้ รัฐไม่ต้องเป็นห่วง ปานตะวันเอ่ยยิ้มๆ เตรียมจะเดินเข้าบ้านพักแต่วิรัฐเอามือมาจับมือหญิงสาวไว้ก่อน นัยน์ตาจริงจังที่มองมาทางปานตะวันอดรู้สึกหวาดหวั่นไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าวิรัฐกำลังสื่อให้เห็นอะไรแต่เธอรู้เพียงว่าตอนนี้เขากำลังทำให้เธอกลัว

หลังจากเสร็จฝึกงานในครั้งนี้ ตะวันก็ต้องกลับไปอยู่บ้านและตะวันก็ต้องเจอกับไอ้หมอนั่น รัฐเป็นห่วงตะวันกลัวว่าตะวันจะถูกกลั่นแกล้งอีก ปานตะวันยิ้มดึงมือออกจากวิรัฐ

รัฐอย่าห่วงเลย ที่นั่นใช่ว่าจะไม่มีใครชอบตะวันเลย อย่างน้อยๆ คุณพ่อ พี่แจ่ม ลุงนิตย์และพี่บุญมี พวกเขาก็รักตะวันและถึงแม้ตะวันจะถูกกลั่นแกล้ง ตะวันก็ไม่กลัวตะวันจะอดทนอดกลั้นเพื่อตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อแต่รัฐก็ไม่ต้องคิดไปไกลหรอกนะ บางทีเมื่อวันนั้นมาถึง ตะวันอาจจะแยกออกมาอยู่ข้างนอก

จริงเหรอตะวัน

อืม แต่หยุดพูดเรื่องนี้เถอะนะ นี่มันก็มืดแล้ว รัฐทานอะไรมาหรือยัง ตะวันว่าจะชวนพาไปหาอะไรกินด้วยกันหน่อย ปานตะวันพูดเลี่ยงที่จะตอบคำถามของวิรัฐ รับรู้ถึงความเป็นห่วงของเขาดีแต่ถึงยังไงเธอก็ต้องกลับไปเกี่ยวพันกับคนที่นั่นเพื่อตอบแทนบุญคุณผู้ที่ชุบเลี้ยงให้ชีวิตของเธอดีมากขนาดนี้

 

ดูเหมือนคุณพ่อของคุณจะไม่ค่อยชอบเจนนะคะ เจนสุดาบ่น ตอนนี้เธออยู่ที่เรือนไม้หลังเล็กกับอาติยะ เขายอมรับว่าตั้งแต่ปานตะวันมาอยู่ที่บ้านหลังนี้เขาไม่เคยคิดอยากจะเหยียบย่างในที่แห่งนี้แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วเพราะเจนสุดา คู่หมั้นสาวของเขามาพักที่นี่เขาจึงจำฝืนมาที่นี่แต่มันก็ดีตรงที่ว่าเขาจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับปานตะวัน

คิดมากนะเจน คุณพ่อของผมเป็นคนใจกว้าง ท่านไม่บังคับเรื่องแบบนี้หรอก

ถ้าอย่างนั้น เราก็แต่งงานกันได้สิค่ะ เจนสุดารีบพูด

เออ อาติยะอึกอัก ลุกออกจากเก้าอี้นอนมายืนหลบหน้าเธอ เจนสุดาอ้อนลุกขึ้นเดินตามมาสวมกอดจากด้านหลัง

คุณไม่อยากแต่งงานกับเจนหรือคะ

มันไม่ใช่อย่างนั้น คือ ผมเพิ่งกลับมายังอยากจะทำงานให้มันเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ อีกอย่างงานที่บริษัทของผมก็ทำท่าจะมีปัญหา ผมจึงอยากขอเวลาเคลียร์เรื่องพวกนี้ก่อน เขาตอบและหวังว่าเจนสุดาจะเข้าใจ ความจริงในส่วนลึกเขายังไม่อยากมีพันธะผูกมัด เขามีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้และปล่อยให้เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องในอนาคตต่อไป

ก็ได้ค่ะ เห็นแก่ความที่คุณเพิ่งทำงานแต่อย่าปล่อยให้เจนรอนานนะคะ

ครับ เขาหันมาจุมพิตหน้าผากหญิงสาวถือเป็นการกูดไนเธอไปในตัว

แล้วนี่คุณจะไปแล้วเหรอคะ จะไม่นอนที่นี่ด้วยกันกับเจนหรอ เธอถามมาอย่างงงๆ เห็นอาติยะส่ายหน้า

ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก คุณพ่อผมถือมากเรื่องนี้

แต่ที่อเมริกาคุณกับเจนเราก็นอนห้องเดียวกันนี่คะ

ผมไม่อยากให้คุณพ่อผมมองคุณไม่ดีนะเจน

แต่ เจนสุดาทำท่าจะค้านแต่สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้ อาติยะจูบแก้มของเธอเบาๆ เพื่อเป็นการอำลาก่อนจะส่งเธอเข้าห้องนอนไปส่วนเขาก็กำลังจะเดินกลับบ้านหลังใหญ่แต่ทวาความรู้สึกหนึ่งยังอยากที่จะรู้เรื่องของปานตะวัน ในห้องของเธอคงมีเรื่องราวเก็บไว้มากมายซึ่งเขาก็อยากรู้ อาติยะเปิดประตูห้องนอนของปานตะวันที่ไม่ล็อก เขาเข้ามาในห้องนั้นอย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวว่าแจ่มสาวใช้ส่วนตัวของปานตะวันจะมาเห็นเพราะป่านนี้แจ่มคงไม่อยากเข้ามาข้องแวะกับคนในนี้เท่าไรในเมื่อเจ้านายสาวของเธอไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้

ภายในห้องนอนสีชมพูอ่อนจัดระเบียบอย่างเรียบร้อย ดูไม่รกและไม่สกปรกบ่งบอกว่าเจ้าของห้องเป็นคนเรียบร้อยและระเบียบมากแค่ไหน ชายหนุ่มเดินมาหยิบดูอะไรไปเรื่อยจนกระทั่งเห็นภาพวาดภาพหนึ่ง เขาหยิบขึ้นมาดู ในภาพเห็นชัดว่าบิดาเขากับปานตะวันกำลังกอดกัน อาติยะเม้มปากนึกเยาะเย้ยในรูปภาพนั้น มันไม่ใช่แค่ภาพบาดตาแต่มันเป็นภาพที่สะเทือนความรู้สึกของเขามากที่สุด

คงอยากเป็นคุณนายของบ้านพิริยะไพศาลซะจนตัวสั่นละสิ ถึงได้วาดรูปรอไว้ก่อนนะ เขาทำท่าจะขย้ำภาพนั้นทิ้งแต่เปลี่ยนใจวางกลับที่เดิมเมื่อเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจกว่า เป็นภาพอีกภาพที่มีหนังสือวางทับ ชายหนุ่มเลื่อนหนังสือออกหยิบภาพวาดอีกภาพขึ้นมาดู น่าแปลกที่รูปวาดในกระดาษนั้นมีเค้าหน้าตาเหมือนเขามาก เลื่อนสายตาคมลงต่ำที่ปลายกระดาษเขียนไว้ว่า รักพี่ติยะ เขานิ่งสักพักก่อนจะแสยะยิ้มออกมา

มารยา แพศยา พ่อก็จะเอาลูกก็ไม่ทิ้ง อย่าคิดนะว่าเธอจะได้สมหวัง ถึงยังไงฉันก็จะขัดขวางไม่ให้เธอได้เป็นเมียของพ่อฉันและไม่มีทางที่ฉันจะญาติดีกับเธอ เขาวางกระดาษภาพวาดนั้นลงที่เดิมก่อนจะเดินจากไป

 

            วันนี้ตื่นเต้นสุดๆ ที่จะได้นำเสนอรายงานของตัวเอง

รังสิพาเริ่มใจเต้น เธอไม่ชอบแสดงออกหน้าชั้นและจะรู้สึกประหม่าทุกครั้งแต่ตรงข้ามกับวิรัฐ รายนั้นไม่ต้องเตรียมพร้อมอะไรเพราะไม่ว่าผลออกมาจะเป็นยังไงวิรัฐก็ไม่สนใจ เขาหน้าหนาอยู่แล้วต่อให้จะถูกคอมเม้นมาหนักๆ ยังไงก็รับได้ส่วนปานตะวันเธอไม่เคยพลาด  

            ที่ห้องพรีเซ็นงานอยู่ชั้นห้าของตึกผู้อำนวยการ ในครั้งนี้นายแพทย์นพติก็เข้าร่วมรับฟังการพรีเซ็นงานของนักศึกษาพยาบาลฝึกงานด้วย รอยยิ้มของท่านที่ส่งมามันทำให้ปานตะวันมีกำลังใจอย่างบอกไม่ถูกแต่พอมาเห็นว่าอาติยะเข้าร่วมรับฟังด้วยกำลังใจที่ว่าเมื่อครู่หดหายไปจนหมด

อาติยะกำลังจ้องใบหน้าหวานปนซีดของน้องสาวต่างสายเลือด แน่นอนว่าวันนี้การพรีเซ็นของเธอจะไม่ราบรื่นอย่างที่เจ้าตัวคิดไว้แน่ เขายิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงความเสียหน้าของปานตะวัน

            นี่ไอ้หมอนั่นก็เข้ารับฟังด้วยหรือ วิรัฐหมายถึงอาติยะ

            ช่างเถอะน่า เขาเป็นหมอนี่ เขาก็เข้ามาฟังได้ รังสิพาตอบแทน

            แต่มันอาจจะคิดแกล้งตะวันให้เสียหน้า ถ้ามันเกิดถามอะไรที่ไม่เข้าท่าตะวันก็แย่นะสิ วิรัฐกระซิบบอกเพื่อน

ปานตะวันเริ่มเครียดยิ่งเธอเป็นคนแรกที่ต้องพรีเซนงาน ลำบากหัวใจจริงๆ ปานตะวันบอกในใจแต่ก็ยังใจสู้เมื่อพี่เลี้ยงพยาบาลสั่งให้เริ่มทำการนำเสนอ หญิงสาวสูดอากาศเข้าเต็มปอดฉีกยิ้มให้ผู้เข้ารับฟังทุกท่านเริ่มการนำเสนออย่างที่เตรียมตัวมา

            คนไข้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือเราเรียกว่าคนไข้ไฮโปไกลซีเมีย

            เดี๋ยวก่อน คนไข้ที่มีภาวะแบบนี้จำเป็นไหมที่จะต้องเป็นโรคเบาหวานเดิมอยู่แล้ว อาติยะเริ่มตั้งคำถามตั้งแต่วินาทีแรกที่หญิงสาวเริ่มการพรีเซ็นงาน นพติหันมามองลูกชายของท่านก่อนจะมองหน้าปานตะวันที่หยุดชะงักเล็กน้อย

            ก็ ไม่จำเป็นค่ะ อาการแบบนี้เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไปที่มีภาวะของน้ำตาลในเลือดต่ำ ไม่จำเป็นว่าคนไข้จะเคยมีโรคเบาหวานมาก่อน เธออธิบายให้ เห็นเขาเงียบเลยเริ่มการนำเสนอต่อ วิรัฐจับมือรังสิพาอย่างเผลอตัวเลยถูกรังสิพาเอาข้อศอกมาศอกกลับ

            โอย อะไรฮะ

            ก็นายแตะอั๋งฉัน รังสิพากระซิบแอบค้อนชายหนุ่มด้วยสายตาพิโรธ

            เออ ขอโทษ ลืมตัวไปนึกว่าเป็นตะวัน วิรัฐตอบหันไปมองหน้าปานตะวันที่ยังดูนิ่งๆ แม้จะเจอคำถามจากคนใจร้ายอย่างหมออาติยะไปแล้ว

            แล้วถ้าไม่มียากลูโคสให้คนไข้ล่ะ เราจะให้อย่างอื่นได้ไหม เป็นอาติยะคนเดิมที่ถามหลังจากที่ปานตะวันนำเสนอข้อมูลไปครึ่งทางแล้ว

ได้สิค่ะ เราสามารถให้สารน้ำได้ เช่น สิบเปอร์เซ็นต์เด็กโตสหรือไม่ถ้าเป็นการรักษาแบบบ้านๆ ก็อาจจะให้น้ำหวานจิบเรื่อยๆ หรือให้คนไข้อมลูกอมที่มีรสหวานค่ะ อาติยะนิ่ง ถือว่ารอบนี้หญิงสาวเตรียมตัวมาดีและหากเขาจะถามเธออีกคำถามหนึ่งเธอคงจะตอบได้

ไม่ทราบว่าอาจารย์ที่เข้ารับฟังทุกๆ ท่านมีคำถามอะไรอีกไหมคะ จบเสียทีการพรีเซ็นถือเป็นการ

นำเสนองานที่กดดันสำหรับเธอเป็นอย่างมากแต่ถึงยังไงโค้งสุดท้ายเธอก็เลี้ยวมาได้สำเร็จโดยไม่มีสะดุด ตอนนี้ก็ต้องภาวนาในใจว่าจะไม่ใครถามอะไรอีก

เออ ถ้าไม่มีแล้วดิฉันก็ขอ....

เดี๋ยวสิ ผมมีคำถามที่อยากจะถามผู้พรีเซ็น หากคุณเป็นหมอ เคสคนไข้รายนี้สมควรที่จะให้นอนโรงพยาบาลไหม นพติหันมากระซิบข้างหูของลูกชาย

ติยะ ลูกถามอะไร น้องไม่ใช่หมอแต่น้องเป็นแค่พยาบาลจะตัดสินใจแทนหมอได้ยังไง

ก็ผมสมมุติยังไงล่ะครับ อีกอย่างผมก็ถามคำถามนั้นออกไปแล้วที่เหลือก็ต้องเป็นหน้าที่ของลูกสาวคุณพ่อที่จะต้องตอบแล้วละครับ

ปานตะวันมองหน้าคนถาม นี่เขาคงอยากจะให้เธอเสียหน้าให้ได้แต่คนอย่างปานตะวันจะไม่ยอมเขาเหมือนครั้งที่ผ่าน ในเมื่อเขาถามเธอก็จะตอบ

ต้องดูตามอาการของคนไข้ค่ะ อย่างคนไข้เคสนี้ที่คุณหมอให้กลับบ้านนั้นเพราะหลังจากที่ได้รับกลูโคสเข้าไปแล้วคนไข้มีอาการดีขึ้น ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น ทำตามคำสั่งได้และพูดคุยรู้เรื่องซึ่งพอเจาะดูน้ำตาลในเลือดผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ คุณหมอจึงได้อธิบายให้กับญาติคนไข้ว่าถ้ามีอาการแบบนี้อีกให้ทำปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปก่อนนั่นก็คือการดื่มน้ำหวานลงไป แต่ถ้าในกรณีที่คนไข้ไม่ดีขึ้นเลยแม้จะได้รับยาและสารน้ำไปแล้ว คุณหมอก็จะให้นอนโรงพยาบาลและให้การรักษาในขั้นต่อไป

นพติยิ้มชื่นชมลูกสาวตัวน้อยๆ ของท่านที่เก่งขึ้นหันมาพูดเชิงกระซิบกับลูกชายของท่าน

เป็นยังไงล่ะตาติยะ อยากแกล้งน้องดีนัก ทีนี้รู้แล้วสิว่าตะวันเก่งมากแค่ไหน

อาติยะเงียบรู้สึกเซ็งที่ไม่สามารถแกล้งปานตะวันให้สำเร็จแถมคำตอบของเธอในครั้งนี้อาจจะทำให้เธอได้รับคะแนนมากกว่าใครๆ อีกละ เราจะให้อย่างอื่นได้ไหม"มือรังสิพาอย่างเผลอตัวเลยถูกรังสิพาเอาข้อศอกมาศอกกลับ

            ฉันหัวใจแทบวาย

รังสิพาถึงกับปล่อยเสียงถอนหายใจออกมา นี่แค่คนแรกก็เล่นยิงคำถามน่ากลัวมากๆ ปานตะวันคิดว่าเธอคือคนที่อาติยะนึกอยากจะแกล้งแต่เพราะเธอเตรียมตัวมาดีหญิงสาวจึงตอบคำถามได้อย่างฉะฉานจนคนถามถึงกับอึ้งเลยทีเดียว

            นั่นสิ คำถามแบบนั้นมันน่าจะถามคนที่เป็นหมอมากกว่า

            ใช่ รัฐเห็นด้วยกับพา แต่ตะวันก็ทำดีมากๆ เลย ตอบคำถามจนไอ้หมอนั่นหน้าซีด

ปานตะวันยิ้ม เช็ดเหงื่อที่ซึมออกมา การพรีเซ็นผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแม้การพรีเซ็นในครั้งนี้เธอจะเสียเปรียบอยู่บ้างแต่ความเสียเปรียบของเธอก็ทำให้หญิงสาวมีคะแนนนำคนอื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันกลับบ้านรัฐขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงทุกคนนะ วิรัฐออกหน้า วันนี้เขาก็พรีเซ็นงานได้ดีกว่ารอบที่ผ่านมา รังสิพาก็เช่นกันแอบกลัวว่าจะต้องโดนถามเหมือนคนแรกแต่ผิดคาดเพราะไม่มีใครถามเลยนอกจากให้ผ่าน

            แน่ใจนะว่าจะเลี้ยง รังสิพามิวายแซว

            จริงสิ แต่ต้องเป็นร้านปากซอยหน้าโรงพยาบาลนี้นะ

            โธ่ นึกว่าจะพาไปกินในร้านอาหารดีๆ ซะอีก รังสิพาบ่น

            ก็เอาไว้ให้ทำงานก่อนสิ เดี๋ยวพาไปเพราะถึงยังไงเธอกับฉันก็ต้องทำงานที่เดียวกันอยู่แล้ว

ปานตะวันยิ้มให้เพื่อนทั้งสองคน ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยเลยสักครั้งที่พวกเขาจะไม่ทะเลาะกันแต่ถึงยังไงเราก็ยังคงทนคบเป็นเพื่อนกันมาถึงสี่ปีมันแนบแน่นจนไม่มีใครสามารถมาทำลายความเป็นเพื่อนของกันและกันได้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha