ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 26 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 26


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 26

พี่แจ่มกับตะวันพักอยู่ที่เรือนรับรองแขกนะครับ

จะดีหรือคะ พี่แจ่มเป็นเพียงคนรับใช้ จะมาพักห้องแขกได้ยังไงแจ่มออกตัว รู้สึกเกรงใจอย่างมาก ปกป้องยิ้มส่ายหน้า

ไม่หรอกครับ พี่แจ่มเป็นคนดูแลตะวัน อีกอย่างผมก็ไม่อยากให้ตะวันอยู่คนเดียวเดี๋ยวจะพลอยไม่สบายใจเปล่าๆ

แต่คนอื่นๆ จะมองยังไงคะ ญาติๆ ของพี่ป้องจะไม่ดูถูกหาว่าตะวันมาเกาะพี่ป้องกินหรือคะ ความจริงตะวันกับพี่แจ่มพักที่เรือนคนใช้ก็ได้ ตะวันกับพี่แจ่มจะได้ช่วยทำงานบ้านให้พี่ป้องบ้าง ปกป้องรีบปฏิเสธแต่ก็เข้าใจความรู้สึกของเธอดี

ไม่มีแล้วละครับ บ้านหลังนี้อยู่กันแค่สองคนคือพี่กับคุณพ่อ ท่านคงไม่ว่าหากพี่จะพาคนที่พี่รักมาอยู่ด้วย ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่หน้าตาอาจจะดูดุๆ แต่ท่านเป็นคนที่มีเหตุผล พี่เชื่อว่าท่านจะเข้าใจ

แต่ถ้ามันลำบากใจพี่ป้องมากตะวันกับพี่แจ่มย้ายไปอยู่ข้างนอกได้ค่ะ ปานตะวันบอกแต่ปกป้องไม่ฟังยังยืนกรานที่จะให้ปานตะวันกับแจ่มพักที่เรือนรับรองแขก เขาจะให้คนที่เขารักอยู่ที่อื่นได้ยังไง เสียงรถเข้ามาจอดในรั้วของบ้านทำให้ปกป้องทราบว่าตอนนี้บิดาของเขากลับมาจากที่ทำงานแล้ว

ตะวันกับพี่แจ่มพักอยู่ที่นี่นะครับ เดี๋ยวผมไปคุยกับคุณพ่อก่อน ปกป้องพูดจบก็รีบออกจากห้อง ปานตะวันถอนหายใจส่วนแจ่มก็กำลังเห่อห้องใหม่

วาว ห้องใหญ่มากเลยค่ะ ดีนะที่เราพักอยู่ด้วยกันจะได้อุ่นใจ

แต่พี่แจ่มค่ะ ตะวันรู้สึกไม่ดีเลยที่ต้องมาอยู่บ้านของเขา ตะวันรู้สึกเหมือนเรามาเป็นภาระให้กับเขา แจ่มเดินมานั่งใกล้จับมือคุณหนูของเธอไว้

ไม่หรอกค่ะ เราก็ตอบแทนโดยการช่วยทำอาหารให้ ทำงานบ้าน เดี๋ยวพี่แจ่มจัดการให้ค่ะ คุณตะวันไม่ต้องคิดมากนะ

แต่

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง พี่แจ่มก็จะอยู่เคียงข้างคุณตะวันแบบนี้ตลอดไปค่ะ ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะสวมกอด

บิดาของปกป้องกำลังนั่งฟังคำพูดของลูกชายด้วยสีหน้านิ่งงัน เฉยชาจนเขาไม่แน่ใจว่าท่านคิดยังไงกับเรื่องนี้ ปกป้องเล่าถึงเรื่องที่เขาต้องพาปานตะวันมาอยู่ที่นี่เพราะเขาคือต้นเหตุทำให้เธอต้องถูกอาติยะไล่ออกจากบ้านและเพราะเขารักเธอจึงยอมไม่ได้หากเธอจะออกไปอยู่ที่อื่นแต่สีหน้านิ่งงันของท่านทำให้เขาอดหวั่นใจไม่ได้ว่าท่านจะไม่พอใจกับการทำอะไรบุ่มบ่ามอย่างนี้

รักเด็กคนนั้นมากเลยหรือ บิดาของเขาถาม สีหน้ายังแข็งกระด้าง

ครับ รักมากแต่เธอไม่ได้รักผม

ถ้าอย่างนั้นยังดึงดันที่จะเอาเธอมาอยู่ที่บ้านของเราทำไมในเมื่อเธอไม่ได้รักแก ปกป้องรีบตอบ

ผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องออกจากบ้าน ผมจะรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ

แล้วถ้าฉันไม่ยอมให้แกเอาเด็กคนนั้นมาอยู่ล่ะ แกก็คงจะดึงดันที่จะเอามาอยู่ให้ได้ใช่ไหม เขายิ้มก่อนตอบ

ครับ คุณพ่อก็ทราบนิสัยของผมดีอยู่แล้ว

งั้นแกมาบอกฉันทำไมอีก ปกป้องเห็นท่านลุกขึ้นจึงรีบถามซ้ำ

แสดงว่าคุณพ่ออนุญาตให้ตะวันพักที่นี่ได้ใช่ไหมครับ เขาไม่ได้รับคำตอบจากท่านแต่รู้ดีว่าท่านไม่ได้ปฏิเสธชายหนุ่มเดินเข้าไปกอดบิดาด้วยความดีใจก่อนจะยอมปล่อยให้ท่านได้ขึ้นไปพักผ่อน

ในห้องพักคนไข้ อาติยะกำลังนอนรอให้ปานตะวันมาหาตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็หายหน้าไปเลยจนเขาจะออกจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว

พรุ่งนี้ติยะก็จะกลับบ้านแล้วใช่ไหมจ้ะ กมลถามขึ้น

ครับ ว่าแต่เรื่องที่ผมให้คุณอาจัดการไม่ทราบว่าคุณอาจัดการเรียบร้อยไปแล้วหรือยัง เขาถามถึงเรื่องเงินที่กมลกับออมฝันต้องเอามาคืนให้กับบริษัทที่พวกนางโกงมา กมลแสร้งทำเป็นยิ้มพูดเชิงขอร้องให้อาติยะผ่อนผัน

โธ่ ติยะ เงินมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ อาเองก็พยายามหามาแต่มันก็ยังไม่พอนะจ้ะ ให้เวลาอาหน่อยสิ

คุณอาครับ ผมคงยื้อเวลาไม่ได้เยอะ เพราะผมไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูกรรมการ พวกเขากำลังตรวจสอบบัญชีและถ้าถึงตอนนั้น ผมก็ช่วยอะไรคุณอาไม่ได้ กมลหน้าเสียเดินออกจากห้องทันทีก่อนจะโทรเรียกน้องสาวมานั่งพูดคุยด้วย

พี่ว่าเราต้องรีบจัดการตาติยะ

เออ จัดการหมายถึงเก็บตาติยะหรือคะ ออมฝันถามขึ้น ตอนนี้ทั้งสองมาอยู่ที่ร้านหนึ่งเป็นร้านอาหารขึ้นชื่อของกรุงเทพ กมลพยักหน้าเจ็บใจในคำพูดของหลานชายที่จะเอากฎหมายมาจัดการนาง

ใช่ ตอนนี้นังตะวันก็ไม่อยู่แล้วพี่ว่าจัดการตาติยะให้สิ้นเรื่อง จัดฉากให้มันเป็นการตายที่เกิดจากอุบัติเหตุ

แต่มันเสี่ยงมากนะคะ ถ้าตาติยะจับได้ เราสองคนก็ต้องไปนอนในคุก กมลหัวเราะให้

แล้วเรื่องเมื่อคราวก่อนล่ะ ฉันไม่เห็นว่าเราจะเข้าคุกเลย ใช้พวกเดิมนี่แหละมาทำงานนี้

แน่ใจนะคะว่าจะทำ ออมฝันแสดงความไม่มั่นใจออกมา

ก็ถ้าเธอไม่ทำ ก็รอให้มันเอาตำรวจมาลากคอเธอเข้าตารางโทษฐานโกงเงินบริษัทละกัน กมลไม่สบอารมณ์ที่มีน้องสาวที่ไม่เอาไหน กล้าๆ กลัวๆ และถ้างานนี้สำเร็จอาติยะตายเรื่องที่พวกเธอโกงเงินบริษัทก็จะไม่มีใครรู้

 

ปานตะวันตื่นเช้าลงมือทำอาหารเธอไม่อยากเป็นภาระของใครจึงพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์วันนี้ทั้งวันเธอไม่ได้ไปทำงานส่วนแจ่มก็ไปช่วยงานคนใช้ทำงานบ้าน

นี่เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ปานตะวันหันมามองก่อนจะสวัสดีคนที่ถามเธอ ปิ่นมุกรับไหว้แต่สีหน้ายังไม่หายสงสัยว่าปานตะวันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ปานตะวันทำหน้าเศร้าก่อนจะยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ปิ่นมุกฟังว่าทำไมเธอถึงต้องมาอยู่ที่นี่ ปิ่นมุกเข้าใจทุกอย่างแต่ก็ยังไม่วายถามกลับ

แล้วทำไมถึงต้องมาอยู่ที่นี่ล่ะ เธอก็มีแฟลตของโรงพยาบาลไม่น่าจะต้องมาอยู่ที่บ้านของตาป้องเลย ปิ่นมุกถามแต่คนที่ตอบกลับเป็นปกป้อง

ผมขออนุญาตคุณพ่อแล้วท่านอนุญาตให้ตะวันมาอยู่ที่นี่ได้ ถ้าพี่ปิ่นสงสัยว่าทำไมผมถึงให้ตะวันมาอยู่ที่นี่ สั้นๆ ครับ ผมอยากให้ตะวันอยู่ที่นี่กับผม ปิ่นมุกส่ายหน้าวางขนมบนโต๊ะในครัวก่อนจะเดินจากไป ปกป้องมายืนปลอบใจปานตะวันด้วยคำพูดแสนอบอุ่น

ไม่เป็นไรนะ อย่าไปถือสาพี่ปิ่นเลยพี่ปิ่นก็เป็นแบบนี้แหละ

แต่ตะวันรู้สึกเหมือนคุณปิ่นจะไม่ชอบตะวัน เธอแสดงความกังวลออกมาเขาส่ายหน้า

ไม่หรอก พี่ปิ่นจะไม่ชอบตะวันได้ยังไง ตะวันน่ารักออกขนาดนี้ เขาชมจากใจจริงเพราะตะวันเป็นแบบนี้เขาถึงหลงรักและคิดว่าสักวันปิ่นมุกจะเป็นแบบเขา

พี่โสภณไม่น่าไปตามใจตาป้องเลยนะคะ ปิ่นมุกมาระบายให้โสภณบิดาของปกป้องถึงที่ทำงาน โสภณเงยหน้าขึ้นมามองตอบเสียงเรียบ

ก็ดูๆ ไปก่อนถ้ามีปัญหาเราค่อยหาทางออก

พี่โสภณก็เป็นแบบนี้ เกิดตาป้องชอบเด็กตะวันนั่นแล้วจะทำยังไงคะโสภณหัวเราะ

แล้วไอ้ป้องมันไม่ได้บอกเธอหรือว่ามันชอบเด็กคนนั้นไปแล้ว

แต่พี่เป็นพ่อก็น่าจะห้ามลูก ปิ่นก็แค่อยากให้ตาป้องเจอคนที่ดีกว่า คู่ควรกว่า ตะวันเป็นเด็กกำพร้าไม่รู้แม้กระทั่งพ่อแม่ของตัวเอง ไม่มีอะไรที่จะสามารถเสริมบารมีให้ตาป้องเลย ปิ่นมุกอธิบายแต่ต้องมาจอดสนิทพูดไม่ออกเมื่อฟังคำพูดของโสภณ

ปิ่น ความรักมันเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ ปิ่นก็เคยมีความรักก็น่าจะรู้ดีกว่าใครๆ ว่าถ้าเราพยายามห้ามเท่าไรเด็กก็ยิ่งไม่ชอบใจและอาจจะทำอะไรโดยที่เราไม่คาดคิด สู้ให้เด็กสองคนมาอยู่ในบ้านอยู่ในสายตาของเราไม่ดีกว่าหรือ

พี่โสภณจะบอกว่าปิ่นใจแตกหรือคะ ปิ่นมุกทำหน้าเศร้า นานแล้วที่เธอไม่ได้ถูกโสภณเอาเรื่องนี้มาคุย โสภณวางปากกาลงบนแฟ้มเอกสารเดินมาจับไหล่ของปิ่นมุก

พี่ไม่ได้ต้องการให้ปิ่นเสียใจ แต่พี่อยากให้ปิ่นคิดว่าจะมีทางไหนบ้างที่จะไม่ทำให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย ปิ่นเข้าใจพี่ใช่ไหม ปิ่นมุกเปลี่ยนมากอดร่างของโสภณที่เธอนับถือเหมือนพี่ชายแท้ๆ เพราะครอบครัวของเธอกับโสภณสนิทสนมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าและวาสนาก็คือเพื่อนที่เธอแนะนำให้รู้จักกับโสภณและการที่ทั้งคู่ได้แต่งงานกันก็เป็นเพราะฝีมือแม่สื่ออย่างเธอ

ก็ได้ค่ะ ปิ่นจะพยายามไม่ไปขัดขวางความรักของพวกเขา ปิ่นจะพยายามอดกลั้นให้ถึงที่สุด แม้เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับการยอมรับแต่เธอก็จะพยายามไม่ไปขัดขวางพวกเขา ความรักของพวกเขาก็เหมือนความรักของเธอกับคนรักเก่าที่ไม่มีเรื่องของความเหมาะสมหรือฐานะเข้ามาเกี่ยวรักคือสิ่งที่สวยงามคือความพึงปรารถนาที่มีให้กันและกันแต่สำหรับความรักของเธอนอกจากมันจะสวยงามแล้วมันยังเป็นรักอมยาพิษที่ทำให้เธอชอกช้ำจนอยากจะฆ่าตัวตายมาแล้ว

อาติยะเดินไปเดินในห้องพักคนไข้ พรุ่งนี้เขาก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้วแต่ยังคิดถึงเรื่องปานตะวันมือหนายกมือถือขึ้นกดเบอร์โทรหาเธอแต่แล้วก็ต้องหักห้ามใจกดสายทิ้งเพราะกลัวเธอจะหัวเราะเยาะหาว่าเขาโทรมาง้อ ชายหนุ่มนั่งลงกับเตียงสีหน้าบึ้งตึงคิดอะไรก็เหมือนจะติดขัดไปเสียหมด นี่เขาคงจะบ้าไปแล้วจริงๆ ร่างหนาล้มลงไปนอนกับเตียงอดโมโหตัวเองไม่ได้ที่ไปพูดจาออกไปแบบนั้นถ้าเขาไม่พูดป่านนี้ตะวันคงจะอยู่ดูแลเขา

ปานตะวันนั่งมองดูดวงจันทร์ที่สว่างงดงามบนท้องฟ้านึกถึงใครคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะทำอะไรอยู่ ส่วนมากเวลานี้คนไข้ทุกคนคงจะกำลังนอนหลับอย่างสบายใจแต่สำหรับเขา เขาจะนอนหลับอย่างสบายใจจริงๆ หรือใบหน้าหวานหันมามองโทรศัพท์มือถือของตัวเองนึกน้อยใจที่เขาไม่โทรมาหาบ้างเลยแต่มาคิดดูแล้วเธอสำคัญมากแค่ไหนเขาถึงต้องโทรมา

เป็นอะไรไปค่ะ ถอนหายใจอีกแล้ว แจ่มถามเพราะเห็นปานตะวันถอนหายใจออกมาบ่อยเหลือเกิน ปานตะวันหันมายิ้มจืดๆ ให้

เปล่าค่ะ เธอตอบเสียงเบา แจ่มยิ้มก่อนจะพูดต่อ

รีบมานอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำงานแต่เช้าแถมตกเย็นก็มีงานเลี้ยงฉลองเรียนจบของคุณตะวันอีก

ตะวันไม่อยากให้มีเลยค่ะ ความจริงพี่ป้องก็ไม่น่าลำบากตะวันเรียนจบมาตั้งสองเดือนกว่าแล้ว

ก็คุณป้องเขาอยากจัดให้คุณตะวันได้ประทับใจยังไงละค่ะ แจ่มมองออกว่าคุณป้องชอบคุณตะวันของแจ่ม ว่าแต่ไม่สนใจคุณป้องบ้างเลยหรือคะ แจ่มถามสีหน้าท่าทางอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาว่าอย่างไร

ปานตะวันทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกถามคำถามนี้ เธอเองก็พอรู้อยู่ว่าเขาสนใจเธอแต่ความรักมันบังคับกันไม่ได้นี่นาและเธอก็ไม่ได้ชอบปกป้องแบบนั้นด้วย

ตะวันนอนดีกว่าค่ะ เธอหลบเลี่ยงคำตอบของตัวเอง ล้มตัวลงนอนหันหลังแจ่มทันที แจ่มมองแล้วอดยิ้มไม่ได้ เข้ามาห่มผ้าให้เธอก่อนจะล้มตัวลงนอนไปด้วยอีกคน

 

ขอบคุณนะที่พวกเธอมา

ปานตะวันยิ้มให้เพื่อนทั้งสองที่ไม่ได้เจอกันมานานเป็นเดือน รังสิพาที่มาในชุดเดรสสีดำทำผมลอนยาวมีโบสีแดงติดไว้ส่วนวิรัฐก็ไม่น้อยหน้าสวมเสื้อสูทสีขวากับกางเกงยืนตัวยาว

จะไม่มาได้ยังไง

ที่มานี่ตั้งใจมาเพราะอยากจะกินอาหารดีๆ ใช่ไหมล่ะรังสิพาไม่วายแซวเพื่อน

อย่าคิดว่าฉันจะเหมือนเธอ แล้วเธอล่ะมาทำไมหรือกลัวว่าตะวันจะลืมเธอฮะ ปานตะวันหัวเราะ ไม่เปลี่ยนเลยพวกเขายังทะเลาะเหมือนเดิม เสียงหัวเราะของปานตะวันทำให้เพื่อนทั้งสองหัวเราะตามไปด้วย ปกป้องเดินเข้ามาสมทบบอกจะขอยืมตัวปานตะวันไปพบแขกในงานก่อน วิรัฐพูดกับรังสิพามีซุบซิบหลังทั้งคู่เดินจากไปแล้ว

พี่ป้องชอบตะวันแน่ๆ

นายเพิ่งดูออกหรือ วิรัฐทำหน้าตกใจ

นี่เธอรู้มาตั้งนานแล้วหรือ รังสิพาหัวเราะ

ใช่นะสิ ใครมันจะสมองทึบอย่างแกเล่าที่ไม่รู้อะไรเลย วิรัฐเจ็บที่ถูกรังสิพาว่าแต่เจ็บมากกว่าที่รู้ว่าเขามีคู่แข่งในเรื่องความรักแล้ว

ทำไมอกหักละสิแต่ถ้าเป็นฉัน ฉันก็เลือกพี่ป้องนะ รังสิพาตอกย้ำด้วยการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ออกไป วิรัฐทำหน้าเศร้านึกไม่ถึงว่าจะมารู้จักคำว่าอกหักตอนอายุปูนนี้แต่ถ้าปานตะวันชอบปกป้องจริงๆ เขาก็ยินดีด้วยเพราะปกป้องก็เป็นผู้ชายที่ดีและเพียบพร้อมคนหนึ่ง

ปานตะวันถูกปกป้องพามาแนะนำแขกผู้ใหญ่ที่เป็นเพื่อนสนิทของบิดาเขารวมทั้งพาเธอมานั่งร่วมโต๊ะกับบิดาของเขาและปิ่นมุก ปานตะวันอึดอัดรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นสายตามีตำหนิของปิ่นมุก เธอทราบโดยสัญชาตญาณว่าปิ่นมุกไม่ชอบหน้าเธอแต่จะด้วยเหตุผลอะไรหญิงสาวก็ไม่ทราบ

งานเลี้ยงคืนนี้ผมให้เขาจัดแบบสบายๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมายต้องขอโทษคุณพ่อกับพี่ปิ่นด้วยถ้าไม่พอใจ เขาพูดและหันมามองปิ่นมุก

ผมขอโทษพี่ปิ่นด้วยที่ไม่เชื่อฟัง บางเรื่องผมก็อยากเป็นคนตัดสินใจเอง ปิ่นมุกทำหน้าขรึม

เอาเถอะ พี่ก็เป็นคนนอกไม่ใช่คนในครอบครัวของป้องถึงยังไงพี่ก็คงไม่มีสิทธิ์พูดอะไรอยู่แล้ว เธอพูดและลุกออกจากวงสนทนา ปานตะวันรีบตามออกไปโดยมีปกป้องกับบิดานั่งมองอย่างเงียบๆ

คุณปิ่นค่ะ ปานตะวันรีบตามเธอรู้สึกไม่ดีที่ทำให้ปิ่นมุกต้องเป็นแบบนี้

ตะวันขอโทษนะคะที่ทำให้คุณปิ่นไม่สบายใจ ความจริงตะวันกับพี่ป้องเรารักกันแบบพี่ชายกับน้องสาวเท่านั้นค่ะ เธอรีบอธิบาย ปิ่นมุกหันมายิ้มก่อนตอบ

มาบอกฉันทำไม ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเดชารัตนะนันทน์

แต่คุณปิ่นเปรียบเสมือนพี่สาวของพี่ป้อง พี่ป้องเคยบอกแบบนั้นกับตะวัน เธอเดินมาใกล้ก่อนจะถือโอกาสจับมือปิ่นมุก

คุณปิ่นมีความสำคัญกับเดชารัตนะนันทน์มากนะคะ ปิ่นมุกก้มลงมองมือของปานตะวันก่อนจะตกใจกับบางอย่างที่เห็น

แหวนนี่ เธอได้แหวนนี่มาจากไหน ปานตะวันก้มลงมองแหวนที่อยู่บนนิ้วของเธอมันเป็นแหวนที่นายแพทย์นพติมอบไว้กับเธอโดยบอกว่ามันติดตัวเธอตั้งแต่เกิด

คุณพ่อบอกว่าแหวนวงนี้มันติดตัวตะวันมาตั้งแต่เกิดค่ะ ปิ่นมุกใจหายวาบเมื่อได้ฟังก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้นอีก

เธอเกิดที่ไหน เกิดวันอะไรแล้วเธอมีปานที่ไหนหรือเปล่า ปานตะวันตกใจกับอาการแตกตื่นของปิ่นมุกแต่ก็ยอมบอกรายละเอียดให้เธอทราบรวมทั้งบอกว่ามีปานแดงอยู่ที่ต้นขาขวา ปิ่นมุกได้ฟังถึงกับใจเต้นทำท่าจะล้มแต่ปานตะวันเข้ามาประคองช่วยไว้ทัน

คุณปิ่นไม่สบายหรือเปล่าคะ ตะวันพาไปหาหมอนะคะ ปานตะวันพูดกระวนกระวายเป็นห่วงปิ่นมุกมาก ปิ่นมุกร้องไห้มองหน้าปานตะวันก่อนจะบอกว่าไม่เป็นอะไร

ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ขอฉันอยู่คนเดียวสักพักเถอะนะ

แต่ว่าคุณปิ่น...

ฉันบอกแล้วยังไงว่าขอฉันอยู่คนเดียวสักพัก ปานตะวันไม่กล้าขัดใจจึงปล่อยให้ปิ่นมุกอยู่คนเดียวตามลำพัง

ปิ่นมุกร้องไห้น้ำตาไหลด้วยความเจ็บปวดนานแล้วที่เธอไม่ได้เห็นแหวนวงนั้น มันเป็นของที่มีค่าทางจิตใจของเธอและเธอก็ไม่อยากเชื่อว่าปานตะวันจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแหวนวงนั้นแต่ข้อมูลที่ได้มารวมทั้งหลักฐานมันก็ชี้ชัดเจนว่าปานตะวันกับแหวนวงนั้นเกี่ยวข้องกัน

            ปานตะวันเดินมานั่งลงข้างปกป้องนึกเป็นห่วงปิ่นมุกจับใจ ปิ่นมุกคงจะเกลียดเธอมากถึงได้เป็นแบบนั้น

            มีอะไรหรือตะวัน แล้วพี่ปิ่นล่ะ ปกป้องถาม

            คุณปิ่นเธอขออยู่คนเดียวสักพักค่ะ คิดว่าอีกเดี๋ยวคงจะมา เธอตอบเสียงเบาและขอตัวไปพูดคุยกับเพื่อนๆ ของเธอตามประสาคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน

            วันมะรืนนี้ที่มหาลัยจะมีการต้อนรับน้องใหม่ ทางอาจารย์เลยเชิญพวกเราให้ไปช่วยสอนวิธีการดำเนินชีวิตให้รุ่นน้องพยาบาล ตะวันจะไปไหมวิรัฐบอกเพื่อน

            ไปสิ ดีเหมือนกันตะวันจะได้ไปเจอเพื่อนเก่าอีกอย่างตะวันจะได้ถือโอกาสปลดปล่อยตัวเองด้วย คนพูดดูอารมณ์เหม่อๆ วิรัฐมองรังสิพาก่อนต่างฝ่ายจะหันมามองเพื่อนสาว

            มีอะไรต้องปลดปล่อยอย่างนั้นหรือ รังสิพาถามสีหน้าเหมือนคนอยากรู้

            อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก กินเยอะๆ นะ เธอรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้เพื่อนสงสัย สิ่งที่อยากปลดปล่อยคืออารมณ์ของตัวเองที่มันรู้สึกกดดันเป็นที่สุด จะมีใครเข้าใจเธอบ้างไหมนะ ปานตะวันคิดในใจก่อนจะยิ้มให้กับวิรัฐที่แกล้งรังสิพาอีกแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha