ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 14 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 14


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 14

            แม่เสียใจที่ไม่สามารถอยู่ดูแลลูกได้อีก หลังจากที่ไม่มีแม่อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว ลูกต้องดูแลตัวเองให้ดีกลับไปหาพ่อของลูกซะเขาจะดูแลลูกแทนแม่ ปกป้องพับกระดาษ เขาไม่เคยลืมความรู้สึกแย่ๆ ในอดีตมันเจ็บปวดและทรมานสำหรับเขามาก ปกป้องไม่ได้เลือกทำตามที่มารดาเขาบอกเพราะหลังจากที่มารดาตายเขาก็เลือกที่จะอยู่ใช้ชีวิตที่อเมริกาตามลำพัง โดดเดี่ยวเพิ่งจะได้เจอกับเพื่อนของมารดาก็เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว เพิ่งจะได้มีโอกาสกลับมาก็เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ปกป้องเอามือมากวาดหน้าตัวเองหอบเอาข้อมูลโครงการของแต่ละคนมาใส่ไว้ในรถ คืนนี้เขาคงต้องทำงานหนักเพื่อพรุ่งนี้จะได้มีคำคอมเม้นไปให้พวกนักศึกษาเมื่อเก็บเอกสารเสร็จเขาก็เบ่งรถกลับมาถึงบ้าน

            พี่เข้าไปได้ไหมป้อง เสียงคุ้นเคยดังขึ้น เขาเดินมาเปิดประตูก่อนจะยิ้มให้เพื่อนสาวของมารดาที่อายุห่างกับมารดาของเขาเกือบเจ็ดปีแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของการคบกันเป็นเพื่อนของพวกเธอ ปกป้องรับถุงเสื้อมาจากเธอก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณที่เธอเป็นธุระเรื่องเสื้อผ้า

            ขอบคุณมากนะครับพี่ปิ่นที่เป็นธุระเรื่องเสื้อผ้า

            ไม่เป็นไรจ้ะ ปิ่นมุกยิ้มให้ลูกของเพื่อนที่ล่วงลับไปแล้ว ปกป้องเป็นลูกที่ตกไม่ไกลต้นทั้งหน้าตาและท่าทางของเขาเหมือนเพื่อนสาวของเธอมาก น่าเสียดายที่เพื่อนของเธอไม่ได้เห็นความสำเร็จของลูกตัวเอง

            แล้วทำอะไรอยู่หรือจ้ะ ไปเป็นที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยวันนี้เป็นวันแรกเป็นยังไงบ้าง เธอถือโอกาสถาม

            ก็อย่างที่เห็นครับพี่ปิ่น งานที่กองอยู่บนโต๊ะนั่นผมต้องรีบเคลียร์เพื่อพรุ่งนี้จะได้แจกจ่ายให้น้องๆ นักศึกษาเขา

            งั้นเดี๋ยวพี่ช่วย เรื่องโครงการพี่ก็พอเป็นอยู่บ้างไม่อยากบอกว่าเมื่อก่อนพี่ถนัดมากเลยการทำโครงการ ปิ่นมุกพูดปนหัวเราะเดินไปดูเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะ เริ่มการอ่าน ปกป้องมองแล้วยิ้มหันไปเก็บของที่ได้จากปิ่นมุกเข้าตู้ให้เรียบร้อยก่อนจะเดินตามมาสมทบด้วย

มีอะไรหรือครับ พี่ปิ่น ปกป้องถามเพราะเห็นอาการผิดปกติของปิ่นมุก หญิงสาวหันมามองหน้าปกป้องก่อนจะถามสีหน้าดูตื่นๆ

            ตาป้อง ลองอ่านชื่อนี้ดูสิ เธอยื่นแฟ้มหนึ่งไปให้ ปกป้องรับมาอ่าน

            ปานตะวัน พิริยะไพศาล เขาฉงนงงในชื่อนี้เงยหน้ามองปิ่นมุก

            คิดเหมือนพี่ไหมป้อง

            ครับ

            ป้องคงจะลืมไปแล้วใช่ไหม ปกป้องยิ้มมุมปาก

            ไม่ครับ ผมไม่ลืมว่าพิริยะไพศาลทำอะไรกับแม่ของผม การที่ชีวิตของผมต้องเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะพิริยะไพศาลหรอกหรือครับ ผมต้องหนีจากเมืองไทยไปอยู่ที่อเมริกานานเป็นสิบๆ ปีไม่ใช่เพราะตระกูลนี้หรอกหรือครับเขาจำได้ดีว่ามารดาของเขาถูกสังคมตีตราว่าเป็นมือที่สามแย่งสามีคนอื่นทั้งที่มีสามีเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เขาเจ็บปวดและทรมานที่ถูกบิดาตัวเองไม่ยอมรับเขาเป็นลูกมันไม่ใช่เรื่องที่น่าให้อภัยหรือลืมง่ายเลย

            แต่พี่บอกป้องแล้วยังไงว่ามันเป็นการเข้าใจผิด ตอนนี้พ่อของป้องก็เข้าใจและยอมรับป้องเป็นลูกแล้วนี่นา

            พี่ปิ่นครับผมทำใจยอมรับเหมือนอย่างที่พี่บอกไม่ได้ ความสุขที่ผมควรจะได้รับเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ พังย่อยยับเพราะคนพวกนั้นแต่ที่ผมไม่เข้าใจคือปานตะวันคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับพิริยะไพศาลเพราะเท่าที่ผมจำได้นายแพทย์นพติมีลูกชายเพียงคนเดียว

            อาจจะเป็นลูกของน้องๆ ของคุณนพติหรือเปล่า พี่ว่าพักเรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะ ป้องรีบเคลียร์งานแล้วอย่านอนดึกนะจ้ะ พี่กลับก่อนแล้วถ้ามีอะไรอยากปรึกษาพี่ก็บอกมาละกันแต่พี่ขอเตือนว่าให้ป้องทำอะไรโดยยึดเหตุผลเป็นหลัก อย่าทำอะไรเพราะอารมณ์ชั่ววูบหวังว่าป้องคงเข้าใจที่พี่บอกนะ ป้องพยักหน้ายกมือไหว้ลาปิ่นมุก ในใจยังคิดเรื่องปานตะวันกับนามสกุลพิริยะไพศาลไม่คิดว่าจะต้องมายุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลนี้อีกแต่เขาจะไม่ใช่อารมณ์ตัดสินอะไรอีกเพราะเขาจะไม่ยอมเป็นเหมือนมารดาที่ใช้อารมณ์จบชีวิตตัวเองเขาจะสู้และทำให้คนพวกนั้นรู้ว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง

            ตะวันถูกเรียกตัวให้ไปพบที่ห้องพักอาจารย์ฝ่ายการพยาบาล ตอนแรกออกจะแปลกใจที่เธอถูกเรียกตัวแต่พอมาเห็นหน้าคนที่เรียกเธอให้มาพบแล้วหญิงสาวก็เข้าใจในทันทีว่ามันต้องเกี่ยวกับโครงการของเธอแน่ๆ ปกป้องกำลังนั่งรอเธออยู่เมื่อเห็นร่างของปานตะวันเขาก็ส่งยิ้มไปทักทายน่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกเกลียดเธอเลยทั้งที่เธอก็เป็นพิริยะไพศาลคนหนึ่ง ปานตะวันนั่งลงตรงข้ามทำหน้าทำตาอยู่ไม่เป็นสุข

            งานของตะวันแย่มากเลยหรือคะ อาจารย์ถึงต้องเรียกตะวันมาพบเป็นการส่วนตัวแบบนี้ปานตะวันทำท่าสงสัยงานของเพื่อนคนอื่นได้กลับไปปรับปรุงส่วนงานของเธอกลับถูกอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกให้มาพบ ปกป้องมองใบหน้าหวานดูไร้เดียงสา ความจริงงานของเธอแทบไม่มีที่ติเลยด้วยซ้ำเป็นงานที่เกือบสมบูรณ์แต่เพราะเขาอยากรู้จักปานตะวัน พิริยะไพศาลมากขึ้นและถ้าเขาไม่มีข้ออ้างเรื่องงานเชื่อว่าเขาคงเข้าถึงตัวปานตะวันไม่ได้ง่ายแน่

            คืออย่างนี้ครับ ความจริงมันก็มีจุดที่ต้องแก้ไขอยู่บ้างแต่เล็กน้อยมาก

หรือคะ ตะวันก็นึกว่า งานตะวันจะต้องปรับปรุงเยอะซะอีก เธอถึงขนาดปล่อยความโล่งใจออกมา ปกป้องยิ้มก่อนพูดต่อ

ที่ผมเรียกคุณปานตะวันมาก็เพราะมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะถามเกี่ยวกับนามสกุลของคุณ ปานตะวันพยักหน้าเปิดโอกาสให้ปกป้องได้ถาม

            คุณปานตะวันมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพิริยะไพศาลหรือครับ บอกผมได้ไหม เขาสงสัยและไม่อยากคิดว่าผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยและดูบอบบางอย่างปานตะวันจะเป็นหนึ่งในพิริยะไพศาลเพราะคนตระกูลนั้นมีแต่คนเห็นแก่ตัว ชอบดูถูกคนเป็นว่าเล่นเขาจึงไม่อยากจะเชื่อว่าปานตะวันคนนี้จะสายเลือดของพิริยะไพศาล เพียงแต่คิดว่าเธออาจจะนามสกุลเหมือนกัน

            ตะวันเกี่ยวข้องกันแค่นามสกุลเท่านั้นละค่ะ นามสกุลพิริยะไพศาลเป็นนามสกุลที่ตะวันใช้มาตั้งแต่เกิดแต่โดยส่วนตัวตะวันไม่ได้มีความสำคัญกับคนในตระกูลนี้ ตะวันเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่คุณพ่อรับมาอุปการะ

เออ คุณพ่อที่คุณปานตะวันหมายถึงใช่นายแพทย์นพติ พิริยะไพศาลหรือเปล่าครับ

ค่ะ เธอไม่ได้ปิดบังเพราะนั่นถือเป็นเกียรติที่น่ายกย่องสำหรับนายแพทย์นพติ ปกป้องพยักหน้าเข้าใจเรื่องราวที่ข้องใจ ที่แท้ผู้หญิงที่น่ารักคนนี้ก็เป็นเพียงลูกเลี้ยงของนายแพทย์นพติ คงจะอยากตบตาให้สังคมได้รับรู้ว่าเป็นคนใจบุญมากขนาดไหนแต่คงไม่สามารถลบล้างความผิดในอดีตที่ทำกับมารดาของเขาได้หรอก

            เออ อาจารย์มีอะไรจะถามตะวันอีกไหมคะ เขาหันมามองก่อนยิ้มหยุดความคิดแค้นไว้ในใจ

            ไม่มีแล้วครับ อ้อ คุณปานตะวันไม่ต้องเรียกผมว่าอาจารย์หรอกนะครับ ผมเป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาเสร็จงานนี้แล้วผมคงต้องไป

            งั้นให้ตะวันเรียกว่าอะไรล่ะคะ ให้เรียกว่าคุณหมอดีไหมคะ เขาหัวเราะถึงคำพูดของเธอ

            ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เรียกผมว่าพี่ป้องก็ได้

            เออ ปานตะวันทำท่าอึกอักเพราะไม่คิดว่าเขาจะให้เธอเรียกว่าอย่างนั้นมันไม่ดูเป็นการสนิทสนมจนเกินไปหรอกหรือ

            คุณปานตะวันรังเกียจหรือครับ ผมไม่อยากให้คิดว่าผมเป็นอาจารย์อยากให้คิดว่าเราเป็นเหมือนพี่มาช่วยติวน้องมากกว่า ปกป้องพูดดี หาโอกาสตีสนิทกับหญิงสาว ปานตะวันนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้า

            ก็ได้ค่ะ

            ขอบคุณครับ เขายิ้มก่อนจะยื่นเอกสารโครงการของเธอไปให้

            เรื่องโครงการไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก มันไม่ได้แย่อย่างที่คุณปานตะวันคิดหรอกตรงกันข้าม นี่เป็นโครงการเรื่องแรกที่ผมอ่านแล้วเกิดความรู้สึกน่าสนใจมากทีเดียว

            จริงหรือคะ อาจารย์ เอ๊ยพี่ป้อง ตะวันดีใจจังปกป้องยิ้มให้รู้สึกถูกชะตากับเธอมาก นั่นสินะ ผู้หญิงที่สวย หวานแถมยังนิสัยดีอย่างปานตะวันมีแต่จะให้ความสุขกับคนที่ได้อยู่ใกล้ คนพวกนั้นโชคดีมากแค่ไหนที่มีเพชรน้ำงามอยู่ในบ้าน

            ถ้าอย่างนั้นตะวันขอตัวก่อนนะคะ พอดีนัดเขียนโครงการกับเพื่อนต่อนะคะ

            ครับ แล้วไว้คุยกันนะเขายิ้มส่งท้าย มองรูปขนาดเล็กในกระเป๋าสตางค์ นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เจอผู้หญิงที่มีจิตใจดีเหมือนมารดาของเขา มีบางอย่างกำลังเล่นตลกกับเขามันคือความรู้สึกของเขาเองทำไมถึงต้องหวั่นไหวเมื่อได้อยู่ใกล้เธอ แค่ได้พูดคุย ได้สบตา ได้เห็นรอยยิ้มของเธอก็ทำให้เขามีความสุขจนลืมปมร้ายในใจ

            ตะวัน เป็นไงบ้าง ทำไมอาจารย์ถึงเรียกเธอไปพบ จะว่าโครงการมีปัญหาก็ไม่น่าใช่เพราะฉันมั่นใจว่าตะวันเพื่อนฉันเก่งอยู่แล้ว ปานตะวันยิ้มให้รังสิพาเพื่อนของเธอ วิรัฐวิ่งมาจากไหนไม่รู้รีบเข้าหาปานตะวัน

            ไอ้รัฐบ้า ทำอะไรของแกเนี่ย ฉันกับตะวันตกใจหมด รังสิพามิวายต่อว่าที่วิรัฐเข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแถมยังมาแบบมาราธอนอีก วิรัฐขอโทษรังสิพาและหันมามองปานตะวัน สีหนาดูแตกตื่น

            มีอะไรหรือรัฐ ทำไมทำหน้าแบบนั้น

            ทำใจดีๆ นะตะวัน วิรัฐหน้าซีด เหงื่อซึมจากการวิ่งมาหาปานตะวัน

            พี่ชายของตะวันมารอรับตะวันอยู่ที่หน้าตึกคณะ ปานตะวันฉงนงง เขามารับเธออย่างนั้นหรือ

            แน่ใจหรือว่าเห็นเป็นพี่ชายตะวันนะ ไม่ใช่แค่คนหน้าเหมือนเท่านั้น วิรัฐส่ายหน้า

            ไม่ผิดหรอกเพราะเขายังบอกอีกว่านายแพทย์นพติ คุณพ่อของตะวันตอนนี้อยู่โรงพยาบาลเพราะหน้ามืดหมดสติไป เหตุที่วิรัฐรู้เรื่องนี้เพราะเขาบีบบังคับให้อาติยะพูดเพราะถ้าอาติยะไม่พูดเขาก็จะไม่ไปบอกปานตะวัน อาติยะจึงจำเป็นต้องเล่าเรื่องที่นายแพทย์นพติป่วยออกมา

            อะไรนะ ปานตะวันตกใจ มือไม้สั่นจนรังสิพาต้องเข้าไปปลอบใจ

            ตะวัน ทำใจดีๆ นะ ท่านอาจจะไม่ได้เป็นอะไรก็ได้ แค่วูบอาจจะน้ำตาลต่ำหรือไม่ท่านก็อาจจะนอนหลับไม่เพียงพอ อย่ากังวลเลยนะ ท่านดูแข็งแรงออก รังสิพาปลอบใจเพื่อนทั้งที่ตัวเองก็รู้สึกใจคอไม่ดีหันไปจ้องตาวิรัฐเพื่อนหนุ่ม

            อาติยะยืนรอปานตะวันอยู่ที่รถอย่างใจเย็น ตอนนี้เขาต้องตั้งสติแต่เหตุการณ์ที่บิดาของเขานอนสลบอยู่ในห้องทำงานของท่านก็ทำให้เขาอดกังวลไม่ได้กลัวว่าจะเป็นโรคร้ายแรง ปานตะวันวิ่งเข้ามาหาสีหน้าดูเป็นห่วงบิดาของเขา

            พี่ติยะค่ะ คุณพ่อเป็นอะไร อาติยะกลืนน้ำลายก่อนพูดต่อ

            ฉันไม่รู้ พอไปถึงก็เห็นพ่อนอนหมดสติไปแล้ว ฉันไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นพ่อเป็นอะไร เขาพยายามฝืนกลั้นอารมณ์ความเสียใจเอาไว้ ปานตะวันรีบพูด

            ไปโรงพยาบาลกันเถอะค่ะ ตะวันอยากไปดูอาการของคุณพ่อ อาติยะพยักหน้า นี่เป็นครั้งแรกที่เขายอมสงบศึกกับเธอชั่วคราวเพราะต่างก็เป็นห่วงอาการของบิดาสีหน้าแววตาของปานตะวันไม่อาจทำให้อาติยะคิดไปในทางอื่นได้เลยนอกจากสายตาแห่งความเป็นห่วง

 

ที่โรงพยาบาล กมลกับออมฝันกำลังเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน อาติยะนั่งหน้านิ่งเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรส่วนปานตะวันก็นั่งเก้าอี้อีกตัวห่างจากเก้าอี้ที่อาติยะนั่งเพียงตัวเดียว เธอไม่อยากเผยความรู้สึกอ่อนแอให้ใครเห็นโดยเฉพาะคนที่นั่งอยู่มุมนั้นเขาคงจะไม่ชอบใจนักถ้าจะต้องเห็นน้ำตาของเธอ กมลหันมาหมายจะเอาเรื่องหาความผิดกับปานตะวันแต่ถูกอาติยะร้องห้ามไว้ก่อน

เรื่องวุ่นวายยังไม่พออีกหรือครับอากมล ขอร้องเถอะนะครับ ผมไม่อยากปวดหัวกับเรื่องอื่นอีก เขาใจเย็นมากแค่ไหนที่ต้องระงับอารมณ์ความวิตกกังวลออกไป ไม่ใช่ว่าเขาเข้าข้างปานตะวันแต่เขายังไม่อยากเอาเรื่องอื่นมาคิดให้ปวดหัวอีก ตอนนี้ชีวิตของบิดาเขาสำคัญที่สุด

ปานตะวันค่อยโล่งใจที่อย่างน้อยเธอเองก็จะได้ไม่ต้องปวดหัวเหมือนเขา หญิงสาวอธิฐานในใจขอให้พระเจ้าคุ้มครองโปรดอย่าเพิ่งเอาชีวิตของท่านไปเลยี่คะ มีโทรศัพท์จากคุณวิทูรฑึ่จะทำก เธอไม่ชอบความโกหกหลอกลวงแุขภาพของท่านตอนนี้ก็ยิ่งไม่ดีอยู่ด้วยกกระเป๋าแล้วโทรไปหาหวานใจตั

            คุณพ่อต้องไม่เป็นอะไรนะคะ หญิงสาวพูดในใจ ประตูห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉินเปิดออกพร้อมกับร่างของอาติยะที่รีบลุกเดินเข้ามา

อาจารย์หมอครับ พ่อผมเป็นอะไร

ติยะ นี่เธอไม่รู้หรอกหรือว่านายแพทย์นพติท่านเป็นโรคหัวใจ อาติยะสะอึกพูดอะไรไม่ออก ปานตะวันที่ได้ฟังก็อึ้งเหมือนกันไม่อยากจะเชื่อว่าท่านจะป่วยเป็นโรคหัวใจ อาติยะเองก็เหมือนกันเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าบิดาป่วยเป็นโรคนี้ เหตุการณ์ในวันนี้มันเหมือนกับมีคนสร้างสถานการณ์ ดูเหมือนจะมีคนจงใจอยากให้ท่านตาย ใบหน้าคมเข้มหันมามองหน้าปานตะวันที่เป็นผู้ต้องสงสัยคนแรก จะว่าเธอมันก็ไม่ถูกเพราะตอนที่เกิดเรื่องเธอไม่ได้อยู่ที่บ้าน

แล้วโรคหัวใจที่คุณพ่อเป็น มันจำเป็นต้องได้รับยาไหมครับ

ใช่ เป็นโรคหัวใจชนิดที่ต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน อาจจะต้องมีการทำบอลลูน หมอจึงอยากให้เธอและครอบครัวตัดสินใจ ว่านายแพทย์นพติมีปัญหาหรือมีเรื่องเครียดอะไรหรือเปล่าอาติยะส่ายหน้า

ผมไม่ทราบครับอาจารย์ เพราะผมเองก็เพิ่งกลับมาอยู่กับท่านได้ไม่นาน อาจารย์หมอพยักหน้า ตบไหล่ของหมอรุ่นน้องก่อนจะเดินจากไป อาติยะหันมามองปานตะวัน เธออยู่กับบิดาของเขามาตั้งแต่เกิดและน่าจะรู้ว่าท่านมีเรื่องอะไรแต่กลับไม่บอกคนในบ้าน สายตาแห่งความเสียใจเปลี่ยนไปเป็นสายตาแห่งความโกรธ ปานตะวันหลบสายตาคู่นั้นเพราะเริ่มรู้สึกว่าเขากำลังจะหาเรื่องเธอ

            เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพ่อฉันเป็นโรคหัวใจและเธอจึงพยายามสร้างเรื่องมาให้พ่อของฉันเครียดจนต้องเป็นแบบนี้ ปานตะวันอ้าปากค้างเพราะไม่คิดว่าเขาจะโยงมาหาเรื่องเธอจนได้ ดูเหมือนทุกสิ่งอย่างจะเหมาะเจาะเสียเหลือเกิน กมลกับออมฝันเข้ามายืนค้างแอบส่งสายตาเยาะเย้ยปานตะวันที่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ มันเป็นการทำร้ายหัวใจของเธอชัดๆ ทั้งที่หญิงสาวไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เขาคิดเลยแต่คนอย่างเขาคงไม่มองในแง่ดีหรอก

            ว่ายังไงล่ะ ตอบไม่ได้งั้นหรือ

            ตะวันไม่ทราบและไม่รู้ด้วยว่าคุณพ่อเครียดเรื่องอะไร ตะวันก็เป็นแค่เด็กกำพร้าที่คุณพ่อเลี้ยงมา ตะวันรู้บุญคุณที่จะไม่ทำให้ต้องเป็นภาระมากไปกว่านี้และตะวันก็ไม่คิดจะสร้างปัญหาให้ท่านต้องเครียดหรอกนะคะเธอพูดพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมา อาติยะกัดกรามแน่น เขาไม่ชอบน้ำตาของปานตะวันเลยถึงแม้จะรู้ว่าเป็นเพียงน้ำตาของคนเจ้าเล่ห์เท่านั้น

            ตรงนี้ไม่มีคุณพ่อ ไม่ต้องมาบีบน้ำตา อาติยะพูดทิ้งท้ายก่อนจะเข้าไปหาคุณหมอที่รักษาอาการของบิดาเขา กมลกับออมฝันแสยะยิ้มอย่างสะใจที่ได้เห็นน้ำตาของปานตะวันแกมพูดเพื่อให้คิด

            ถ้าฉันเป็นเธอ ป่านนี้ฉันคงเก็บข้าวของแล้วย้ายออกไปอยู่ข้างนอกแล้วไม่ยอมทนให้คนอื่นมาดูถูกหรือว่าร้ายแบบนี้หรอกกมลให้ข้อคิดเห็น ออมฝันเสริมให้อีก

            นั่นสิตะวัน เธอเองก็ใกล้จะเรียนจบแล้วจะไม่คิดย้ายออกไปทำมาหากินเองบ้างเหรอ จะอยู่เป็นกาฝากที่นี่อีกทำไม นางว่าแล้วยิ้มให้ ปานตะวันเช็ดน้ำตาตอบกลับ

            เพราะนั่นเป็นความคิดเห็นแก่ตัวของคุณอาทั้งสองยังไงละค่ะ ตะวันถึงยังไม่ออกไปจากที่นี่ ตะวันทิ้งผู้มีพระคุณที่สุดของตะวันไปไม่ได้หรอกนะคะ

            แกว่าพวกฉันเห็นแก่ตัวอย่างนั้นหรือ ปานตะวันยิ้มมุมปาก

            คุณอากมลพูดเองนะคะ ความจริงตะวันยังสงสัยอยู่เลยว่าช่วงที่คุณพ่อเป็นลมไม่ได้สติ คุณอาทั้งสองอยู่ที่ไหนทั้งที่ปกติคุณอาก็มักจะอยู่คุยงานกับคุณพ่อที่ห้องทำงานเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะเธอดูจากเวลาที่นายแพทย์นพติเป็นอะไรไป มันเป็นช่วงเวลาประจำที่เธอชอบเห็นอาสาวทั้งสองชอบคุยกับท่านบ่อยๆ และมันคงแปลกมากที่วันนี้พวกนางทั้งสองคนเกิดไม่ได้เข้าห้องท่าน มันแปลกมาก

            หุบปากนังตะวัน แกคิดว่าพวกฉันเป็นคนทำให้คุณพี่เป็นแบบนี้อย่างนั้นหรือ กมลหน้าเสียเมื่อถูกปานตะวันสวนกลับ

            ตะวันยังไม่ได้บอกเลยนะคะ ทำไมต้องตกใจด้วยล่ะคะ

            ฉันเปล่าตกใจ ตอนนั้นพี่สาวฉันก็อยู่คุยธุระกับคุณพี่ย่ะ ออมฝันตอบแทนเพื่อแก้ต่างให้พี่สาวแต่กลับทำให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับปานตะวันอีก

            หรือคะ ถ้าอย่างนั้นคุณอากมลก็ต้องรู้สิคะว่าคุณพ่อป่วย

            ไม่รู้ ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น นังตะวันฝากไว้ก่อนเถอะ นางหันมาดุน้องสาว

            แกก็เหมือนกัน ไปบอกมันทำไมว่าฉันอยู่กับคุณพี่ก่อนเกิดเรื่อง

กมลและออมฝันกลับไปแล้ว ปานตะวันถึงกับถอนหายใจถ้าเรื่องที่เธอคิดมันคือความจริงขึ้นมาจะทำยังไง หรืออากมลจะเป็นคนที่ทำให้ท่านต้องเป็นแบบนั้นและถ้ามันเป็นอย่างที่เธอคิดก็เท่ากับว่าอากมลกำลังคิดจะฆ่าพี่ชายตัวเอง ปานตะวันคิดอย่างวิตกกลัวว่าอากมลจะไม่จบลงเท่านี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha