ปรารถนาหัวใจเถื่อน (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            วิศรุตนิ่งเงียบไปในทันทีอย่างตกตะลึง เหลือบมองร่างขาวนวลที่พยายามเบียดตัวขึ้นหาเขาด้วยความวาบหวามและลืมตัวด้วยอารมณ์ปรารถนาที่ไม่อาจบังคับ แต่ตอนนี้สติของชายหนุ่มกลับมาเต็มร้อยอีกครั้ง ไม่เหมือนกับอีกคนที่โดนเขากระตุ้นปลุกปั่นจนอารมณ์เตลิดไปไกลสุดกู่

                “ฉันไม่ช่วยเธอหรอก ใครใช้ให้เธอท้าทายฉันล่ะ ค้างคาแบบนี้แหละดีแล้วทำโทษเสียบ้างจะได้รู้สำนึก เห็นใบหน้าเธอทรมานแบบนี้แล้วฉันรู้สึกมีความสุขพิลึกเลยล่ะ ฮึๆ...” วิศรุตถอนนิ้วออกและหยุดปฏิบัติการทุกอย่างลงเพียงแค่นั้น คนที่โดนปลุกเร้าอารมณ์ถึงกับอึ้งไปคำพูดของเขา สติที่ปลิวหายค่อยกลับมา หน้าหวานแดงเข้มขึ้นมาด้วยความอับอายยิ่งนัก ชายหนุ่มชันตัวเองลุกขึ้นนั่งนิ่ง มองจ้องหน้าเธอตรงๆ อีกครั้ง เห็นประกายตาแปลกๆ ในดวงตาเธอใจเขาก็สั่นหวิวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

                “คนโรคจิต คนบ้า บ้าที่สุดเลย” ปรางฉัตรต่อว่าเสียงเครือ

                “พี่วินทำแบบนี้กับอิงได้ยังไง” เสียงต่อว่ายังดังต่อแม้จะไม่ได้รุนแรง แต่หน้าตาของคนพูดแดงก่ำไปหมดไม่รู้เพราะสิ่งไหนมากกว่ากันระหว่างความอับอายกับความอดสู ที่ปล่อยให้เขาดูถูกเธอได้เมื่อครู่ที่ผ่านมา หญิงสาวลุกพรวดขึ้นนั่งทันทีที่นึกได้


                “อื้อหือ...” วิศรุตแกล้งร้องออกมาเสียงดัง ตาคมที่จ้องมองอยู่นั้นพราวระยับขึ้นมา ปรางฉัตรรีบก้มมองตัวเองกรีดร้องออกมาเสียงดัง

                “อ๊าย...ไอ้พี่วิน หันหน้าไปเลยนะอย่ามองสิ อย่ามองนะ” ปรางฉัตรก้มเห็นสภาพเปลือยครึ่งท่อนของตน ก็กรีดร้องออกมาไม่สนใจอะไรอีกเลย มือเล็กทั้งสองคว้าเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายเอาไว้จนมิดถึงคอก่อน สะเปะสะปะจะถอยลงจากเตียงทำให้มือเธอที่ปัดป่ายไปทั่วนั้น สัมผัสเข้ากับบางสิ่งที่เขาเองไม่อยากให้เธอรับรู้เช่นกัน

                “เฮ้ย...” วิศรุตถอยแทบจะเป็นกระโดด เมื่อเธอปัดมือโดนเข้ากับส่วนสำคัญที่เขาไม่สามารถบังคับให้เป็นไปตามคำพูดของตัวเองได้...ก็ดูเธอสิเป็นนางยั่วแบบนั้น แล้วเขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะห้ามความต้องการและปฏิกิริยาตามธรรมชาติของมนุษย์ได้เสียด้วย... หญิงสาวถอยหลังกรูดจนร่างบางไปติดอยู่ที่ริมเตียง

                “ยัยบ้าเอ๊ย  เดี๋ยวเถอะเดี๋ยวได้โดนดีแน่ ถ้ายังยั่วฉันอยู่แบบนี้” วิศรุตพยายามกลบเกลื่อนอาการและความรู้สึกบางอย่างของตัวเอง...เขาเป็นบ้าอะไรไปแล้วเนี่ย แค่ได้กลิ่นหอมรวยรินจากกายเธอ แค่นี้ก็ทำเอาความต้องการถูกปลุกขึ้นมาทันที น่าอายชะมัด...

                “พี่วินนั่นแหละ ถอยไปไกลๆ เลยคนอะไรลามกที่สุด” ปรางฉัตรทำท่าทางเหมือนรังเกียจเขานักหนา นั่นเป็นสาเหตุให้คนตัวโตที่กลัวเสียเชิงชายรีบพูดขึ้น

                “ไม่ต้องมามองฉันแบบนั้นนะปรางฉัตร คิดเหรอว่าฉันอยากจะอะไรๆ กับเธอ ใครกันแน่ที่ทำท่าทางเคลิบเคลิ้มติดอกติดใจเสียขนาดนั้น โธ่ ยัยบ้าเอ๊ย ฉันไปข้างนอกก็ได้ แต่งตัวซะ” วิศรุตต่อว่าออกมาอย่างโมโห ต้องการเพียงแค่กลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นรัวของตัวเองมากกว่า ไม่ไหวแล้ว ถ้าเกิดเขายังอยู่ตรงนี้เขาคงได้ผิดคำพูดกลืนน้ำลายตัวเองแน่ๆ ชายหนุ่มหันรีหันขวาง โมโหขัดใจทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็เดินเร็วๆ ออกจากห้อง แต่เมื่อคิดอะไรได้จึงหันกลับมามองเธอนิ่งๆ อีกครั้ง

                “ไม่ใช่สิ ทำไมฉันต้องไปด้วยล่ะ นี่มันห้องฉันนี่นา เพราะฉะนั้นฉันจะนอนในห้องนี่แหละ แล้วก็จะนอนตรงนี้ด้วย ส่วนเธอรับผิดชอบตัวเองเอาก็แล้วกัน แต่อย่าเผลอล่ะเพราะเผลอเมื่อไหร่ล่ะก็ ฮึๆๆ” ท่าทางคุกคามที่เขาขู่เธอ ทำให้หญิงสาวรีบถอยห่างจากเขาแทบไม่ทัน

                “ไม่อยู่ก็ได้ ใครจะอยากอยู่กับคนแบบนี้กัน อิงจะไปข้างนอก จะกลับบ้านแล้ว” หญิงสาวออกเดินเข้าห้องน้ำจัดการแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินกลับเข้ามาใหม่ ขณะที่เจ้าของห้องตัวจริงนอนเอามือทั้งสองข้างประสานรองไว้หลังศีรษะมองเธอนิ่งอยู่แบบนั้น ปรางฉัตรเดินตรงไปยังประตูห้อง ยกมือขึ้นเปิดประตู หลายครั้งก็ยังเปิดไม่ได้ หันมองเจ้าของห้องตาขุ่นทันที

                “ทำไมเปิดไม่ออกล่ะ พี่วินอย่ามาเล่นตลกกับอิงนะ ไม่ขำด้วย” หญิงสาวโวยวาย

                “...”

                “พี่วิน อิงถามว่าทำไมประตูมันเปิดไม่ได้” ปรางฉัตรถามขึ้นอีกครั้ง

                “...”

                “นี่ ไอ้พี่วินบ้า อิงถามทำไมไม่ตอบ” หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้หันกลับเดินตรงไปทางเขาด้วยความไม่พอใจไปหยุดอยู่ใกล้เตียงที่เขากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่อย่างลืมตัว

                “อิงจะกลับบ้าน เปิดประตูนะ”

                “กลับได้ไงล่ะคุณหนูอิง มันดึกขนาดไหนแล้ว จะเที่ยงคืนอยู่แล้วนะ กลับออกไปฉันไม่รับประกันความปลอดภัยเธอนะว่าเธอจะออกไปพ้นคอนโดนี้หรือเปล่า” วิศรุตเอ่ยออกมาแล้วยิ้มเหยียดให้เธอ

                “ฮึ อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่ในนี้กับคนแบบพี่แหละ” หญิงสาวต่อว่าทันที

                “ทำไม คนแบบฉันมันเป็นยังไง พูดให้น่าฟังหน่อยนะ” วิศรุตที่โดนตอกกลับด้วยประโยคดังกล่าวทำให้เสียงดังขึ้นมาอีก ร่างสูงผุดลุกจากท่านอนเป็นนั่งห้อยเท้าบนเตียง เอื้อมแขนไปคว้าเอาร่างของเธอ รั้งให้นั่งลงบนท่อนขาของตนเองทันที

                “ว้าย ปล่อยเลยนะพี่วิน ปล่อยอิงเดี๋ยวนี้” หญิงสาวหวีดร้องขึ้นด้วยความตกใจ

                “ปล่อยเหรอ ถ้าอยากให้ปล่อยเธอก็ต้องทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่งก่อน แล้วรับรองว่าคืนนี้ฉันจะไม่กวนเธอเด็ดขาด พรุ่งนี้เช้าตื่นมาค่อยคุยธุระกันอีกที” ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอที่ตนเองคำนวณผลกำไรขาดทุนเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ร่างบางยังดิ้นยุกยิกไม่หยุด อาการนั้นทำให้เขาหมดความอดทนลงอีกครั้ง

                “อะไรอีกล่ะ มีอะไรที่อิงจะรู้สักอย่างได้ไหมเนี่ย ทำไมต้องเอาตัวอิงมาที่นี่ คิดเหรอว่าคนที่บ้านอิงเขาจะยอมอยู่เฉย” เสียงหวานขุ่นขึ้นเพราะพันธนาการที่เขารัดเอวเธอไว้ให้นั่งในท่าที่ล่อแหลมแบบนี้ ทำให้เธอไม่พอใจมากขึ้น

                “นั่นแหละที่ฉันต้องการล่ะ” วิศรุตตอบยิ้มๆ อย่างมีเลศนัย

                “อย่ามาโยกโย้ ว่าไงล่ะเธอจะทำตามที่ฉันบอกหรือเปล่า” ถามติดชิดซอกคอ แกล้งเป่าลมใส่ จนเธอขนลุกขนชันขึ้นมา

                “จะ จะให้ทำอะไร” ถามอ้ำอึ้ง เธออยากหลุดออกจากสภาพล่อแหลมแบบนี้เต็มทีแล้ว ชายหนุ่มจับร่างเธอขึ้นนั่งบนตักตัวเองเต็มๆ โดนอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ แต่หญิงสาวหวีดร้องลั่นทันที

                “อ๊าย คนบ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” หน้าหวานแดงไปทั้งหน้าด้วยความอับอาย เมื่อก้นงามงอนของเธอสัมผัสกับบางอย่างที่ตื่นตัวเข้าเต็มๆ

                “เธอช่วยทำให้มันสงบลงหน่อยสิ แล้วฉันจะปล่อยเธอไปนอนแบบสบายๆ เลยล่ะ” ตอนนี้ชายหนุ่มไม่ได้แกล้ง แต่ความหมายคือแบบนั้นจริงๆ ที่เขาต้องการ เขาเป็นบ้าอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ อารมณ์ที่นิ่งมาตลอดกลับควบคุมตัวเองไม่ได้เอาเสียเลยเพียงแค่ได้ใกล้ชิดเธอ

                “ไม่ ให้ตายก็ไม่มีทาง คนลามกปล่อยเลยนะ” ปรางฉัตรเริ่มเข้าใจความหมายที่เขาสื่อออกมา เธอจะบ้าตาย เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยเจอใครทำอะไรทุเรศแบบนี้เลยด้วยซ้ำ เห็นหน้าเงียบๆ นิ่งๆ ที่แท้ก็หื่นกาม ลามกแบบนี้นี่เอง...

                “ไม่ปล่อย ก็ลองสิ ถ้าเธอไม่ช่วยฉันจะทำมากยิ่งกว่าที่เธอคิดอีก คราวนี้ล่ะรับรองว่าเธอไม่รอดแน่ๆ” สายตาแข็งกร้าวแต่กระแสเต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนาแปลกประหลาดที่จ้องชิดหน้าเธอ ทำให้ปรางฉัตรต้องหลับตาลง

                “อย่านะ อิงไม่ทำเด็ดขาด” แย้งออกมาเสียงสั่นไหว

                “งั้นก็เลือกเอา ถ้าเธอไม่ทำฉันก็จะทำ...” พูดจบมือที่กอดเอวบางของเธออยู่ ก็ขยับเปลี่ยนเป้าหมายทันที เลื่อนเลื้อยเข้าไปในตัวเสื้อของเธอ หญิงสาวปัดป้องอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ก็ไม่เป็นผล

                “แล้ว เอ่อๆ...ไม่ ไม่ทำ ยังไงก็อิงไม่ยอมทำเด็ดขาด” เสียงหวานอ้ำอึ้งออกมา หน้าตาแดงก่ำร้อนซู่ไปทั่วใบหน้ากับความใจกล้าหน้าด้านของผู้ชายที่บังคับสัมผัสร่างของเธออยู่ในตอนนี้ และเพียงมือใหญ่นั้นเคลื่อนไปเกาะกุมเอาปทุมคู่สวยไว้ในอุ้งมือแล้วไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่มนั้นเบาๆ เท่านั้น เสียงตอบรับก็ดังขึ้นมา

                “ยอม ยอมแล้วก็ได้ อยากให้ทำอะไรบอกมาสิจะได้นอนเสียที ง่วงจะตายอยู่แล้วคนบ้า...” หญิงสาวร้องออกมาเสียงดังอย่างขัดใจ แต่ปฏิเสธเขาไม่ได้จริงๆ เธอเสียเปรียบเต็มประตู แต่สิ่งไหนที่เสียหายน้อยที่สุดเธอก็เลือกที่จะทำสิ่งนั้นแม้จะไม่เต็มใจเลยก็ตาม

                “ดีมากคุณหนูอิง ฮึๆๆ” เสียงหัวเราะห้าวทุ้มดังอยู่ติดใบหูเธอ ก่อนปากของเขาจะจูบลงเบาๆ ที่หลังหูของเธอ

                “แค่นี้เอง รับรองว่าเธอจะได้นอนแน่ๆ สาวน้อย” มือใหญ่เลื่อนจากกายเธอไปจับเข้าที่มือเล็ก ก่อนขยับร่างของเธอไปนั่งที่หน้าขา ปล่อยพันธนาการที่รัดแน่นเหมือนงูรัดเหยื่อนั้นลง เลื่อนมือใหญ่บังคับนำทางให้เธอ ทันทีที่มือสัมผัสไปยังที่ที่เขาต้องการมือเล็กนั้นก็ชะงักหยุดด้วยความตกใจ

                “อุ๊ย...” เสียงหวานร้องออกมาได้แค่นั้นแล้วเงียบกริบไป ตาคมซึ้งหลับปี๋ทันที

                “คนบ้า ลามก” ต่อว่าออกมาอีกครั้ง

                “เธอรับปากเองนะสาวน้อย แล้วมันก็รอคอยให้เธอช่วยอยู่นะ” มือใหญ่ชักนำมือเธออีกครั้งให้สัมผัสลงไปเต็มๆ ในจุดที่อ่อนไหวที่สุดของเขา ตอนนี้ความต้องการมันเบ่งบานจนกลายเป็นดุนดันบั้นท้ายของเธอแล้ว

                “ถ้าเธอไม่ช่วยมัน ฉันไม่รับปากนะว่าคืนนี้มันจะสงบได้ทั้งคืนหรือเปล่า แล้วเธอนั่นแหละที่จะเดือดร้อน” เสียงห้าวพูดขู่เธอเบาๆ ตอนนี้เขาต้องกลั้นใจอย่างเต็มที่...ยัยนี่บื้อขนาดนี้เลยเหรอ เป็นผู้หญิงคนอื่น ป่านนี้เขาคงไม่ต้องทนทรมานอยู่แบบนี้แล้ว... คิดแล้วมือก็ทำไปตามที่ใจคิด ชายหนุ่มนำทางให้เธอสัมผัสตัวตนของเขาผ่านเนื้อผ้าก่อนที่จะวกมาเลื้อยผ่านเนื้อผ้าเข้าไปสัมผัสเต็มๆ ผิวเนื้อกับความอุ่นร้อนนั้น หญิงสาวชักมือออกทันที แต่แรงกดจากมือของเขามีมากกว่า ทำให้เธอต้องยอมสัมผัสมันในที่สุด

                “เธอช่วยทำให้มันสงบลงเร็วๆ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหว นี่ถือว่าให้โอกาสเธอแล้วนะ คราวหลังถ้ายังยั่วฉันแบบนี้อีก ฉันจะจัดการเธอซะ ถ้าไม่เชื่อลองดู” วิศรุตหน้าตาเหยเก หายใจแรงขึ้นเมื่อนำทางให้มือเธอปฏิบัติกับตัวตนของตนเองได้ในแบบที่ต้องการ หญิงสาวนึกสาปแช่งไปในใจตลอดเวลากับความหื่น บ้ากาม ลามกของเขา แต่หน้าหวานก็แดงก่ำอยู่ตลอดเวลาด้วยเพราะความอับอายที่สุดในชีวิตสาวที่ต้องทำแบบนี้กับผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต

                “อืม...ปรางฉัตร” เสียงทุ้มครางเบาๆ ดังขึ้นจากเขา เธอจึงรู้สติกลับมายังความเป็นจริงอีกครั้ง

                “อุ๊ย เอ่อ...” หญิงสาวรู้สึกตัวสติกลับมาอีกครั้ง เมื่อเขาดึงมือเธอออกแล้วจับร่างเธอนั่งเกยลงเต็มตักอีกครั้ง หญิงสาวพยายามโก่งตัวหนีสุดชีวิตแต่สุดท้ายที่สัมผัสได้คืออาการสั่นสะท้านของชายหนุ่มและอาการเต้นตุบของบางอย่างที่เต้นระริกอยู่ที่สะโพกของเธอนั่นเอง

                “อื้ม...” เสียงทุ้มแหบของเขาหอบเล็กน้อย ก่อนเขาจะซบหน้าลงนิ่งๆ ที่ไหล่มนของเธอ แต่มือแข็งแกร่งยังรัดร่างเธอเอาไว้แน่นเช่นเดิม

                “ปล่อยนะพี่วิน คนบ้า คนลามก”

                “ชู่ว...อยู่นิ่งๆ แบบนี้แหละ อย่าเพิ่งดิ้นนะอิง” คำที่ใช้เรียกขานชื่อเธอเปลี่ยนไป จนหญิงสาวเอี้ยวหน้าหันมองหน้าเขาเห็นเพียงใบหน้าคมเข้มนั้นหลับตานิ่งซบไหล่เธออยู่  เป็นนานกว่าเขาจะยอมปล่อยอ้อมแขนที่รัดร่างเธอเอาไว้แล้วผลักเธอออกจากอ้อมกอดทันที ปรางฉัตรหันมองร่างสูงที่ออกเดินไปยังที่นอนของฝั่งตัวเอง ทันทีที่ผลักเธอพ้นตัวอย่างอึ้งตะลึงไป...เป็นบ้าอะไรของเขาอีกล่ะเนี่ย...แต่เพียงไม่นานเสียงห้าวทุ้มก็ดังขึ้นมาจากอีกฝั่งที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา

                “มองอะไรอยู่อีกล่ะ นอนซะสิ หรือไม่อยากนอนอยากให้ฉันต่อให้มันจบเหรอ ฮึ...” ทันทีที่เสียงห้าวจบลงปรางฉัตรแทบจะร้องกรี๊ดออกมา แต่เธอทำได้เพียงเอนตัวนอนลงบนเตียงที่เป็นของตัวเองและห่มผ้าผืนหนาคลุมจนมิดศีรษะ หันหน้าหนีเข้าหาผนังห้องเสียอย่างนั้น ความเงียบเกิดขึ้นจากวินาทีนั้นเป็นต้นมา ครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็แล้ว หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็แล้ว ล่วงเข้าตีสองก็แล้วแต่คนสองคนบนตียงนอนคนละฝั่งในห้องหรูของคอนโดแห่งนี้ ก็ยังไม่มีใครหลับตาลงได้



ปรางฉัตรนอนพลิกไปมาท่ามกลางความมืด เหตุผลที่เธอนอนไม่หลับนั้นมีหลายข้อ ไหนจะผิดที่นอน ไหนจะมีเรื่องกังวลคิดถึงที่บ้าน ไหนจะเรื่องราวอีกมากมายที่เป็นเหตุผลที่เขาไปเอาตัวเธอมาที่เธอยังคิดไม่ตก จึงไม่อาจหลับตาลงได้ และที่สำคัญเธอยังแอบกลัวเขาจะมาทำอะไรๆ ไม่ไว้วางใจเขาจึงไม่ยอมหลับ แต่เหตุผลของคนตัวโตมีเพียงข้อเดียวที่ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงเขาก็ยังไม่สามารถหลับตาลงได้  ก็เพราะร่างบางที่นอนอยู่อีกฝั่งของห้องเท่านั้นเอง เขารู้สึกเหมือนตัวเองใกล้บ้าเข้าไปทุกที เขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลยสักครั้งตั้งแต่เป็นหนุ่มมาจนป่านนี้

สุดท้ายเมื่อทนกับอาการแปลกๆ ของตัวเองไม่ไหว วิศรุตจึงลุกจากเตียงกว้างของตัวเองอย่างแผ่วเบา เท้าทั้งสองค่อยๆ ก้าวเข้าไปที่เตียงส่วนที่เขาให้เธอนอน ร่างสูงยืนนิ่งอยู่แบบนั้นอีกนาน เขากำลังชั่งใจตัวเองและสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างในตัวให้มันนิ่งลง แต่ยิ่งมายืนใกล้แบบนี้ มันจะยิ่งเพิ่มอารมณ์บางอย่างขึ้นมากกว่าเก่าด้วยซ้ำ เขาเริ่มจะเชื่อที่ลูกน้องคู่แฝดทั้งสองคนพูดไว้เสียแล้วสิ ที่บอกว่าเขาเอาตัวเธอมากลบเกลื่อนความปรารถนาของตนเอง...เธอเป็นแม่มดเจ้าเสน่ห์หรือยังไงกันปรางฉัตร ถึงทำฉันทุรนทุรายนอนไม่หลับ ฉันจะเอาเธอมาแก้เผ็ดพี่ชายเธอนะ ไม่ใช่ให้เธอมาป่วนหัวใจฉันเล่นแบบนี้...วิศรุตตะโกนก้องในใจ ก่อนตัดสินใจ...เขาไม่ได้หน้าด้านสักหน่อย ก็แค่อยากนอนให้หลับเท่านั้นเอง...

ชายหนุ่มตัดสินใจนอนลงข้างๆ เธอ เพื่อจะทดสอบตัวเองดูว่าถ้ามาอยู่ใกล้เธอแบบนี้แล้ว เขาจะยังทุรนทุรายอีกหรือไม่ แต่ทันทีที่เตียงยวบลงข้างตัว หญิงสาวที่เขาเข้าใจว่านอนหลับไปแล้ว ก็หลับตาปี๋กลั้นหายใจแทบจะทันที เธอรับรู้ได้ว่าเขาดึงผ้าห่มออกจากศีรษะเธอค่อยๆ ดึงลงไปเรื่อยๆ จนถึงเอวเธอ ก่อนที่มือนั้นจึงหยุดนิ่งวางลงเบาๆ ที่เอวบางของเธอแล้วร่างสูงของเขาก็ขยับตัวเข้ามานอนซ้อนจนเบียดชิดติดร่างเธอจากทางด้านหลัง มือนั้นจากที่คราแรกวางไว้เฉยๆ ก็เพิ่มน้ำหนักกอดร่างเธอเข้าหาตัวเองมากขึ้น ปรางฉัตรตัวแข็งทื่อทันที 


“แบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย เธอเป็นแม่มดหรือยังไงกันหืออิง...ทำใจฉันแกว่งนอนไม่หลับเลยนะยัยบ้า แต่แปลกจัง ได้กอดเธอแบบนี้ทำไมรู้สึกดีขึ้นเลยนะ ถ้าอย่างนั้นเธอก็อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมารับรู้สิ่งเหล่านี้ที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้เลยนะ มันน่าอายจะแย่ ฉันไม่ได้เอาตัวเธอมาเพื่อการนี้สักหน่อย เธอไม่รู้อะไรแหละดีที่สุดแล้วล่ะ เมื่อถึงเวลานั้นทุกอย่างมันจะได้ง่ายขึ้นตามที่มันควรจะเป็นของมัน ดีแล้วนะอิง...” เสียงทุ้มพึมพำอยู่ด้านหลังซอกคอเธอ อ้อมแขนรัดแน่นเข้าอีกนิดแล้วไม่นานร่างสูงก็นิ่งเงียบไป มีเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกให้เธอรู้ว่าเขาหลับไปแล้ว เธอจึงได้กล้าที่จะปล่อยตัวเองให้ผ่อนคลายแล้วหลับไปด้วยอีกคน


***************



เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กบนหัวเตียง ดังขึ้นในเวลาเกือบแปดโมงเช้า ทำให้ร่างบางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความขี้เกียจ เธอลืมไปแล้วว่าตัวเองนอนอยู่ที่ไหน จนได้สติตื่นมาเต็มที่นั่นแหละ ถึงได้ลืมตาขึ้นมองเต็มๆ เห็นแขนแกร่งของชายหนุ่มตัวต้นเหตุที่ทำเธอนอนเกือบไม่หลับทั้งคืนวางพาดหมิ่นเหม่บนอกของตัวเอง มือเล็กค่อยจับแขนข้างนั้นยกขึ้น หมายจะให้ออกพ้นตัวเพื่อตัวเองจะได้ลุกขึ้น แต่คนตัวโตที่ยังอยู่ในห้วงนิทราอย่างมีความสุขกลับรัดร่างเธอเอาไว้แน่นขึ้นอีกครั้ง

“อือ” เสียงทุ้มครางแผ่วออกมา

“ปล่อยสิ” เสียงหวานร้องออกมาบ้าง มือเล็กยังพยายามจะยกมือเขาออกจากกายบางของตน แต่เมื่อเขาไม่ยอม เธอเลยหยิกลงบนท่อนแขนของเขาคราวนี้คนตัวโตตื่นขึ้นมาตาแจ้งทันที

“โอ๊ย อะไรกันเนี่ย คนกำลังนอนสบายๆ ใครกวนวะ” เสียงโวยวายดังขึ้นอย่างไม่สุภาพ แต่พอลืมตามองได้เต็มตาก็ร้องอุทานขึ้นมาแก้เก้อ

“อ้าว เอ่อ...เธอเองเหรอ แล้วนี่เธอมานอนตรงนี้ได้ยังไง” เสียงถามไม่ดังนัก ปรางฉัตรลุกพรวดทันที

“ถามใครพี่วิน อิงก็นอนของอิงตรงนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ใครกันแน่ที่มานอนที่คนอื่น” หญิงสาวต่อว่า แต่ทำเป็นไม่รู้เรื่องแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

“นี่แม่คุณ ที่นอนใครฮะ พูดให้มันดีๆ ตรงนี้มันก็ที่นอนฉันเหมือนกัน อ้าว ลุกสิ จะนั่งยั่วฉันอีกนานไหมเนี่ย” ชายหนุ่มแกล้งกลบเกลื่อนพิรุธของตนเองกลัวเธอจับไต๋ได้ แต่หญิงสาวหันไปแอบยิ้มก่อนจะหันกลับมาทำหน้าตาโมโหใส่เขาอีกครั้ง

“ใครยั่วคุณกันเล่า อย่ามาพูดบ้าๆ นะ หลีกทางเลย” ร่างบางลนลานลงจากเตียงไปอย่างทุลักทุเล รีบเดินเร็วๆ หายเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้คนที่แกล้งเธอนั่งยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่บนเตียง

ฮึๆ ยัยนี่ขำดีพิลึก...คิดอย่างยินดี รู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก ตื่นเช้ามามีใครคนหนึ่งอยู่ในอ้อมกอดแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ก่อนเขาจะรีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดดังกล่าวทิ้งไปทันที...ไม่ได้สิ ถลำลึกลงไปจะเป็นเขานี่แหละที่เดือดร้อน ไม่ได้หรอกเขาจะทำให้พี่ชายเธอต่างหากต้องเจ็บ แล้วเธอก็ต้องรับผลนั้นไปด้วย อย่าเพิ่งใจอ่อนสินายวิน...ชายหนุ่มย้ำกับตัวเองอีกครั้งอย่างไม่ค่อยแน่ใจกับความมั่นคงในหัวใจตัวเอง ยิ่งใกล้เธอนานมากขึ้นหัวใจก็ยิ่งแกว่งบ่อยๆ หัวใจเริ่มจะเต้นผิดจังหวะเข้าไปทุกที สงสัยว่าเขาต้องรีบดำเนินการทุกอย่างให้แล้วเสร็จลงเสียที


อากรกับอาคม ถูกเรียกตัวให้เข้ามาในส่วนของห้องรับแขกของคอนโดหรูของเจ้านาย ในเวลาเกือบเที่ยงตรง ทันทีที่ทั้งสองเดินเข้าไปถึง ก็เห็นหน้าตาบูดบึ้งของเจ้านายรูปหล่อ

“เอ่อ เจ้านาย มีอะไรครับ จะให้ผมกับคมทำอะไรครับ เชิญสั่งมาได้ครับผม” อากรพูดจบทำท่าเอามือข้างหนึ่งวางไว้ที่อกแล้วก้มตัวโค้งลงให้เจ้านาย

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกกร คือฉันว่า ฉันจะออกไปข้างนอกสักครึ่งวัน เย็นๆ ค่อยกลับมาแต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า...” ชายหนุ่มเงียบไป สายตาคมเหลือบมองไปยังอีกฝั่งของห้องอย่างช่วยไม่ได้

“อ๋อ เจ้านายหมายถึงคุณอิงเหรอครับ ผมยินดีเฝ้าไว้ให้เลยครับ เฝ้าแบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลย ดีมั้ยครับ” อาคมเอ่ยขึ้นบ้างอย่างหวังดีแต่สายตาเจ้านายสุดหล่อหันขวับมองหน้าทันที

“เยอะไปแล้วคม เรื่องนั้นฉันจัดการของฉันเองได้ นายสองคนต้องไปกับฉันด้วย ไปเตรียมรถได้แล้ว เดี๋ยวฉันไปเคลียร์กับตัวปัญหาข้างในสักครู่ แล้วจะตามลงไป” สิ้นเสียงคำสั่งของเจ้านาย ทั้งสองฝาแฝดก็โค้งตัวก่อนออกจากห้องไป แต่ยังไม่วายแอบหันมามองอยู่ตลอดจนเดินออกไปในที่สุดนั่นแหละ


**************


ปรางฉัตรถอนหายใจอย่างคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำให้วิศรุตยอมพาเธอกลับไปส่งบ้าน เธอมีงานที่ต้องรับผิดชอบที่บริษัทและที่บ้าน แล้วที่สำคัญไม่รู้ว่าป่านนี้ทุกคนที่บ้านจะวุ่นวายกันขนาดไหน เพราะเธอไม่เคยออกจากบ้านไปนอนค้างที่อื่นเลย นอกจากจะไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว  สายตาหวานซึ้งนั่งจ้องหน้าตัวเองไปในกระจก พยายามคิดหาวิธีการ แต่สุดท้ายตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อใบหน้าของชายหนุ่มโผล่เข้ามาในกระจกบานนั้นด้วย

“ว้าย...ตกใจหมดเลย เล่นบ้าอะไรเนี่ย” หญิงสาวหวีดร้องลั่นเพราะตกใจ ยกมือบางขึ้นกุมหน้าอกเอาไว้

“แค่นี้ก็ขวัญอ่อนแล้วเหรอ ฮึ” วิศรุตแกล้งเข้าไปพูดจนติดหูเธอ มือทั้งสองเท้าแขนคร่อมร่างบางเอาไว้หลวมๆ

“อิงตกใจนะมาเงียบๆ” ต่อว่าเสียงเบาลงกว่าเดิม เธอคงต้องลองใช้ไม้อ่อนกับเขามากกว่า  

“เธอจะเอาอะไรบ้าง เอ่อ เช่นว่า แบบนี้อ่ะ...” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมาเปลี่ยนเรื่อง สายตาคมกล้าจ้องมองหน้าเธอสลับกับร่างบางมองขึ้นมองลงอยู่หลายรอบแล้วหยุดที่หน้าอกของเธออย่างตั้งใจมองจนเธอทนไม่ไหว

“นี่ มองอะไรพี่วิน อย่ามาทะลึ่งลามกแบบนี้นะ” หญิงสาวต่อว่าเริ่มขึ้นเสียงสูงอีก แต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าใบหน้าเธอแดงก่ำ เพราะเธอเป็นคนผิวขาวค่อนไปทางชมพู ตอนนี้ทั้งใบหน้าและลำคอระหงของเธอจึงแดงเหมือนกุ้งต้มไปแล้ว

“ก็กำลังกะขนาดด้วยสายตาอยู่ไงล่ะ ขนาดไหนน๊า... เมื่อคืนก็มัวแต่จับๆ คลำๆ ลูบเพลินไปหน่อย ลืมวัดขนาดเลย” ชายหนุ่มพูดออกมาหน้าตาเฉยมาก หญิงสาวยกมือขึ้นสูงลิ่วหมายจะฟาดใส่เขา

“เอาสิ ฟาดลงมาเลย เดี๋ยวฉันก็จะจับเธอวัดขนาด คราวนี้รับรองว่าทั้งวัดทั้งจับ ทั้งคลำ ทั้งคลึง แล้วเธอนั่นแหละจะต้อง...” เสียงทุ้มยังแหย่ไม่ทันจบเธอก็แหวขึ้นทันทีด้วยความอับอายเป็นที่สุด

“พอแล้ว หยุด ไม่ต้องพูดแล้วคนบ้า ลามก ทะลึ่งที่สุด” เสียงหวานต่อว่าออกมาอีก แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองในกระจกอีกทีแทนที่จะปะทะเข้ากับสายตาดุกร้าวเหมือนทุกครั้ง เธอกลับสบตาเข้ากับสายตาอ่อนหวานแฝงไว้ด้วยความร้อนแรงเข้ามาแทนที่ คนที่ปากดีเมื่อครู่จึงหุบปากเงียบสนิทแทบไม่ทัน

“ฉันไม่ได้ทะลึ่ง ถามกันตรงๆ ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเธอใส่ชั้นในคัพไหนล่ะ กลับเข้ามาอีกทีฉันจะได้ซื้อมาฝาก เสื้อผ้าอื่นๆ ด้วย เอาหลายๆ แบบเลยนะ แต่ฉันว่าเธอต้องใส่แบบที่ฉันเลือกให้ดีกว่าท่าจะเวิร์กแฮะ” ชายหนุ่มมองร่างเธออีกครั้งก่อนลุกยืนแล้วดึงร่างของเธอให้ยืนขึ้นตามไปด้วย เอื้อมแขนเข้าโอบรอบเอวเธอ ร่างบางสะดุ้งโหยง แค่เมื่อครู่ที่เขาคร่อมร่างเธอแบบนั้นเฉยๆ เธอยังหายใจหายคอแทบไม่ได้  

“ฉันรู้แล้วล่ะว่าจะซื้อยังไง ขนาดไหน เห็นไหมเธอไม่บอกฉันก็จัดการของฉันเองได้ เรื่องแค่นี้...จิ๊บจ๊อย” ชายหนุ่มพูดออกมาแล้วหัวเราะ  

“ชิ ยังมีหน้ามาอวดอีก เจ้าเสน่ห์นักนี่ แบบนี้เพลย์บอยอย่างที่เขาว่าเอาไว้มากกว่ามั้ง” ปรางฉัตรเอ่ยออกมาเบาๆ สีหน้าแสดงอาการไม่ชอบใจนัก แต่คนที่ยืนอยู่ไม่สนใจกลับยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เธอและหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ หันหลังเดินกลับออกไปจากห้องทันที ทิ้งคนตัวบางให้ยืนหน้าแดงแก้มแดงอยู่ตรงนั้นอย่างอึ้งๆ

...ตกลงเขาจะทำอะไรอีกล่ะ เธองงไปหมดแล้ว อีตาบ้า...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha