ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 17 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 17


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 17

ปกป้องเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงเขาพยายามติดต่อปานตะวันแต่เหมือนเธอจะไม่อยากรับสายเพราะพยายามตัดสายทิ้ง ชายหนุ่มนั่งพิงเก้าอี้ เขาเองก็ยังไม่อยากกลับบ้านจึงได้แต่นั่งทำอะไรไปเรื่อยอยู่ในห้องพักแพทย์ มีหลายเรื่องที่อยากจะคุยกับปานตะวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาการป่วยของนายแพทย์นพติหรือแม้แต่เรื่องส่วนตัวที่เขาอยากระบายให้เธอรับทราบแต่มันคงจะไม่ใช่ตอนนี้เพราะเหนือเรื่องอื่นใดปานตะวันคงจะให้ความสำคัญกับเรื่องอาการป่วยของบิดาบุญธรรมของเธอ

คืนนี้ผมต้องอยู่เวรยังไงพ่อนอนห่มผ้าให้ดีๆ นะครับ พรุ่งนี้เจอกันที่บ้านนะครับส่วนคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ครับ เขาพูดอย่างรวดเร็วนี่เป็นครั้งแรกที่เขาคิดที่จะโทรไปราตรีสวัสดิ์บิดาของเขา มาคิดๆ ดูแล้วชีวิตของคนเราก็ไม่แน่ไม่นอนถ้ามัวแต่รอจนทุกอย่างสายไปมันก็คงไม่มีประโยชน์ที่เขาจะยังดื้อด้านและโกรธผู้ให้กำเนิดเขามาถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่าการที่จะเป็นคนเริ่มก่อนมันดีมากขนาดไหน จากน้ำเสียงทางปลายสายทำให้เขารู้สึกว่าบิดาของเขาเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับเขาเพียงเพราะคำพูดแสนห่วงใยที่ปกป้องเองก็ไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ได้ขอแค่เปิดใจเขาก็พบกับความสุขที่กำลังคืบคลานเข้าหา

ปานตะวันยืนเก้อๆ กังๆ เพราะไม่รู้จะนอนที่ไหนในเมื่อโซฟาตัวยาวที่ติดผนังห้องตอนนี้ถูกเขายึดครองไว้แล้ว อาติยะกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์สายตาจ้องตัวอักษรแน่วแน่หากในใจตอนนี้กำลังนึกขำในท่าทีเก้อๆ กังๆ ของเธอ ปานตะวันเดินมานั่งเก้าอี้อีกฝั่งหนึ่งไม่กล้าพูดอะไรเพราะกลัวว่าหากเธอพูดจะถูกเขาต่อว่าเอาได้ว่าเธอมานอนเฝ้าคนไข้แต่กลับอยากได้ที่นอนสบายๆ

จะนอนหรือยัง เขาถามขึ้น วางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะข้างโซฟา อากาศในห้องเย็นพอดีแต่ปานตะวันกลับรู้สึกว่าหัวใจของเธอกำลังเย็นยะเยือกกว่าเพราะคำพูดของเขาที่เธอเดาทางไม่ออกว่าจะมาดีหรือมาร้าย

ยังค่ะ ตะวันจะเฝ้าคุณพ่อก่อน หญิงสาวพูดบ่ายเบี่ยง ทำท่าเดินมานั่งเก้าอี้ข้างบิดายกมือขึ้นเตรียมจะเช็ดตัวให้ท่านแต่อาติยะเข้ามาแย่งไว้ก่อน

นอนเถอะ เรื่องเช็ดตัวฉันจัดการให้คุณพ่อเรียบร้อยแล้ว

เออ งั้นพี่ติยะนอนก่อนเถอะค่ะ ตะวันยังไม่ง่วง หญิงสาวฝืนพูดออกไปรู้สึกใจเต้นที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ หญิงสาวดึงผ้าเช็ดตัวผืนเล็กออกจากมือของเขาแต่เพราะอาติยะไม่ยอมปล่อยแถมยังดึงมันกลับมาส่งผลให้ร่างเล็กต้องขยับเข้าหาร่างของเขาไปโดยไม่ทันตั้งตัว ปานตะวันตาโตจ้องมองใบหน้าคมเข้มในระยะกระชันชิด กลิ่นสบู่เหลวจากคนตัวใหญ่โชยมาแตะจมูกของเธอ เท้าเล็กเตรียมจะถอยหลังหนีหากคนตัวใหญ่กลับรั้งร่างนั้นเข้ามากอดอย่างแนบชิด ปานตะวันพูดไม่ออกเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ ผู้ชายที่เกลียดเธอเข้ากระดูกดำอย่างเขาสุดท้ายเธอก็ไม่เข้าใจเขาอยู่ดี

ฉันไม่รู้นะว่าเธอเกลียดฉันมากแค่ไหนแต่เราจะสงบศึกชั่วคราวเพื่อคนที่นอนอยู่บนเตียงนั่นเธอเป็นห่วงฉันก็เป็นห่วงเราต่างก็ห่วงด้วยกันทั้งคู่เพราะฉะนั้นเราจะดูแลคุณพ่อของเราให้ดีที่สุด นี่เป็นครั้งแรกที่ปานตะวันรู้สึกว่าเขาพูดดีกับเธอ ตลอดระยะเวลาที่รู้จักเขามา มันนานมากพอที่จะทำให้ปานตะวันรู้ว่าเขาไม่เคยชอบเธอเลยสักนิด เขาเกลียดเธอเพียงเพราะเธอมาแย่งความรักจากบิดาของเขาโดยไม่คิดบ้างเลยว่าการที่บิดาของเขารับเธอเป็นลูกนั้นมันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน

อ้อมกอดแสนอบอุ่นที่เธอได้รับตอนนี้มันเป็นสิ่งที่เธอไขว่คว้ามานานแสนนาน สองมือเล็กยกขึ้นมาสวมกอดเขาอย่างเผลอตัวเอาหน้าซบไว้ในกลางอกของชายหนุ่ม ช่วงแรกชายหนุ่มออกอาการเกร็งเล็กน้อยแต่ต่อมาเขาก็ยอมผ่อนคลายยอมปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเธอ

ภาพนั้นชะงักฝีเท้าของใครคนหนึ่งที่กำลังจะเดินเข้ามา ปกป้องอึ้งแยกเท้าไม่ออกเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า ที่เขาเข้าใจว่าอาติยะไม่ชอบปานตะวันมันเป็นเรื่องเหลวไหลที่จริงแล้วเขาเข้าใจผิดมาโดยตลอด ปกป้องยืนพิงที่ประตูห้องคนไข้รู้สึกเหมือนบางอย่างกำลังซัดโซมเข้าหาตัวมันเจ็บอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกและเขาคงจะไม่เข้มแข็งพอที่จะเดินเข้าไปหาพวกเขาและทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ มันเกินความสามารถที่เขาจะแสดงจริงๆ

อาติยะหันหน้ามามองร่างของคนที่เขาเพิ่งกอดมา เธอกำลังนอนหันหลังให้เขาชายหนุ่มอมยิ้มให้ ปานตะวันนอนตัวแข็งเธอนอนไม่หลับเพราะกลัวเขาจะลงมาขอนอนด้วยเนื่องจากที่นอนจำกัดและเธอก็ไม่กล้าจะหลับตาลงได้

นอนแล้วหรือ ปลายเสียงฟังดูนุ่มหูอย่างแรง ปานตะวันหันหน้ามามองเห็นเขากำลังนั่งเก้าอี้หันมุมมาหาเธอ

พี่ติยะมีอะไรหรือคะ อาติยะยิ้มมุมปาก

ขอบใจนะที่เธอช่วยดูแลพ่อฉัน ปานตะวันยิ้มดีใจที่เขาเริ่มมองเธอในแง่ดีบ้าง

แค่นี้มันยังน้อยไปค่ะสำหรับสิ่งที่ท่านทำให้ตะวัน ตะวันคงเป็นลูกอกตัญญูหากทิ้งคุณพ่อไปแบบนี้ อาติยะฟังคำพูดของเธอแล้วอดเสียใจกับตัวเองไม่ได้ เขาเหมือนจะสำนึกผิดที่ทำไม่ดีกับเธอ อคติกับเธอตั้งแต่แรกเห็นทั้งที่ความจริงแล้วปานตะวันก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เธอเป็นเด็กดีของบิดาเขาเสมอผิดกับลูกแท้ๆ อย่างเขาที่ทำให้ท่านต้องเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถึงยังไงฉันก็ต้องขอบใจเธอ

ถ้าอย่างนั้นตะวันขอพี่ติยะแค่เรื่องเดียวได้ไหมคะ เธอเปลี่ยนจากนอนมานั่งแทน อาติยะพยักหน้าเปิดทางให้หญิงสาวได้เอ่ยต่อ

พี่ติยะจะเลิกเกลียดตะวันได้ไหมคะ อาติยะมองหน้าปานตะวันเห็นแสงน้อยๆ ในตาของเธอ หยดน้ำใสๆ เริ่มคลอเคลียอยู่บริเวณเปลือกตาล่างจนเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะต้องเข้าไปนั่งปลอบใจเธอ ปลายนิ้วแข็งแรงลงมาทาบที่แก้มนวลหวังจะได้ช่วยเช็ดน้ำตาให้เธอ พอได้สัมผัสหัวใจของเขาก็สั่นไหวอย่างไม่อาจฝืน จำต้องอดทนทำเป็นไม่สนใจเธอ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนหันไปมองทางอื่นเพราะกลัวว่าคนแถวนี้จะอ่านใจเขาออกว่ารู้สึกยังไง มันเป็นความรู้สึกที่อยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่สุดที่ใจของเขาจะคาดคิดได้แต่เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

ปานตะวันรีบเช็ดน้ำตา เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะแสดงความรู้สึกในส่วนลึกของตัวเองออกมา อารมณ์และบรรยากาศพาเธอให้หลุดลอยไป หญิงสาวถอนหายใจออกมาลุกขึ้นยืนบ้าง

พี่ติยะนอนตรงนี้เถอะค่ะ ตะวันจะนอนข้างล่างเอง เธอชี้ไปที่พื้นห้องคนไข้ อาติยะขมวดคิ้วอย่างสงสัยที่เธอยอมเสียสละที่นอนให้เขาแต่ก็ช่างเถอะเขาคงจะไม่มีหน้าเรียกตัวเองว่าสุภาพบุรุษหากแย่งที่นอนตรงนั้น

เธอนอนเถอะและก็ไม่ต้องถามอะไรอีกเพราะฉันขี้เกียจตอบแล้ว เขาพูดและหันกลับไปอย่างอัตโนมัติราวกับจะบอกเธอเป็นนัยๆ ว่ารู้สึกรำคาญจะแย่แล้ว ปานตะวันถือโอกาสล้มตัวลงนอนที่โซฟาตัวยาวแสนนุ่ม ความง่วงบวกกับความเหนื่อยล้ามันทำให้ปานตะวันหลับอย่างง่ายดาย อาติยะหันกลับมามองอีกครั้งหลังจากที่ปล่อยให้ความเงียบครองงำและจนถึงตอนนี้มันก็ไม่ไปไหน เขายิ้มให้เธอเงียบๆ หันมามองหน้าบิดาที่ยังไม่ฟื้นนึกในใจว่าถ้าท่านฟื้นขึ้นมาและเห็นว่าลูกๆ ของท่านมานอนเฝ้ากันอย่างปรองดองท่านคงจะมีความสุขหายวันหายคืนแต่เขาไม่รู้ว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับบิดาเขาหรือเปล่า

เช้าวันใหม่ปานตะวันตื่นขึ้นมาและพบว่าบนเตียงคนไข้ไร้ร่างของนายแพทย์นพติ หญิงสาวสะดุ้งรีบลุกขึ้นหารอบๆ ห้องอย่างตื่นตกใจ ประตูห้องพักเปิดออกพร้อมกับร่างของอาติยะกำลังถือของกินเข้ามา อาติยะรู้ดีว่าเธอกำลังจะถามอะไรเขาเลยตอบดักหน้าเธอไปก่อน

คุณพ่ออยู่ที่ห้องเอ็กซเรย์นะ

คุณพ่อฟื้นแล้วหรือคะ หญิงสาวรีบถามอาติยะพยักหน้าก่อนจะเดินเอาของมาวางบนโต๊ะ ปานตะวันเดินตามมาด้วยสีหน้ายิ้มหน้าบาน

ถ้าอย่างนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี ในที่สุด คุณพ่อก็ฟื้นขึ้นมา ตะวันดีใจจริงๆ เลยค่ะ พี่ติยะ หญิงสาวคลียิ้มออกมาด้วยความดีใจจนบอกไม่ถูก มันถือเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดและถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเพราะนั่นเท่ากับว่าการรักษาได้ผลเกินคาด อาติยะไม่ได้เอ่ยอะไรหันหลังมาจัดการกับอาหารตรงหน้าลอบยิ้มให้เธอเล็กน้อย

พี่กมลค่ะ เราจะทำยังไงกันดีคะ กมลกำลังให้เขียวช่วยตัดเล็บและออกอาการแปลกใจที่ออมฝันโผล่เข้ามาแถมยังทำหน้าตาแตกตื่นจนอดสงสัยไม่ได้ จะมีเรื่องไหนอีกที่น่าตื่นเต้นได้เท่ากับพี่ชายของนางป่วยยังไม่ฟื้นและนั่นก็ถือว่าเป็นข่าวดีที่สุดในรอบปีนี้แล้ว

เป็นอะไรของเธอ ออมฝัน” ออมฝันเดินมานั่งลงใกล้ๆ พี่สาวสั่งให้เขียวรีบไสหัวออกไป

ก็ตาติยะเพิ่งโทรมาบอกว่าคุณพี่ฟื้นแล้ว

หา ว่ายังไงนะ กมลทักเสียงสูงทำหน้าตาไม่อยากเชื่อ

ป่วยหนักขนาดนั้นยังจะฟื้นอีกหรือ

นั่นนะสิค่ะ เขาถึงบอกว่าคนดีไม่ตายง่ายๆ

กมลหันมาจ้องตาลุกวาวใส่น้องสาวคำพูดของออมฝันฟังดูเหมือนนางเป็นคนไม่ดียังไงยังงั้น

ปกป้องกำลังอ่านผลเอ็กซเรย์หน้าอกของนายแพทย์นพติ หลังจากที่เมื่อเช้าท่านฟื้นขึ้นมาและดูเหมือนอาการจะดีตามลำดับชายหนุ่มจึงสั่งให้พยาบาลทำการถอดท่อหายใจแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านก็ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาลอย่างใกล้ชิด

นพติกำลังนอนนิ่งบนเตียงนอนที่ตอนเช้ามีพนักงานเปลเข็นมาที่ห้องเอ็กซเรย์ ท่านเองก็ยังไม่อยากขยับตัวมากเพราะเกรงจะกระทบถึงหัวใจและออกจะแปลกตากับหมอคนใหม่เล็กน้อย

สวัสดี คุณคือหมอที่รักษาผมงั้นหรือ ปกป้องหันมามองก่อนจะยิ้มมุมปากให้ท่าน นี่เป็นคำพูดประโยคแรกที่เขาสนทนากับคนที่เขาเคยเกลียดมากคนหนึ่งแต่ตอนนี้ความเกลียดความแค้นมันหายไปหมดแล้ว

ครับ ผมเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน

ต้องขอบคุณคุณหมอมากนะครับที่ช่วยยื้อชีวิตของผมไว้ นพติขอบคุณจากใจจริงไม่อยากจะเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นจะทำให้ท่านเป็นมากถึงขนาดนี้ ปกป้องเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ที่มีเก้าอี้วางอยู่ ในห้องนี้นอกจากเขาและคนไข้ก็ยังมีพยาบาลอีกคนที่ตามมาเป็นผู้ช่วยมันจึงเป็นการยากที่จะเปิดโอกาสพูดอะไรบางอย่าง

เออ พี่พยาบาลครับ ผมลืมชาร์ตคนไข้อยู่ที่ห้องของผม ฝากให้พี่พยาบาลช่วยไปเอาหน่อยได้ไหมครับ พยาบาลสาวรับคำ

ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะหมอ ปกป้องพยักหน้ารอให้พยาบาลเดินออกพ้นประตูห้องไปก่อน หันมาสบตาคนไข้ที่ต่างก็กำลังจ้องหน้าเขา

หวังว่าคุณคงยังจำนามสกุลเดชารัตนะนันทน์ได้นะครับ นพติเบิกตากว้างเหมือนหน้าอกของเขาจะรู้สึกเจ็บแปลบๆ ปกป้องยิ้มอย่างเศร้าๆ สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจไม่ควรให้ได้รับฟังเรื่องเศร้าๆ ที่มันจะทำให้เครียดได้แต่เขาก็ไม่อาจฝืนบังคับความรู้สึกของตัวเองไม่ให้เล่าได้ ท่านควรจะได้รับรู้ถึงสิ่งที่ทำลงไปไม่ใช่หรือ

คุณคือ...

ผมเป็นลูกของคุณแม่วาสนากับคุณพ่อไพรัฐ เขาเน้นย้ำชัดเจนเห็นหน้าของท่านซีดลงเล็กน้อย นายแพทย์นพติมองใบหน้าของหมอหนุ่มที่หน้าตาคล้ายวาสนามาก ท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวของวาสนาต้องพังแต่ทั้งหมดที่เกิดเป็นเพียงความเข้าใจ เรื่องราวทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้นแต่เหมือนทุกอย่างที่ท่านและวาสนาอธิบายมาทั้งหมดกลับเป็นเชือกผูกมัดให้ทั้งสองมีปมติดตัวไปจนตาย

คุณคงจะแปลกใจว่าทำไมผมถึงรับคุณเป็นคนไข้ของผม คุณคงสงสัยว่าทำไมผมถึงยอมรักษาคุณทั้งที่คุณทำร้ายจิตใจแม่ของผมมากแค่ไหนปกป้องเริ่มอธิบาย พอมาคิดดูอีกทีมันก็อดน้อยใจไม่ได้ในเมื่อเขาต้องทนแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดมานานแสนนาน ส่วนนายแพทย์นพติในฐานะคนที่สร้างเรื่องทุกอย่างกลับอยู่อย่างสุขสบายมีลูกสาวที่น่ารักคอยเอาใจท่านในขณะที่ปกป้องต้องอยู่อย่างเด็กขาดความอบอุ่น นี่หรือความยุติธรรมสำหรับเขา

            ผมเสียใจสำหรับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็นความเข้าใจผิดที่ไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ คนพูดดูเหนื่อยมากขึ้นจนต้องเปลี่ยนมากึ่งนอนกึ่งนั่ง ปกป้องช่วยปรับเตียงให้ท่านได้นอนอย่างสบายๆ และอดขำไม่ได้กับสายตาแปลกๆ ที่มองมาทางเขา

            อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลยครับ ผมไม่ได้จะมาแก้แค้นเพราะถึงยังไงคุณก็ได้รับผลกรรมนั้นแล้วเขาห่มผ้าให้

หลับให้สบายเถอะครับ ผมถือว่าคุณชดใช้กรรมนั้นแล้ว ขอให้คุณหายเป็นปกติเพื่ออยู่กับลูกสาวที่น่ารักของคุณ เธอเป็นคนดี ดีจนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในพิริยะไพศาล ผมจึงหวังว่าคุณจะไม่ทำให้เธอเสียใจเหมือนอย่างที่คุณทำร้ายแม่ผมจนตรอมใจตายสิ้นคำพูดของเขา พยาบาลก็เข้ามาพอดีพร้อมกับชาร์ตของคนไข้ ปกป้องเอ่ยคำขอบคุณก่อนจะสั่งให้พยาบาลช่วยไปบอกให้พนักงานเปลพาคนไข้กลับห้องโดยไม่ได้พูดอะไรกับคนไข้อีกเลย

ปานตะวันเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ซึ่งเป็นชุดนักศึกษาพยาบาลเรียบร้อย ผมยาวถูกรวบไว้ใส่ในตาข่ายสีเดียวกับผม เห็นร่างของอาติยะกำลังนั่งกินอาหารที่เขาซื้อมา

มานั่งกินด้วยกันสิ กับข้าวยังร้อนๆ อยู่เลย ความจริงว่าจะให้คนที่บ้านเอาข้าวมาให้แต่กลัวว่ามันจะสายฉันเลยออกไปซื้อเอง ในโรงอาหารของโรงพยาบาลนี่แหละถูกสุขลักษณะและไม่ต้องกลัวว่าทานแล้วจะปวดท้องหรือเป็นอะไรไป สายตาหวานมองอย่างรู้สึกเกรงใจแม้คำพูดของเขาจะฟังดูน่ากวนประสาทมากก็ตาม สายตาของเขาที่มองมาเชิงบังคับให้หญิงสาวต้องทำตามคำพูดของเขา ปานตะวันจึงตัดสินใจเดินมานั่งลงตรงข้ามกับเขา ความจริงเธอก็อยากอยู่ดูแลท่านต่อแต่เพราะวันนี้เช้าหญิงสาวมีสอบข้อเขียนจึงไม่สามารถอยู่ดูแลท่านต่อได้

กินข้าวไม่ลงหรือ เขาเห็นเธอเขี่ยอาหารเล่นอดถามไม่ได้ คิดว่าเป็นเพราะเขาร่วมกินด้วยเธอถึงทานอะไรไม่ลงและมันก็คงจะเป็นจริงอย่างที่คิด

ค่ะ ตะวันทานไม่ลง ห่วงคุณพ่อแต่ต้องไปสอบ

ไม่ใช่เพราะฉันหรอกหรือ เขาเผลอถามก่อนจะเงียบเสียงเมื่อรู้ตัวว่าไม่ควรถามอะไรแบบนั้น ปานตะวันเองก็ออกอาการงงรีบถามกลับด้วยความสงสัย

พี่ติยะมีอะไรจะบอกตะวันหรือคะ

เออ อาติยะอึกอักสุดท้ายก็ส่ายหน้า ปานตะวันยิ้มจืดๆ รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็พยายามยิ้มออกมาให้มันดูดีที่สุด

ถ้าอย่างนั้น ตะวันขอตัวไปมหาลัยก่อนนะคะ หญิงสาวหยิบเอกสารที่ฝากให้บุญมีเอามาให้พร้อมกับเสื้อผ้าเมื่อคืนพยายามยิ้มอ่อนโยนให้เขาอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องแต่อาติยะวิ่งมาจับมือของเธอไว้ก่อน ปานตะวันก้มลงมองมือของเขาที่จับข้อมือของเธอไว้มั่น แปลกใจในอาการแสดงของเขาที่เธอเองก็เดาไม่ถูกว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรแต่มันคงจะดีถ้าเวลาของสองเราจะยังคงเดินไปอีกโดยไม่มีผู้ใดมาขัดจังหวะก่อน

ทำอะไรกันหรือคะ เจนสุดาเข้ามาเห็นพอดี อาติยะรีบปล่อยมือออกจากมือของหญิงสาวทันทีสายตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วปานตะวันมองเห็นพียงแววตาดุดันไร้รอยยิ้มให้เธอ อารมณ์ความรู้สึกของเขามันช่างเปลี่ยนแปลงง่ายดายเหลือเกิน เจนสุดาเข้ามายืนโอบต้นแขนของอาติยะอย่างเป็นเจ้าของ ปานตะวันเห็นแล้วเข้าใจดีว่าเธอกำลังทำหน้าที่หวงคนที่เธอรักและปานตะวันเองก็ไม่ควรอยู่ที่นี่นานๆ

ตะวันไปเรียนก่อนนะคะ แล้วตอนเย็นตะวันจะมาหาคุณพ่ออีก ลาละค่ะพี่อาติยะ คุณเจนสุดา หญิงสาวเรียกชื่อเต็มยศ หันหลังเดินอย่างไม่ใส่ใจถึงคนที่กำลังจ้องหน้าเธอด้วยสายตาแห่งความไม่เป็นมิตร

คุณมาแต่เช้ามีอะไรงั้นหรือ เขาหันมาถามแฟนสาวเพราะไม่คิดว่าเธอจะมาเช้าขนาดนี้

เจนต่างหากที่ต้องถามคุณว่าเมื่อกี้นี้คุณกับตะวันทำอะไรกัน เจนสุดาพยายามนับหนึ่งถึงสิบหลายๆ รอบเพื่อให้ตัวเองมีสติคิดทำอะไรโดยใช้หลักของความคิดเป็นหลัก เธอจะมาทำนิสัยแย่ๆ วี้ดว้าดเหมือนนางร้ายในทีวียุคโบราณ มันเลยยุคนั้นไปแล้วทุกอย่างมันต้องใช้สมองและหัวใจบังคับพาไปให้ได้สิ่งที่ต้องการนำมาซึ่งความสำเร็จ นั่นละคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนอยากได้อยากมีและเธอก็คิดเสมอว่าเธอต้องได้ในสิ่งที่ดีที่สุด

ปานตะวันเดินเหมอลอย ความรู้สึกของเธอตอนนี้มันเป็นอะไรที่อธิบายไม่ถูกทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาสองคนเป็นอะไรกันแต่ทำไมทุกครั้งที่ได้เห็นภาพทั้งสองอยู่ด้วยกันหัวใจของหญิงสาวจึงได้รู้สึกเจ็บแปลบๆ ฝีเท้าเล็กเดินอย่างอืดอาด ไม่ได้มองไปข้างหน้าจนไม่ทันสังเกตเห็นคนที่เดินสวนทางมา

อุ้ย ว้าย เสียงนั้นปนกัน ปานตะวันตกใจตื่นจากความคิดรีบเงยหน้าไปดูคนที่เธอเพิ่งชนมาก่อนจะเอ่ยคำขอโทษอย่างเสียใจแก่อีกฝ่าย

ปิ่นมุกคนที่ถูกปานตะวันชนรีบส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มอ่อนโยนให้ ชั่วพริบตาเห็นปานตะวันรู้สึกเหมือนเธอรู้จักผู้หญิงคนนี้มาก่อน ปิ่นมุกก็เช่นกัน เธอจ้องหน้าปานตะวันอย่างเนินนานรู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก ปิ่นมุกก้มลงมาเก็บหนังสือของอีกฝ่ายก่อนจะยื่นให้

ขอบคุณค่ะ

ยินดีค่ะ เอ๊ะ อยู่ๆ ปิ่นมุกก็ทำน้ำเสียงเอะใจ

หนูใช่ผู้หญิงที่ชื่อปานตะวันหรือเปล่า

ค่ะ ปานตะวันรับคำมาอย่างงงๆ ก่อนอีกฝ่ายจะเป็นคนอธิบาย ที่มาของความสงสัยนี้

ฉันรู้จักกับอาจารย์ปกป้องที่สอนหนูนะจ้ะ ว่าแต่พ่อของหนูอาการเป็นยังไงบ้าง ฉันได้ข่าวจากปกป้องว่าพ่อของเธอฟื้นแล้ว ดีใจด้วยนะ ปิ่นมุกเอ่ยก่อนจะหันไปยิ้มให้คนที่เดินผ่านมาพอดี ปกป้องยิ้มให้พี่สาวที่เขาเคารพรักเหมือนญาติคนหนึ่งปรายตามองไปยังปานตะวันอดน้อยใจไม่ได้สำหรับเมื่อคืนที่เธอไม่ยอมรับสายเขาและเมื่อคืนที่เธอกับอาติยะอยู่ด้วยกัน มันอดไม่ได้ที่เขาจะไม่นึกถึงมัน ปกป้องแนะนำปิ่นมุกให้ปานตะวันได้รู้จัก เห็นสายตาของทั้งคู่ที่มองสบตากันอย่างลึกซึ้งก่อนคนที่อายุมากกว่าจะเป็นฝ่ายละจากสายตาคู่หวานคู่นั้น

ยินดีที่ได้รู้จักนะจ้ะ หนูปานตะวัน เธอเอ่ยเต็มเสียงเข้ามาควงแขนลูกชายเพื่อนรัก ปกป้องหันมาพูดกับปานตะวัน

เรื่องของคุณพ่อของตะวันไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนอกจากสภาพจิตใจถ้าผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ก็คงหายห่วงแล้วละแต่ที่สำคัญที่สุดคืออย่าทำให้ท่านต้องเครียดขึ้นมาอีก ปานตะวันพยักหน้า ลาทั้งสองเพื่อไปสอบ เธอสัญญากับตัวเองว่าจะรีบกลับมาดูแลท่านให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกถือว่าเป็นการตอบแทนท่านที่ช่วยอุปการะเลี้ยงดูหญิงสาวจนเติบโตมีการศึกษาและการงานที่ดี

ปิ่นมุกมองตามหลังรู้สึกใจเต้นอย่างบอกไม่ถูกหรือเพราะดวงตาคู่หวานคู่นั้นที่เจิดจ้าและดึงดูดใจเธออย่างจัง เพราะมันนานมากแล้วที่เธอไม่ได้เห็นใครที่มีดวงตาใสซื่อเหมือนอย่างเด็กสาวที่ชื่อปานตะวัน พิริยะไพศาล

พี่ปิ่นจะมาก็น่าจะโทรบอกผมก่อน เกิดผมลงเวรไปแล้วจะทำยังไงละครับ ปิ่นมุกหัวเราะ

พี่ก็ตามหาห้องของคุณนพเองสิจ้ะ ไม่เห็นจะยากเลย ปกป้องไม่ได้ยิ้มด้วยแต่เขาเป็นห่วงว่าถ้าหากปิ่นมุกได้เจอกับอาติยะอีกแล้วหมอนั่นจะไม่สร้างปัญหาให้ต้องเดือดร้อนอีกเหรอ

กลัวพี่จะเจอกับลูกชายของคุณนพหรือ ปิ่นมุกถาม

ครับ ผมไม่อยากให้คนไข้เป็นกังวลอีก เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะแคร์ความรู้สึกของศัตรูแต่เพราะปานตะวันทำให้เขาดูอ่อนแอลงอย่างมาก ความรู้สึกแค้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้นจะมีก็แต่ความรู้สึกดีๆ ที่เขาจะพยายามสร้างมันเพื่อเอาใจเธอคนที่เขารู้สึกดีด้วย

นี่ป้องชอบเด็กคนนั้นหรือ ปิ่นมุกถาม ถ้าถามความรู้สึกของเธอว่าทั้งสองไม่เหมาะสมเพราะถึงแม้ปานตะวันจะใช้นามสกุลพิริยะไพศาลก็ตามแต่พื้นเพของเธอก็คือเด็กกำพร้าที่ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร เธอจึงไม่อยากให้ปกป้องรักกับปานตะวันมากนัก

ผมเองก็ยังไม่ค่อยมั่นใจครับแต่มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเธอเป็นลูกของคนที่ทำลายครอบครัวผม

ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตัดใจก่อน ชอบหรือไม่ชอบพี่ก็อยากให้ป้องคิดให้ดีๆ ฐานะของป้องก็ไม่ใช่คนกระจอกถ้าจะมีภรรยาสักคนก็น่าจะหาคนที่เหมาะสมกว่าไม่ใช่หรือ ปิ่นมุกเอ่ยให้ข้อคิดแก่ปกป้อง อาติยะเป็นคนอารมณ์ร้อนมาตั้งแต่เด็กนี่ถ้ารู้ว่าปกป้องชอบคนของพิริยะไพศาลเรื่องมันคงจบไม่สวยแน่เพราะอย่างน้อยอาติยะก็คนหนึ่งที่จะไม่ดองเป็นญาติด้วย เขาควรจะทำยังไงดีจะกำจัดความรู้สึกที่มันมากเกินไปออกไปหรือจะเก็บมันไว้และสู้ต่อไป เขาควรทำอย่างไหนมากที่สุด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha