ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 29 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 29


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 29

ปานตะวันทำหน้าเศร้าเดินมาถึงห้องของตัวเองเปิดเข้ามายังเห็นอาติยะนอนหลับอยู่ หญิงสาวเรียกชื่อเขาแต่ไม่มีทีท่าว่าเจ้าของร่างใหญ่จะตื่นขึ้นมาเลย ปานตะวันจึงเปลี่ยนจากเรียกเป็นปลุกเขาแทน

พี่ติยะค่ะ ตื่นเถอะค่ะ ตื่นมากินข้าวเที่ยงก่อนแล้วจะได้กินยา เธอใช้มือเตะไปที่ไหล่ของเขาเขย่าไปมาสองสามครั้ง ร่างนั้นพลิกตัวไปมาบนที่นอนแสนนุ่มก่อนจะดึงมือของหญิงสาวลงมา ปานตะวันตกใจเสียรู้เขาจนได้

นี่พี่ติยะตื่นนานแล้วหรือคะ แล้วมาแกล้งหลับทำไม เธอโมโหที่เสียรู้เขา ปานตะวันกำลังดิ้นอยู่บนตัวของเขา ร่างกายอ่อนนุ่มสัมผัสไปบนร่างกายบึกบึน อาติยะมองใบหน้าหวานที่เริ่มแดงก่ำคงเพราะตัวเธอกำลังสัมผัสกับบางสิ่งบางอย่างที่แข็งแกร่งนั้นอยู่ หญิงสาวหลบสายตาคู่คมของคนที่นอนใต้ร่างของเธอรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกยิ่งเมื่อจมูกของเขาพยายามดันขึ้นมาเตะแก้มเนียนของเธอแล้วก็ให้ความรู้สึกใจสั่น ปานตะวันได้สติไม่ยอมอ่อนไหวไปกับอารมณ์ของเขาง่ายๆ รีบลุกขึ้นออกจากตัวคนเจ้าเล่ห์โดยด่วน

ตะวันมาเชิญพี่ติยะไปทานข้าวค่ะ กินเสร็จแล้วจะได้ทานยา เธอตอบเสียงสั่น อาติยะยื่นมือมาหมายให้เธอช่วยดึงเขาขึ้นมาแต่ปานตะวันไม่หลงกลเขาอีก

พี่ติยะลุกเองดีกว่าค่ะ แรงของตะวันคงไม่พอจะยกพี่ขึ้นมาได้หรอก

เก่ง รู้ทัน แต่เอาเถอะ ฉันเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน เขาลุกเองก่อนจะขอตัวไปล้างหน้าในห้องน้ำหญิงสาว ปานตะวันมองแล้วอดยิ้มไม่ได้ มองดูอีกทีเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรตรงกันข้ามเขาน่ารักและน่าหลงใหลเป็นที่สุด

            กมลกับออมฝันมารอรับประทานอาหารอยู่ที่ห้องอาหารแล้ว อาติยะเดินมาสมทบพร้อมกับปานตะวันที่เดินตามหลังมาติดๆ สีหน้าของกมลบอกแววเกลียดชังปานตะวันเป็นที่สุด ปานตะวันทำหน้าที่ตักอาหารให้ทุกคนก่อนจะขอตัวไปทานข้าวในครัวแต่อาติยะห้ามไว้ก่อน

            กินที่นี่สิ กับข้าวเยอะแยะ

            ไม่เป็นไรค่ะ ตะวันว่าตะวันไปกินกับพี่เขียวและคนใช้คนอื่นๆ ดีกว่าค่ะ เธอตอบเสียงเรียบอาติยะจะพูดต่อแต่ต้องเงียบเมื่อมีเสียงแหลมๆ ดังมาก่อน

            สวัสดีค่ะทุกคน เจนสุดายิ้มร่าเริง เข้ามาหอมแก้มอาติยะฟอดหนึ่ง ปานตะวันนิ่งหันไปมองทางอื่น กมลกับออมฝันรับไหว้ก่อนจะชักชวนให้มาร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน

            ขอบคุณค่ะ อ้อ ตะวันจ้ะ ขอข้าวให้ฉันด้วยสิ อาติยะมองปานตะวันเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะถ้าเขาพูดเจนสุดาจะต้องสงสัยและถามจนกว่าจะได้คำตอบซึ่งเขาก็ไม่อยากให้ปานตะวันต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก

            ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนคนใช้ ว่าไหมพวกเรา เขียวพูดกับคนใช้คนอื่นๆ หลังจากเห็นปานตะวันมานั่งร่วมโต๊ะกับพวกหล่อน ปานตะวันยิ้มแค่นั้นไม่อยากพูดมากในเมื่อสิ่งที่เขียวบอกมันเป็นความจริงทั้งหมด

            เจนมีของมาฝากทุกคนเลยด้วยนะคะ เจนสุดาเอ่ย ก่อนจะเอาของฝากแต่ละชิ้นให้อาสาวสองคนส่วนของอาติยะเธอมีข้อแม้ว่าเขาจะต้องพาเธอไปดูหนังฟังเพลงก่อน

            ผมไม่ว่าง ไว้โอกาสหน้าละกันนะ เขาปฏิเสธเสียงแข็งต่อหน้าอาสาวทั้งสองคนก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนโดยไม่สนใจว่าเจนสุดาจะรู้สึกยังไงเสียหน้าแค่ไหนกับคำพูดของเขา กมลยิ้มเยาะแสร้งพูดดี

            ช่วงที่หนูเจนไม่อยู่อารู้สึกเหมือนตาติยะจะสนิทสนมกับแม่ตะวันมากเกินไป ขนาดไปไหนมาไหนด้วยกันแถมยังให้เด็กตะวันมาพักอยู่ห้องข้างๆ อีก

            จริงหรือคะ เจนสุดาหูทวนลมต้องรีบถามกลับ

            จริงสิ ไม่เชื่อก็ลองถามอาฝันดูสิจ้ะ กมลหันมาสะกิดออมฝัน

            ก็คงจริง อาขอตัวก่อนนะ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องรีบไปทำ ออมฝันไม่อยากอยู่เสวนาด้วย รีบออกไปจากวงสนทนาเพราะไม่อยากปวดหัวอีกลำพังแค่เรื่องกำจัดอาติยะนางก็รู้สึกแย่พอแล้วแต่ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ กมลมองหน้าเจนสุดาที่ตอนนี้เดาอารมณ์ของเธอได้ดีว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไม่พอใจ เจนสุดากำมือแน่นเริ่มเกลียดปานตะวันเข้าไส้หันมาขอความคิดเห็นกับกมล

            คุณอาค่ะ แล้วอย่างนี้เจนควรจะทำยังไงคะ กมลยิ้มชักจูงเข้าแผนร้ายทางอ้อม

            มีทางเดียวคือกำจัดแม่ตะวันนั่นซะ ถ้าไม่มีมันตาติยะก็จะไม่มองใครนอกจากหนูเจน

คุณอาหมายความว่ายังไงคะ เจนไม่เข้าใจ เจนสุดาถามกมล

ถ้าหนูไม่อยากเป็นทุกข์หนูก็ต้องกำจัดปานตะวันให้พ้นทางหรือไม่ก็ฆ่ามันซะ เพราะถ้าแค่ไล่ตะวันไปอยู่ที่อื่นตาติยะก็ต้องตามไปหาจนได้ อาขอเตือนด้วยความหวังดี ถ้าหนูเจนปล่อยไว้อย่างนี้ตาติยะจะต้องเสร็จเด็กตะวันนั่นเข้าสักวัน กมลใส่ไฟให้เจนสุดาโกรธเต็มที่ รักที่มาจากการหึงหวงจะทำให้เธอสามารถทำได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ฆ่าคน

กมลร้องเพลงอย่างสบายใจเข้ามาในห้องของตัวเองพบออมฝันกำลังรอพบนาง หญิงสาวยิ้มให้น้องสาวอย่างอารมณ์ดีจนออมฝันต้องถามออกมาด้วยความสงสัย

พี่กมลยิ้มอะไรคะ ดูมีความสุขพิลึกกมลหันมาหัวเราะให้อีก

ก็แน่นะสิ ใครมันจะมีความสุขได้เท่าฉันล่ะ ได้กำจัดนังตะวันโดยที่ไม่ต้องลงมือทำเองเพราะมีคนทำให้แทน

หมายความว่ายังไงคะ ฝันงงไปหมดแล้ว ออมฝันไม่เข้าใจ กมลส่ายหน้าขัดใจในความไม่รู้เรื่องของออมฝันแต่ก็ยังอารมณ์ดีเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

เจนสุดาจะรับหน้าที่กำจัดแม่ตะวันแทนเราสองคนส่วนตาติยะฉันจะหาทางกำจัดทีหลัง ออมฝันได้ฟังเริ่มเข้าใจแต่ก็ยังสงสัยว่าทำไมถึงต้องกำจัดปานตะวันด้วยทั้งที่ปานตะวันก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพิริยะไพศาลอีกแล้ว

หรือแกจะปล่อยให้มันมาลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านพิริยะไพศาลอีกละ พินัยกรรมก็ยังไม่เปิดเกิดคุณพี่ยกสมบัติให้มันด้วยเราจะไม่แย่หรือสู้ฆ่ามันไปด้วยอีกคนจะได้ไม่ต้องคิดมาก กมลพูดมองหน้าน้องสาวที่กำลังจะให้ความสงสารแก่ศัตรู

แล้วก็ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครทั้งนั้นเพราะถึงยังไงนังตะวันก็ต้องตายพร้อมๆ กับตาติยะ กมลสั่งออมฝันเพราะกลัวความอ่อนไหวของน้องสาวจะมาทำให้เสียแผน นางจะไม่ยอมให้แผนการที่นางวางไว้จะต้องพังอีก เสียวาริตาไปแล้วคนหนึ่งจะไม่มีทางสูญเสียทรัพย์สมบัติให้ใครอีก

ปานตะวันขึ้นมาบนห้องของตัวเองออกอาการแปลกใจที่เห็นอาติยะมานอนอยู่บนเตียงของเธออีกแล้ว เขาไม่ได้หลับแต่กลับนอนจ้องหน้าเธอราวกับมีคำถาม

ดูเหมือนว่าพี่ติยะจะลืมไปนะคะว่านี่มันห้องนอนของตะวัน ปานตะวันพูดยืนกอดเอวอยู่ตรงหน้าเขา

ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ

ค่ะแต่ไปคุยกันข้างล่างดีกว่า คุยกันในนี้มันไม่เหมาะ ถ้าคุณเจนสุดามาเห็นพี่ติยะจะเดือดร้อน ปานตะวันพูดทำหน้าบึ้งตึงเขาส่ายหน้าก่อนจะเข้าเรื่องไม่สนใจว่าเธอจะบอกว่ามันไม่เหมาะสมแต่ถ้าคุยกันข้างล่างเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะมีคนมาซุ่มฟังหรือเปล่า

เรื่องการโกงของคุณอาทั้งสอง มีอีกคนที่รู้เรื่องนี้และฉันคิดว่าเขาต้องมีหลักฐานเอาผิดกับคุณอาทั้งสองได้แน่ ปานตะวันเดินมานั่งลงที่ขอบเตียงทำหน้าตาแตกตื่น ลืมเรื่องความเหมาะสมไปเลย

จริงหรือค่ะว่าแต่คนๆ นั้นคือใครหรือคะ

คุณวิฑูรย์ เธอพยักหน้ารอเขาพูดต่อ

ช่วงนี้คุณวิฑูรย์ไปต่างประเทศ เราจึงทำอะไรไม่ได้มากแต่อีกสองสามวันคุณวิฑูรย์ก็จะกลับมาแล้วเราจะรีบไปหาข้อมูลจากเขาเธอต้องไปกับฉันนะตะวัน

ได้สิค่ะ ตะวันก็อยากตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อถ้ามีเรื่องไหนที่พอจะช่วยได้ตะวันก็จะทำค่ะ เธอตอบน้ำเสียงหนักแน่น

อาติยะมองสบตาหวานอย่างนึกชื่นชมที่เธอไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวกับอันตรายเลยสักนิด สายตามองสบตากันอย่างลึกซึ้งอาติยะมองต่ำไปที่ริมฝีปากสีชมพูที่กำลังเผยออย่างน่าลองนานแล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสกับตรงนั้น

ปานตะวันเองก็กำลังอยู่ในอารมณ์ที่ยากจะเข้าใจเธอไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเผลอไผลไปกับเขาผู้ชายตรงหน้ากำลังจะหลอมละลายเธอไปต่อหน้าต่อตา เปลือกตาหวานหลับสนิทสัมผัสถึงลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดอยู่ที่หน้าของเธอใบหน้าคมเข้มกำลังโน้มลงมาหาใกล้หน้าเธอเรื่อยๆ จนกระทั่งจมูกของเขาเตะที่จมูกของเธอ ริมฝีปากของเขาประกบกับริมฝีปากของเธอแนบชิด บดขยี้พอให้เกิดอารมณ์

ปานตะวันตอบสนองเขาในทันทีนี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่เขาจูบเธอ อาติยะผละออกจากริมฝีปากหวานนั่นมองหญิงสาวด้วยประกายตาที่โหยหาก่อนจะคิดได้ว่าไม่ควรทำแบบนั้น ร่างหนาลงออกจากเตียงนอนของเธออย่างรวดเร็ว มองใบหน้าหวานที่กำลังทำหน้าสงสัยในการกระทำของเขา

เออ ฉันว่าฉันไปพักก่อนดีกว่า สงสัยยาคงออกฤทธิ์แล้ว เขาพูดและเริ่มเหงื่อแตก ปานตะวันลุกจากที่นอนมองอาติยะเดินกลับเข้าห้องของตัวเองผ่านประตูข้างระหว่างห้องของเธอกับเขา มันเป็นอารมณ์ไหนกันแน่นะ ปานตะวันคิดในใจก่อนจะแดงขึ้นมาเมื่อนึกถึงรสจูบที่เขามอบให้เมื่อครู่

ปิ่นมุกนั่งใจลอยอยู่ที่บ้านของเธอเอง มีสาวใช้มารายงานว่าปกป้องมาหาเธอจึงอนุญาตให้พาเข้ามาพบที่สวนหลังบ้าน ปกป้องเดินตามหลังสาวใช้ก่อนจะเห็นปิ่นมุกกำลังนั่งเหม่ออดสงสัยไม่ได้ที่หลายวันมานี้ปิ่นมุกทำตัวเงียบไม่ออกไปไหนมาไหนไม่มาหาที่บ้านเหมือนแต่ก่อน

คุณพ่อให้ผมเอาของบำรุงมาเยี่ยมคุณย่ากับพี่ปิ่น ปิ่นมุกรับสก็อตรังนกแท้มาจากปกป้องนึกสงสัยที่ปกป้องว่าเอาของมาให้เธอ

พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แต่ถ้าเอาของพวกนี้มาเยี่ยมคุณย่าคุณย่าท่านไม่ค่อยชอบทานสก๊อตรังนกแท้ท่านชอบกินพวกซุปไก่มากกว่า

ครับไว้ผมจะเรียนให้คุณพ่อทราบแต่พี่ปิ่นมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ ผมรู้สึกว่าหมู่นี้พี่ดูเงียบๆ เหมือนคนใจลอย พี่กำลังคิดอะไรอยู่หรือครับ ปิ่นมุกยิ้มจืดๆ

พี่ก็อยากเล่าให้ป้องฟังนะ แต่เรื่องนี้พี่ละอายใจจริงๆ พี่รู้สึกเหมือนพี่เป็นคนเลวที่ทำลงไปแบบนั้นถึงพี่จะมีความจำเป็นแต่พี่ก็ยังรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น

พี่ปิ่นทำอะไรล่ะครับ ปกป้องถามอยากรู้เรื่องของปิ่นมุกแต่เธอส่ายหน้า

ป้องอย่ารู้เลยจ้ะ จะมาเยี่ยมคุณแม่พี่ไม่ใช่หรือ ท่านอยู่บนห้องนะพยาบาลกำลังทำกายภาพบำบัดอยู่ ปิ่นมุกตอบ ปกป้องมองแล้วรู้สึกไม่สบายใจที่พี่สาวที่เขาเคารพรักเป็นแบบนี้ เชื่อว่าเรื่องที่ปิ่นมุกไม่สบายใจตอนนี้จะต้องเป็นเรื่องที่สำคัญและคนที่อาจจะรู้เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นบิดาของเขา ท่านต้องรู้เพราะปิ่นมุกไม่เคยปิดบังอะไรกับโสภณและถ้าเธอต้องการที่ระบายสักคนคนๆ นั้นก็ต้องเป็นบิดาของเขา

คุณย่าสบายดีนะครับ ปกป้องเข้ามากราบเท้าคุณย่าด้วยความเคารพ วางของเยี่ยมลงบนโต๊ะ คุณย่ากำลังทำกายภาพบำบัดเขาเลยมาช่วยทำแทนพยาบาล

ก็สบายดีตามประสาคนแก่นั่นแหละ สามวันดีสี่วันไข้

แล้วคุณย่าคุยกับพี่ปิ่นไหมครับ ผมรู้สึกว่าพี่ปิ่นเธอมีเรื่องไม่สบายใจ คุณย่าส่ายหน้า

แม่ปิ่นมีอะไรก็ไม่เคยบอกย่าหรอก แม้แต่เรื่องในอดีตย่าก็รู้ตอนที่มันสายไปแล้วปกป้องสงสัย

เรื่องในอดีต เรื่องอะไรหรือครับ

เห็นว่าป้องไม่ใช่คนอื่นคนไกลนะ ย่าจะเล่าให้ฟังก็ได้ แม่ปิ่นเคยมีคนรักและแม่ปิ่นก็เคยท้องด้วย

ท้องหรือครับ ปกป้องนิ่ง ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วถ้าอย่างนั้นสามีและลูกของปิ่นมุกอยู่ที่ไหน คุณย่าเล่าต่อว่าแฟนของปิ่นมุกเป็นคนเจ้าชู้และรักชีวิตโดดเดี่ยวไม่ยอมมีพันธะกับผู้หญิงคนไหน ปิ่นมุกเสียใจมากที่ถูกคนรักทิ้งและตอนนั้นเองเธอจึงตัดสินใจทำแท้งลูก

ตอนนั้นย่าก็ไม่รู้ว่าปิ่นมุกท้อง เพราะเธอบินไปอยู่กับแม่ของป้อง อยู่กินที่โน้นตั้งหลายปีจนย่าเพิ่งทราบข่าวว่าแม่ปิ่นท้องและทำแท้งไปแล้ว คุณย่าพูด ปกป้องพยักหน้าเข้าใจ

ถ้าอย่างนั้นคนที่รู้ดีที่สุดก็คือแม่ของผม

ใช่ แม่ของป้องรู้ดีกว่าใคร สองคนนั้นพยายามปกปิดย่ากับปู่จนในที่สุดเรื่องก็แดง

ผมเข้าใจแล้วครับ พี่ปิ่นคงกำลังคิดถึงคนรักและลูกที่จากไป มิน่าพี่ปิ่นถึงทำหน้าเศร้าแบบนั้น ปกป้องคิดก่อนจะให้พยาบาลดูแลคุณย่าต่อส่วนเขาก็กลับเข้ามาหาปิ่นมุกที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม

พี่ปิ่นครับ ผมจะกลับแล้วนะครับ

อ๋อ จ้ะ ไว้ว่างๆ พี่จะไปเยี่ยมที่บ้านนะ

ครับ เขาพนมมือไหว้ก่อนจะเดินจากไป อยากให้เวลาปิ่นมุกได้ทำใจเพราะถึงยังไงเรื่องที่เกิดขึ้นมันก็เป็นอดีตไปแล้วความทรงจำที่แสนเจ็บปวดสุดท้ายมันจะเป็นมีดสองคม ถ้าเราไม่รู้จักหักห้ามใจจากที่มันจะเป็นบทเรียนสอนราคาแพงมันก็จะเป็นอาวุธแสนคมที่คอยกรีดหัวใจเราให้ทุกข์ตรมอยู่ตลอดเวลา หากเราสามารถสลัดมันได้ความเจ็บปวดนั้นก็จะสลายลงไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha