ปมรักเกลียวหัวใจ

โดย: ไบคาร์บ/ กรงแก้ว



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 31 : ปมรักเกลียวหัวใจ ตอนที่ 31


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 31

เรื่องเมื่อกี้ ฉันขอโทษ บางทีอารมณ์ของคนเรามันก็มีพลั้งมีเผลอกันบ้างอย่าถือสาเลยนะ แล้วเขาก็เดินกลับเข้าห้องของตัวเอง ปานตะวันน้ำตาไหลนึกถึงคำพูดของเขาที่เห็นเธอเป็นเพียงดอกไม้ที่บางวันนึกอยากเชยชมก็ชมได้ตามสบายพอเบื่อก็ทิ้งๆ ขวางๆ ราวกับเธอเป็นดอกไม้ริมทาง นั่นสิ สำหรับเขา มีเพียงเจนสุดาคนเดียวเท่านั้นที่เป็นดอกไม้ราคาแพงที่มีไว้ประดับบ้านแต่เธอเผลอใจไปรักเขาเข้าแล้วหญิงสาวจะทำยังไงดีสำหรับเรื่องนี้หรือเธอจะยอมเป็นดอกไม้ริมทางให้เขาเชยชมตลอดไป ปานตะวันคิดอย่างเศร้าใจ

อาติยะเริ่มอ่านเอกสารที่ได้จากปานตะวันโดยสลัดความคิดบ้าๆ ที่มันสิงอยู่ในสมอง เป็นจริงอย่างที่เธอพูดว่ามันมีหลายจุดในแฟ้มที่ผิดปกติ ถ้าคนทั่วไปมองจะดูว่ามันเป็นเอกสารที่สมบูรณ์เพราะผ่านการสรุปยอดไปแล้วแต่เมื่อนำกลับมาดูอีกครั้งกลับพบว่ายอดรวมกับเงินที่ออกมันไม่เท่ากันเลยอีกทั้งราคาซื้อเพชรก็ไม่ได้สูงมากขนาดนี้เมื่อเทียบกับราคาที่ทางลูกค้ายื่นมา อาติยะเดินมาถึงประตูห้องที่กั้นระหว่างห้องเขากับห้องของปานตะวันเตรียมจะเคาะประตูเพื่อปรึกษาแต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจเพราะกลัวว่าจะพลั้งเผลอทำอะไรเธออีก อารมณ์ของเขายิ่งต้องการเธออยู่ด้วย อาติยะจึงคิดว่าค่อยคุยกับเธอพรุ่งนี้เช้าจะดีกว่า

เช้าวันรุ่งขึ้นมีสายรายงานถึงเอกสารสรุปที่หายไปให้กมลทราบโดยบอกว่าเมื่อหลายวันก่อนเห็นปานตะวันเข้ามาด่อมๆ มองๆ ในห้องทำงานของกมล กมลวางหูโทรศัพท์ด้วยความโกรธไม่พอใจที่ปานตะวันเข้ามาเกี่ยวเรื่องนี้นางนึกถึงเจนสุดาที่เคยพูดกับนางว่าต้องการกำจัดปานตะวันจึงโทรไปหาก่อนจะบอกแผนการให้อีกฝ่ายรู้

ปานตะวันออกอาการแปลกใจที่อยู่ๆ เจนสุดาต้องการพบเธอ หญิงสาวออกมารอเจนสุดาที่ลานจอดรถชั้นสองของโรงพยาบาล อาติยะที่กำลังจะออกไปข้างนอกเห็นเข้าจึงเดินเข้าไปทักแต่ออกจะตกใจที่จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนจำนวนสองสามคนเดินเข้ามาควักปืนจ่อไปที่เขาและเธอ

ถ้าไม่อยากตายก็ขึ้นรถซะ มันชี้ไปที่รถตู้ อาติยะมองปานตะวันที่กำลังจะถูกพวกมันลากไปขึ้นรถด้วยความเป็นห่วงจึงพยายามต่อรองกับพวกมันว่าให้เอาเขาไปแทนเพราะเขาเป็นถึงทายาทของพิริยะไพศาลเจ้าของโรงพยาบาล

แต่เจ้านายเราสั่งให้เอาแค่นังผู้หญิงคนนี้ไปคนเดียวเท่านั้นนะนาย หนึ่งในนั้นกระซิบบอกคนที่เป็นเจ้านาย อาติยะรีบสวนกลับ

ถ้าพวกแกไม่บอก เจ้านายของพวกแกก็ไม่รู้ เอาฉันไว้เป็นตัวประกันสักคนไม่ดีกว่าหรือ อาติยะพูดหันไปสบตาปานตะวันที่กำลังจะร้องไห้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้นการเอาตัวมาติดร่างแหด้วยมันไม่ใช่วิธีการที่ดีมากนัก เกิดเขาเป็นอะไรไปเรื่องทุกอย่างก็คงจบจะไม่มีใครสามารถเอาผิดกับน้าสาวของเขา

กมลได้รับรายงานว่าปานตะวันถูกจับตัวไปแล้วแถมพวกมันยังบอกอีกว่าได้เอาผู้ชายมาจับไว้เป็นตัวประกันอีกคน

จะบ้าหรือ แกเอาใครไปเป็นตัวประกันฮะ กมลถามพวกมันก่อนจะแสดงสีหน้าดีใจที่รู้ว่าพวกมันจับใครไปอีก

รีบฆ่าพวกมันสองคนทิ้งซะแล้วฉันจะโอนเงินส่วนที่เหลือไปให้ กมลสั่งทางโทรศัพท์ ออมฝันที่ซุ่มแอบฟังตกใจที่ปานตะวันกับอาติยะถูกจับตัวไปแถมยังได้ยินกมลสั่งให้ฆ่าทิ้งทั้งสองคน ออมฝันเดินคอตกมานั่งคิดนอนคิดว่าไม่ควรทำร้ายใครอีก นางเองก็ไม่มีความสุขเลยตั้งแต่ตัดสินใจทำอะไรลงไปในตอนนั้น

คุณพี่นพติค่ะ ฝันขอโทษที่ทำให้คุณพี่ต้องตายตอนนี้ตาติยะกับปานตะวันกำลังได้รับอันตรายขอคุณพี่ช่วยคุ้มครองหลานของเราให้รอดปลอดภัยด้วยเถอะในที่สุดออมฝันก็ใจไม่กล้าพอที่จะทำร้ายใครได้อีก หญิงสาวคิดไว้แล้วว่าจะยอมรับคำผิดทุกข้อกล่าวหา

กระท่อมหลังเล็กสร้างจากไม้ที่ภายนอกถูกล็อคด้วยกุญแจแน่นหนา ภายในมีเพียงเสื่อกับแคร่ขนาดปานกลางวางไว้ อาติยะที่กำลังหาลู่ทางหนีแต่กลับไร้วี่แววเมื่อมองไม่เห็นว่าจะมีทางไหนสามารถออกไปจากที่นี่ได้ สายตาคมมองกวาดไปทั่วทุกตารางนิ้วก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างเล็กที่กำลังนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่บนแคร่ไม้ ชายหนุ่มเดินมานั่งลงข้างๆ ก่อนจะเอ่ยวาจาแสนเรียบ

ขอโทษด้วยนะที่ฉันพาเธอมาตกระกำลำบากกับฉัน เธอต้องมาพลอยถูกพวกโจรจับตัวก็เพราะฉัน ปานตะวันส่ายหน้า เปลี่ยนจากท่านั่งกอดเข่ามาเป็นนั่งไขว่ขาลงหญิงสาวยิ้มเล็กน้อยทั้งที่สถานการณ์แบบนี้ไม่ควรแม้แต่จะมีรอยยิ้มด้วยซ้ำ

ตะวันต่างหากที่ผิดที่ทำให้พี่ติยะต้องพลอยมาถูกจับด้วยอีกคน

เธอคิดว่าเป็นฝีมือใครเขาถามเพื่อขอความเห็น ในใจนั้นมีคนที่น่าสงสัยอยู่แล้วแต่เพราะไม่อยากคิดว่าจะเป็นคนๆ นั้นจึงอยากได้ความคิดเห็นจากปานตะวัน

ใครก็ได้ที่ต้องการกำจัดเราให้พ้นทางหรือใครก็ได้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียถ้าเราสองคนหายสาบสูญไป

เธอคิดว่าเป็นฝีมือของอากมลกับอาน้าฝันหรือแล้วเขาก็ไม่มีทางเลือกจำต้องเอ่ยถามอย่างอยากรู้ถึงความคิดส่วนลึกของเธอ ทำไมเธอถึงไม่คิดว่าเป็นคนอื่นอย่างเช่นปกป้องหรือใครก็ได้ที่ไม่ใช่คนในพิริยะไพศาล

เรื่องนี้ตะวันไม่ตอบนะคะเพราะถึงยังไงมันก็ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าคุณอาทั้งสองเป็นคนทำนอกเสียจากพวกมันจะยอมเปิดปากบอกว่าใครเป็นคนจ้างวาน

แล้วถ้าพวกมันบอกว่าเป็นฝีมือของคุณอาทั้งสองล่ะ ปานตะวันมองหน้าเห็นเพียงแววตาว่างเปล่าของเขา เขาดูจะอารมณ์เย็นลงอาจเพราะเจอเรื่องแบบนี้กระมัง

ฉันไม่อยากจะคิดว่าจะเป็นฝีมือคุณอาแต่มันก็มีโอกาสสูงมากในเมื่อคุณอาโกงเงินบริษัทและบางทีคุณอาก็อาจต้องการปิดปากเราสองคนที่รู้ความลับนี้ เขาจับมือหญิงสาวไว้แน่น ปลอบประโลมเธอด้วยสายตาที่เป็นผู้นำ อยากดึงร่างนั้นเข้ามากอดแต่ก็ละอายใจที่จะทำแบบนั้นอีก ชายหนุ่มใช้มือหนาขึ้นลูบที่แก้มของเธอหลังจากที่ก่อนหน้านี้แก้มสวยๆ เพิ่งผ่านการถูกตบหน้าจากพวกคนชั่วช้าพวกนั้นที่แม้แต่ผู้หญิงก็ทำได้ลงคอ หัวใจของพวกมันคงจำแต่คำว่าเงินถึงได้ยอมทำอะไรแบบนี้ ใบหน้าหวานนั้นสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมาหยุดที่มีร่องรอยของลายนิ้วของพวกมัน

เจ็บไหม ปานตะวันส่ายหน้าทั้งน้ำตา

พี่ติยะละค่ะ เจ็บไหมคะ เธอถามเขาด้วยเพราะอาติยะก็ถูกแตะต่อยจนร่างกายของเขาสะบักสะบอมมากกว่าเธอตั้งหลายเท่า เลือดที่มุมปากกับที่รูจมูกเป็นเครื่องยืนยันว่ามีการต่อสู้ที่รุนแรง ปานตะวันใช้ปลายนิ้วแตะที่แผลอย่างแผ่วเบาอยากทำแผลให้เขาแต่เธอไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยนอกจากมือเล็กที่คอยเช็ดรอยเลือดให้เขา

เจ็บแค่นี้มันเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่คนในครอบครัวของฉันทำ อาติยะเอ่ยอย่างเศร้าๆ น้ำเสียงของเขาสั่นเทาเล็กน้อย ปานตะวันตัดสินใจซบหน้าที่อกของเขาท่ามกลางความตกตะลึงของอีกฝ่ายแต่ก็ยอมให้เธอได้ทำ มันเป็นความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกนี่สินะคือสิ่งที่เขาอยากได้และรอคอยมานาน มือหนายกขึ้นมาสวมกอดหญิงสาวอย่างแนบชิดอยากซึมซับความอบอุ่นนี้ไว้ตราบนานเท่านาน ตอนนี้มีเรื่องมากมายที่ทำให้น่าปวดหัวและเขาจะต้องเป็นคนแก้ไขทั้งหมด

 

กมลนั่งรอโทรศัพท์จากคนของนางโดยมีออมฝันเดินไปเดินมาอยู่ด้านหน้า เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะของกมลตามหลังจากที่วางสายไปแล้วออมฝันรีบเข้าไปถามความคืบหน้าทันที

เป็นยังไงบ้างคะ สองคนนั้นยังมีชีวิตอยู่อีกหรือเปล่านางถามเพราะเป็นห่วงแต่ยังไม่กล้าเผยกับกมลว่านางรู้สึกผิดและกลับใจแล้ว

เรียบร้อยสิในที่สุดฉันก็สามารถกำจัดเสี้ยนหนามที่มันคอยทิ่มแทงฉันสำเร็จ ไม่นึกเลยว่าอะไรๆ มันจะง่ายขนาดนี้ พวกมันรายงานว่ากำลังจะฆ่าสองคนนั้นทิ้งและถ้ามันสองคนตายแล้วฉันก็จะประกาศในที่ประชุมว่าทั้งสองเป็นบุคคลสาบสูญเพราะพวกเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย กมลดื่มน้ำพักให้หายตื่นเต้นเพราะคอยลุ้นว่าทั้งสองจะติดกับไหมแต่ออมฝันก็มาทำให้สะดุด

จะทำแบบนั้นได้จริงๆ หรือคะ พี่กมลออมฝันเสียใจที่ไม่สามารถช่วยทั้งสองคนออกมาได้เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่ากมลจับทั้งสองไปไว้ที่ไหน

ได้สิ พอพ้นคืนนี้ไปแล้วคนของฉันก็จะฆ่าสองคนนั่นทิ้ง กมลตอบ ตอนแรกนางอยากให้ฆ่าทั้งสองเสียตั้งแต่จับได้แต่พวกมันบอกว่าจะรอให้นางโอนเงินไปก่อนแล้วค่อยฆ่าเพราะกลัวนางจะโกงทีหลัง

แต่พี่กมลค่ะ แน่ใจนะคะว่าตำรวจจะสาวไปไม่ถึงตัวคนจ้าง กมลส่ายหน้า

ไม่มีทางเพราะพี่สั่งให้พวกมันทำลายหลักฐานให้หมดด้วย ออมฝันจนปัญญาไม่อาจทำอะไรได้อีกอดสงสารอาติยะไม่ได้เพราะถึงยังไงเขาก็คือหลานชายแท้ๆ ของนาง ต่อไปนี้นางขอสัญญาว่าจะตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้หลานชายของนางทุกวัน

ตกดึกอากาศเริ่มหนาวอีกทั้งในกระท่อมก็ไม่มีอะไรเลยที่จะสามารถห่มคลายหนาวได้ ปานตะวันนอนตัวคดอยู่บนแคร่ที่ไม่ได้กว้างมากมายอาติยะยังไม่นอนเพราะกำลังคิดหาทางออกไปจากที่นี่แต่เมื่อหันมามองคนในร่างเล็กซึ่งกำลังกัดฟันทนกับความหนาวเหน็บของอากาศแปรปรวนแทบจะไม่ไหวเขาเห็นร่างของเธอสั่นเล็กน้อยจนไม่อาจนั่งมองอย่างหน้าตาเฉยได้

ร่างหนาเดินเข้าไปหาและถือโอกาสล้มตัวลงนอนข้างหญิงสาวอย่างที่เห็นว่าแคร่ขนาดเล็กคงไม่อาจจะทำให้สองคนนอนสบายได้แต่เขาไม่ได้หวังจะสบายแค่อยากให้ความอบอุ่นแก่หญิงสาว มือหนาสอดเข้าไปใต้คอของหญิงสาวดึงร่างนั้นเข้าหาอกหนาที่มั่นใจว่าจะสามารถให้ความอบอุ่นแก่เธอได้ ปลายคางของชายหนุ่มเตะอยู่ที่เส้นผมนิ่มของเธอ ในใจกำลังอ่อนไหวเมื่อเธอเผลอเอามือมากอดเขาตอบพร้อมกับแนบกระชับชิดร่างของเขามากขึ้น

หัวใจเริ่มไม่หยุดนิ่งร่างกายเหมือนกำลังตอบสนองต่ออะไรบางอย่าง อาติยะหลับตาพยายามจะไม่ให้อารมณ์ของเขามาทำลายการนอนหลับของเธอ แค่นี้เธอก็ลำบากมามากแล้วเขาไม่ควรคิดทำเรื่องแบบนี้ในสถานการณ์ที่มันเลวร้ายที่ไม่รู้จะตายเมื่อไรไม่รู้แค่เพียงได้ต่อลมหายใจให้เธอแค่นี้เขาก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว ความเหนื่อยล้าทำให้เขาเผลอหลับไปด้วย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"รักที่สุดเลย ขอบคุณที่ให้เหรียญกำลังใจมานะคะ"

ไบคาร์บ/ กรงแก้ว


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha