ปรารถนาหัวใจเถื่อน (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

วิลาวรรณ เลขาสาวของปรางฉัตรวิ่งวุ่นตามหาตัวเจ้านายสาว เพราะตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยงที่เจ้านายคนสวยของเธอไปเอาของที่รถแล้วหายไปเลย หญิงสาวตัดสินใจขอเข้าพบท่านประธานใหญ่ของบริษัท ซึ่งเป็นบิดาของเจ้านายสาวเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ แล้วหลังจากนั้นการประชุมทุกอย่างจึงดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย แต่สิ่งที่ทุกคนไม่ได้คิดถึงเลย คือการหายตัวไปของหญิงสาวผู้เป็นกรรมการผู้จัดการนั่นเอง

“วรรณ แล้วยัยหนูอิงไปไหนล่ะ เธอพอติดต่อได้หรือยังฮึ” นายปพนเอ่ยถามทันทีที่เดินออกจากห้องประชุม

“ยังค่ะท่าน ดิฉันติดต่อไม่ได้เลย แต่ไม่ได้ปิดโทรศัพท์นะคะ ยังมีสัญญาณเรียกสาย แต่ทำไมคุณอิงไม่รับก็ไม่รู้ แปลกจัง” วิลาวรรณบอกด้วยความนอบน้อม

“ที่คอนโดล่ะ โทรหรือยังเผื่อมีเพื่อนมาหาแล้วไปค้างที่นั่นหรือเปล่า”

“ดิฉันโทรตามทุกที่แล้วนะคะ คุณอิงไม่ได้ไปเลย” เลขาสาวรายงาน

“เอ ลูกคนนี้นี่ ไม่เคยเหลวไหลนี่นา หรือจะเกิดอะไรขึ้น อุบัติเหตุล่ะ ใช่เลยวรรณ แล้วรถยัยหนูล่ะ ให้พวกนั้นดูสิว่าเอารถคันไหนไป” วิลาวรรณรับคำสั่งทันที แล้วหลังจากนั้นความวุ่นวายก็เกิดขึ้นตามมา

“โทรตามให้ทุกที่เลยนะ รอครบสี่สิบแปดชั่วโมงแล้วฉันจะแจ้งความทันที ลูกสาวฉันต้องเกิดอันตรายแล้วล่ะถ้าเป็นแบบนี้ ใครกันมันกล้าบังอาจมาทำเรื่องแบบนี้ คอยดูนะฉันไม่ปล่อยเอาไว้แน่” ท่าทางชายสูงวัยที่เคร่งเครียดและกังวลใจขึ้นมาก่อนที่จะเดินเร็วๆ เข้าห้องทำงานใหญ่ไป



**************



วิศรุตเดินนำหน้าคนสนิทฝาแฝดทั้งคู่ เลือกโน่น หยิบนั่น จับนี่ โดยที่ไม่ได้ใส่ใจรอบข้างจากทุกทิศที่มองมาที่เขาเป็นตาเดียว จะไม่ให้เป็นจุดสนใจได้อย่างไรกันเพราะสิ่งที่เขาเลือกซื้อและจับๆ วางๆ อยู่นี้ มันอยู่ในแผนกชุดชั้นในผู้หญิง แล้วสายตาที่มองมาของทุกคนรอบข้างก็คงเต็มไปด้วยความสงสัยว่าสิ่งที่เขาเลือกซื้อนั้นซื้อให้ใคร ถ้าถึงขนาดว่าหนุ่มเจ้าเสน่ห์เช่นเขามาซื้อชุดชั้นในสตรีด้วยตัวเอง คนที่ได้รับของนั้นก็คงสำคัญที่สุดเลยล่ะ แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ มันมีความหมายมากกว่านั้นและคนที่รู้จริงๆ ก็คือสองหนุ่มคู่หูคู่แฝดที่เดินตามเขาอยู่ต้อยๆ นั่นแหละ

“นี่กร นายว่ามั้ยว่าเจ้านายเรานี่ท่าทางแปลกๆ ไปนะ ดูสิเดินเข้ามาในนี้ได้หน้าตาเฉย ฉันน่ะอายจะตายแล้ว นายหันไปดูสิใครๆ ก็มองมาที่พวกเรากันทั้งนั้น งานนี้คงลือกันทั่วเมืองแน่ๆ เลย” อาคมพูดขึ้นมาเสียงเบาไม่กล้าโวยวายออกมาเพราะกลัวเจ้านายได้ยิน

“ แหม คม คนอย่างนายอายเป็นด้วยเหรอ ฉันเห็นเรื่องยิ่งกว่านี้อีกนายก็ไม่เห็นเคยสนใจจะอาย ว่าแต่ทำไมเจ้านายถึงมาซื้อข้าวของแบบนี้เองล่ะ หรือว่า ตายแล้ว...” ดูเหมือนว่าจะทั้งคนพูดและคนที่ยืนฟังอยู่จะเห็นพ้องกันในทันที

“คุณอิงอย่างนั้นเหรอ แหมๆๆ เจ้านายเรานี่ก็ไม่ใช่เล่นนะ ทำท่าทางดุดัน แข็งๆ เข้าใส่ ที่แท้ก็... ฮ่าๆ ฉันดีใจจังในที่สุดเจ้านายก็คิดได้เสียทีว่าผู้หญิงน่ะน่ารัก เป็นความสวยงามที่เราต้องทนุถนอม นายว่ามั้ยกร” อาคมหันไปยิ้มกับแฝดน้องของตนเอง ก่อนเสียงหัวเราะของสองหนุ่มจะดังไปจนคนเป็นเจ้านายได้ยิน

“อะไรกันกร คม ฮึ หัวเราะอะไรกันเสียงดังเชียว มีอะไรน่าขำกันนักหนา” วิศรุตเอ่ยถามเหมือนไม่คิดอะไร แต่สายตาของเขาที่หันไปมองรอบข้างก็พบเข้ากับสายตาเป็นจำนวนมากที่จ้องมาที่เขาทั้งนั้น มือไม้ก็ชี้ชวนกันบางคนก็ยิ้มบ้างก็หัวเราะ ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองกลายเป็นจุดสนใจเข้าให้แล้ว จึงกล่าวแก้เก้อออกมาทันที รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“เอ่อ กร เดี๋ยวนายรอรับของไปด้วยนะ ฉันจะไปห้องน้ำซะหน่อย อ้อ...คม นายก็ไปเตรียมรถได้เลยนะ ฉันจะกลับแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งก่อนออกเดินเร็วๆ ไปทางฝั่งห้องน้ำของห้างหรูในทันที รู้สึกตัวเองหน้าร้อนจริงๆ ด้วย   

“กร กลับคอนโดเลยดีกว่า เร่งความเร็วอีกสิ ขับช้าแบบนี้เมื่อไหร่จะถึงกันเนี่ย” เสียงห้าวทุ้มเอ่ยบอกออกมา ก่อนจะหันหน้ามองออกไปด้านนอกรถแล้วยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงหน้าหวานๆ ของใครบางคน อากรกับอาคมได้แต่หันมองหน้ากันแล้วแอบยิ้มตามไปด้วย


**************



ปรางฉัตรเดินไปเดินมาอยู่ในห้องกว้างของชายหนุ่ม โดยที่ไม่สนใจว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว สิ่งเดียวที่เธอคิดตอนนี้คือทำอย่างไรเธอจะกลับบ้านได้ ตอนนี้ทุกคนที่บ้านจะรู้หรือยังว่าเธอหายไป  จะติดต่อใครก็หมดปัญญาจริงๆ วันนี้เมื่อตอนเช้ามีประชุมสำคัญของบริษัท ถ้าขาดเธอไปป่านนี้ทุกคนคงวุ่นวายกันแน่ๆ สาเหตุที่เธอต้องเดินเป็นเสือติดจั่นอยู่แบบนี้ก็เพราะเขาเก็บทุกอย่างที่เธอจะใช้สื่อสารได้ออกไปหมด และเสียงประตูที่ดังกุกกักขึ้นจากภายนอก ไม่ได้ทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดได้ยินสักนิดเดียว จนเมื่อมีมือเย็นเอื้อมมาโอบที่เอวเธอนั่นแหละหญิงสาวจึงได้สติสะบัดตัว หวังจะให้หลุดจากการถือโอกาสนั้น

“ปล่อยนะ ไม่ต้องมาฉวยโอกาสเลย” เสียงหวานต่อว่าขุ่นข้องด้วยความลืมตัว

“แหม จับนิดโอบหน่อยทำเป็นหวง คิดว่าฉันอยากจะจับนักหรือยังไงกัน” ปากบอกไปแบบนั้นแต่แขนกลับรั้งร่างบางของเธอให้เดินตามไปนั่งลงบนเตียงกว้างด้วยท่าทางเฉยเมย

“อ่ะ นี่เป็นข้าวของทั้งหมดของเธอ จัดการซะด้วยล่ะ” มือใหญ่เอื้อมไปหยิบถุงกระดาษมากมายที่เขาซื้อมาโยนลงตรงหน้าเธอ

“จัดการอะไร” ปรางฉัตรเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะไม่เข้าใจที่เขาพูดว่าหมายความถึงอะไร

“ก็จัดการข้าวของเครื่องใช้ของเธอให้เรียบร้อยเข้าที่เข้าทางไง อ้อ...แล้วก็จัดการตัวเองให้ดูได้หน่อยนะ สภาพดูไม่ได้แบบนี้ คิดว่าฉันชอบนักหรือไงกัน” วิศรุตเอ่ยออกมาตรงๆ ทำให้หญิงสาวเงยมองหน้าเขาทันทีด้วยความอายขึ้นมา ก้มลงมองร่างตนเองที่อยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยนัก

“อ้อ แล้วเสื้อผ้าของเธอก็ไม่ต้องห่วงเลย ทุกตัวรับรองขนาดพอดีแป๊ะฉันวัดแล้วทั้งนั้น” สายตาคมมองเธออีกครั้งตรงๆ ทำให้ปรางฉัตรแทบจะกรี๊ดออกมา

“ไม่ต้องมาชอบ ไม่ได้อยากจะให้ชอบซะหน่อย อย่ามายุ่งกับอิงนะ ทะลึ่ง” เถียงออกไปเสียงเบาสะบัดตัวจนหลุดจากการจับของเขา ก้มหยิบข้าวของทั้งหมดเดินตึงตังไปฝั่งตัวเองทันทีด้วยความไม่พอใจ

“อ้าว นี่เธอหมายความว่ายังไงเหรอที่พูดออกมาน่ะ อิงนี่มาคุยกับฉันให้รู้เรื่องก่อนซิ” วิศรุตเดินตามหญิงสาวไปทันทีที่พูดจบ...เขาต้องเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่อง เธอหมายความว่าอย่างไรกันที่พูดตอกหน้าเขาแบบนั้น...


หญิงสาววางของลงข้างเตียง ก่อนลุกเดินเร็วๆ เข้าห้องน้ำเพื่อหวังจัดการกับตัวเองให้เรียบร้อยตามที่เขาว่า มือบางหยิบเอาผ้าขนหนูผืนโตเข้าห้องหายไป วิศรุตเดินตามมาคว้าเอาร่างเธอไว้ไม่ทัน ได้แต่ยืนกำมือฮึดฮัดขัดใจอยู่หน้าห้องน้ำ เป็นนานกว่าเธอจะจัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้วออกมาจากห้องน้ำด้วยอาการสดชื่นมากขึ้น ร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำโดยไม่ทันระวังตัวอะไร เพราะไม่ได้รับรู้ว่าชายหนุ่มจะตามมาตอแยถึงฝั่งซึ่งเป็นที่ประจำของเธอ แล้วเดินเลยไปยังระเบียงของห้องหรู ยืนมองทิวทัศน์ยามเย็นย่ำค่ำแบบนี้ แม้ธรรมชาติและทิวทัศน์จากมุมสูงสุดของคอนโดหรูแห่งนี้จะสวยงามแค่ไหนในสายตาแต่ในใจเธอไม่ได้ดื่มด่ำกับสิ่งนั้นด้วยสักนิด เพราะใจมัวพะวงคิดอยู่เพียงเรื่องเดียว คือการพูดคุยกับชายหนุ่มให้รู้เรื่องและจะได้กลับไปยังที่ที่เป็นของเธอจริงๆ นั่นคือบ้านวิเชียรรัตนา  


“พี่วิน จะเอายังไงกันแน่เนี่ย อิงเครียดแล้วนะ” หญิงสาวบ่นออกมาเบาๆ กับตัวเอง แต่เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหูทำเธอหันขวับทันที

“ก็ไม่เอายังไงหรอก อะไรก็ได้ที่จะทำให้ไอ้นายอาร์มพี่ชายเธอมันคลั่งได้ ฉันทำได้ทั้งนั้นแหละ” วิศรุตบอกเสียงเรียบ หน้าตาไม่ได้บ่งบอกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน หญิงสาวถอยหลังทันทีที่เขาเข้ามายืนจนชิด

  “ถอยไปนะพี่วิน” คนตัวเล็กกว่าขู่ขึ้นเสียงสั่น

“ไม่ถอย ก็นี่มันห้องของฉันนี่นา แล้วจะให้ถอยไปไหนล่ะ” ท่าทางเฉยเมยเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นคุกคามเมื่อเจ้าของห้องตัวจริงคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...แหย่ยัยคุณหนูอิงให้กลัวเล่นดีกว่า...

“ห้องตั้งกว้างจะเข้ามาทำไมตรงนี้เล่า” ต่อว่าเสียงดังแต่จริงๆ แล้วเบาแทบไม่ได้ยิน หัวใจเจ้ากรรมเต้นตึกตักโครมครามกลัวว่ามันจะดังทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้

“ก็ตรงอื่นของห้องมันไม่มีอะไรให้น่าสนใจนี่นา ว่ามั้ย...” แขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างของชายหนุ่ม ยกขึ้นคร่อมร่างของเธอยันผนังกำแพงห้องเอาไว้ ปรางฉัตรรีบหันหน้าหนีไปอีกด้านในทันทีไม่เช่นนั้นจมูกของเขาคงชนจมูกเธอเป็นแน่

“พี่วิน อย่าเล่นบ้าๆ แบบนี้นะ ไหนว่ามีอะไรจะคุยก็รีบคุยเข้าสิ ถอยไปด้วย” เสียงหวานสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาขยันทำให้เธอใจสั่นตุ้มๆ ต่อมๆ เสียจริง

“ไม่เล่นแล้วล่ะ เล่นมาหลายรอบแล้วนี่ ไหนเธอบอกฉันสิว่าถ้าเธอต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนานไม่ใช่สามวันอย่างที่ฉันบอกไว้ตอนแรกเธอจะทำยังไงอิง” เสียงแหบทุ้มถามขึ้น แต่แอบสูดกลิ่นหอมประจำตัวเธอเข้าไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ...ใจเขาแกว่งอีกแล้ว อยู่ใกล้เธอทีไรเสียการควบคุมตัวเองทุกที...วิศรุตคิดก่อนก้มหน้าลงหาซอกคอขาวผ่องเธอทันทีแบบไม่มีการห้ามอารมณ์อีกต่อไปแล้ว

“ว้าย ไม่ ไม่นะ ปล่อยนะพี่วิน จะทำอะไรอิงอีกไม่เอานะ ไม่...” เสียงห้ามปรามเงียบลงไปเมื่อคนตัวโตตรงหน้าเลื่อนริมฝีปากจากซอกคอของเธอขึ้นมาปิดปากบางช่างพูดของเธอเอาไว้แน่นจนแนบสนิท เขาไม่อยากคุย ไม่อยากตกลงอะไรในตอนนี้แล้วล่ะ สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดคือทำให้เธอเงียบเสียงลงแล้วตอบสนองในสิ่งที่เขากำลังต้องการมากกว่า อย่างอื่นช่างมันเอาไว้หลังจากนี้เถอะไม่อย่างนั้นเขาคงคลั่งตายแน่ๆ

ชายหนุ่มเลื่อนมือเรียวใหญ่ทั้งสองลงจากผนังห้องเปลี่ยนเป้าหมายมากอดร่างเธอเอาไว้ แล้วเลื่อนลูบไล้ไปทั่วร่างบางของเธอ ที่ตอนนี้มือเล็กๆ นั้นพยายามอย่างเต็มที่ที่จะปลดแขนเขาออกจากกายให้ได้ แต่ริมฝีปากเขากดแน่นลงไปบนปากบางแดงของเธอชนิดไม่ยอมให้หายใจกันเลยทีเดียว เรียวลิ้นไล้แทะเล็มไปทั่วเปลือกปากบางของเธอพยายามที่จะเข้าไปชิมความหวานหอมจากภายในให้ได้ แต่เธอเม้มปากแน่นไม่ยอมให้เขารุกรานเข้าไปง่ายๆ มือเรียวของเขาจึงต้องทำหน้าที่มากขึ้นเพื่อเรียกร้องปลุกเอาปฏิกิริยาและอารมณ์ของเธอให้ตื่นขึ้นมา...ให้มันรู้กันไปสิว่าเขาจะทำไม่สำเร็จ...

“อือ อื้อ...” เสียงครางแผ่วของหญิงสาวดังขึ้นเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองจะหายใจไม่ออก ประกอบกับมือของเขาที่ยุ่มย่ามกับร่างนวลของเธอ ตอนนี้ชายหนุ่มหลงวนอยู่กับความหอม และผิวเนียนเรียบลื่นมือของเธอ มือใหญ่ลูบหายเข้าไปในตัวเสื้อ สัมผัสกับผิวเนื้อแท้ของเธออย่างย่ามใจปลายนิ้วแตะเบาๆ ลูบไล้ไปทั่วสีข้างเลยขึ้นไปยังเป้าหมายที่ต้องการทันที ปทุมคู่งามอวบอิ่มถูกโอบอุ้มจากมือใหญ่อย่างพอดีพอเหมาะ เพียงนิ้วเรียวสัมผัสเท่านั้น ร่างบางก็สะดุ้งกายอ้าปากครางแผ่วอย่างลืมตัว เปิดโอกาสให้ภมรหนุ่มหล่อที่รอชิมความหวานจากโพรงปากหวานรุกเข้าหาทันที ลิ้นร้ายกาจของเขาฉกเข้าไปทักทายลิ้นเธออย่างเจ้าเล่ห์ แม้เธอจะหลีกหนีแต่อย่างไรเสียเขาก็จะไม่ยอมลงให้เธออีก


ชายหนุ่มระดมทั้งมือทั้งลิ้นปลุกเร้าร่างบางอย่างไม่ยอมให้ได้ต่อต้านความปรารถนาจากส่วนลึกของเขาได้ เรียวลิ้นรุกเร้าเข้าหาชิมความหวานหอมที่หลงใหล ตอนนี้เขาลืมไปแล้วว่าจะคุยกับเธอเรื่องไหน สิ่งที่สมองสั่งนั้นมันไม่สัมพันธ์กับอารมณ์ของเขาเอาเสียเลย ชายหนุ่มจูบซับเอาความหอมหวานตวัดลิ้นคลอเคลียหลอกล่อโลมไล้อีกเนิ่นนานจนร่างบางอ่อนระทวยเกือบทรุดลงไป ดีที่มือเขารั้งเอาไว้ได้สุดท้ายเมื่อทนต่ออารมณ์และความปรารถนาที่ตีตื้นมาจากส่วนลึกไม่ไหว เขาจึงย่อตัวลงเพียงนิดเดียวเพื่อคว้าร่างเธออุ้มขึ้นพาเดินเข้าห้องโดยที่ปากยังไม่ยอมถอนจุมพิตเร่าร้อนนั้นออกไป เป้าหมายคือเตียงกว้างของตัวเองที่อยู่อีกฝั่ง

ปรางฉัตรเหมือนจะเตลิดไปไกลเพราะรสจุมพิตบาดจิตบาดใจของเขา แต่ทันทีที่แผ่นหลังบางแตะสัมผัสพื้นของที่นอนนุ่ม เธอจึงรู้สติขึ้นมาตามสัญชาตญาณ ดิ้นรนอย่างแรงส่ายหน้าหนีจนปากบางเป็นอิสระจากการครอบครอง

“อย่านะ” หญิงสาวรู้สึกเหมือนพูดเสียงดังมาก แต่แท้จริงเพียงเสียงห้ามแผ่วเบาจากปากเธอเท่านั้นเอง

“อื้อ อยู่นิ่งๆ สิ อย่าขัดใจฉัน เดี๋ยวเธอก็จะมีความสุข ไม่ชอบหรือไงกัน” เสียงทุ้มอู้อี้ติดซอกคอขาวนวล ลมร้อนที่ออกจากปากเขาสัมผัสผิวเนื้ออย่างชิดใกล้ทำให้ปรางฉัตรผวาด้วยความสยิว

“ไม่เอาอย่าทำแบบนี้นะ อย่านะพี่วิน” เสียงห้ามปรามที่เธอพูดออกมาเธอเองคิดว่าเสียงดังพอแล้ว แต่สำหรับคนที่หลงวนอยู่ในอารมณ์ปรารถนาเช่นเขากลับได้ยินไม่ชัดเจนเอาเสียเลย

“ทำไมเธอตัวสั่นล่ะอิง กลัวหรือไงกัน ไม่ต้องห่วงน่า ตอนนี้ฉันอารมณ์ดีอยู่รับรองได้ว่าทุกอย่างจะนุ่มนวลที่สุด เว้นแต่เธอจะกวนอามรณ์ฉันให้โมโหขึ้นมาเท่านั้น” วิศรุตพร่ำเพ้อออกมาเหมือนสติจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเต็มที่นัก เขาจะต้องตายแน่ๆ ถ้ายังปล่อยให้ทุกอย่างมันยังเป็นอยู่ครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ เขาไม่ไหวแล้วจริงๆ ...ผู้หญิงบ้าอะไร ทำไมกลิ่นหอมเหมือนขนมแบบนี้นะ เขาจะต้องได้เธอมาเป็นของเขาไม่อย่างนั้นเขาคงลงแดงเพราะความหอมนี้แน่ๆ เธอเป็นยาเสพติดหรือยังไงกันคุณหนูอิง ถึงได้ทำฉันมึนเมาจนห้ามใจไม่ไหวแล้วแบบนี้

“อื้ม หอมจัง นี่อย่าสิ จะผลักทำไมเล่า อืม...” ชายหนุ่มยังซุกซบอยู่ที่ซอกคอเหมือนเดิมแต่มือใหญ่เปลี่ยนเป้าหมายมาจับเอามือเล็กๆ ของเธอที่พยายามผลักอกของเขาออกอยู่ตลอดเวลา ร่างสูงใหญ่โตนั้นจึงทิ้งน้ำหนักตัวลงบนร่างบอบบางของเธอทันทีเพื่อกันเธอดิ้นหนี

“ไม่นะ ไม่ อย่าทำกับอิงแบบ แบบ นี้ นะ...” เสียงหวานที่กรีดร้องประท้วงกระท่อนกระแท่นเบาลงเรื่อยๆ เพราะชายหนุ่มจุมพิตลงไปถึงดอกบัวคู่งามแสนหวานที่ตอนนี้กำลังเบ่งบานชูช่อล่อตาล่อใจเขาอยู่ เขาไม่เสียเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาทีที่จะคิดอะไรอีกแล้ว ปากหนากระจับได้รูปที่ชุ่มชื้นประทับรอยลงไปบนเนินเนื้อแท้สีชมพูอวบอิ่ม ที่ตอนนี้ปราศจากสิ่งกีดขวางโดยที่เธอไม่รู้ตัวสักนิดว่าเขาถอดเอาชั้นในตัวจิ๋วของเธอออกไปตอนไหน

“หือ อย่าดิ้นสิอิง อยู่นิ่งๆ นะ แล้วฉันจะไม่ทำอะไรเธอไปมากกว่านี้ ขอแค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง นะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกแหบพร่าเพราะแรงปรารถนาจากส่วนลึกที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้

“ไม่ อือ ไม่นะ” ร่างบางยังไม่ยอมแพ้ แม้ว่าหมดหนทางจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่ร่างเธอก็ยังไม่ยอมอยู่นิ่งเป็นเป้าหมายให้เขาฉวยโอกาสเอาได้ฝ่ายเดียวแบบนี้

“ถ้ายังไม่หยุด ฉันก็จะไม่หยุดเหมือนกันนะ คราวนี้ถึงไหนถึงกันเลยแหละ เอามั้ยล่ะแบบนั้น หรือเธอชอบแบบนั้นเดี๋ยวฉันจัดให้” เสียงขู่เข้มของเขาจบลง ร่างบางของเธอก็นอนนิ่งสนิทลงไปทันทีเช่นกัน เธอไม่กล้าเสี่ยงเลย แม้จะรู้ว่าที่เป็นอยู่นี้ก็คงเอาตัวรอดยาก แต่ถ้าปล่อยให้เกินเลยตามที่เขาขู่เธอยังนึกไม่ออกว่าจะทนมองหน้าใครๆได้อย่างไรกัน...คุณพระคุณเจ้าช่วยดลจิตดลใจเขาด้วยเถอะ อย่าทำอะไรเธอเลยนะ...

“พูดง่ายๆ แบบนี้สิถึงจะน่ารัก” พูดจบปากหนาก็ทำหน้าที่ที่ยังคงค้างคาต่อไป ปากชื้นรวบเอาความนุ่มนิ่มแต่เต่งตึงของอกอวบอิ่มเข้าไว้เต็มอุ้งปาก ห่อเรียวลิ้นรัวทักทายยอดเกสรสีหวานอย่างหยอกล้อก่อนรวบดูดกลืนกินอย่างแรงด้วยความลืมตัว ก็เธอหวานเสียขนาดนี้เขาคงตายแน่ถ้าไม่ได้ดื่มด่ำความหอมหวานนี้ มือใหญ่เริ่มอยู่ไม่นิ่งเลาะเลื้อยไปยังดอกบัวสวยอีกข้างอย่างย่ามใจ ปลายนิ้วเขี่ยเล่นเบาๆ เหมือนเจอของเล่นที่ถูกใจ ปรางฉัตรถึงกับสะดุ้งเฮือก มือเล็กลูบไปทั่วที่นอนกว้างก่อนกำผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อเขาดูดดึงเอาความหอมหวานเข้าปากอีกครั้งปลายลิ้นเรียวก็ทำหน้าที่กระตุ้นทั่วทรวงสวยจนคนเป็นเจ้าของต้องบิดกายเกร็ง เพราะไม่เคยเจอกับสัมผัสแบบนี้มาก่อน ...เธอเป็นอะไร เขาทำอะไรเธอเนี่ย...?


ร่างบางขนลุกชันไปทั้งกายควบคุมความตั้งใจเดิมเอาไว้ไม่อยู่เพราะไม่รู้จริงๆ กับอาการแบบนี้ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรให้มันหายไป ทำไมมันยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้นทุกขณะกันนะ ปรางฉัตรหลับตาพริ้มห่อปากครางออกมาแผ่วเบาเหมือนเกลียวคลื่นเกิดขึ้นทั่วท้องเพราะปากเขาทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม มือเรียวใหญ่ก็ไม่น้อยหน้ากันสลับจับบีบเบาๆ คลุกเคล้าเคล้นคลึงอย่างชำนาญงาน กระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์จนคนใจแข็งหัวใจกระเจิดกระเจิงไม่รู้สติตัวเอง รู้เพียงอยากให้เขาช่วยบรรเทาอาการซ่านเสียวนี้ให้จบลงเท่านั้นจริงๆ

“อื้อ อือ ไม่ไหว อิงเป็นอะไรไม่รู้ ทำไมมัน เอ่อ...” เมื่อปากชื้นของเขาเข้าครอบครองดอกบัวคู่สวยอีกครั้ง ดูดดึงดุนดันเข้าไว้ในอุ้งปากอย่างหวงแหน และมือเรียวที่ว่างก็ลูบไล้เรื่อยลงไปยังกลางกายสาว ทันทีที่นิ้วเรียวแตะสัมผัสเพียงแผ่วเบาหญิงสาวก็หนีบกายเข้าหากันโดยอัตโนมัติ

“อืม ไม่เอาสิอิง ทำตัวตามสบาย ไม่อย่างนั้นฉันไม่ช่วยเธอนะ” เสียงทุ่มพึมพำชิดร่องอกอวบเต่งตึงฟังเหมือนจะหวังดีแต่แอบเจ้าเล่ห์ ทั้งกลิ่นกายสาวที่หอมรัญจวนใจกับผิวกายที่เนียนเรียบลื่น ไม่มีอะไรที่จะดีกว่านี้อีกแล้ว นี่มันดีที่สุดในชีวิตหนุ่มของเขาเลยทีเดียว อารมณ์แบบนี้ปรารถนาลึกซึ้งที่เกิดขึ้นนี้เขาก็บอกตัวเองไม่ถูกว่ามันเกิดจากอะไร แต่เขาเจียนคลั่งแล้วจริงๆ กับผู้หญิงคนนี้ สมองมึนงงคิดอะไรไม่ออกทุกครั้งเมื่อได้ชิดใกล้

“พี่วิน อิง อิงกลัว อย่า อย่าทำอะไรเลยนะ นะคะ” เสียงหวานเอ่ยขอร้องออกมาเบาหวิว แต่ร่างกายกลับบิดเบียดขึ้นหาร่างแกร่งของเขาอย่างไม่รู้ตัวเองสักนิดเดียว ชายหนุ่มเงยหน้าจากอาหารจานโปรดก่อนวกกลับขึ้นไปจุมพิตเรียวปากเธอเอาไว้ปิดกั้นทุกสรรพเสียงของเธอให้เงียบสนิทลง มีเพียงเสียงหอบหายใจที่แรงขึ้นตามอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่นจากเขาเท่านั้น วิศรุตบดจูบแผ่วเบาอ่อนโยนก่อนจะรุกเร้าเรียกร้องและเร่าร้อนมากขึ้นตามลำดับ เขารู้ดีถึงความต้องการของตัวเองที่พุ่งสูงเกินขีดจำกัดไปแล้ว แต่เมื่อครู่เขาบอกเธอเองว่าจะไม่เกินเลย อย่างน้อยก็อย่าให้เธอชี้หน้าด่าเอาทีหลังก็แล้วกัน ก็เขาไม่ได้หวังแค่ครั้งนี้นี่นา...

ร่างบางเบียดร่างงามขึ้นหาเขาอย่างทำอะไรไม่ถูก เพราะถูกเขาโจมตีปลุกปั่นทั้งทรวงสวยและกุหลาบงาม นิ้วเรียวที่สัมผัสเธอเหมือนเดิมอีกแล้วอารมณ์แบบครั้งก่อนเกิดกับเธออีกครั้งอารมณ์วาบหวาม ที่ซ่านสยิวจนบอกไม่ถูก รู้แต่มันทรมานที่สุด อยากให้เขาช่วยเธอให้หลุดพ้นจากสิ่งที่เธอพบเจออยู่นี้เสียที

“ให้ฉันช่วยเธอมั้ยอิง หืม บอกมาสิ” เสียงทุ้มถามเหมือนจะหยอกล้อเธอเล่น แต่เขาเองก็อดกลั้นจนเกือบทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน

“อือ ไม่ ไม่รู้...” ตอบออกมาขาดห้วงเพราะเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วจริงๆ เธอกำลังจะตายหรือเปล่านะ ทำไมมันทรมานมากมายขนาดนี้

“บอกมาสิ ว่าไง” ชายหนุ่มถามรุกอีก

“ช่วย ช่วยทำให้อิงหายทรมาน พี่วิน อิง อิง จะตายอยู่แล้ว อื้อ...” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างทรมาน หลับตาพริ้มลืมความอายไปหมดสิ้น เธอเพียงแค่อยากให้เขาช่วยเธอเท่านั้น และเพียงคำขอจบลงเขาก็ตัดสินใจ นิ้วเรียวแหวกว่ายเข้าไปทักทายดอกกุหลาบแสนสวยอีกครั้ง ซอกซอนแหวกว่ายวนเวียนสลับกันไปมาเนิ่นนาน จนความหอมหวานเบ่งบานเต็มปรี่ ปลดปล่อยน้ำผึ้งหวานออกมาจนฉ่ำชุ่ม แรงตอดรัดสัมผัสได้ถึงอาการเต้นตุบตรงปลายนิ้วชายหนุ่มจึงยิ้มออกมาอย่างถูกใจ พร้อมกับกายสาวที่เบียดขึ้นหาเขาก่อนทรุดฮวบลงทิ้งตัวติดกับที่นอนกว้าง หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนกับความสวยงามที่โบยบินพัดผ่านไป แล้วหลับตาพริ้ม

วิศรุตก้มลงไปจูบซับปากบางแดง ที่บวมเจ่อเพราะพิษจุมพิตของเขาอีกครั้ง ก่อนวกลงสู่ซอกคอหอมกรุ่นไล้เลียผิวชื้นเหงื่อของเธอ ขบเม้มทิ้งร่องรอยเอาไว้หลายแห่ง  มือเรียวใหญ่เลื่อนไปลูบไล้กอบกำความอวบอิ่มไว้เต็มอุ้งมือ ความต้องการที่แข็งแกร่งของเขายังไม่ได้รับการปลดปล่อยยังคงสัมผัสกับหน้าขาเธออยู่ และเพราะคนใต้ร่างของเขายังหอบเหนื่อยไม่สนใจกับอะไรทั้งสิ้น สาเหตุมาจากความปรารถนาที่เดินมาจนสุดปลายทางของเธอ แต่กับความต้องการที่ยังคั่งค้างของเขาทำให้ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างพยายามระงับอารมณ์ความต้องการอย่างที่สุด เสียงทุ้มแหบพร่าอย่างทรมาน

“อิง ช่วยหนีบขาไว้หน่อยได้ไหม” ความหมายของเขาเธอไม่เข้าใจแต่สติที่ล่องลอยไปไกล ทำให้เธอเผลอทำตามได้โดยไม่เกี่ยงงอน ชายหนุ่มทาบทับตัวเองลงบนกายเธออีกครั้ง มือใหญ่เลื่อนไปจับรวบขาเธอให้หนีบเข้าหากันจนแน่น ก่อนที่จะทำในสิ่งที่เรียกเอาสติของหญิงสาวกลับมาเกือบครบร้อยในทันที

“อุ้ย พี่วิน จะ จะ ทำอะไร” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

“นิดเดียวเอง เธอช่วยฉันหน่อยสิอิง ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ หนีบขาให้แน่นๆ เลยนะ” ชายหนุ่มปลดปล่อยตัวตนที่แข็งแกร่งอุ่นร้อนราวแท่งเหล็กของตนให้สัมผัสหน้าขาเธอ ถูไถไปมา เริ่มจากแผ่วเบาก่อนเร่งเร้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ เสียงหายใจเริ่มหอบเหนื่อย เมื่อเขาบดเบียดกายแกร่งกับโคนขาของเธออย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายร่างสูงจึงเกร็งตัวกระตุกติดกันสักพัก ก่อนทิ้งร่างหนาหนักลงบนร่างเธออย่างทิ้งตัว เมื่อเดินทางไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้ในที่สุด หญิงสาวรู้สึกได้ถึงความร้อนของอะไรบางอย่างที่สัมผัสเปียกชื้นอยู่เต็มหน้าขาของเธอ

“อืม...ดีจัง” เสียงทุ้มเอ่ยครางต่ำออกมาสั่นพร่าหายใจหอบเหนื่อย แต่หญิงสาวที่เขาทาบทับร่างสูงเอาไว้มองเขาตาค้างไปแล้ว ด้วยความตกใจและตกตะลึงกับสิ่งที่เขากระทำลงไป

“คนโรคจิต” ต่อว่าออกมาเสียงไม่เบานัก ชายหนุ่มได้ยินชัดเจนเต็มสองหู

“หรืออยากให้ฉันปฏิบัติจริงกับเธอแบบนั้น จะเรียกว่าโรคจิตด้วยหรือเปล่าเอามั้ยล่ะ ฉันหายเหนื่อยพอดีเลย ลองกับของจริงหน่อยเป็นไง ฮึ” เสียงขู่ของเขาได้ผลเพราะเธอขยับร่างดิ้นรนหนีทันที แม้จะถูกเขาคร่อมร่างเอาไว้ทั้งตัว ก็ยังไม่หมดความพยายาม

“นอนเฉยๆ อย่าดิ้น อย่าขยับไม่อย่างนั้นฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของเธอ อยู่นิ่งๆ สักพักสิ แค่นิดเดียวเองนะอิง” ชายหนุ่มพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกอย่างเต็มที่

...เธอช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลยหรือยังไงกัน ดิ้นไปดิ้นมาแบบนี้เดี๋ยวเจ้าวินนี่น้อยของเขาก็ตื่นขึ้นมาอีก แล้วคราวนี้ล่ะเขาคงห้ามไม่ไหวแน่ๆ ... วิศรุตคิดแล้วแอบยิ้มกับความไม่ประสีประสาของเธอ แต่แปลกที่เขากลับรู้สึกชอบใจและรู้สึกดีที่สุดที่เธอไม่ประสีประสาเอาเสียเลยแบบนี้...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha