ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 21 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 21


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 21

ปกป้องกลับเข้ามานั่งคิดทบทวนถึงสิ่งที่เขาได้พูดลงไป การไปสารภาพรักกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูของเขามันสมควรแล้วหรือแต่เพราะอาติยะเป็นคนที่จะดูแลปานตะวันต่อไปแทนบิดาของเขา ปกป้องจึงไม่มีทางเลือกตำต้องสารภาพออกไปว่าหลงรักเด็กในปกครองของเขาแต่มันจะดีกับปานตะวันจริงๆ นะหรือ ปกป้องคิดอย่างไม่ตก

            ปานตะวันยิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานส่งท้ายก่อนจะแยกย้ายเพื่อเตรียมกลับแฟลตโรงพยาบาล วันนี้เธอทำงานในหน้าที่พยาบาลได้อย่างเต็มความภาคภูมิใจ การเป็นพยาบาลไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด มันเป็นอะไรที่เหนื่อยและต้องรองรับอารมณ์ของคนไข้หลายประเภทแต่เธอก็ทำเต็มที่แล้ว เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะกดรับและฉีกสีหน้ายิ้มแย้มออกมา

            ว่าไงจ๊ะ คุณพยาบาลคนสวย เหนื่อยหรือเปล่า เสียงของวิรัฐเพื่อนหนุ่มของเธอทักทายก่อนจะตามมาด้วยเสียงห้วนๆ ของเพื่อนสาวอีกคน

            สบายมากจ้ะ รัฐกับพาล่ะ ทำงานวันแรกผ่านพ้นไปด้วยดีหรือเปล่า

            สบายมากเหมือนกัน ปานตะวันออกจะขำในน้ำเสียงที่แย่งกันพูดของเพื่อนทั้งสอง เป็นอย่างที่คาดคิดไว้วิรัฐกับรังสิพาได้ทำงานที่เดียวกันแถมยังประจำแผนกเดียวกันอีก หญิงสาวยิ้มไม่ทันจะได้เอ่ยต่อมือหนึ่งก็มาคว้าโทรศัพท์ของเธอก่อนจะกดวางและถือโอกาสปิดเครื่องทิ้ง ปานตะวันอ้าปากค้างเงยหน้ามองคนที่ไร้มารยาทอย่างนึกเคืองๆ เห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองมาราวกับโกรธเกลียดกันแต่ไหนแต่ไร

อาติยะกำลังหน้าบูดบึ้งเป็นเพราะคำพูดของปกป้องทำให้เขาไม่มีสมาธิในการทำงานแถมยังสั่งยาคนไข้ผิดด้วย ดีที่เอากลับมาดูใหม่อีกรอบ หญิงสาวแบมือขอโทรศัพท์คืนแต่แทนที่เขาจะมอบให้ดีๆ กลับโยนใส่โชคยังดีที่หญิงสาวรับมันไว้ได้แต่ก็ยังถูกเขาพูดจาเหน็บแนม

            มีความสุขกันจังเลยนะ ไม่ได้เจอหน้ากันแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็คิดถึงกันจนต้องโทรไปหากันเลยหรือ

            พี่ติยะหมายถึงใครคะ วิรัฐหรือรังสิพาล่ะ หญิงสาวเองก็ไม่น้อยพูดประชดใส่ อาติยะเม้มปากคิดว่าเธอจะโทรไปหาปกป้องเสียอีกแต่คำพูดที่ได้ยินจากปกป้องมันก็ทำให้อารมณ์ของเขาเดือดขึ้นมาอีก

            ทำมาเป็นพูดดีไปเถอะ เธอคิดยังไงกับไอ้ปกป้องนั่น ปานตะวันชะงักไม่ค่อยเข้าใจในคำถามของเขาแต่เธอก็ยังอยากลองดี

            ทำไมล่ะคะ ตะวันจะคิดยังไงกับพี่ป้อง จะรักหรือไม่รักมันก็ไม่ใช่ธุระของพี่ติยะสักนิด ปานตะวันพูดแต่กลับถูกอาติยะดึงร่างเข้ามาใกล้จนแนบกับอกโทษฐานที่เธอกล้ายอกย้อน ปานตะวันหันซ้ายหันขวาเพราะกลัวจะมีคนมาเห็นเข้าและอาจจะเอาไปพูดในทางที่ไม่ดี

            ปล่อยตะวันนะคะ พี่ติยะไม่ควรทำแบบนี้เพราะที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่พี่ติยะจะทำแบบนี้ได้โปรดเคารพสถานที่ด้วยค่ะ เขาหัวเราะก่อนจะพูดต่อ

            ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กสาวที่ขี้แหยเอาแต่ร้องไห้จะเป็นผู้หญิงช่างต่อปากต่อคำ เถียงคำไม่ตกฟากคนนี้ได้

            ก็เพราะว่าเด็กขี้แหยคนนั้นได้เรียนรู้ความเจ็บปวดมามากพอจนเป็นเกราะกำบังให้เธอเข้มแข็งและสู้คน แม้จะเป็นแค่กาฝากที่เกาะต้นไม้ใหญ่แต่กาฝากนี้ก็ไม่ยอมเกาะต้นไม้พิริยะไพศาลไปตลอดชีวิตหรอก เธอตอบน้ำเสียงหนักแน่น พยายามพาตัวเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการกอดรัดของเขา หมอหนุ่มกับพยาบาลสาวถ้าใครมาเห็นเข้ามันคงเอาไปพูดให้เสื่อมเสียแน่

            นี่สินะตัวตนที่แท้จริงของเธอ เปลือกนอกที่แสนนุ่มนวลอ่อนโยนแต่เนื้อในช่างเปรี้ยวขมเหมือนยาพิษ แต่สำหรับเธอมันคงเป็นยาพิษที่ไอ้ปกป้องยอมที่จะกินและตายต่อหน้าเธอเพียงเพราะความรักบ้าๆ นั่นเขาเองก็เหลืออด

            พี่ติยะจะคิดยังไงก็ช่าง ตอนนี้ตะวันเป็นผู้ใหญ่แล้วและตะวันจะไม่ก้มหัวให้ใครต้องมาดูถูกตะวันอีก หญิงสาวดึงมือกลับก่อนจะเดินจากไป อาติยะเม้มปากทำอะไรเธอไม่ได้เพราะตอนนี้เธอเหมือนจะปีกกล้าขาแข็งขึ้นทุกวัน ผู้หญิงที่อ่อนโยน ขี้ร้องไห้คนนั้นมันตายไปพร้อมกับบิดาของเขาแล้วจริงๆ

            ปกป้องขับรถมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านจนได้ยินเสียงเคาะประตูรถ เขาจึงลงมาจากที่คนขับมองใบหน้าของผู้เป็นบิดาที่เหมือนมีอะไรจะพูดกับเขา

            มีอะไรหรือครับพ่อ ปกป้องเอ่ยถาม น้ำเสียงดูเหนื่อยๆ ชอบกลแต่ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยเห็นว่าท่านจะออกมายืนคอยลูกชายเลยและมันก็คงเป็นเรื่องสำคัญมากท่านถึงยอมลงทุนรอ

            พ่อมีเรื่องอยากจะคุยด้วย ท่านเอ่ยและเป็นฝ่ายเดินนำไปหาที่นั่งคุยในห้องโถงขนาดใหญ่ของบ้านเดชารัตนะนันทน์ น่าแปลกที่วันนี้ท่านมีเรื่องที่อยากพูดคุยกับลูกชายคนนี้

            ฉันได้ข่าวมาว่าแกชอบผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ปกป้องมองหน้าบิดาท่านคงทราบมาจากปิ่นมุกและเขาเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบัง

            ครับ เธอชื่อปานตะวันมีศักดิ์เป็นลูกบุญธรรมของนายแพทย์นพติ พิริยะไพศาล ปกป้องเห็นสีหน้าของผู้เป็นบิดาเปลี่ยนไป นามสกุลนี้มันคงจะจี้ใจดำของท่านเหมือนมันเคยเกิดขึ้นกับเขามาแล้วหนหนึ่ง

            แล้วถ้าฉันไม่อนุญาตให้ชอบเด็กคนนั้นล่ะ แกจะขัดใจฉันไหม ปกป้องยิ้มจืดๆ

            ผมเองก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล ที่ผมรักปานตะวันก็เพราะเธอเป็นคนดี เธอทำให้ผมได้รู้ว่าบนโลกใบนี้ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่ทุกข์ใจ ผมรักเธอที่เป็นเธอไม่ได้มองที่ชาติตระกูลของเธอและผมก็หวังว่าคุณพ่อจะเห็นใจและยอมรับเธอ เขาเชื่อว่าบิดาของเขาเป็นคนมีเหตุผลมากพอที่จะไปเอาความแค้นของผู้ใหญ่มาลงที่รุ่นลูก ชายหนุ่มเห็นร่างของท่านลุกขึ้นยืนก่อนจะหันมาพูดเพื่อให้แง่คิด

            ถ้าคิดว่าเธอคนนั้นคือผู้หญิงที่ใช่ก็ตามใจเอาชนะใจเธอให้ได้แต่ฉันขอบอกไว้อย่างว่าฉันจะยังไม่ใจอ่อนยอมรับเธอคนนั้นเป็นลูกสะใภ้ของฉันตราบใดที่เธอคนนั้นยังไม่แสดงตัวว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกับแก ปกป้องมองร่างของบิดาที่เดินขึ้นห้องไปแล้วด้วยความโล่งใจ ดีใจที่ท่านยอมเปิดโอกาสให้ปานตะวันแต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่บิดาของเขาแต่เพราะเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าปานตะวันรู้สึกยังไงกับเขากันแน่ ความรู้สึกของเธอจะตรงกับความรู้สึกของเขาหรือเปล่า

 

            คุณตะวันค่ะ คุณติยะเรียกให้ไปพบค่ะ

            ตีห้านี้เลยหรือคะ ปานตะวันออกจะตกใจที่แจ่มมาบอกว่าอาติยะขอพบทั้งที่ตอนนี้มันเพิ่งจะห้าโมงเช้า วันนี้เป็นวันหยุดสัปดาห์แรกของหญิงสาวและเธอก็นัดเจอกับเพื่อนๆ ของเธอที่ร้านไอศกรีม โดยมีวิรัฐเป็นเจ้ามือตามที่สัญญา ฝีเท้าเล็กเดินไปถึงตึกใหญ่สองจิตสองใจว่าจะขึ้นไปดีไหมเพราะหลังจากที่บิดาเสียเธอก็ไม่เคยเหยียบย่างขึ้นไปบนนั้นเลย มันจึงกลายเป็นความเหินห่างสำหรับเธอไปแล้ว

            ขึ้นมาทำไมย่ะ วาริตาเดินมาเห็นพอดีจึงพูดเสียดสีใส่ ปานตะวันไม่ได้อยากมีเรื่องวาริตา  

            พี่ติยะเรียกตะวันมาพบค่ะ

            พี่ติยะนะหรือเรียกเธอมา ไปทำอะไรผิดมาล่ะ เธอนี่ชอบสร้างปัญหาอยู่เรื่อยหรือที่ทำทั้งหมดก็เพราะอยากเรียกร้องความสนใจ นี่คงอยากใกล้ชิดพี่ติยะมากสินะ วาริตาพูดว่าไปเรื่อยเธอไม่เคยชอบปานตะวัน เพราะปานตะวันเรียนก็เก่ง สวยกว่าเธอแถมยังมีหนุ่มมาตกหลุมรักหลายคนส่วนเธอนอกจากจะเรียนไม่จบแล้ว หญิงสาวยังเพิ่งถูกแฟนทิ้งมาหมาดๆ ความแค้นก็เลยมาลงกับปานตะวัน

ปานตะวันไม่อยากเสวนาต่ออีก เธอไม่มีเวลามากหากยังขืนฟังเรื่องไร้สาระจากวาริตานอกจากเธอจะไปพบอาติยะช้าแล้วหญิงสาวก็อาจไปตามนัดสายอีกด้วย

            จะไปไหน ฉันยังพูดไม่จบ วาริตาดักคอ รีบเดินมาขวางหน้า นึกอยากจะหาเรื่องปานตะวันต่อ

            ทางที่ดีคุณตาหลีกทางให้ตะวันเถอะค่ะ เพราะถ้าตะวันไปหาพี่ติยะช้าคุณตาอาจจะโดนดุ วาริตาหน้าซีดเธอเคยถูกอาติยะดุมาแล้วและเธอก็พยายามจะไม่เข้าใกล้เพราะกลัวจะถูกดุเรื่องที่เรียนไม่จบเสียที

            ฝากไว้ก่อนเถอะ นังตะวัน แล้ววาริตาก็เดินลับไป

ปานตะวันมองตามแล้วถอนหายใจ เธอไม่เคยได้อยู่อย่างสงบสุขเลย หญิงสาวมานั่งรอเขาอยู่ที่เก้าอี้อดที่จะส่งสายตามองทางห้องทำงานของนายแพทย์นพติไม่ได้ เมื่อตอนที่ท่านยังอยู่หญิงสาวถูกเรียกให้ขึ้นมาหาท่านที่ห้องทำงานบ่อยๆ ท่านมักจะให้หญิงสาวอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่มีประโยชน์ ไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนั้นจะยังอยู่ในห้องทำงานของท่านอีกหรือไม่ แล้วจู่ๆ หัวใจของเธอก็รู้สึกเหมือนอยากจะเข้าไปในห้องนั้น เหมือนมีอะไรดลใจให้ต้องเดินเข้าไป

หญิงสาวเปิดประตูห้องทำงานออกมา ภายในนั้นมีหนังสือวางไว้บนชั้นมากมาย ส่วนใหญ่เป็นแฟ้มงานที่ท่านมักเอากลับมาเก็บไว้ที่บ้าน ร่างเล็กเดินไปตามทางเธอจำตำแหน่งที่วางของหนังสือเล่มนั้นได้ดีแต่เพราะครั้งนี้มันวางไว้อยู่บนโต๊ะทำงานของท่านอาจเพราะท่านเพิ่งหยิบมันขึ้นมาอ่านและหลังจากที่ท่านเสียก็ไม่มีใครเข้ามาอีกเลยจะมีก็แต่เด็กทำความสะอาดเท่านั้น

ปานตะวันเปิดอ่านแต่ละหน้า สมุดที่สอนให้เธอเป็นคนดี สอนให้เธอได้เป็นพยาบาลมันคือสมุดโน้ตของท่านเอง หญิงสาวพลิกไปอ่านหน้าที่เธอเพิ่งท่องให้ท่านฟังมันยังไม่จบและยังมีอีกหลายหน้าหญิงสาวจึงคิดว่าจะยืมอ่านมันให้จบซึ่งท่านก็คงจะอนุญาตให้เธอ

นี่คงจะคิดว่าพ่อฉันตายแล้วจะเข้ามาในห้องนี้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใครก่อนสินะ เสียงนั้นดังในความเงียบปานตะวันสะดุ้งหันไปมองหน้าของอาติยะที่กำลังทำหน้าบึ้งตึงอยู่ ใช่ เธอเพิ่งนึกได้ว่าที่เธอขึ้นมาบนตึกใหญ่ก็เพื่อมาพบเขา

อาติยะกำลังยืนพิงที่ขอบหน้าต่างสองมือกอดเข้าอกตัวเอง วันนี้เขาดูดีในเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวแบรนดังกับกางเกงยาวสีครีมแบรนแนม เขายืนจ้องเธออยู่นานก่อนจะเริ่มพูด

ดีนะ ปล่อยให้ฉันรอตั้งนานแต่เธอกลับอยู่ที่นี่

ตะวันขอโทษค่ะ ตะวันเสียใจที่ทำให้พี่ติยะไม่พอใจ เขายืนจ้องเธอด้วยประกายตาที่หญิงสาวเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาต้องการสื่อถึงอะไร ฝีเท้าหนาเดินจากจุดพำนักเพื่อเป้าหมายที่รออยู่ตรงหน้าแต่ทวาเป้าหมายนั้นกำลังจะหนีเขาไป

จะรีบหนีไปไหน เขามายืนสกัด ปานตะวันเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเหมือนอากาศในห้องนี้มีน้อย หญิงสาวใจหายวับกำหนังสือไว้ด้านหลังแน่น

เออ พี่ติยะเรียกตะวันมาเพื่อจะคุยอะไรคะเธอกลบเกลื่อนเพราะเห็นอยู่ว่าเขากำลังสงสัยว่าเธอซ่อนอะไรไว้ข้างหลังแต่ที่ถามออกไปมันไม่ได้เข้าหูของเขาเลย

ซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง

เออ ไม่มีค่ะ ปานตะวันพูดจาอึกอักยิ่งเป็นที่น่าสงสัยของอาติยะ ชายหนุ่มไม่พูดซ้ำเดินไปคลายความสงสัยด้วยตัวเอง

เออ พี่ติยะจะทำอะไรคะ ปานตะวันตาโตตกใจที่เขาเข้ามาใกล้เธอแถมทำท่าจะโอบกอดเธอเสียอีก หญิงสาวถอยหลังหนีแต่คนอย่างเขาไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้นแน่

ซ่อนอะไรไว้ เอาออกมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้

เออ ไม่มีอะไรค่ะ เพราะเธอลืมวางสมุดโน้ตเล่มนั้นลงและไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอตั้งใจจะขโมย สถานการณ์เมื่อครู่มันรวดเร็วจนเธอเองก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไง

ร่างเล็กถอยหลังมาชนกับผนังห้องปานตะวันหันซ้ายหันขวาจนมุมเสียได้ สีหน้าของอาติยะที่มองมาทำให้เธออดรู้สึกหวั่นๆ ไม่ได้ ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความรู้สึกใดนั้นอาติยะไม่แน่ใจแต่สิ่งที่เขาอยากรู้คืออะไรอยู่ข้างหลังนั่น ร่างหนายืนประชันสายตาของเขาจ้องเธอเหมือนกับเหยื่อคนหนึ่งก่อนที่มือหนาจะโอบไปด้านหลังเอวบางของเธอและพยายามดึงสิ่งนั้นที่เธอพยายามซ่อนออกมาและเขาก็ได้พบกับสมุดโน้ตเล่มที่บิดาท่านหวงนักหวงหนา ความสงสัยถูกส่งผ่านสายตาของเขา ปานตะวันก้มหน้านิ่งรู้สึกผิดยังไงไม่รู้

สมุดของพ่อฉัน ทำไมถึงอยากได้สมุดของพ่อฉัน ในนี้มันมีอะไรงั้นหรือ เขาพูดและถือโอกาสพลิกหน้าดูผ่านๆ มันก็แค่สมุดที่โน้ตเอาแต่เนื้อหาจากที่ท่านไปพบเจอหรือเคสคนไข้ที่น่าสนใจบางราย

เออ คือ ปานตะวันจะบอกแต่เขาพูดขึ้นเสียก่อน

หรือคิดว่าไอ้สมุดโน้ตเล่มนี้คือพินัยกรรม คงกลัวสินะว่าพ่อฉันจะไม่ยกสมบัติให้เธอปานตะวันเงยหน้าขึ้นมองด้วยความรู้สึกผิดหวังที่เขามองเธอเป็นคนโลภมาก

ตะวันไม่เคยหวังว่าจะได้อะไรจากที่นี่ ที่ได้ทุกวันนี้ตะวันก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนคุณพ่อยังไงแล้วอาติยะยิ้มมุมปาก ยื่นหน้าเข้าใกล้ใบหน้าหวานที่รีบหลบหลีกทันที

งั้นก็บอกฉันมาสิว่าเธอเข้ามาในห้องทำงานของพ่อฉันทำไม

ก็อย่างที่พี่ติยะเห็น ตะวันก็แค่จะมาอ่านหนังสือเล่มโปรดของคุณพ่อ เพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจของหญิงสาว ตอนเด็กๆ ท่านมักจะหยิบเอาหนังสือเล่มโปรดเล่มนั้นมาอ่านให้เธอฟังอยู่บ่อยๆ อย่างน้อยการได้เห็นหนังสือนั้นอีกครั้งก็ทำให้เธอคลายความคิดถึงท่านได้บ้าง

คิดว่าคำพูดหลอกเด็กของเธอจะทำให้ฉันเชื่อเธอง่ายๆ งั้นหรือ

ก็แล้วแต่พี่ติยะจะคิดแล้วกันค่ะเพราะตะวันก็พูดในสิ่งที่เป็นความจริงออกไปจนหมดแล้ว ปานตะวันพูดจบและทำท่าจะเดินจากไปแต่มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ร่างของเธอถูกดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา อ้อมกอดที่มันช่างอบอุ่นแต่ทิ่มแทงหัวใจของเธออย่างจัง หญิงสาวพยายามดิ้นแต่ไม่พ้นจากพันธนาการของเขา

จะไปไหน ฉันยังไม่ได้คุยธุระกับเธอเลย

ก็ตะวันเห็นพี่ติยะไม่พูดซะที ตะวันเองก็มีธุระเหมือนกัน ปานตะวันเถียง อาติยะเม้มปากไม่ชอบเลยที่เธอมาขัดใจเขาแบบนั้น

ธุระกับใคร อ๋อ ไอ้ปกป้องสิ

จะกับใครก็ช่าง ถึงยังไงถ้าตะวันบอกว่าไม่ใช่พี่ติยะก็ไม่เชื่อตะวันอยู่ดี อาติยะจับข้อมือของเธอไว้มั่น

เธอก็ยังเหมือนเดิม ถ้าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันว่าทำไมถึงไม่แก้ต่างให้ตัวเอง หรือคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกที่สามารถทนรับอารมณ์ของทุกคนได้เขาพูดในขณะที่กำลังกอดร่างของเธอ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดแบบนั้นแต่เขาแค่เพียงอยากให้เธอพูดอะไรออกมาบ้างไม่ใช่ยอมรับในทุกคำกล่าวหาของใครๆ

ตะวันมีสิทธิ์ด้วยหรือคะ พี่ติยะเคยคิดที่จะมองตะวันในแง่ดีบ้างไหมถ้าไม่ มันก็ไม่มีประโยชน์ที่ตะวันจะต้องแก้ต่างอะไร สู้ไม่พูดมันยังจะดีซะกว่า

เธอพูดน้ำเสียงปนเศร้า อาติยะเปลี่ยนมากอดกระชับร่างนั้นไว้แน่นคางเรียวของเขาวางไว้บนไหล่บางของหญิงสาว เขาไม่อยากทำแบบนี้แต่ต้องยอมรับว่าเขาหักห้ามใจที่จะไม่อยู่ใกล้เธอไม่ได้ ยิ่งนานวันความรู้สึกที่มันเก็บลึกไว้ในใจก็ยิ่งอยากเปิดเผยแต่จะให้เขาบอกเธอว่าชอบเธอก็ดูจะเป็นการเสียหน้ามาก เขาจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไร ในช่วงเวลาแบบนี้เขาอยากหยุดเวลาไว้มีแค่เพียงเขาและเธอเท่านั้น

รีบๆ เข้ามาเร็วสิ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า เสียงนั้นดังขึ้นมาเรื่อยๆ อาติยะมองหน้าปานตะวันก่อนเขาจะลากตัวหญิงสาวไปหลบด้วยกัน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha