ปรารถนาหัวใจเถื่อน (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                ปรางฉัตรนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่ในห้องหรูของชายหนุ่ม ซึ่งเจ้าของห้องผลุนผลันหายออกไปหลังจากที่ถกเถียงกับเธอ เขาออกไปอย่างเดียวไม่ว่าแต่กลับล็อกห้องจากด้านนอกด้วย ทิ้งเธอไว้เพียงคนเดียวในห้องกว้างที่อ้างว้าง...เขากลายเป็นผู้ชายใจร้ายเจ้าอารมณ์แบบนี้ไปได้อย่างไรกัน...เธอไม่เจอเขามากว่าสองปี เมื่อก่อน เจอหน้ากันคราใด ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยชอบใจครอบครัวของเธอมากนัก แต่เขาก็ยังเลือกที่จะไม่สนใจ เธอเองก็ไม่รู้ว่าจริงๆ ระหว่างทั้งสองครอบครัว ทั้งตระกูลเชษฐศักดิ์และวิเชียรรัตนา จะเคยโกรธเคืองบาดหมางใจกันด้วยเรื่องใด แต่นั่นมันก็คือเรื่องในอดีตที่เธอไม่เคยสนใจจะรับรู้ เพราะถือว่าทุกอย่างมันจบสิ้นลงไปแล้วในอดีต

                ปรางฉัตรตัดสินใจลุกเดินออกไปยังส่วนที่เป็นห้องครัวของคอนโดแห่งนี้ เพราะร่างกายของเธอประท้วงให้รู้ว่าหิว ข้าวผัดรวมมิตรทะเลและแกงจืดถ้วยเล็กคือสิ่งที่เธอเลือกทำเป็นอาหารให้ตัวเอง ถึงแม้หญิงสาวจะอยู่ในครอบครัวที่มีคนดูแลมาตลอดตั้งแต่เด็ก แต่เรื่องการทำอาหารเป็นสิ่งที่เธอชอบที่สุด หญิงสาวนั่งลงรับประทานอาหารมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อย ด้วยความหิวจัด เพราะวันนี้ทั้งวันยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยนั่นเอง

                วิศรุตกลับเข้าห้องมาอย่างเงียบกริบ ยืนมองหญิงสาวทำโน่นทำนี่อยู่นานแล้วอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ชายหนุ่มรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ ก่อนสลัดศีรษะทันทีเมื่อนึกได้...เรื่องแบบนี้ใครๆ ก็ทำเป็น อย่าไปชื่นชมเด็ดขาด...คิดอย่างไม่ยอมรับความจริง แล้วเดินเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังจนเกือบติดร่างของเธอ แต่คนหน้าหวานก็ยังไม่รู้สึกตัว ยังนั่งรับประทานอาหารอย่างเพลิดเพลิน แล้วสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีมือมาสัมผัสลงที่ไหล่ขวา

                “ว้าย...” หญิงสาวร้องออกมาเสียงดัง

                “พี่วิน...” เมื่อหันมองจึงเห็นคนตัวโตเจ้าของห้องยืนหน้าขรึมอยู่หลังตัวเอง

                “เอ่อ อิงหิว ก็เลยถือโอกาสหาอะไรในนี้ทำทานเอง หวังว่าแค่นี้คงไม่เป็นความผิดนักหนานะคะ” เสียงหวานเอ่ยออกมา ลุกยืนจัดการเก็บจานตรงหน้าออกไป

                “ไม่ต้องเก็บหรอก ทานต่อให้เสร็จสิ อ้อ...แล้วก็ช่วยทำแบบที่เธอทานให้ฉันชุดหนึ่งด้วย เร็วๆ หิว” เสียงห้าวสั่งขึ้นมาเดาไม่ถูกว่าคนสั่งอยู่ในอารมณ์ไหน เพราะใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบสนิท

                “เอ่อ คือว่า...” ปรางฉัตรอ้ำอึ้ง

                “ทำไม แค่นี้ทำให้ไม่ได้...” น้ำเสียงประชด

                “ได้ค่ะได้ แต่พี่วินจะทานได้เหรออาหารแบบนี้” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

                “ทำไม คนอย่างฉันมันเป็นยังไง ถึงจะทานข้าวผัดแบบเธอไม่ได้ อย่ามาคิดเองเออเองแบบนี้อีก” เสียงห้าวดุขึ้นมา

                “ก็ได้ค่ะ รอสักครู่ก็แล้วกัน ฮึ จับคนอื่นเขามาแบบนี้แล้วยังจะให้อดข้าวอีก ใจดำชะมัดเลย” เสียงหวานบ่นออกมาเบาๆ เพราะคิดว่าเขาลุกเดินออกไปแล้ว

                “ใครใจดำ พูดให้ดีๆ นะ นี่ถือว่าฉันใจดีด้วยซ้ำ ถ้าใจดำป่านนี้คนอย่างเธอไม่มีโอกาสได้มายืนเถียงฉันอยู่แบบนี้หรอก แล้วไอ้พี่ชายสุดที่รักของเธอ ก็คงไม่มีหน้ามาเชิดใส่ฉันอยู่แบบนี้เหมือนกัน” ชายหนุ่มขึ้นเสียงใส่เธอด้วยความโมโห...ทำไมเธอชอบป่วนอารมณ์ของเขาจริงๆ...

                “เกี่ยวอะไรกับพี่อาร์ม พี่สองคนมีปัญหาอะไรกัน ถ้ามีเรื่องกันเองก็ไปคุยกันให้รู้เรื่องสิ เกี่ยวอะไรกับอิงถึงได้ลากอิงเข้ามามีเอี่ยวด้วยเล่า มาพาลลงที่อิงแบบนี้ทำไมคนนิสัยไม่ดี” เสียงต่อว่าดังขึ้นเรื่อยๆ แต่มือก็ยังทำอาหารตามที่เขาสั่งต่อไปไม่หยุด

                “นี่แม่คุณ หุบปากเงียบๆ สักชั่วโมงได้มั้ย มันจะตายหรือยังไงถ้าไม่ได้เถียงฉันเนี่ย หา...” เสียงทุ้มสูงขึ้นด้วยความโมโห เดินเข้าหาเธอทันทีด้วยความลืมตัว

                “พี่วิน จะทำอะไร อยะ อย่าเข้ามานะ” หญิงสาวเห็นเขาเดินตรงเข้ามาหา ก็ยกมีดในมือขึ้นขู่ตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวเองมากกว่าจะกล้าจริง

                “ทำไม จะทำอะไรฉันได้ล่ะสาวน้อย คิดว่าฉันกลัวหรือไง ฮึ...” ร่างสูงของวิศรุตเดินไปจนถึงตัวเธอแล้วมือใหญ่เอื้อมไปจับมีดนั้นไว้ด้วยความรวดเร็ว ดึงออกแล้วโยนไปไกลจากตัว ในขณะที่หญิงสาวยังยืนตัวแข็งอยู่เพราะความตกใจ

                “ไงล่ะ ถ้าไม่กล้าจริงก็อย่าเอาของมีคมขึ้นมาขู่ฉัน เพราะขนาดลูกปืนฉันยังไม่กลัว นับประสาอะไรกับมีดเล่มแค่นี้” เสียงกร้าวตะคอกใส่หน้าเธอด้วยความโมโห

                “เล่นของมีคมแบบนี้ เดี๋ยวได้ตายก่อนเวลากันพอดี แล้วก็รีบๆ ทำเข้า ฉันให้เวลาอีกสิบนาที ถ้าอาหารฉันยังไม่เสร็จฉันจะกินเธอแทน” ตาคมจ้าจ้องหน้าเธอนิ่งอย่างข่มขู่ ปรางฉัตรหลบตาวูบทันที แต่ปากบางยังไม่วายผรุสวาทออกมาอีกเบาๆ

                “ชิ ขู่จริง กลัวใครเขาไม่รู้หรือยังไงกันว่าตัวเองดุน่ากลัวตายล่ะ...” หญิงสาวบ่นออกมาเบาๆ แอบเหลือบสายตามองใบหน้าของเขาจากทางด้านข้าง แต่พอเจอเข้ากับสายตาที่จ้องมาเหมือนจะส่งสัญญาณให้รู้ว่าเขาได้ยินที่เธอบ่นเมื่อสักครู่นี้ ปรางฉัตรจึงเสหันไปสนใจกับอาหารที่จัดการอยู่ตรงหน้าแทน วิศรุตก็แสนจะโมโหที่เธอทำท่าอวดดีใส่เขา ไม่รู้จักเขาดีเสียแล้วถึงกล้าท้าทายเขาแบบนี้ เขาจะปล่อยให้เธออวดดีไปสักคืนก่อน เพราะยังมีเรื่องอื่นที่เขาต้องจัดการอีก รอวันพรุ่งนี้เช้าก่อนเถอะจะจัดการให้เธอผยองไม่ออกเลยทีเดียว


****************



                สี่ทุ่มกว่าแล้วแต่หญิงสาวที่อยู่ในห้องกว้างยังไม่มีที่ท่าว่าจะง่วงนอนเลย เธออยากติดต่อกลับบ้าน แต่ตอนนี้ของใช้ส่วนตัวของเธอไม่มีติดตัวสักชิ้น ทั้งโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าก็ยังอยู่ในรถที่ที่ทำงานของเธอตอนที่ถูกขู่พามาที่นี่...ลองเสี่ยงดูหน่อยก็ได้...คิดได้ดังนั้นจึงสาวเท้าเร็วๆ เดินออกไปยังห้องนอนอีกฝั่ง สายตาเหลือบมองหาเจ้าของเตียงกว้างว่าอยู่ตรงส่วนไหนของห้อง เมื่อไม่เห็นคนตัวโต เธอจึงค่อยๆ เดินตรงไปยังโต๊ะตัวเล็กที่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วราคาแพงของเขาวางอยู่ มือเล็กเอื้อมไปหมายจะหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาเพื่อใช้โทรออกยังเลขหมายปลายทาง

                “จะทำอะไร” เสียงทุ้มห้าวที่ดังขึ้นทำเอาปรางฉัตรตกใจแทบสิ้นสติ  หันกลับไปมองเจ้าของเสียงเข้มทางด้านหลัง เพียงแค่หันไปได้นิดเดียวร่างเธอก็แทบจะปลิวติดมือเขาไปในทันที

                “โอ๊ย...” ร้องออกมาได้แค่นั้น หญิงสาวก็ต้องเงียบไปทันที เพราะมือใหญ่ของเขาบีบคางเธอแน่นบังคับให้หันไปสบตากัน

                “มองตาฉันสิปรางฉัตร มองให้รู้ไว้ว่าไอ้ที่ฉันพูดกับเธอเอาไว้นั่นมันเป็นเรื่องจริง นี่เธอเห็นสิ่งที่ฉันพูดฉันสั่งเธอเป็นเรื่องเล่นๆ อย่างนั้นเหรอ ถึงได้กล้าท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้น่ะ ฮึ” แรงบีบที่เขากดลงไปบนแก้ม ทำให้หญิงสาวเจ็บน้ำตาแทบเล็ด

                “อิง เอ่อ...” ปรางฉัตรนึกอะไรไม่ออก เมื่อเจอเข้ากับท่าทางที่แสนดุดันน่ากลัวของเขาแบบนี้

                “เมื่อปล่อยให้อยู่ดีๆ ไม่ชอบ ก็ไม่ต้องดีกันแล้ว ชอบใช่ไหมที่จะให้ฉันร้ายกับเธอเนี่ย ก็ได้เดี๋ยวฉันจัดให้มานี่เลยแม่ตัวดี” ชายหนุ่มลากร่างเธออย่างแรงกลับไปยังอีกฝั่งที่ให้เธออยู่มาเกือบค่อนวัน โดยที่ไม่สนใจเสียงร้องโวยวายของเธอสักนิด  

                “พี่วิน โอ๊ย...เท้าอิงเจ็บปล่อยก่อนสิ ปล่อย...” เสียงโวยวายนั้นไม่ได้เข้าหูคนหน้ามืดสักนิด พอถึงเตียงนอนฝั่งที่เขาให้เธอใช้เป็นที่ส่วนตัว ก็โยนร่างบางโครมลงไปไม่สนใจว่าเธอจะเป็นเช่นไร หญิงสาวเสียหลักกระแทกเข้ากับหัวเตียงอย่างจัง

                “อุ๊ก...เจ็บจัง” หญิงสาวครางออกมาอย่างเจ็บปวด ฟุบอยู่บนเตียงนั้นชั่วครู่แล้วพยายามจะทรงตัวขึ้นมาให้นั่งตรงให้ได้...คนบ้า คนใจร้าย เรื่องแค่นี้เอง...ปรางฉัตรคิดอย่างเคืองๆ ก่อนเผลอพูดในสิ่งที่คิดออกมาด้วย

                “คนบ้า ใจร้าย ป่าเถื่อนที่สุด” บริภาษออกมาด้วยความโมโห ร่างบางขยับกายจะลุกจากเตียง แต่แรงยวบของเตียงกว้างที่ยุบลงข้างกายเธอทำให้เธอร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ

                “เธอว่าใครป่าเถื่อน แล้วไอ้คนเถื่อนๆ นี่ ปกติเขาจัดการกับคนดื้อแบบเธอยังไงเหรอปรางฉัตร ฮึ ไหนลองตอบฉันหน่อยซิ” เสียงห้าวดังขึ้นใกล้ตัว จนเธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ นั่นเลยทีเดียว

                “พี่วินจะ... จะทำอะไร อิงไม่เล่นด้วยแล้วนะ ว๊าย...” เท้าทั้งสองที่ถอยร่นสะดุดขาตนเองล้มลงตรงปลายเตียง จังหวะเดียวกับที่ร่างสูงเดินตามมาหยุดลงตรงหน้าเธอเช่นกัน ปรางฉัตรร้องเสียงหลง แทบกลั้นหายใจไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนที่คุกคามตัวเองสักนิด มือเล็กๆ จึงยกขึ้นผลักอกเขาอย่างแรงเพื่อป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยไว้ก่อน

                “เฮ้ย...” วิศรุตเซไม่เป็นท่า  

                “ยัยคุณหนูอิง เสร็จฉันแน่คราวนี้” พอตั้งหลักทรงตัวได้อีกครั้ง ชายหนุ่มก็ก้าวพรวดเดียวถึงร่างเธอโถมเข้าใส่ไปทั้งตัว

                “ว้ายๆ ปล่อยนะ” หญิงสาวร้องเสียงหลงหงายหลังลงกับที่นอนอย่างแรง มีร่างบึกบึนของเขาทับตามลงไปเต็มๆ เหมือนจะเป็นความไม่ตั้งใจที่ชายหนุ่มชอบมากเลยทีเดียว เพราะใบหน้าหล่อๆ ของเขาทับลงไปเต็มๆ ตรงความนุ่มนิ่มนั้นพอดิบพอดี

                “อืม ฮึๆๆ...” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอเงยหน้าขึ้นจ้องตาเธอ

                “ปล่อยเลย ปล่อยนะพี่วิน” ปรางฉัตรร้องออกมาหน้าตาเหยเก ดิ้นรนอย่างแรงให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการที่ไม่ได้ตั้งใจนี้

                “ทำไมต้องปล่อย ฉันว่าไอ้ที่ทำอยู่แบบนี้จะใช่คนป่าเถื่อนไหม พอดีว่าฉันเป็นสุภาพบุรุษมาตลอดเลยไม่รู้ หรือเธอว่ายังไงปรางฉัตร” เสียงแหบทุ้มถามเธอ รับรู้ได้ถึงเสียงเต้นตึกตักของหัวใจเธอ แต่ใช่เธอคนเดียวเมื่อไหร่ที่ใจเต้นโครมคราม เขาเองก็รู้สึกแปลกๆ จนใจเต้นเช่นกัน

                “ไม่รู้ อย่าเล่นแบบนี้นะพี่วิน จะคุยอะไรก็คุยมาสิ ลุกไปได้แล้วอิงหายใจไม่ออก ลุกไปเลย” เสียงสั่นต่อว่าเพราะตกใจกับท่าทางที่เป็นอยู่ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของเธอ


วิศรุตจ้องหน้าเธอมองปากแดงๆ ที่ต่อว่าเขาอยู่ แล้วใบหน้าหล่อเหลาก้มลงไปยังเป้าหมายในทันใด ปากบางแดงถูกเขาครอบครองไว้แนบสนิท เมื่อเธอรู้สึกได้ถึงการถูกคุกคามก็พยายามส่ายหน้าหนี แต่ไม่เป็นผลเมื่อกลับกลายเป็นชายหนุ่มเสียเองที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง หลงมึนงงไปกับความหวานล้ำที่ได้ดื่มกินอยู่ในขณะนี้

                “อึ อือ.....” ปรางฉัตรใช้มือที่ว่างทุบร่างหนาที่รังแกตัวเองอยู่ โดยไม่สนใจว่าจะเจ็บมือหรือไม่ ทุบลงไปเท่าที่แรงและสติจะยังมีอยู่ ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหมดแรง แต่สาเหตุมาจากอะไรเธอไม่รู้ได้ รู้แต่หายใจไม่ออก จึงพยายามดิ้นรนอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มหาได้สนใจไม่ จุมพิตสูบวิญญาณจนพอใจนั่นแหละถึงยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ร่างบางอ่อนระทวยหมดเรี่ยวหมดแรงลืมความระวังตัวไปในทันที

                “พี่วิน คนใจร้าย” เมื่อสูดเอาอากาศเข้าเต็มปอดได้ปากบางก็ต่อว่าทันที

                “เงียบนะ ถ้าไม่อยากโดนดีอีก” เสียงห้าวทุ้มขู่เธอ แต่พยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเสียมากกว่า...ทำไมเขารู้สึกใจสั่นหวิวแปลกๆ แบบนี้นะ... ยัยบ้านี่ทำอะไรกับเขากันแน่... ตาคมกริบจ้องหน้าเธอนิ่งอยู่แบบนั้น น้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลนั้นเขาไม่อยากมองสักนิด ชายหนุ่มซุกหน้าลงไปอีกครั้งแต่คราวนี้เป้าหมายไม่ได้เป็นที่เดิม จังหวะที่ปรางฉัตรหันหน้าหลบไปอีกทาง จมูกโด่งคมสันของเขาจึงสัมผัสเข้าเต็มๆ ที่ซอกคอนวลเนียนของเธอ

                “อื้อ ปล่อยอิงนะ พี่วิน ปล๊อย...” เสียงหวานท้วงขึ้นสูงลิบ

                “เงียบน่า ร้องเสียงดังแบบนี้ไม่กลัวเจ้าสองคนข้างนอกนั้นจะได้ยินเหรอ อายเขาไม่รู้ด้วยนะ” วิศรุตขู่ชิดซอกคอหอมกรุ่น และกลิ่นหอมชวนหลงใหลนี่แหละที่ทำเขาหูอื้อตาลายไปหมด เสียงร้องโวยวายและเล็บคมของเธอที่หยิกลงบนผิวเนื้อทั่วทั้งแขนไม่ทำให้เขารู้สึกเจ็บด้วยซ้ำ



                ชายหนุ่มมัวเมากับกลิ่นกายหอมหวานแปลกๆ ของเธอเสียแล้ว ปากหนาเม้มเบาๆ ที่เนื้อนวลของเธอ จนคนใต้ร่างย่นคอหนี แล้วดิ้นรนอีกรอบ แต่เขาก็ยังไม่สนใจเช่นเคย มือใหญ่เอื้อมไปด้านหลังเธอแล้วปลดพันธนาการจากด้านในของเสื้อเธอออกโดยที่เธอไม่รู้ตัวเองสักนิด เขาแค่อยากทำให้หัวใจที่เต้นเร็วรัวของตนเองตอนนี้สงบลงก่อนก็พอ อย่างอื่นเขาไม่สนใจอีกแล้ว

                “หอมจัง” พึมพำเบาๆ ปากและจมูกเคลื่อนที่ไปทั่วผิวบาง ไล่ลงสู่เนินเนื้ออวบอิ่มที่เขาบังเอิญได้ดอมดมก่อนหน้านี้

                “ปล่อยนะ อิงบอกให้ปล่อย ถ้าพี่ยังทำแบบนี้กับอิงพี่จะต้องเสียใจ คอยดูสิ...” เสียงหวานสั่นจนพูดไม่ถูกเพราะความตกใจกลัว ทางเดียวที่เธอจะเอาตัวรอดก็คือพูดให้เขารู้สติตัวเองในตอนนี้...เขาจะทำอะไรเธอกันแน่ เธอต้องตั้งสติให้ดีๆ... หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ งอเข่าขวาขึ้นหมายจะกระแทกใส่เขา แต่เธอช้าไปเมื่อมือใหญ่ของเขามัดมือเธอเอาไว้แน่น ขายาวของเขาก็กดลงตรงขาเธอ จนกระดิกตัวแทบไม่ได้ เมื่ออยู่ในท่านี้คนตัวเล็กกว่าจึงหมดทางสู้ไปโดยปริยาย

                “ทำไมต้องเสียใจ ฉันจะต้องเสียใจเรื่องอะไรล่ะ คนที่ต้องเสียใจต้องเป็นเธอนี่แหละ แต่ให้เธอเสียใจคนเดียวมันจะไปสนุกอะไร ถ้าเป็นพี่ชายเธออีกคนด้วยสิ คราวนี้สนุกแน่ๆ...” เสียงห้าวเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว หน้าตาหล่อเหลาที่ราบเรียบก็ดุดันขึ้นเมื่อเอ่ยถึงใครบางคน

                “คนบ้า ฮือๆๆ ปล่อยอิงนะ โกรธอะไรใครก็ไปทำคนนั้นสิ มาลงที่อิงทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวร้องไห้ไปตวาดเขาเสียงดังไปด้วย แม้จะถูกพันธนาการจนกระดิกตัวไม่ได้ก็ไม่อยากอยู่เฉยให้เขาได้ใจ

                “อ๋อ จะบอกว่าตอนนี้ไม่รักพี่ชายเธอแล้วงั้นสิ แบบนี้ฉันก็ได้กำไรสองต่อเลยสิ สนุกแน่ ฮ่าๆๆ...”   เสียงขู่และท่าทางหัวเราะของเขาช่างน่ากลัวจนเธอขนลุกเกรียวขึ้นมา

                “อย่ามาพูดบ้าๆ นะ ไหนว่าจ้างให้ก็ไม่พิศวาส ก็ปล่อยอิงสิ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” ปรางฉัตรใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีดิ้นรนจะให้หลุดจากเขาทำให้ร่างกายแสนอวบอิ่มของเธอสัมผัสร่างแกร่งของเขาเข้าเต็มๆ

                “ฉันหมดความอดทนกับเธอแล้วนะคุณหนูอิง อย่ามาเหมาว่าฉันจะเป็นแบบนั้นสาวน้อย  ฉันเนี่ยนะจะพิศวาสเธอ นี่เพราะเธอมายั่วฉันก่อนเองนะ ถ้าไม่สนองให้เดี๋ยวจะหาว่าใจดำ” ชายหนุ่มไม่ยอมเสียเวลาพูดอีกซุกหน้าลงไปที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้มือเรียวใหญ่จับสาบเสื้อเธอที่เขาปลดกระดุมออกหมดตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าของก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ความอวบอิ่มเต่งตึงปรากฏตรงหน้าจนคนตัวโตแทบกลืนน้ำลายไม่ลงคอ รู้สึกลำคอแห้งผากไปหมด

                “อย่าทำอะไรอิงนะ พี่วิน ปล่อยอิงไม่นะพี่วิน อิงไม่ยอมนะ จะทำอะไร อย่ามายุ่งกับอิงนะ...” หญิงสาวร้องเสียงหลงแต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ท่าทางที่เป็นอยู่ไม่มีอิสระให้เธอช่วยเหลือตัวเองได้เลย

                “เก็บเสียงกรีดร้องของเธอไว้เป็นเสียงครางดีกว่านะ” วิศรุตพึมพำชิดอกอวบสวยของเธอที่ ปราศจากสิ่งปกปิดใดๆ มือใหญ่เลื่อนไปกอบกุมทรวงอวบอีกข้างของเธอแล้วคลึงเคล้นอย่างเผลอไผล ปากชื้นเข้าทำหน้าที่กับปทุมสวยอีกข้าง เรียวลิ้นเปียกชื้นแตะหยอกล้อกับทับทิมสีชมพูแสนหวาน ดูดเม้มเบาๆ และแกล้งงับเอาไว้ในอุ้งปากอย่างได้ใจ


คนที่ร้องโวยวายมาตลอดเงียบกริบลง ขนลุกซู่ด้วยความเสียวซ่านแม้พยายามฝืนความรู้สึกและร่างกาย แต่อาการแบบนี้เธอไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก  ไม่รู้ด้วยความตกใจหรืออะไรกันแน่ จากนั้นเขาก็ปฏิบัติการกับเธออย่างรุกเร้าเข้าหามากขึ้น ไม่ยอมให้เธอต่อต้านได้อีก ปากหนารวบเอาความหอมหวานเข้าปากอีกครั้งโดยไม่สนใจว่าเธอจะดิ้นรนแค่ไหน มือใหญ่เลื่อนสัมผัสไปทั่วร่าง แตะสัมผัสไปเรื่อย จนวกลงสู่เนินเนื้อด้านล่างร่างเธอก็สะดุ้งโหยงทันที สติที่หลุดลอยปลิวหายไปก็กลับมาอีกครั้ง

                “อย่านะ อย่าทำแบบนี้ อิงไม่ยอม อย่าทำอะไรอิงเลย ฮือๆๆ” คราวนี้หญิงสาวร้องไห้ออกมาจริงๆ ...คราวนี้เธอต้องไม่เหลืออะไรแน่ๆ...แต่เสียงวิงวอนของเธอไม่เป็นผลหญิงสาวพยายามหนีบขาหนีตามสัญชาตญาณ แต่เขาก็ไม่สนใจ มือใหญ่สัมผัสไปเรื่อยอย่างกับต้องการจะแกล้งเธอ

                “อย่าทำเป็นไม่เดียงสาหน่อยเลย ผ่านเมืองนอกมานานขนาดนี้ ยังคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ เรื่องแค่นี้คงชินแล้วล่ะสิ” เสียงห้าวเอ่ยออกมาสั่นพร่าแฝงไว้ด้วยรอยเย้ยหยันในน้ำเสียง...เธอมันก็เจ้าเล่ห์เหมือนพี่ชายเธอนั่นแหละ เขาจะไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด...

                “ว้าย ไม่นะ...” ทันทีที่รับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติล่วงล้ำสู่กายสาว หญิงสาวก็ดิ้นรนสุดชีวิต แต่กลับทำให้นิ้วแกร่งของเขารุกล้ำเข้าหาเธอทันทีที่เธอดิ้นแบบนั้น ความปวดแปลบเพราะไม่เคยชินทำให้เธอร้องออกมาเสียงหลง

                “โอ๊ย ปล่อยนะ ไม่เอาอย่าทำกับอิงแบบนี้นะพี่วิน อิงกลัวแล้วอย่านะ อย่า...” แรงตอดรัดนิ้วทันทีที่เขาล่วงล้ำเข้าไปเพียงน้อยนิด

                “เปลี่ยนเสียงร้องเป็นเสียงครางดีกว่าไหมสาวน้อย เดี๋ยวเธอก็จะชอบมัน ไม่เชื่อคอยดู” ชายหนุ่มขู่ขึ้นชิดใบหูเธอ งับใบหูเธอแรงๆ ทีหนึ่ง แล้วเลื่อนปากกับจมูกโด่งๆ ระดมจูบไประเรื่อย นิ้วแกร่งก็ยังไม่หยุดปฏิบัติการ ร่างบางใต้ร่างเขาที่ดิ้นรนแทบเป็นแทบตายนั้นสติกระเจิดกระเจิงไปแล้ว...เขาทำอะไรกับเธอกันแน่ ทำไมเธอจึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ทำไมหายใจไม่ทั่วท้อง สมองขาวโพลนเบลอจนมองอะไรไม่เห็น...จากที่ดิ้นรนแทบเป็นแทบตายแต่กายสาวกลับเบียดเข้าหาเขาอย่างลืมตัว แรงตอดรัดที่นิ้วยังไม่หยุด คราวนี้กลายเป็นเสียเขาเองที่หยุดชะงักหยุดทุกปฏิบัติการลงทันที เมื่อนิ้วเรียวสัมผัสเข้ากับเยื่อบางๆ ที่เขารู้ดีที่สุดว่ามันคืออะไร...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha