ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 20 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 20


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 20

          หลังจากวันนั้นปานตะวันก็คอยแต่จะหลบหน้าอาติยะ เธอออกจากบ้านแต่เช้าเพื่อไปที่มหาลัยและกลับมาช่วงเย็นหลังจากที่เขากลับมาถึงบ้านแล้วเป็นแบบนี้อยู่หลายวันโดยที่เขาเองก็ไม่ได้มายุ่งวุ่นวายกับเธออาจเพราะเจนสุดา คู่หมั้นสาวของเขาที่ยังวนเวียนมาหาเขาอยู่ทุกเช้าเย็นและวันนี้ก็เหมือนเคย

            ยังไม่นอนอีกเหรอค่ะ คุณตะวัน แจ่มเอานมอุ่นๆ มาให้ถึงห้องนอนมองคุณหนูของเธอกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ

            ยังค่ะ พรุ่งนี้เป็นวันแรกของการเริ่มต้นชีวิตในการทำงาน ตะวันอยากเตรียมพร้อมค่ะ แจ่มยิ้ม ถ้าคุณท่านยังอยู่คงภูมิใจมากที่ได้เห็นลูกสาวที่ท่านรักนักรักหนาเรียนจบได้ทำงานที่ดี

            แต่พี่แจ่มว่าคุณตะวันดื่มนมนี่และเข้านอนดีกว่าค่ะ พรุ่งนี้จะได้สดชื่น ปานตะวันยิ้มทำตามที่แจ่มบอกอย่างว่าง่ายก่อนจะล้มตัวลงนอนพร้อมกับขอบคุณสาวใช้ส่วนตัว

            หลับให้สบายนะคะ

            ค่ะแจ่มเดินออกจากห้องไปแล้วพร้อมกับไฟในห้องที่ปิดสนิท เสียงตะกุกกักจากหน้าต่างทำให้หญิงสาวที่ทำท่าจะหลับนั้นต้องลืมตาขึ้นมา ในความคิดของเธอบอกว่าขโมยกำลังจะปล้นแต่ในทางเป็นจริงมันเป็นไปได้ยากมากเพราะพิริยะไพศาลจ้างคนเฝ้ายามทั้งรั้วหน้าและรั้วหลังจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีขโมยขึ้นบ้านหรือจะเป็นแมว หมาที่ปีนรั้วมาเพื่อจะขโมยอาหารกิน หญิงสาวลุกจากเตียงมุ่งหน้าไปที่หน้าต่างบานที่ได้ยินเสียงก่อนจะเปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว สายตากว้างไกลมองออกไปอย่างหวาดระแวงแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ ปานตะวันค่อยโล่งใจและเตรียมจะปิดหน้าต่างอีกครั้งแต่คราวนี้มีมือหนึ่งเข้ามาจับมือของเธอก่อนที่ร่างนั้นจะกระโดดเข้ามาข้างในท่ามกลางความตกใจของหญิงสาว ปานตะวันได้สติจะร้องกรี๊ดแต่ถูกปิดปากไว้ก่อน

            อื้อ เสียงอู้อี้ในลำคอเพราะไม่สามารถเปล่งออกมาได้เพราะตอนนี้เธอถูกใครไม่รู้เอามือมาปิดปากหวังไม่ให้เธอส่งเสียงร้อง

            อย่าส่งเสียง ไม่อย่างนั้นฉันจะปล้ำเธอโชว์คนที่มาช่วยเธอ ปานตะวันเบิกตากว้าง จำเสียงนั้นได้ก่อนจะพยักหน้าหงิกๆ พอพ้นมือของเขาเธอก็ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจนเขาต้องรีบเอามือมาปิดใหม่

            อยากโดนปล้ำหรือยังไง ถ้าอยากลองก็จะสนองให้ เขาไม่พูดเปล่าพาร่างเล็กมาวางบนเตียงนอนแสนนุ่ม กลิ่นกายสาวสร้างอารมณ์ปรารถนาให้เขาได้เป็นอย่างดี ปานตะวันเอามือมาหยิกร่างของเขาจนคนถูกหยิกส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

            นี่ฉันไม่ได้มาทำอะไรเธอเลยนะ ถ้าเธอไม่หยุดร้องหรือทำร้ายฉัน ฉันจะทำจริงๆ ด้วย ได้ผลปานตะวันหยุดดิ้นทันทีแม้แต่ตอนที่เขาวางมือลงหญิงสาวถอยลงจากเตียงนอนมาเปิดไฟให้สว่างกะพริบตาถี่ๆ มองภาพเบื้องหน้า ใช่เขาจริงๆ ด้วย

            พี่ติยะเข้ามาในห้องของตะวันทำไมคะ อาติยะไม่เดือดร้อนนั่งพักเหนื่อยบนเตียงนอนของเธอแถมยังพูดจากวนประสาทเธออีก

            เตียงนุ่มน่านอนดีนะ

            ตะวันยังไม่ได้ร้องหรือทำร้ายพี่ติยะเลยนะคะ เธอรีบพูดกันเขาลืม อาติยะอมยิ้มลุกขึ้นเหยียดแขนก่อนจะเริ่มเข้าสู่คำถาม จุดหมายของการมาหาเธอไม่ได้ต้องการมาแกล้งแต่เพราะอยากรู้เหตุผลมากกว่า

            เธอหลบหน้าฉันทำไม

            ตะวันไม่ได้หลบหน้า เธอตอบโดยไม่มองเขา

            ถึงตอนนี้เธอก็ยังโกหกฉันแม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังจงใจหลบหน้าฉัน สายตาของเธอพยายามจะไม่มองฉันปานตะวันเหมือนติดอ่างยิ่งเขาเข้ามาใกล้หญิงสาวก็ยิ่งถอยหลังหนีจนกระทั่งตอนนี้ร่างของเธอจนมุมเพราะถูกเขาต้อนเข้ามุมจนได้ อาติยะเชยคางของเธอที่พยายามก้มหน้าชิดก่อนจะสั่งให้เธอมองหน้าเขา

            มองหน้าฉันสิ ปานตะวัน บอกให้มองหน้าฉัน ปานตะวันไม่มีทางเลือกเพราะใบหน้าของเธอถูกมือหนาควบคุมทิศทางไว้ ดวงตาหวานมองสบตาเขาอย่างจังมันรู้สึกซาบซ่าอย่างบอกไม่ถูก

            ตอบฉันมาสิว่าหลบหน้าฉันทำไม

            ตะวันแค่ไม่อยากทำให้พี่ติยะไม่สบายใจ ตะวันไม่อยากเสนอหน้าให้พี่ติยะและคนอื่นๆ ต้องเสียอารมณ์ ตะวันก็แค่... หญิงสาวไม่ทันระวัง จุมพิตแสนอ่อนโยนที่ต่างจากคราวที่แล้วแต่มันให้ความรู้สึกวาบหวิวจนเหมือนจะทรุดลงตรงหน้าเขาดีที่อาติยะโอบกอดร่างของปานตะวันไว้ หญิงสาวหลับตาสนิทด้วยอารมณ์ที่บรรยายไม่ถูกก่อนจุมพิตแสนหวานนั้นจะถอดถอนจากริมฝีปากสั่นระริกของเธอ

            ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าเธอไม่ได้เป็นตัวปัญหาสำหรับฉันปานตะวันใจเต้นรีบผละร่างของเขาออกหลังจากที่เริ่มตั้งสติได้ เขาทำแบบนี้กับเธออีกแล้วทั้งที่เธอไม่ได้เต็มใจแต่เหตุการณ์เมื่อสักครู่มันทำให้เธอวุ่นวายและสับสนจนไม่รู้ว่าควรเข้าใจในการกระทำของเขาอย่างไรดี

            พี่ติยะแค่ต้องการให้ตะวันตอบแทนบุญคุณแค่นั้นใช่ไหมคะ อยู่ๆ เธอก็นึกไปถึงบุญคุณที่เขาอ้างว่าต้องตอบแทน ในสายตาของเขาเธอคงเป็นได้แค่สิ่งของที่นึกอยากเชยชมเมื่อไรก็ได้และจุมพิตนั่นก็คงเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาเห็นเธอเป็นเพียงของเล่นจริงๆ

            ออกไปจากห้องของตะวันเดี๋ยวนี้นะคะ อย่าให้ตะวันรู้สึกว่าตัวเองเป็นนังแพศยาเลยค่ะ พี่ติยะก็มีคุณเจนสุดาอยู่ทั้งคน การที่พี่นอกใจเธอมันเป็นเรื่องที่ผิดแม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจสุดท้ายมันก็เป็นเรื่องที่ผิด กลับไปคิดเสียใหม่เถอะนะคะเพราะตะวันจะตอบแทนบุญคุณให้พี่แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้ เธอเดินมาเปิดประตูให้แม้ตอนมาเขาจะปีนหน้าต่างห้องก็ตาม อาติยะไม่ได้พูดอะไรต่อเขายอมเดินออกจากห้องนอนของเธออย่างว่าง่าย อย่างที่เธอพูดมันก็ถูกการที่เขาทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าเป็นการทรยศเจนสุดาที่เป็นคู่หมั้นของเขาแม้จะตอบแทนบุญคุณแต่มันก็ต้องไม่ใช่วิธีนี้

 

            เช้าวันใหม่สำหรับการเริ่มต้นพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ ปานตะวันในชุดพยาบาลกำลังจะเดินทางไปยังโรงพยาบาลวันนี้เธอตื่นแต่เช้าเพื่อมารับช่วงต่อเวรดึก มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับหญิงสาวที่เพิ่งจบมาใหม่ๆ รังสิพาเพื่อนสาวโทรมาเล่าถึงความตื่นเต้นและเธอก็อยู่คุยได้สักพักใหญ่กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบจะเจ็ดโมงครึ่ง ปานตะวันสาวเท้าเดินอย่างรีบร้อนก่อนจะตกใจกับเสียงบีบแตรของใครคนหนึ่ง ใครคนนั้นขับรถเข้ามาจอดเทียบข้างชะเง้อหน้าออกจากกระจกรถที่เลื่อนลง

            วันนี้เป็นวันแรกของการทำงานใช่ไหม

            ค่ะแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามากระทบทำให้เห็นผมของเขาเป็นสีทอง วันนี้อาติยะสวมแว่นตาดำบังแสงแดดโดยไร้ร่างของบุญมีคนขับรถประจำตัวของเขา

            งั้นก็ขึ้นรถสิ จะได้ไปทำงานด้วยกันปานตะวันรีบส่ายหน้า มองเขาอย่างนึกหวั่นๆ

            เออ ไม่เป็นไรค่ะ ตะวันไปเองดีกว่าเรียกแท็กซี่มาแล้วด้วยอาติยะนึกอยู่แล้วว่าจะถูกปฏิเสธแต่เขาจะไม่ยอมให้เสียหน้าแน่ ชายหนุ่มออกจากรถสปอร์ตคันหรู มองดูนาฬิกาสักพักก่อนจะเห็นแจ่มวิ่งเข้ามาสมทบคงกลัวว่าเขาจะไปทำอะไรคุณหนูของเธอละสิ

            แจ่ม ไปยกเลิกแท็กซี่ที แล้วนี่ให้เงินค่าเสียเวลาแท็กซี่ด้วยเขายื่นเงินไปให้แจ่ม แจ่มมองมาอย่างงงๆ แต่ก็ยอมทำตามคำสั่งของอาติยะ ปานตะวันอ้าปากค้างทำท่าจะตามแจ่มไปแต่ถูกเขาจับมือไว้ก่อน

            นี่เป็นคำสั่ง ไหนว่าจะยอมเอาอกเอาใจฉันทุกอย่างยังไงล่ะเขายกเรื่องที่คุยกันวันก่อนมาอ้างแต่กลับถูกปานตะวันตอบกลับอย่างรู้ทัน

            คำนั้นพี่ติยะเป็นคนพูดเองนะคะ ตะวันไม่ได้พูดซะหน่อยเธอพูดโดยไม่มองหน้า

            ใช่ ถึงฉันจะพูดแต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ค้าน ยอมทำตามฉันดีกว่าจะได้ไม่มีปัญหา หรือว่าไม่ชอบอยู่อย่างสงบเขาเหมือนจะขู่และพยายามจะหาเรื่องโน้นนี่มาโยงจนปานตะวันนึกยอมแพ้

            ก็ได้ค่ะ ตะวันไปก็ได้ พอใจหรือยังคะน้ำเสียงดูเหมือนจะประชดประชันเล็กน้อยแต่คนที่ฟังกลับอมยิ้มไม่หยุด

            จะพูดอะไรบ้างก็ได้นะ ถ้าไม่กลัวอึดอัดตายไปซะก่อน เขาเอ่ยขึ้นระหว่างที่การจราจรติดขัดแต่ดูท่าว่าหญิงสาวจะไม่ได้สนใจในคำพูดของเขาซะเท่าไร มันเป็นธรรมดาของคนที่ไม่ชอบหน้ากันสินะ อาติยะคิดในใจ

            ตะวันต้องการออกไปจากพิริยะไพศาล ถ้าพี่ติยะอนุญาตวันนี้หลังลงเวรตะวันจะเก็บข้าวของย้ายออกไปทันที อาติยะนิ่งคิดในคำพูดของเธอแต่แล้วก็แกล้งทำเป็นยิ้มราวกับคำพูดของเธอเป็นเพียงลมปากที่ผ่านมาแล้วผ่านไป

            ฉันยังให้เธอไปจากพิริยะไพศาลไม่ได้หรอกจนกว่าฉันจะแน่ใจว่าเธอจะไม่ไปว่านเสน่ห์ใส่ใครอีก

            แล้วถ้าตะวันจะไปว่านเสน่ห์ใส่ใครมันผิดด้วยหรือคะในเมื่อต่อไปนี้ตะวันกับพิริยะไพศาลไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เธอยังคงยืนยันคำพูดเดิมๆ ถึงเรื่องที่เธอไม่ใช่พิริยะไพศาลอีกต่อไป เขาเองก็หมดอารมณ์ที่จะต่อกลอนกับเธอ สายโทรศัพท์ของอาติยะดังขึ้นก่อนชายหนุ่มจะรับมันขึ้นมา

            ครับ เจน อาติยะมองสบตาปานตะวันก่อนจะตอบปลายสาย

            ผมกำลังจะไปทำงาน คนเดียวครับ เขาตอบและรีบวางสายโดยบอกเหตุผลไปว่าต้องรีบขับรถเพราะสัญญาณไฟเขียวดังขึ้นมา

            เจนสุดาวางสายกำโทรศัพท์ไว้ในมือแน่นเธอตั้งใจมาหาแฟนหนุ่มตั้งแต่เช้าแต่กมลกลับบอกว่าเขาออกไปกับปานตะวัน การโทรไปถามเขาเมื่อสักครู่ก็เพื่อจะทดสอบว่าเขาจะตอบกลับมาว่ายังไงแต่ไม่คิดว่าเขาจะปกปิดและโกหกเธอ กมลที่นั่งอยู่ข้างๆ เจนสุดาแกล้งพูดดีเพื่อให้เธอเกิดอารมณ์หึงมากขึ้น

            ตาติยะเป็นผู้ชายถ้าผู้หญิงไม่ทำตัวมารยาใส่ ตาติยะคงไม่สนใจ เชื่อเถอะจ้ะว่าติยะจะไม่นอกใจหนูเจน ปานตะวันคงคิดว่าตัวเองได้อยู่บ้านเดียวกันกับติยะเลยคิดจะใช้ความใกล้ชิดทำให้ติยะตกหลุมรัก ตอนนี้ก็ไร้พ่อของติยะแล้วนังตะวันเลยคิดจะจับติยะแทน กมลใส่ไฟเต็มที่ ส่วนออมฝันนางใช้ให้ไปที่บริษัทเพื่อดูความเคลื่อนไหวเพราะรู้อยู่ว่าออมฝันไม่ค่อยชอบหน้าเจนสุดามากนัก

            เจนไม่มีทางปล่อยให้เด็กตะวันนั้นมาแย่งติยะไปจากเจนหรอกนะคะ และถ้าตะวันยังคิดที่จะจับติยะอยู่อีกละก็เจนจะสั่งสอนปานตะวันด้วยมือของเจนเอง เจนสุดาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจที่ปานตะวันกำลังจะมาแย่งคนรักไปจากเธอ เธอทนสูญเสียอาติยะให้ปานตะวันไม่ได้เด็ดขาดเพราะมันเท่ากับว่าเธอเสียหน้าผู้หญิงที่ไม่มีอะไรสู้เธอได้

            ตอนเย็นเราจะกลับบ้านด้วยกันนะ

เขาพูดขึ้นหลังจากที่ปานตะวันลงจากรถของเขาเรียบร้อยแล้ว ปานตะวันหันมามองก่อนจะเห็นเพียงรอยยิ้มบางเบาที่แฝงกับอะไรบางอย่างที่เธอเองก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจหรือไม่

            อาติยะเข้ามาทำงานด้วยรอยยิ้มฝั่งลึกแต่กลับต้องหยุดชะงักเมื่อต้องปะทะกับปกป้องที่เดินสวนมาพอดี ปกป้องในชุดเสื้อกาวน์กำลังเดินมาทางอาติยะ สายตาที่มองมานั้นทำให้อาติยะรู้สึกเหมือนอยากจะชกหน้ายังไงยังงั้นและแทนที่ปกป้องจะเดินผ่านไปเขากลับหยุดอยู่ตรงหน้าอาติยะและพูดขึ้น

            ผู้ชายบางคนปากบอกว่าเกลียด ปากบอกว่าขยะแขยงแท้ที่จริงแล้วก็อยากเข้าใกล้เธอยอมกลืนน้ำลายตัวเองทั้งที่มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน อาติยะปรายตามองมาทางปกป้องรู้ดีว่าคำพูดของปกป้องต้องการว่าเขา

            แล้วมันเรื่องอะไรของนายไม่ทราบ

            มันก็คงไม่ใช่เรื่องของผมหากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ คนที่ผมรัก ปกป้องหมายถึงปานตะวันมาถึงตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าหัวใจของเขาตกหลุมรักปานตะวันเข้าอย่างจัง เขาไม่เพียงแต่จะรักเธอเท่านั้นแต่เขาพร้อมที่จะเป็นคนดูแลเธอตลอดไป

อาติยะกัดกรามแน่นรู้สึกจี๊ดไปที่หัวใจ คำว่ารักที่ได้ยินจากปากของผู้ชายที่เขาเกลียดซึ่งเขาคิดไม่ผิดจริงๆ ว่าปกป้องแอบสนใจปานตะวัน อาติยะได้เพียงแต่แสดงบทของผู้ชายปากแข็งแม้จะไม่ชอบใจในคำพูดของอีกฝ่ายเท่าไรแต่เขาก็ยังต้องแสดงบทต่อไป สีหน้าของอาติยะแปรเปลี่ยนไปเป็นยิ้มเยาะให้กับคำพูดของอีกฝ่ายเมื่อคิดได้ว่าการที่ปกป้องสารภาพไปแบบนั้นมันจะเป็นจุดด้อยของเขาที่อาติยะสามารถทำร้ายได้ ความรักของปกป้องมันอยู่ในมือของเขาแล้วหากเขาทำให้ปานตะวันเจ็บมากแค่ไหนแน่นอนปกป้องก็ต้องเจ็บตามไปด้วย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha