ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 19 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 19


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 19

นายแพทย์นพติจากไปอย่างสงบท่ามกลางความโศกเศร้าของเครือญาติ อาติยะมองดูภาพสุดท้ายของบิดาก่อนร่างอันไร้วิญญาณของท่านจะถูกเอาลงไว้ในโลงศพ เขาคิดว่าจะเก็บศพไว้ทำพิธีแค่สามวันแล้วเผ่าเพราะไม่อยากเศร้าใจมากกว่านี้ ท่านไปสบายแล้ว

ปานตะวันในชุดเดรสสีดำยาวถึงเข่ากำลังนั่งร้องไห้อยู่อีกฟากหนึ่งเธอยอมรับว่ามองภาพสุดท้ายของท่านไม่ได้ หญิงสาวจึงเลี่ยงหลบมาร้องไห้ใบหน้าหวานซึมซับกับความเสียใจผ่านหยดน้ำตาหลั่งไหลรินอาบแก้มสองข้าง ดวงตาที่บวมแดงเพราะผ่านการร้องไห้มาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ถึงการจากไปของท่านจะเกิดขึ้นกะทันหันและเธอก็ไม่มีโอกาสที่จะตอบแทนผู้มีพระคุณอีกแล้ว มาถึงตอนนี้คงไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้อีกต่อไปรวมทั้งนามสกุลพิริยะไพศาลหญิงสาวก็ไม่จำเป็นต้องใช้นามสกุลนี้อีก

อาติยะเดินออกมาจากห้องนอนของบิดาหลังจากที่เขาเป็นสั่งให้เคลื่อนย้ายศพของบิดามาแต่งตัวที่บ้าน สายตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้ามองไปยังร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีศักดิ์เป็นลูกบุญธรรมของบิดาเขาถึงตอนนี้จะยังไม่อยากญาติดีกับเธอมากเท่าไรนักและเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยว่าจะจัดการกับชีวิตของเธอยังไงดี

ปานตะวัน เขาเรียกชื่อเธอพยายามฝืนกลั้นอารมณ์ความเสียใจไว้ ยิ่งได้เห็นน้ำตาเขาก็ยิ่งอยากร้องไห้แต่ไม่อยากร้องให้ใครได้เห็น มันรู้สึกอ่อนแอเกินไป

ปานตะวันเงยหน้ามองอาติยะ หลังจากนี้เธอคงไม่มีโอกาสนับเขาเป็นพี่ชายอีกแล้วเพราะเราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเผาคุณพ่อ ตะวันจะออกไปจากพิริยะไพศาลทันที เธอยิ้มสู้แม้น้ำเสียงจะสะกิดหัวใจของเธอเป็นอย่างมาก ไม่นานน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอีก อาติยะรู้สึกสงสารและเห็นใจจนเผลอดึงร่างนั้นเข้าไปกอด ปานตะวันยิ่งร้องไห้ใหญ่ส่งเสียงสะอื้นไห้อย่างน่าเจ็บปวด

ฉันคิดว่ารอให้เรื่องคุณพ่อเรียบร้อยไปก่อนแล้วเราค่อยมาว่าเรื่องของเธอ ตอนนี้ฉันไม่อยากคิดอะไรให้มันรกสมอง มันเหมือนกับการปลอบใจหรือเปล่าหญิงสาวไม่อาจรู้ได้แต่คำพูดของเขาทำให้เธอมีความรู้สึกดี หญิงสาวเช็ดน้ำตาดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดแสนอบอุ่นของเขา

จะคุยกันตอนไหนมันก็มีค่าเท่ากัน ถึงยังไงตะวันก็ต้องออกไปจากพิริยะไพศาลอยู่ดี

เธอจะไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ถ้าเธอขอฉันว่าอยากอยู่ที่นี่อีก ฉันก็จะ...

ไม่ค่ะ ตะวันไม่ใช่พิริยะไพศาลและที่ตะวันทนอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะบุญคุณที่คุณพ่อเลี้ยงดูตะวันมา ตะวันซาบซึ้งและตระหนักเสมอว่าสักวันจะต้องตอบแทนท่านแต่ตอนนี้ท่านไม่อยู่กับตะวันอีกแล้ว ตะวันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่อีก เพื่อความสบายใจของทุกคนตะวันขอไปค่ะ

แต่ฉัน เขาเหมือนจะพูดค้างไว้แค่นั้นเพราะเห็นร่างของเจนสุดากำลังเดินมาทางนี้ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีร่างของกมลและออมฝันตามมาสมทบด้วย ทุกคนกำลังมองไปที่ร่างของปานตะวันราวกับจะให้อาติยะตัดสินใจอะไรบางอย่าง

มารวมตัวอะไรที่นี่ ทำไมถึงยังไม่ไปที่วัดกันล่ะครับ เขาถาม

เจนมารอไปกับคุณค่ะ ติยะ เจนสุดาเดินเข้ามาหาอาติยะ แสร้งเบียดร่างของปานตะวันให้ออกห่างอาติยะ เธอไม่ไว้ใจสายตาเว้าวอนของอาติยะ กมลกับออมฝันยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไป

อาสองคนรอยัยตานะจ้ะ น้องกำลังแต่งตัวอยู่บนห้อง สิ้นเสียงของกมลวาริตาก็เดินลงมาบ่นเสียงอุบอิบ

โอย คุณแม่ค่ะ ทำไมต้องให้ตาแต่งตัวมิดชิดขนาดนี้ด้วยล่ะคะก็แค่ไปงานศพจะอะไรนักหนา บ่นเสร็จก็จำต้องหุบปากเงียบเพราะเห็นหน้าตาของอาติยะที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจในคำพูดของญาติผู้น้อง วาริตารีบเข้าไปหามารดาซบหลังด้วยความกลัว

คุณอาครับ คราวหลังช่วยสอนให้ลูกสาวคุณอารู้จักกาลเทสะด้วยนะครับ ไม่ใช่นึกจะพูดอะไรก็พูด เขาตำหนิวาริตาทางอ้อมใช้สายตาติเตียนจนวาริตาไม่กล้าสบตาด้วย กมลพยักหน้ารับทราบก่อนจะรีบพาวาริตาออกไปโดยมีออมฝันเดินตามออกไปด้วย เจนสุดาปรายตามองปานตะวันยิ้มเย้ยหยันไปให้

แล้วตะวันล่ะจ้ะ ไม่ไปหรือ

ตะวันรอไปกับพี่แจ่มค่ะ จะได้ช่วยพี่แจ่มเอาพวกอาหารเลี้ยงที่จะแขกในงานไปด้วย เธอเอ่ยและเตรียมตัวจะเดินจากไปแต่อาติยะพูดดักก่อน

ไปด้วยกัน จะได้ประหยัดน้ำมันไหนๆ เราก็จะไปที่เดียวกันอยู่แล้ว

แต่ติยะค่ะ เจนว่าให้ตะวันไปกับแจ่มเถอะนะคะ อีกอย่างตะวันคงไม่อยากไปกับเราหรอกค่ะ จริงไหมจ้ะ ตะวัน ปานตะวันเงียบแทนคำตอบ

ไปกันเถอะค่ะ ติยะ เจนอยากไปเคารพศพคุณพ่อคุณแล้ว อาติยะถูกเจนสุดาลากออกไป ปานตะวันฝืนยิ้มให้แจ่มที่เพิ่งเดินสวนมาก่อนจะพากันขนของขึ้นรถตู้ของบ้านเพื่อไปยังวัดแต่ไม่ทันที่หญิงสาวจะทันขึ้นรถตู้ ปกป้องก็ขับรถเข้ามาจอดเทียบก่อน

พี่ป้อง นี่พี่มาได้ยังไงคะ

พี่ตั้งใจมารับตะวัน เขาเอ่ย หันไปมองบ้านหลังงามที่หาความสุขไม่ได้ก่อนจะหันไปยิ้มให้แจ่ม

ขออนุญาตพาตะวันไปงานศพกับผมนะครับ แจ่มยิ้ม

โอ๊ยไม่ต้องขออนุญาตหรอกค่ะ คุณตะวันคะถ้าอย่างนั้นเราไปเจอกันที่งานเลยนะคะ ปานตะวันพยักหน้าหันมายิ้มให้ปกป้องก่อนทั้งจะเดินขึ้นรถไปด้วยกัน

ที่งานศพบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า แขกเครือที่มาส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นท่านผู้ใหญ่ระดับสูงเพราะนายแพทย์นพติเป็นคนใหญ่คนโตนอกจากคนรู้จักในวงการแพทย์แล้วก็ยังมีนักธุรกิจที่รู้จักกันในการค้าเพชรมากมายร่วมด้วย อาติยะนั่งหน้าเศร้ามองภาพของบิดาที่วางอยู่ที่หน้าโลงศพ ตอนที่ท่านอยู่เขาก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นลูกที่ดีมากนักตรงกันข้ามลูกบุญธรรมอย่างปานตะวันยังได้ใกล้ชิดและดูแลท่านได้ดีมากกว่าเขาเสียอีก

พี่ป้องเข้าไปในงานเถอะค่ะ อย่ามาอยู่ตรงนี้เลย เกรงใจนะคะ ปานตะวันบอกปกป้องหลังจากที่เขามาส่งเธอแล้วยังอุตส่าห์อยู่ช่วยเธอกับคนใช้คนอื่นๆ ใส่น้ำ จัดเตรียมอาหารเลี้ยงแขก แจ่มชะเง้อสายตามองมาอดยิ้มไม่ได้ที่ได้เห็นว่ามีผู้ชายดีๆ คนหนึ่งมาคอยเอาใจคุณหนูของเธอ

ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่อยากช่วยตะวันจะได้เสร็จเร็วๆ ยังไงครับ เขาอ้างถึงความรวดเร็ว ปานตะวันเหนื่อยใจเธอกลัวว่าคนอื่นมาเห็นมันจะดูไม่ดีและใครจะได้หาว่าเธอใช้เขามาทำให้เสื่อมเสีย

ปิ่นมุกในชุดดำสนิทเดินเข้ามาในอานาเขตของวัด เดินไปตามเสียงของพระสวด หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจถึงการจากไปของนายแพทย์นพติท่ามกลงความข้องใจที่ยังแก้ไม่ตก มันจะเป็นไปได้ยังไงถ้าหากคนที่ทำให้นพติต้องหัวใจวายตายเป็นฝีมือของคนในบ้านแต่เหตุการณ์วันนั้นมันทำให้เธอคิดไม่ตกจริงๆ หญิงสาวเดินไปเรื่อยๆ ก่อนจะสะดุดกับภาพของสองหนุ่มสาวที่กำลังทำงานร่วมกัน เธอจำได้ดีว่านั่นคือปกป้องส่วนอีกคนคือปานตะวัน ความคิดหนึ่งก็วูบมาคือปกป้องชอบปานตะวันเมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจำเป็นต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลมเพื่อไม่ให้ปัญหามันเกิดขึ้น บิดาของปกป้องก็ไม่ค่อยอยากให้เขาคลุกคลีกับคนของพิริยะไพศาลและถ้ารู้ว่าลูกของท่านแอบชอบลูกสาวของบ้านนี้เชื่อว่าปัญหาใหญ่มันต้องเกิดขึ้นแน่นอน

ตาป้อง พาพี่ไปเคารพศพของคุณนพหน่อยสิจ้ะ ปกป้องหันมามองปิ่นมุกพยักหน้ารับคำอย่างไม่อาจปฏิเสธ หันมายิ้มปานตะวันเล็กน้อย

งั้นพี่พาพี่ปิ่นไปเคารพศพของคุณพ่อตะวันก่อนนะครับเดี๋ยวพี่มาช่วย ปานตะวันพยักหน้าเห็นสายตาของปิ่นมุกแล้วเธอบอกตามตรงว่าเธอไม่สบายใจเลยดูเหมือนปิ่นมุกจะไม่ค่อยชอบให้เธอไปยุ่งวุ่นวายกับปกป้องมากนัก

คุณตะวันค่ะ ดูเหมือนคุณปกป้องจะชอบคุณตะวันนะคะ แจ่มเข้ามากระซิบ

พี่แจ่มค่ะ อย่าพูดแบบนั้นสิ ตะวันไม่ได้คิดอะไรกับพี่ป้องเลยนะคะ

คุณตะวันไม่คิดแต่คุณปกป้องเขาคิดนี่ค่ะ แจ่มพูดอีกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะยกน้ำไปให้แขกในงาน ปานตะวันชะงักเล็กน้อยในคำพูดของแจ่มถ้าเขาชอบเธอจริงๆ จะว่ายังไง เธอจะปฏิเสธความรักของคนที่แสนดีอย่างปกป้องได้อย่างไร

ปกป้องพาปิ่นมุกมาถึงหน้าศาลาวัดก่อนจะหมุนตัวเพื่อกลับไปช่วยปานตะวันต่อแต่ถูกหญิงสาวจับมือห้ามไว้ก่อน

พี่ปิ่นมีอะไรอีกหรือครับ

พี่ไม่มีอะไรหรอกแค่อยากจะบอกป้องไว้อย่างว่าอย่าริรักคนที่เคยเป็นศัตรูกับตระกูลของป้อง เพราะป้องก็รู้ว่าคุณพ่อของป้องท่านต้องไม่ยอมแน่ ปิ่นมุกเตือนสติน้องชาย เธอไม่ได้เกลียดหรือไม่ชอบปานตะวันหรอกแต่ปกป้องจะต้องได้ผู้หญิงที่ดีและเปรียบพร้อมมากกว่าปานตะวันซึ่งเธอก็คิดว่าบิดาของปกป้องท่านต้องหามาให้ลูกชายไว้แล้ว ปกป้องดึงมือกลับรู้แจ้งในคำพูดของปิ่นมุก เธอคงเป็นห่วงเขากลัวว่าเขาจะทำให้บิดาไม่พอใจอีกแต่ความรักมันไม่ใช่แค่ผ่านมาแล้วผ่านไป ความรักเมื่อมันผ่านมาแล้วก็ย่อมให้อารมณ์ ความรู้สึก จะดีจะร้ายยังไงรักมันก็คือรักเช่นกับเขาที่รักปานตะวันเข้าแล้ว

ต่อให้ปานตะวันเป็นลูกแท้ๆ ของพิริยะไพศาลผมก็รักเธอเพราะไม่มีใครหรอกนะครับที่จะไม่ตกหลุมรักผู้หญิงที่แสนดีและอ่อนโยนแบบนั้น พี่ปิ่นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะครับเพราะผมคิดว่าผมจัดการเรื่องนี้ได้ เขาพูดและเดินจากไป ปิ่นมุกถอนหายใจรู้สึกเหมือนพายุมันกำลังจะมาเป็นพายุที่มาแบบเงียบๆ แต่ทวีความรุนแรงมากมายนัก

ปกป้องกลับมาช่วยปานตะวันอีกครั้งโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของปิ่นมุก เขาเชื่อว่าความรักจะสามารถชนะทุกสิ่งอย่างเพราะเขาเคยพบกับอนุภาพของความรักนั้นมาแล้ว ความรักที่ลบล้างแม้กระทั่งความแค้นที่สะสมมานาน

ความจริงพี่ป้องไม่ต้องมาช่วยตะวันหรอกนะคะ ตะวันกับพวกพี่ๆ จัดการกันเองได้ เธอเอ่ยจบก็ก้าวเท้าขึ้นศาลาวัด ตอนนี้ก็นับว่าจัดการเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารให้แขกที่มาในงานครบแล้ว เธอจึงอยากเข้าไปนั่งรับฟังพระอภิธรรมศพของบิดาด้วย ชายหนุ่มยิ้มให้จับบ่าหญิงสาวเพื่อให้หยุดเดิน

พูดตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้วเพราะยังไงซะพี่ก็อยู่ช่วยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารจนเสร็จ ตะวันก็ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอกนะเพราะถึงยังไงเราก็เป็นคนรู้จักกันมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันมันถึงจะถูก จริงไหม ปานตะวันยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหาที่นั่งซึ่งเป็นที่นั่งข้างหลังอาติยะ ปกป้องเข้าไปนั่งข้างด้วยไม่สนใจถึงสีหน้าบึ้งตึงของอาติยะที่มองมาอย่างโกรธแค้น ช่างปะไรถ้าเขาคิดจะทำให้งานศพของบิดาตัวเองล่มเพราะฝีมือป่าเถื่อนของเขาเอง เขาจะดีใจมากกว่าเพราะยิ่งอาติยะแสดงความก้าวร้าวออกมามากแค่ไหนสังคมก็จะยิ่งเจนจัดในพิริยะไพศาลว่าไม่ได้สูงทรงเหมือนชื่อเสียงบรรพบุรุษที่สร้างสมกันมา

ดูท่าว่าน้องตะวันจะมีคนตามมาขายขนมจีบนะคะ เจนสุดากระซิบแค่เห็นสายตาความไม่พอใจของอาติยะเธอก็ยิ่งอยากใส่ไฟให้เขาเดือดมากขึ้น

ก็คงเหมาะสมกันดี หญิงก็ร้ายชายก็เลว เขาตอบอย่างเหยียดหยามกำมือแน่นเพราะไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากที่นี่เป็นสถานที่ควรสำรวมกริยา

ผลสุดท้ายปานตะวันก็ยังเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียรตินอกจากเธอจะพยายามจับบิดาของเขาแล้วยังริอาจไปมีอะไรกับศัตรูของเขาอีก

สองคนนั้นคงจะมีอะไรกันแล้ว อาติยะสะอึกกับคำพูดของเจนสุดาแต่มันก็น่าให้คิดเพราะผู้หญิงที่ไม่มีอะไรอย่างปานตะวันเมื่อสิ้นบิดาของเขาแล้วก็เหมือนเธอไร้อากาศหายใจสิ่งเดียวที่จะสามารถต่ออากาศหายใจของเธอได้ก็คงจะมีแต่การจับผู้ชายแต่เขาไม่คิดว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นศัตรูคู่แค้นของเขา

พิธีงานศพคืนนี้เสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี ปานตะวันเดินควงกับปกป้องโดยปกป้องช่วยเธอถือของครัวไปไว้ที่รถตู้และขอร้องเธอให้เขาไปส่งที่บ้านโดยที่ปานตะวันไม่อาจปฏิเสธได้ ส่วนปิ่นมุกก็ต้องกลับก่อนเพราะไม่อาจบังคับปกป้องให้กลับไปพร้อมกับเธอได้

อาติยะเดินมาขวางทางโดยมีเจนสุดามายืนเคียงข้าง สายตาของอาติยะที่มองมาทางปานตะวันดุดันไร้ความอ่อนโยน เขากำลังยืนขวางทางเดินของทั้งสอง

การมายืนขวางทางคนอื่นถือเป็นการเสียมารยาทอย่างหนึ่ง ผมคิดว่าคุณคงไม่อยากเป็นคนแบบนั้น ปกป้องพูดกระแทกอาติยะ เพราะเหมือนอาติยะจะหาเรื่องเขาก่อนตั้งแต่ในงานศพของพ่อเขาแล้ว อาติยะแสยะยิ้ม

แล้วการที่คุณมาทำสวีทหวานในสถานที่เคารพแบบนี้มันก็ไม่ใช่มารยาทที่ดีมากนัก

ขอโทษนะครับ ผมไปสวีทหวานตอนไหนไม่ทราบและกรุณาให้เกียรติปานตะวันที่มีศักย์เป็นน้องสาวของคุณด้วย เพราะคำพูดของคุณจะทำให้ตะวันเสริมเสียได้ อาติยะหัวเราะมองหน้าปานตะวัน

เกียรติงั้นหรือแล้วนายล่ะเดินสองต่อสองกับน้องสาวฉันถือว่าให้เกียรติมากเลยงั้นหรือ เขาย้อนถามหันมาคุยกับปานตะวันต่อ

ฉันไม่อยากพูดมาก ปานตะวันไปขึ้นรถกับฉัน

แต่ติยะค่ะ จะให้ตะวันขึ้นรถเราทำไมกันในเมื่อเธอก็มีคนไปส่งอยู่แล้ว เจนสุดาไม่อยู่เงียบ เธอไม่พอใจในการตัดสินของอาติยะ

นั่นสิ คุณจะเอาน้องสาวของคุณมาเป็นก้างขวางคอคุณทำไม ปกป้องเน้นคำว่าน้องสาวเพราะเขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ความสัมพันธ์ในเชิงพี่น้องถ้าเป็นพี่น้องกันจริงๆ มันก็คงไม่มีอะไรแต่ถ้ามันไม่ใช่ล่ะ ปานตะวันไม่ใช่น้องสาวที่แท้จริงและการที่อาติยะคอยมาขัดจังหวะขัดขวางการกระทำของเขาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสงสัย สงสัยว่าอาติยะจะเผลอรักน้องสาวตัวเองให้ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะไม่มีวันยอม

เสียมารดาไปคนหนึ่งแล้วจะไม่ยอมเสียคนที่รักไปให้อีกแน่นอน

            เจนครับ คุณกลับไปพร้อมกับอากมล อาออมและยัยตานะครับ อาติยะหันมาบอกเจนสุดาก่อนจะเอ่ยเสียงดุๆ มาทางปานตะวัน

ขึ้นรถอย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ วาจาก้าวร้าวและแข็งกระด้างทำให้ปานตะวันไม่อยากขัดใจเพราะนอกจากเธอจะเดือดร้อนแล้วคนรอบข้างอย่างปกป้องก็ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย คนที่ชอบพาลใส่คนอย่างเขาก็คงจะหาเรื่องพาลมาถึงปกป้องได้

ตะวันไม่จำเป็นต้องไป ถ้าตะวันไม่เต็มใจ ปกป้องจับมือหญิงสาวไว้เพราะไม่อยากให้เธอทำในสิ่งที่ฝืน คนอารมณ์ร้อนอย่างอาติยะต้องไม่หยุดแค่นี้แน่แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่จะฝืนทำตามคำสั่งของเขาต่อไป หญิงสาวดึงมือกลับยิ้มจืดจางให้ปกป้อง

ไม่เป็นไรค่ะ เพราะถึงยังไงต่อไปตะวันก็จะพ้นจากการเป็นพิริยะไพศาลแล้ว เธอเอ่ยเป็นนัยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งในรถ เจนสุดาแค้นกำมือแน่นเมื่อถูกอาติยะลดความสำคัญเห็นน้องนอกไส้สำคัญกว่า สายตาโกรธพาลมามองที่ชายหนุ่มที่ยืนกินแห้วข้างๆ เธอ

ทำไมคุณถึงไม่ทำอะไรเลยซักอย่าง รักตะวันไม่ใช่หรือคะ ปกป้องขมวดคิ้วกับคำถามตรงไปตรงมาของผู้หญิงตรงหน้า

คุณกำลังจะบอกให้ผมทำอะไรงั้นหรือ

ก็ในเมื่อคุณชอบตะวัน คุณก็จัดการเอาเธอมาเป็นของคุณสิค่ะ

นี่คุณคงกำลังหมายถึงจะให้ผมรวบหัวรวบหางเธองั้นหรือ ปกป้องรู้สึกไม่ชอบหน้าเธอทันทีทันใด ผู้หญิงอะไรไม่รู้คิดแต่สิ่งที่ไม่ดีเสียดายหน้าตาออกจะสวยแต่ใจคิดแต่เรื่องต่ำทราม

คุณก็ไม่โง่นี่ ชอบก็ควรทำซะก่อนที่ตะวันจะไปเป็นของคนอื่น เธอพูดตรงๆ ปกป้องเข้าใจถึงจุดประสงค์ของเธอ

ถึงว่าที่แท้ก็กลัวว่าแฟนตัวเองจะตกหลุมรักตะวัน

หรือคุณไม่กลัวล่ะ ถึงปากจะบอกว่าเป็นพี่น้องกันแต่จริงๆ พวกเขาก็สามารถเป็นคนรักกันมีอะไรกันได้

หยุดคำพูดหยาบคายของคุณซะ ที่นี่เป็นวัดไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะมาพูดอะไรต่ำๆ แบบนี้ เขาโกรธในคำพูดที่ดูถูกปานตะวัน ทำเหมือนกับเธอเป็นคนใจง่าย เจนสุดาทำท่าจะโต้กลับแต่มีเสียงเรียกของกมลดังมาก่อนเธอจึงได้แต่จ้องหน้าปกป้องอย่างเก็บอารมณ์แค้นก่อนจะรีบเดินไปยังรถของกมล

 

            อาติยะขับรถด้วยความเร็วสูงโดยไม่แคร์ว่าปานตะวันจะหัวใจวายหรือไม่ หญิงสาวจับสายเข็มขัดแน่นเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ หันมาสบตาคู่คมของอีกฝ่ายที่จ้องมองด้านหน้าอย่างโกรธแค้น

            พี่ติยะ ชะลอความเร็วหน่อยค่ะ พี่ขับรถเร็วเกินไปแล้วเกิดเป็นอะไรขึ้นมามันจะไม่คุ้มนะคะ เธอเตือนสติ

            ใช่สิ ใครมันจะไวไฟเท่าเธอละที่พ่อฉันตายไม่เท่าไรเธอก็หาเหยื่อรายใหม่ได้แล้ว

            พี่ติยะ ทำไมถึงมองตะวันในแง่ร้ายแบบนั้นล่ะคะ พี่ป้องก็แค่มาช่วย

            ช่วยอะไร ช่วยมาบำบัดความใคร่อย่างนั้นสิ ปานตะวันอ้าปากค้างนึกไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมา ไม่มีคำพูดใดที่จะทำร้ายเธอเท่าคำพูดของเขาอีกแล้วแต่ละประโยคที่ได้ยินมันเหมือนมีดด้ามคมที่แทงไปทั่วหัวใจของเธอ

            ถ้าตะวันดูแย่มากขนาดนั้น ตะวันก็ยินดีที่จะไปจากพิริยะไพศาล ตะวันยินดีที่จะเปลี่ยนนามสกุลและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพิริยะไพศาลอีกต่อไปตอนนี้อารมณ์ของเธอกำลังเดือดพอๆ กับอารมณ์ของอาติยะ ทั้งที่พยายามจะจากไปด้วยดีแต่สุดท้ายเขาก็คือต้นเหตุทำให้เรื่องมันวุ่นวายอีก ถึงยังไงเธอก็สัญญาไว้แล้วว่าจะต้องไปจากที่นี่

            มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ เธอลืมไปแล้วหรือว่าเธอยังไม่ตอบแทนบุญคุณของพ่อฉันเลยปานตะวันงง

            พี่ติยะหมายความว่ายังไงอาติยะหาที่จอดรถข้างทางก่อนจะหันมาตอบคำถามหญิงสาว

            ถ้าเธอกตัญญูต่อพ่อฉันจริง สิ่งที่เธอควรทำต่อไปคือการตอบแทนท่านโดยการเอาอกอาใจฉัน อย่าลืมนะว่าเธอยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของพ่อฉันเลย

            แต่มันก็ไม่เกี่ยว มันไม่ใช่แบบนั้นเธอค้านแต่คนอย่างอาติยะจะไม่ยอมเด็ดขาด

            จะแบบไหนก็เหมือนกัน จะทำกับพ่อหรือลูกมันก็มีค่าเท่ากัน เธอมีหน้าที่ตอบแทนบุญคุณจนกว่าฉันจะพอใจและเมื่อวันนั้นมาถึงฉันจะเป็นคนให้อิสระกับเธอเอง ปานตะวันสะอึกจนต้องหันไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้เขาได้เห็นน้ำตาของหญิงสาว ชีวิตของเธอมันถึงคราวเลวร้ายขนาดนี้เชียวหรือ หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เช็ดน้ำตาและหันไปเผชิญหน้ากับเขาอย่างนึกสู้

            ได้ค่ะ ตะวันจะนึกเสียว่ามันคือการตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อแต่ไม่ใช่ว่าพี่ติยะจะนึกสนุกทำอะไรกับตะวันได้ตามอำเภอใจหรอกนะคะ ตะวันจะทำก็ต่อเมื่อตะวันเต็มใจและจะไม่..... เธอพูดไม่ทันจบประโยคใบหน้าคมก็โน้มหน้าเข้ามาจุมพิตอย่างรวดเร็ว ความตกตะลึงมีมากกว่าการคิดสู้ หญิงสาวถูกเขาจุมพิตอย่างดูดดื่มและเมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นแต่ทวามันยิ่งเลวร้ายเมื่อเขาปรับที่นั่งให้ต่ำลงส่งผลให้ร่างเล็กตกอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน อาติยะไม่ยอมแพ้จับมือเล็กที่พยายามจิกบนเนื้อตัวของเขารวบไว้ให้อยู่เหนือศีรษะ ถอดถอนจุมพิตจากเรียวปากอุ่นมาเป็นฝั่งลึกตรงซอกคอหอมกรุ่น

            ไม่นะคะ พี่ติยะ ตะวันบอกแล้วยังไงว่าตะวันจะไม่ยอมให้พี่ติยะทำแบบนี้กับตะวัน ไม่ ทันทีที่ปากของเธอเป็นอิสระ เธอก็เริ่มส่งเสียงอย่างน่ารำคาญ อาติยะเลื่อนหน้าขึ้นมามองเห็นดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก ไม่มีใครสอนเธอให้รู้จักกาลเทศะบ้างเลยหรือว่าตอนไหนควรพูดตอนไหนควรตอบสนอง อารมณ์ที่โลดแล่นของเขาพลอยหายไปหมดจนเหลือแต่อารมณ์ของคนที่อยากแกล้ง

            ปากบอกว่าไม่แต่รออีกนิดคงจะรอให้ฉันปรนเปรอแทบไม่ทัน เขาแกล้งเอาหน้าเข้าไปใกล้เห็นเธอเบี่ยงหน้าหนีปิดตามิดชิดจนเขาต้องหัวเราะออกมา

            เก่งทุกอย่างยกเว้นบริหารเรื่องอย่างว่า เอาละฉันหมดอารมณ์แล้วกลับบ้านกันเถอะ แล้วเขาก็เริ่มสู่ภาวะปกติ ขับรถพลางทำลมปากพลาง ปานตะวันเหงื่อแตกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกรีบปรับที่นั่งกลับไปใหม่ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนขับที่ดูท่าเขาจะอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว      


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha