ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 22 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 22


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 22

ปล่อยตะวันนะคะ พี่ติยะจะทำอะไรอีก

เธอพูดได้แค่นั้นเพราะถูกอาติยะเอามือปิดปากสนิท ในใจตอนนี้ตื่นเต้นมากแค่ไหนกับการกระทำของเขาแต่สุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายเฉลยให้

ชูว์ เงียบๆ สิ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก คนพูดทำน้ำเสียงเหมือนรำคาญหน่อยๆ เขาไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเข้ามาในห้องทำงานของบิดาในยามวิกาลเช่นนี้

พี่กมลค่ะ รีบร้อนอะไรนักหนาคะ ถึงได้ให้เด็กไปปลุกฝันถึงห้องออมฝันพูดไปหาวไป นางยังไม่ได้อาบน้ำและคิดว่าจะนอนต่อหลังจากที่คุยธุระเสร็จกับพี่สาวของนาง

            ต้องรีบสิ เพราะถ้าไม่รีบเราสองคนจะซวย

            เรื่องอะไรคะ ออมฝันยังไม่เข้าใจแต่เมื่อได้ฟังรายละเอียดจากพี่สาวนางถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ

            จริงหรือคะพี่กมล แล้วอย่างนี้เราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ ถ้าคุณวิฑูรย์เอาเอกสารนั่นไปบอกตาติยะ เราสองคนไม่ถูกปลดออกจากบริษัทหรือคะ ออมฝันเริ่มตื่นตัว กมลส่ายหน้า

            เรื่องปลดออกจากบริษัทไม่เป็นปัญหาเท่ากับเราจะเอาเงินที่ไหนมาชดใช้ให้บริษัท เงินไม่ใช่น้อยๆ ตั้งยี่สิบล้าน กมลพูดยิ่งเห็นอาการตื่นตัวของออมฝันแล้วนางคิดผิดจริงๆ ที่เล่าเรื่องนี้ให้ออมฝันฟัง  

            ไม่มีเวลาแล้วเธอรีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะเดี๋ยวเราจะไปบริษัทไปหาคุณวิฑูรย์กัน พี่ไม่เชื่อหรอกนะว่าอำนาจเงินจะไม่สามารถทำให้วิฑูรย์ยอมช่วยเรา กมลพูดอย่างมีความหวังรีบนัดแนะให้น้องสาวรีบไปอาบน้ำส่วนเธอก็จะจัดการโทรนัดวิฑูรย์ไปพลางๆ

            ผมไม่อนุญาตให้คุณอาทั้งสองออกไปจากห้องนี้ อาติยะพูดขึ้นเดินออกจากมุมซ่อนตัว เขาได้ยินทุกอย่างถึงคำพูดที่อาทั้งสองคุยกัน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

กมลกับออมฝันถึงกับหน้าซีดเผือดนึกไม่ถึงว่าจะมีคนอยู่ในห้องทำงานนี้อยู่ก่อนแล้ว ปานตะวันที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ตกใจไม่น้อยที่รู้ว่ากมลกับออมฝันโกงบริษัทโดยการเปลี่ยนเพชรแท้มาเป็นเพชรปลอมและเอาเงินจากการขายเพชรแท้เข้ากระเป๋าตัวเอง

            ติยะ เออ ฟังอาอธิบายก่อนนะจ้ะ กมลเข้ามาจับแขนของอาติยะพยายามว่านล้อมให้หลานชายยอมรับฟัง

            ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้นและผมจะให้เวลาคุณอาทั้งสองเอาเงินคืนบริษัทภายในหนึ่งอาทิตย์ถ้าคุณอาทั้งสองยังไม่เอาเงินที่โกงบริษัททั้งหมดมาคืน ผมจำเป็นต้องแจ้งในที่ประชุมเรื่องที่คุณอาทั้งสองโกงเงินในบริษัท เขาพูดน้ำเสียงเด็ดขาดพร้อมกับดึงร่างของปานตะวันให้ออกไปกับเขาด้วย

กมลมองตามหลังกำมือแน่นรู้สึกเจ็บใจที่อาติยะไม่ยอมรับฟังคำพูดของนาง หญิงสาวหันไปมองหน้าน้องสาวพูดวาจาน่ากลัวจนออมฝันขนลุก

            ฉันจะไม่ยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาทำอะไรฉันได้หรอก

            แล้วพี่กมลจะทำยังไงคะ ถ้าเราไม่เอาเงินไปคืนบริษัท ตาติยะต้องไม่ปล่อยเราไว้แน่ ออมฝันพูดอย่างหวาดกลัว กมลหัวเราะ

            แล้วจะรอให้ตาติยะทำแบบนั้นทำไมละ

            หมายความว่ายังไงคะ ออมฝันถามอย่างแปลกใจ นี่พี่สาวของนางไม่ได้รู้สึกตกใจหรือหวาดกลัวอะไรบ้างเลยหรือ กมลเดินมาดูรูปที่แขวนตรงผนังมุมตรงข้ามกับหน้าต่างเอามือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าของคนในภาพ

            ช่วยไม่ได้นะคะ คุณพี่ ลูกชายของคุณพี่ทำตัวของเขาเอง น้องก็แค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น กมลมองรูปของพี่ชาย แทนที่การตายของนายแพทย์นพติจะทำให้นางหมดคลายกังวลแต่มันกลับยิ่งแย่

            อาติยะจับมือปานตะวันพาเธอเดินออกจากฝันร้ายทั้งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเขา ชายหนุ่มปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระและเดินมานั่งหน้าเศร้าอยู่ที่เก้าอี้สนามหญ้าหน้าบ้าน มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ เขาไม่มีแม้แต่คำพูดที่จะเอ่ยออกมา ปานตะวันเดินมานั่งลงข้างๆ เธอเองก็ตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างกมลและออมฝันจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามอยากปลอบใจเขา

            คิดแล้วมันก็น่าตลกสิ้นดี ฉันมองข้ามพวกเขาจนไม่รู้อะไรเลย เขาพูดโทษตัวเอง ปานตะวันส่ายหน้า

            มันไม่ใช่ความผิดของพี่ติยะหรอกค่ะ คุณพ่อเองก็ด้วยแต่อาจเป็นเพราะเราไว้ใจมากเกินไปเพราะเห็นว่าเป็นญาติแต่ตะวันเชื่อนะคะว่าคุณอากมลกับคุณอาออมฝันจะต้องกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีค่ะ อาติยะมองหน้าปานตะวันก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกละอายใจ

            ทำไมมันต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วย เขาถอนหายใจลึกๆ รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน งานศพบิดาเพิ่งผ่านไปไม่นานก็ต้องรับรู้กับเรื่องราวแย่ๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดกับพิริยะไพศาล มาคิดๆ ดูแล้วทำให้อาติยะคิดถึงบิดาของเขาจับใจ บางทีการที่อาการของบิดาเขาแย่ลงเรื่อยๆ อาจเพราะกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่ก็ได้

 

ปิ่นมุกนั่งคิดอะไรไปเรื่อยจนไม่ได้ยินเสียงเรียกของปกป้อง ชายหนุ่มมายืนอยู่ข้างหน้าก่อนจะแกล้งกระแอ้มเสียงใส่จนเธอสะดุ้งตกใจแต่เพราะวันนี้เขาไม่รู้จะไปไหนดี ปิ่นมุกรับถุงขนมมาจากปกป้องและทำท่าใจลอยอีกจนปกป้องต้องถาม

พี่ปิ่นมีอะไรในใจหรือเปล่าครับ ทำไมดูใจลอยจังเลยเอ่ยถามเมื่อตัวเองนั่งลงตรงข้ามกับสาวรุ่นพี่แล้ว

พี่กำลังคิดอะไรบางอย่างแต่คิดยังไงก็งงนะ ปิ่นมุกตอบ เธอหายตัวเข้าไปในห้องครัวก่อนจะกลับมาพร้อมน้ำเย็นๆ และฝรั่งแช่เย็นที่หันเรียบร้อยแล้ว

พี่ปิ่นกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ล่ะครับเผื่อผมจะช่วยคิดให้ ปกป้องว่าพลางกินผลไม้พลาง

เรื่องของคุณนพติกับพี่น้องของเขา ปกป้องขมวดคิ้วรีบถามกลับ

เมื่อหลายวันก่อน พี่หมายถึงตอนที่คุณนพตินอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คุณกมลน้องสาวของคุณนพติเข้าไปเยี่ยม ตอนนั้นพี่เลยได้แต่รอว่าเมื่อไรเธอจะกลับไปพี่จะได้ไปเยี่ยมต่อแต่สงสัยคุณกมลคงมีเรื่องคุยมากไปหน่อยพี่เลยกลับไปก่อน ปกป้องพยักหน้าแต่ก็ยังไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาอะไรที่ทำให้ปิ่นมุกต้องคิดมาก

แล้วพี่ปิ่นสงสัยอะไรล่ะครับ

จะไม่ให้พี่สงสัยได้ยังไง ป้องบอกว่าคุณนพติอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วจู่ๆ ก็อาการแย่กะทันหันแถมวันที่คุณนพติเข้าห้องผ่าตัดก็เป็นวันเดียวกับที่พี่เห็นคุณกมลมาเยี่ยม

ความจริงเรื่องที่พี่บอกมันก็น่าคิด

ใช่ไหมล่ะ ขนาดป้องยังคิดเหมือนพี่ เรื่องการตายของคุณนพติพี่ว่ามันต้องมีอะไรแอบแฝงแน่นอน ปกป้องคิดและอดเป็นห่วงปานตะวันไม่ได้ยิ่งเธอยังอยู่บ้านหลังนั้นเขาก็ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น

ให้ตายสิ ผมชักเป็นห่วงปานตะวันแล้วสิครับ ปิ่นมุกมองหน้า ไม่ชอบใจนักที่ปกป้องทำตัวห่วงใยปานตะวันเกินงามทั้งที่เธอก็เตือนแล้วว่าไม่ให้รักปานตะวันแต่ปกป้องก็คงจะไม่ยอมทำตามเธอแน่ขนาดบิดาของเขายังห้ามไม่ได้แล้วนับประสาอะไรกับคนที่แค่เป็นเพื่อนรักของมารดาเขา เธอเองก็ดูแลปกป้องแทนวาสนาอย่างเต็มความสามารถและในเมื่อครั้งนี้เขายังยืนยันที่จะรักเด็กคนนั้นอีกเธอก็คงไม่สามารถห้ามได้

 

ปานตะวันเพิ่งวางสายจากเพื่อนเก่าหลังจากที่ผิดนัดพวกเขาคราวก่อน วันนี้เธออยู่เวรแค่เช้าอย่างเดียวและคิดว่าจะแวะไปหาอาติยะหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ได้เจอหน้าเขาอีกเลยมันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะรู้สึกเจ็บ

อาติยะในชุดเสื้อคลุมหมอสีขาวกำลังนั่งเขียนแฟ้มคนไข้ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นก่อนที่เขาจะเอ่ยปากอนุญาตให้เข้ามาได้

เจนมารบกวนหรือเปล่าคะ หญิงสาวมาในชุดแซคสีแดงถือดอกไม้ช่อโตมามอบให้เขา

นี่ค่ะ ดอกไม้ช่อโตสำหรับวันเกิดของคุณ

ขอบคุณครับ ความจริงเจนไม่เห็นต้องลำบากก็ได้ งานของคุณก็ยุ่งเทียวไปเทียวมาแบบนี้ผมกลัวว่ามันจะเสียงาน เขารับดอกไม้จากหญิงสาวก่อนจะช่วยขยับเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง

ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ ว่าแต่ติยะทำงานเสร็จหรือยังคะ เราจะได้เข้างานกันเลย อาติยะงง

งาน

ก็งานวันเกิดของคุณยังไงล่ะคะ เจนอุตส่าห์จ้างให้คนมาช่วยจัดงานให้หมดแล้วรับรองค่ะว่าคุณเห็นแล้วต้องชอบ เจนสุดาพูดเธอต้องการเซอร์ไพรซแฟนหนุ่มอยากทำให้เขาประทับใจเพื่อเป้าหมายในการที่เธอจะพูดเรื่องแต่งงานง่ายขึ้น คิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะขอเธอแต่งงานเสียทีเพราะเธอจำเป็นจะต้องมีกองทุนหนุนหลังให้กิจการงานของครอบครัวเธอที่อยู่ในภาวะตกต่ำ

ถ้าอย่างนั้นผมขอเขียนเอกสารคนไข้อีกสักนิดนะครับ เจนไปรอผมที่รถก่อนก็ได้ถ้าผมเสร็จธุระแล้วจะโทรหาคุณนะครับ เจนสุดาพยักหน้า หอมแก้มเขาก่อนจากไป พ้นประตูห้องพักของหมอหนุ่มเจนสุดากลับพบปานตะวันเดินมาพอดีจึงรีบทักทาย

สวัสดีตะวัน

สวัสดีค่ะคุณเจน ปานตะวันไม่คิดว่าจะเจอเธอแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในเมื่อเธอเป็นแฟนของอาติยะ จะมาหาเขาเมื่อไรก็ได้ เธอเสียอีกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย

ว่าแต่มาหาติยะหรือจ้ะ

ค่ะ เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก

ติยะอยู่ข้างในนะ เจนสุดาบอกน้ำเสียงแหลมๆ แต่แล้วกลับคิดอะไรบางอย่างออกมา มันจะดีไม่น้อยหากตอนที่อาติยะประกาศขอเธอแต่งงานต่อหน้าปานตะวันเพราะเธอจะได้รู้เสียทีว่าคนที่อาติยะรักและอยากอยู่มากที่สุดคือเจนสุดาไม่ใช่ปานตะวัน

เออ ถ้าตะวันว่าง ฉันเชิญตะวันไปงานวันเกิดของติยะด้วยนะจ้ะ สถานที่ก็ตามในการ์ดนั้นละจ้ะ เจนสุดาพูดดีสายตาที่มองปานตะวันมีแววเยาะเย้ย ปานตะวันรับการ์ดจากมือของเจนสุดาก่อนเปลี่ยนใจไม่เข้าไปหาอาติยะ เจนสุดามองมาอย่างนึกสะใจให้รู้เสียบ้างว่าเล่นกับใคร


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha