ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 12


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 12

          นี่คุณพ่อลงมือจัดห้องของตะวันเองเลยหรือครับ อาติยะเพิ่งไปส่งเจนสุดาที่สนามบิน เธอมาพักอยู่ที่เมืองไทยเกือบสามอาทิตย์เต็ม ตอนนี้เรือนไม้หลังเล็กก็ไร้เงาของเจนสุดาแล้วแต่อาติยะก็ยังอยากมาที่นี่ราวกับเขายังทำอะไรค้างคากับที่นี่แต่เมื่อมาแล้วกลับเห็นบิดาของเขาพร้อมแจ่มมาช่วยจัดห้องนอนใหม่ให้ปานตะวันก็มีเคืองนิดๆ

            แค่ลูกสาวจะกลับมาไม่เห็นจะต้องจัดห้องใหม่เลย

            ต้องสิเพราะพ่อเพิ่งขอร้องให้น้องกลับมาอยู่ที่นี่ทั้งที่ตะวันบอกพ่อตลอดเวลาว่าจะไปอยู่ข้างนอก ถึงน้องจะไม่มีความสำคัญกับติยะ แต่ในฐานะที่เป็นพ่อก็อยากจะทำอะไรเพื่อลูก ผิดงั้นหรือ นพติตอบ หันมาสั่งแจ่มให้จัดต่อ

            ลูกแท้ๆ ก็ไม่ใช่ ทำไมต้องลงทุนทำขนาดนี้ด้วย เขาพูดส่งท้ายก่อนจะเดินออกไประหว่างทางเจอกับปานตะวันกลับมาพอดี สายตาคมจ้องใบหน้าหวานตรงหน้า

            คงจะภูมิใจสินะที่พ่อของฉันอุตส่าห์จัดห้องใหม่ให้เธอ คงดีใจมากสินะ ปานตะวันไม่พูดเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียง โต้กันไปมีแต่จะเสียความรู้สึกกันซะเปล่าๆ

            จะรีบเดินไปไหนล่ะ อ้อ คงอยากจะไปประจบคุณพ่อฉันละสิ ปานตะวันหันขวับ

            ก็แล้วแต่พี่ติยะจะคิด

            เก่ง ที่ไต่เต้ามาจากลูกบุญธรรมเป็นคนโปรดของคุณพ่อได้ต่อไปคงเลื่อนไปเป็นเมียคนโปรด

ปานตะวันหน้าเสียเม้มปากให้อาติยะ เขาไม่เหนื่อยบ้างหรือยังไงที่วันๆ คอยแต่จะหาเรื่องเธอไปตลอดเวลาที่เจอกัน ต่อไปนี้เธอคงจะต้องถูกเขาเล่นงานกลั่นแกล้งทุกสามเวลาหลังมื้ออาหารแน่

            คนที่เขาเป็นหมอ เขานิสัยเหมือนพี่ติยะทุกคนเลยหรือเปล่าคะ อาติยะเบิกตากว้างเมื่อถูกปานตะวันหลอกด่า

            มันจะมากไปแล้วนะ ปานตะวัน นี่เธอกล้าด่าฉันหรือ

            ก็พี่ติยะดูถูกตะวันก่อน แต่ก็อย่างว่าพี่ติยะไม่เคยมองตะวันในแง่ดีอยู่แล้วนี่

            ใช่ เพราะฉันไม่เคยไว้ใจเธอเลยสักครั้งแต่เอาเถอะ อยากทำอะไรก็เชิญทำเลยแต่ระวังไว้แล้วกันเพราะถ้าวันไหนที่ฉันเกิดทนไม่ไหวขึ้นมาเมื่อไร ฉันเอาคืนอย่างสาสมแน่ อาติยะพูดจบก็เป็นฝ่ายเดินจากไป ปานตะวันถอนหายใจไม่อยากสนใจเขาอีก เธอจึงรีบเดินเข้าบ้านเห็นบิดา แจ่มกำลังช่วยกันจัดห้องใหม่ให้เธอ

            นี่มันอะไรกันคะ คุณพ่อ พี่แจ่ม

แจ่มหัวเราะก่อนจะตอบ

            ก็คุณท่านกับพี่แจ่มกำลังช่วยกันจัดห้องใหม่ให้คุณตะวันไงคะ เพื่อต้อนรับการกลับมาอยู่บ้านอย่างถาวร

ปานตะวันวางกระเป๋าเสื้อผ้า เดินเข้าไปกอดร่างของบิดาพร้อมทั้งหอมแก้มท่านเพื่อขอบคุณหารู้ไม่ว่าภาพนั้นได้สร้างความเจ็บปวดให้อาติยะเป็นอย่างมาก เขากำมือแน่นไม่พอใจที่ปานตะวันแสดงท่าทีกับบิดาของเขาราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เขาเดินกลับเข้าบ้านสีหน้าบึ้งตึงไม่สนใจกับเสียงทักทายของญาติผู้น้อง

            พี่ติยะเป็นอะไร

วาริตาทำสีหน้างง หลายวันมานี้เธออยู่เที่ยวกลางคืนกับเพื่อนหนุ่มแต่เพราะช่วงนี้มหาวิทยาลัยที่เรียนใกล้สอบหญิงสาวจึงต้องอยู่บ้านเพื่ออ่านหนังสือเตรียมตัวเพราะถ้าสอบไม่ผ่านแน่นอนว่ามารดาของเธอต้องบ่นเป็นห่างว่าวสามวันไม่จบแน่ๆ

            วันนี้ฝนคงจะตกแม่ลูกสาวสุดที่รักของฉันถึงอยู่ติดบ้านได้ คุณหญิงกมลมิวายเหน็บแนมลูกสาว วาริตายิ้มเดินมานั่งลงตรงข้ามร่างของมารดา

            คุณแม่ยังจะต้องเจอหน้าตาอีกหลายวันเลยละค่ะ

            แล้วทำไมถึงอยู่ติดบ้านได้ ทีตอนที่ฉันขอให้แกอยู่ทำไมถึงไม่อยู่ วาริตายักคิ้ว

            ก็ช่วงนี้มหาลัยใกล้สอบ ตาก็ต้องอยู่อ่านหนังสือ อีกเดี๋ยวเพื่อนของตาก็จะมาช่วยติวที่บ้าน ฝากคุณแม่สั่งเด็กรับใช้จัดการเรื่องอาหารด้วยนะคะตาจะทานข้าวมื้อเย็นกับเพื่อนที่สวนหลังบ้านค่ะ วาริตาเอ่ยเสร็จก็เดินจากไป กมลถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

            ดีจริงๆ แม่ลูกสาวของฉัน ขยันสั่งแม่เสียจริงๆ ไม่รู้ว่าปู่ย่าตายายของฉันทำบุญมาด้วยอะไรฉันถึงได้ลูกสาวดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนี้คุณหญิงกมลบ่นลับหลังลูกสาว มองนาฬิกาข้อมืออดต่อว่าพี่ชายตัวเองไม่ได้ที่จนป่านนี้ยังไม่ยอมกลับบ้านใหญ่มาเสียอีก

            คุณพี่นะคุณพี่ มัวไปทำอะไรอยู่ที่เรือนไม้หลังเล็กนั่น จวนจะได้เวลาทานข้าวอยู่แล้ว เด็กรับใช้เดินมาพอดี

            คุณท่านให้มาบอกนะคะว่า เย็นนี้ท่านจะกินข้าวที่เรือนไม้หลังเล็กกับคุณหนูตะวัน กมลอ้าปากค้างรีบเอาความไปบอกหลานชาย

            คุณพ่อของติยะทำแบบนั้นมันไม่ถูกเลยนะจ้ะ มีอย่างที่ไหนจะไปกินอาหารสองต่อสองกับเด็กปานตะวัน ที่บอกว่ารับเป็นลูกนะข้ออ้างมากกว่า อาว่าพ่อของติยะต้องอยากได้เด็กตะวันนั่นเป็นแม่เลี้ยงของติยะแน่ๆ และนังเด็กตะวันนั่นก็คงจะไม่ปฏิเสธ ติยะต้องไม่ยอมนะจ้ะ

อาติยะกัดกรามแน่น ตอนนี้ความร้อนรุมในใจมันเหมือนจะระเบิดออกมา ใช่ มันอัดแน่นด้วยพลังแห่งความโกรธ ถ้าไม่ใช่เพราะปานตะวันให้ท่าบิดาของเขาก็คงจะทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเธอคนเดียว

            ผมไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่นอนครับ ไม่มีวันที่ผมจะรับเด็กปานตะวันเป็นแม่เลี้ยงของผมเด็ดขาด เขาให้คำมั่นสัญญากับอาของเขา นัยน์ตามีประกายไฟอย่างไม่อาจปิดบังทำให้กมลที่ซุ้มดูเงียบๆ คลี่ยิ้มออกมา

            การจัดห้องเป็นไปอย่างเรียบร้อยและเสร็จทันรับประทานอาหารมื้อเย็น นพตินั่งเหนื่อยอยู่ที่เก้าอี้ไม้ที่วางอยู่ที่ระเบียงไม้ด้านนอก บริเวณที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ดูสดชื่นซึ่งทุกอย่างก็เกิดมาจากการใส่ใจเพาะปลูกของลูกสาวสุดที่รักของท่าน ปานตะวันยกน้ำเย็นๆ มาให้ท่านเห็นสีหน้าของท่านแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้

            ตะวันบอกให้คุณพ่อพัก คุณพ่อก็ไม่ยอม เห็นไหมว่าการทำตัวดื้อนั้นผลเสียมันเป็นยังไง นพติยิ้มให้ลูกสาว

            อย่าต่อว่าพ่อเลย พ่ออยากทำอะไรให้ตะวันบ้าง พ่อไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก เอาเป็นว่าเรารีบไปกินข้าวกันดีกว่า ป่านนี้แจ่มคงทำอาหารเสร็จแล้วละนพติดื่มน้ำจนหมดแก้ว ปานตะวันรับแก้วน้ำมาถือไว้ก่อนจะเป็นคนช่วยพยุงแต่ไม่ทันที่จะได้ทำอะไรมากเสียงของอาติยะก็ดังขึ้นมาก่อน

            แหมคุณพ่อครับ อยู่ใกล้ปานตะวันแค่ไม่กี่ชั่วโมงเข่าอ่อนเลยหรือครับ นพติหันมามองลูกชาย

            ติยะ นี่ลูกหมายความว่ายังไง

            ก็หมายความตามที่ผมเห็นหรือผมมาขัดจังหวะความสุขของคุณพ่อกับปานตะวัน

            ขัดความสุขอะไรกันติยะ พ่อกับน้องกำลังจะไปทานข้าว

            งั้นหรือครับ ผมเองก็อยากทานอาหารที่นี่สักครั้งหวังว่าผู้อยู่อาศัยเรือนไม้หลังเล็กจะยินดีต้อนรับ เขาหันมามองปานตะวันที่กำลังโอบเอวบิดาของเขาอยู่ต่อหน้าต่อตาโดยไม่คิดว่าเขาจะไม่พอใจมากแค่ไหนแต่อย่างว่าเธอคงกำลังคิดจะจับบิดาของเขาให้ได้จึงทำทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเธอกับบิดามีความสนิทชิดเชื้อกันมากแค่ไหนหวังว่าลับหลังมันคงจะไม่มากไปกว่านี้

            คุณตาบอกว่าจะไปกินข้าวกับเพื่อนในสวนหลังบ้านค่ะ เขียวเป็นคนมารายงาน

            นี่มันอะไรกัน สรุปว่าจะไม่มีใครมากินเป็นเพื่อนเราสองคนเลยหรือคะ ออมฝันพูดเขียวแทรก

            ให้เขียวอยู่กินด้วยคนไหมล่ะคะ อาหารเหลือตั้งเยอะแยะ ออมฝันหันมาทำตาเขียวใส่

            นังเขียว อย่าสะเออะให้มันมาก ก่อนจะหันมาคุยกับพี่สาวนางต่อ

            พี่กมลค่ะ ฝันยังแปลกใจว่าทำไมตาติยะถึงไปกินบ้านนังเด็กตะวันนั่น คุณพี่ก็อีกคน

            คุณพี่ก็คงจะนึกอยากกินข้าวกับแม่ลูกสาวสุดที่รักที่ห่างหายมานานส่วนตาติยะก็ทนไม่ได้เลยตามไปขัดจังหวะพ่อลูกสวีทกัน

            สวีทกันหรือคะ เอ๊ะ หมายความว่ายังไง ออมฝันทำท่าสงสัย กมลเริ่มเข้าเรื่อง

            ฝัน พี่ว่าเราต้องทำอะไรสักอย่าง ตอนนี้ไม่ใช่แค่ตาติยะคนเดียวแล้วนะที่จะได้ทรัพย์สมบัติของพิริยะไพศาลแต่พี่คิดว่าคุณพี่ต้องยกสมบัติให้นังเด็กตะวันนั่นด้วยอีกคน

            ถ้าเป็นอย่างนั้นฝันไม่ยอมนะคะพี่กมล มีอย่างที่ไหนจะไปยกสมบัติให้นังเด็กเมื่อวานซืนที่ไม่มีชาติกำเนิดแบบนั้น ญาติสนิทเราก็ไม่ใช่ กมลพยักหน้า

            เพราะฉะนั้น พี่ถึงได้บอกว่าเราจะต้องทำอะไรสักอย่างเขียวยื่นหูมารับฟังด้วยจึงถูกออมฝันหยิกหูให้

            โอย คุณฝัน เขียวเจ็บนะคะ เขียวโวยวาย

            แกจะเจ็บมากกว่านี้อีกถ้าแกไม่รีบไสหัวไป ออกไปได้แล้ว เขียวรีบออกไปออมฝันหันมาคุยกับพี่สาวของนางต่อ

            แล้วจะทำยังไงได้ ถ้าคุณพี่เขียนพินัยกรรมยกสมบัติให้นังเด็กตะวันนั่นไปแล้ว เราจะทำอะไรได้ ออมฝันมองหน้าพี่สาวของเธอ ต่อให้ปากบอกว่าไม่ยอมรับกับการตัดสินใจของพี่ชายแต่ถ้าพินัยกรรมระบุชัดเจนพวกนางก็ทำอะไรไม่ได้

            ปานตะวันเป็นคนช่วยตักอาหารใส่จานให้ทุกคน อาติยะมองอย่างจับผิดในใจกำลังคิดว่าเธอคงจะเอาใจบิดาของเขาให้ตกหลุมรัก

            แผนสูง เขาบ่นงึมงำแต่ก็ยอมกินอาหารตรงหน้า

            คุณพ่อทานเยอะๆ นะคะ ช่วงนี้คุณพ่อดูซูบไป ตะวันเป็นห่วงค่ะ ปานตะวันตักกับข้าวใส่จานนายแพทย์นพติ ยิ้มอ่อนโยนให้ท่าน หันมาจ้องมองคนที่นั่งข้างๆ อาติยะหน้าตายตักกับข้าวใส่จานของหญิงสาว แกล้งฉีกปากยิ้ม

            น้องตะวันก็ต้องกินเยอะๆ นะคะเพราะอาหารจะได้ไปเลี้ยงสมอง ช่วงนี้สมองทำงานหนักไม่ใช่หรือคะ เขาประชด พูดจาไม่เข้าหูปานตะวัน หญิงสาวยกมือไหว้ถือเสียว่าเขาเป็นห่วงเธอ

            ขอบคุณพี่ติยะมากค่ะที่เป็นห่วงตะวันเธอเองก็แกล้งพูดประชดประชันเห็นอีกฝ่ายมีเพียงแค่พยักคิ้วใส่ก่อนจะตักอาหารใส่ปาก

            อาหารอร่อยดีนะครับ ไม่คาว ไม่เน่าเหมือนอย่างที่คิด

            จะคาวจะเน่าได้ยังไงติยะ อาหารสดๆ ทั้งนั้น นพติพูดแทนปานตะวัน ไม่ชอบเลยที่ลูกชายของท่านพูดจาดูถูกอาหารแบบนั้น

            อ้อ หรือครับ ว่าแต่แน่ใจหรือครับว่าสดจริงๆ ไม่ใช่หลอกตบตาว่าสด

            ติยะ นี่ลูกกำลังพูดถึงอะไรอยู่ นพติไม่เข้าใจ แจ่มเองก็เช่นกันแต่เขามั่นใจว่าคงจะมีคนหนึ่งที่เข้าใจดี อาติยะหัวเราะก่อนจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

            ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็หมายถึงอาหารนั่นแหละ แต่อาหารพวกนี้คงจะสดจริงๆ เพราะมันทั้งหอมหวานและน่าเคี้ยวเล่น

            เอาเถอะ รีบกินกันดีกว่าเดี๋ยวอาหารจะเย็นซะหมด

อาติยะมองหน้าบิดาที่ดูจะไม่รู้เรื่องในคำพูดแอบแฝงของเขา นัยน์ตาคมเลี้ยวไปมองหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามนึกแปลกใจที่เธอไม่ได้ตอบโต้อะไร นั่นสินะ ผู้หญิงร้อยเล่ห์อย่างปานตะวันหรือจะยอมเผยธาตุแท้ออกมาง่ายๆ แต่มันไม่เกินความพยายามของเขาหรอก

            มาค่ะ พี่แจ่มเดี๋ยวตะวันช่วยพี่แจ่มเอาจานแก้วพวกนี้ไปล้างให้ค่ะ พี่แจ่มเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ปานตะวันเข้ามาหมายจะช่วยแจ่มล้างภาชนะ แจ่มรีบห้าม

            “ไม่ต้องค่ะ คุณตะวันเดี๋ยวมือเลอะซะหมด ทางนี้พี่แจ่มจัดการเองค่ะ คุณตะวันกลับมาเหนื่อยๆ น่าจะอยู่คุยกับคุณท่านให้หายคิดถึงก่อนนะคะ

            โธ่พี่แจ่มพูดเหมือนตะวันไม่ได้เจอกับคุณพ่อเป็นปียังไงยังงั้น ตอนนี้คุณพ่อขึ้นตึกใหญ่ไปแล้วค่ะ แจ่มพยักหน้า

            ถ้าอย่างนั้นคุณตะวันเข้าไปอาบน้ำอาบท่าเถอะค่ะ พี่แจ่มเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้อาบแล้ว ส่วนภาชนะพวกนี้เดี๋ยวพี่แจ่มล้างเองค่ะ เพราะเรือนไม้หลังเล็กไม่มีห้องครัว ทุกครั้งที่ทำอาหารทานแจ่มจะต้องมาทำที่ห้องครัวบนตึกใหญ่และมักจะต้องปะทะฝีปากกับพวกคนใช้ของพวกคุณหญิงกมลเธอจึงไม่อยากให้คุณหนูของเธอต้องลำบากเจอ

            ก็ได้ค่ะ ตะวันไปรอพี่แจ่มที่บ้านละกันนะคะ ปานตะวันยิ้มให้แจ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนต่างฝ่ายจะต่างแยกย้ายกันไป หญิงสาวกลับเข้ามาในเรือนไม้หลังเล็ก บ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่เกิด มีเรื่องราวมากมายที่เป็นความทรงจำ หากเธอจะต้องจากที่นี่ไปจริงๆ มันก็อดเศร้าไม่ได้แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่ที่นี่ไปตลอด วันใดที่หญิงสาวตอบแทนบุญคุณของนายแพทย์นพติ วันนั้นเธอจะเดินออกจากบ้านรั้วพิริยะไพศาล ทุกอย่างจะได้จบลงเสียที

            อาติยะยังไม่อยากขึ้นตึกใหญ่ เขาเดินวนไปมาอยู่บริเวณรอบนอกของเรือนไม้หลังเล็ก บ้านชั้นเดียวแต่กลับน่าอยู่ บริเวณบ้านมีคลองขนาดเล็กมีดอกบัวขึ้นเต็ม แถมบนดินยังมีดอกไม้หลายชนิดปลูกไว้ส่งกลิ่นหอมอบอวล อดแปลกใจไม่ได้ที่สิ่งสวยงามที่เขาเห็นกลับเป็นฝีมือผู้หญิงร้อยเล่ห์เจ้ามารยาอย่างปานตะวัน

            แจ่มเอาจานแก้วมาล้างและเก็บที่ห้องครัวของตึกใหญ่และคิดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องเจอเขียวสาวใช้คนสนิทของออมฝัน เขียวมายืนทำเป็นใหญ่ต่อหน้าแจ่มก่อนจะพูดหาเรื่อง ไม่ให้แจ่มได้ออกไปจากห้องนี้ง่ายๆ

            ว่าไงนังแจ่ม นายของแกกลับมาแล้วนี่ คงจะดีใจสินะที่ต่อไปจะไม่ต้องลุยเดี่ยวเพราะมีนายแกมาช่วยลุยอีกแรงแต่ขอบอกนะว่าถึงยังไงแกไม่มีทางชนะพวกฉันเพราะพวกฉันมีตั้งหลายคน เขียวพูด

            เออ แต่ตอนนี้แกมีตัวคนเดียวส่วนฉันก็ตัวคนเดียว เอาสิ มาท้าดวลกันเลย คนอย่างนังแจ่มถ้าไม่แน่จริงคงไม่ชื่อแจ่ม แจ่มท้า เขียวคำรามไม่ยอมแพ้เหมือนกัน

            ปานตะวันออกมาจากห้องอาบน้ำสวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว เธอเป็นคนที่ชอบเอาชุดนอนไปสวมในห้องน้ำเพราะมันจะดูเป็นการทำอะไรที่มันเสร็จในทีเดียว ร่างเล็กปิดประตูห้องน้ำเดินมานั่งหน้ากระจกตั้งใจจะหวีผมรอแจ่มแต่สายตาหวานก็ปะทะกับใครคนหนึ่งที่สะท้อนผ่านกระจกเงาจนต้องรีบหันหลังไปมอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha