ปรารถนาหัวใจเถื่อน (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

งานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ซึ่งเป็นของคุณเชาวลิตรที่เป็นเพื่อนกับบิดาของวิศรุต จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และขาประจำของ...วิชั่นแทนไทย...ที่ต้องไปร่วมงานทุกปีก็คือวิศรุตเช่นกันชายหนุ่มเป็นที่รู้จักของทุกคนในวงสังคมเป็นอย่างดี ทุกครั้งเมื่อเขาไปร่วมงานเลี้ยงก็จะฉายเดี่ยวไม่มีคนข้างกาย เป็นหนุ่มเนื้อหอมที่สาวๆ หมายปองมาตลอด แต่ปีนี้คงเป็นปีแรกที่ชายหนุ่มสร้างเสียงฮือฮาให้ดังขึ้นกว่าทุกครั้ง เมื่อข้างกายของเขากลับมีสาวสวยหน้าหวานอยู่เคียงข้าง ชายหนุ่มขับรถมางานด้วยตัวเอง พอลงจากรถก็เดินอ้อมไปยังฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูรถให้นางฟ้าแสนสวยของเขาลงจากรถ แต่หญิงสาวยังนั่งนิ่งอยู่ตรงที่เดิมมองหน้าเขานิ่ง


“ลงมาสิครับ อิง” วิศรุตโค้งให้เธออีกรอบแล้วส่งรอยยิ้มล้อเลียนไปให้

“เอ่อ พี่วิน คือว่า... อิงไม่เข้าไปในงานแล้วได้ไหมคะ” ปรางฉัตรอึกอัก ก็ในงานผู้คนเยอะยะเต็มไปหมด ทุกคนรู้จักบิดาของเธอรวมทั้งตัวเธอเองด้วย หญิงสาวรู้สึกเขินอายเมื่อต้องมาเดินเคียงคู่กับเขาเข้าไปในงานแบบนี้

“ไม่ได้ครับ คิดใหม่ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ไปครับ” ชายหนุ่มก้มลงแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวเธอ กลิ่นหอมรวยรินประจำกายเธอโชยแตะจมูกจนต้องเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด

“อิงตัวหอมจัง” กระซิบเบาๆ ข้างหูเมื่อปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้เธอได้เรียบร้อยแล้ว

“พี่วิน อีกแล้วนะ” ต่อว่าหน้าแดง

“ไปครับ หกโมงแล้ว เดี๋ยวยิ่งเข้าไปช้าคนจะยิ่งเยอะนะ” ชายหนุ่มเอ่ยเตือน

“แต่...”

“จะมาปฏิเสธตอนนี้ไม่ทันแล้วล่ะ รับปากเองนะว่าจะมาเป็นเพื่อนพี่ แล้วตอนนี้ก็มาถึงเรียบร้อยแล้ว ยังไงพี่ก็ไม่ยอมเด็ดขาด” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้กำลังใจเธอ

“ก็พี่วินไม่บอกนี่นาว่ามางานที่นี่ เอ่อ...แล้วงานใหญ่ขนาดนี้ คนก็ต้องเยอะ นักข่าวก็มหาศาลสิ อิงไม่อยากเข้าไป” หญิงสาวกังวลจริงจัง...ถ้าเธอรู้ก่อนว่างานเลี้ยงที่จะมากับเขาต้องมาที่ห้างใหญ่ระดับประเทศแบบนี้เธอคงไม่รับปากเขาแน่ๆ

“ก็ไม่ต้องทำยังไง ลงมาจากรถแล้วก็เดินเข้างานกับพี่แค่นี้เท่านั้นเอง ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง ไปครับ” วิศรุตบอกก่อนอ้อมไปรอบตัวเธออีกรอบมองหน้าหวานนั้นนิ่งๆ อยากจูบปากน่ารักๆ นั้นอีกครั้ง แต่กลัวต้องเสียเวลาเติมลิปสติกอีก เลยเปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปาก จุมพิตลงบนลาดไหล่นวลเนียนนั้นแทน

“ก็ได้ค่ะ ไปก็ไป แต่อิงเอ่อ... ตื่นเต้นจัง” หญิงสาวบ่นเหมือนไม่เคยออกงานสังคม ทั้งที่ตัวเองก็อยู่กับงานแบบนี้มาตลอดเช่นกันทั้งฉายเดี่ยว และไปกับบิดามารดา เพียงแต่ครั้งนี้เธอต้องมากับเขาเลยรู้สึกไม่ค่อยมีความมั่นใจ วิศรุตจ้องหน้าเธอนิ่งส่งสายตาพราวระยับไปให้ก่อนพูดเสียงเบาอีกครั้งเหมือนย้ำเตือนเธอไปด้วย

“ไปกันเลยดีกว่า จำไว้นะอิงยิ้มอย่างเดียวถ้าไม่อยากตอบคำถามใครๆ ที่เหลือพี่จัดการเอง โอเคนะ” ชายหนุ่มถอยมายืนตรง ยื่นมือส่งให้เธอจับลงจากรถแล้วออกเดินจะเข้าไปในงานทันทีแต่ปรางฉัตรยังยืนนิ่ง

“พี่วิน เอ่อ ไม่ต้องจับตัวอิงได้ไหม เดินไปด้วยกันก็พอนะคะ อิง...อาย” หน้าหวานแดงปลั่งบอกให้เขารู้ว่าอายจริงๆ จนชายหนุ่มต้องยิ้มอออกมานึกเอ็นดู  

“อ่ะ ก็ได้ เราจะเดินเข้าไปด้วยกัน แต่จำที่พี่บอกให้ดีนะว่าอิงต้องอยู่ใกล้ๆ พี่เท่านั้นนะ” ชายหนุ่มออกเดินโดยมีเธอเดินเคียงข้างเข้าไปในงาน

ทันทีที่ร่างสูงโปร่งของวิศรุตเดินเข้าไปในห้องจัดงานเลี้ยงโดยมีร่างของปรางฉัตรเดินเคียงข้าง ก็เรียกเสียงฮือฮาจากรอบทิศทางทันที ทุกสายตาหันมองไปที่สองหนุ่มสาว แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปไม่รู้จากทิศทางไหนกระหน่ำมุ่งตรงไปยังสองหนุ่มสาว ทำให้คนที่เดินอยู่เฉยๆ ในตอนแรกไม่ยอมให้ชายหนุ่มถูกตัวนั้นเอื้อมมือไปจับแขนของเขากอดเอาไว้แน่น หลบหน้าบังแขนของชายหนุ่มเอาไว้ด้วยความอายและไม่เคยชินกับสภาพระหว่างเธอและเขาที่เป็นอยู่นี้

“คุณวินครับ ยินดีต้อนรับอีกครั้งนะครับ แต่ปีนี้คุณวินทำให้ผมเซอร์ไพรส์ที่สุดเลยนะครับ” คุณเชาวลิตร เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังในฐานะเจ้าภาพวันนี้ เดินออกมาต้อนรับและเอ่ยทักทายชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มองนิ่งไปที่หญิงสาวข้างกายของแขกหนุ่มของเขาที่เกาะแขนนั้นเอาไว้แน่น

“แล้วไม่ทราบว่าควงสุภาพสตรีแสนสวยท่านนี้มาด้วย เอ่อ...” คุณเชาวลิตรส่งยิ้มให้อีกครั้งแต่ไม่กล้าเอ่ยถามออกมาตรงๆ

“สวัสดีครับคุณเชาว์ ผมยินดีที่สุดที่ได้รับเกียรตินี้จากคุณอีกครั้ง” วิศรุตยิ้มให้ รู้สึกถึงแรงบีบที่แขนจึงเอี้ยวตัวหันไปกระซิบเบาๆ กับหญิงสาว โดยลืมไปว่าตัวเองกำลังตกอยู่ท่ามกลางสายตาของนักข่าวและแขกเหรื่อในงานจำนวนมาก และกล้องถ่ายรูปทุกกล้องมุ่งตรงมาที่เขาทั้งนั้น

“อิงครับไม่ต้องอายหรอก คิดเสียว่าไปงานเลี้ยงแทนคุณพ่อสิอิง ทักทายเจ้าภาพเขาหน่อยนะ” ชายหนุ่มก้มลงพูดเสียงเบากับเธอ ปรางฉัตรจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา เห็นรอยยิ้มให้กำลังใจส่งมาให้ จึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพยักหน้าตอบรับ  

“แล้วนี่ก็คุณปรางฉัตร วิเชียรรัตนา ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำหญิงสาว ทันทีที่คุณเชาวลิตรได้ยินชื่อนามสกุลและมองหน้าของคนที่เงยหน้าขึ้นมาสู้หน้ากล้องนั้น เขาก็ยิ้มกริ่มทันที

“สวัสดีครับ เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับที่ได้รับเกียรติจากคุณปรางฉัตร ผมเคยแต่ได้ยินชื่อวันนี้ได้เจอตัวจริงๆ ดีใจครับ เชิญๆ เชิญตามสบายเลยนะครับ” คุณเชาวลิตรหันมองวิศรุตอีกครั้งแล้วยิ้มให้โดยไม่พูดอะไรอีก แต่ส่งสายตาบอกให้รู้ว่าเขายินดีด้วยกับสิ่งที่เป็นอยู่


วิศรุตเดินเข้าไปจนถึงที่นั่งที่โต๊ะของตัวเอง แต่หญิงสาวยังเกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย ทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้มด้วยความดีใจ...เธอบอกเขาเองนะว่าไม่ให้ถูกเนื้อต้องตัว แต่ตัวเธอเองมากอดเขาแน่นแบบนี้เองนะ เขาไม่ได้ผิดคำพูดเสียหน่อยแต่ทันทีที่ชายหนุ่มนั่งลงบนโต๊ะสำหรับแขกวีไอพีตัวยาว สายตาก็ปะทะเข้ากับคนที่เขาไม่อยากเจอนั่งอยู่เยื้องกันกับเขา 

“อิง นายนราธิปมางานนี้ด้วยล่ะ เห็นหรือยัง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม

“ค่ะ เห็นแล้ว” หญิงสาวมองตรงไปยังชายหนุ่มอีกคนเช่นกัน แล้วก็ก้มหลบไม่ทันเมื่อนราธิปมองมายังเธอและส่งรอยยิ้มสวยเหมือนผู้หญิงส่งมาให้

หลังจากนั้นจึงได้เวลาเปิดงาน มีการกล่าวเปิดงานต้อนรับลูกค้าโดยคุณเชาวลิตรเจ้าภาพใหญ่ของงาน มีการแสดงและมอบรางวัลให้กับลูกค้า การแสดงแสงสีเสียงที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับแขกผู้มาร่วมงาน เวลาผ่านไปนานเข้าก็มีนักธุรกิจและกลุ่มผู้ลงทุนทยอยกันเข้ามาพูดคุยกับวิศรุตมากขึ้น ปรางฉัตรได้แต่นั่งฟังและส่งรอยยิ้มไปให้เพราะไม่รู้จะคุยอะไรกับพวกเขาเหล่านั้น  

“พี่วิน อิงขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะคะ”  

“ครับ แล้วรีบมานะครับ อีกสักพักพี่ก็จะกลับล่ะ รอตรงนี้นะ” วิศรุตมองเธอจนหายลับไปทางฝั่งห้องน้ำ ก่อนที่จะหันไปคุยกับนักธุรกิจอีกหลายท่านในวงการเดียวกันอีกครั้ง ทุกสายตาที่มองมาที่เขามีรอยยิ้มยั่วเย้าแฝงอยู่ แต่มีเพียงคนเดียวที่กล้าทักขึ้นตรงๆ หลังจากหญิงสาวลุกออกไปแล้ว

“แหม คุณวิน เซอร์ไพรส์ของคุณนี่ทำผมอึ้งไปเลย ว่าแต่เมื่อไหร่จะเปิดตัวคุณปรางฉัตรอย่างเป็นทางการล่ะครับ” น้ำเสียงเอ่ยยั่วเย้าของคุณเชาวลิตรทำให้วิศรุตรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

“เอ่อ คุณเชาว์ก็พูดเกินไปครับ แค่มาเป็นเพื่อนกันครับ” ชายหนุ่มบอกเลี่ยงไปด้วยความเขินอายแต่ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“เพื่อนสนิทหรือเพื่อนรู้ใจล่ะครับ เอาไว้มีข่าวดีเมื่อไหร่อย่าลืมเชิญผมด้วยนะครับ ผมเองก็ได้ยินชื่อคุณปรางฉัตรมานานเพิ่งเจอตัวจริงๆ ก็วันนี้ล่ะ ได้ข่าวว่าคุณพ่อเธอหวงมากนี่ แสดงว่าคุณวินนี่ต้องเก่งมากถึงผ่านด่านคุณพ่อของเธอมาได้ จนสามารถควงออกงานแบบนี้ ไว้ผมจะรอข่าวดีของคุณนะครับ” คุณเชาวลิตรเอ่ยสัพยอกออกมาอีกครั้งก่อนขอตัวเดินจากไปทักทายแขกคนอื่นต่อไป   


วิศรุตเดินออกไปรอหญิงสาวทางฝั่งห้องน้ำเพื่อรอกลับบ้านด้วยกัน ทันทีที่เดินไปถึงสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างของเธอที่ยืนคุยอยู่กับคนที่เขาเห็นแล้วก็อารมณ์จี๊ดขึ้นสมองทันที ร่างสูงก้าวเร็วๆ ตรงไปในทันที

“อิง กลับกันได้แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นห้วนสั้น ทำให้สองหนุ่มสาวที่คุยกันอยู่หันมองพร้อมกัน นราธิปหันมาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่เดินเข้าไปยืนจนชิดร่างของหญิงสาว

“พี่วินคะ พอดีคุณนราธิปเขาเดินมาถามถึงคุณพ่อน่ะค่ะ อิงก็เลยอยู่คุยกับเขานิดหนึ่ง เอ่อ...” ปรางฉัตรหน้าตาไม่สู้ดีนักเมื่อเห็นสายตาของคนที่มายืนจนเบียดชิดติดตัวเธอ

“คุยกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม เรากลับกันเถอะ”

“เดี๋ยวสิพี่วิน นี่คือคุณนราธิปเจ้าของคาร์เทียกรุ๊ปค่ะ เอ่อ คุณนราธิปคะ ส่วนนี่ก็คุณวิศรุตจากวิชั่นแทนไทยค่ะ” หญิงสาวทำหน้าที่แนะนำอย่างเป็นทางการ ตัวเธอเองคิดว่าแค่แนะนำตามมารยาทแต่คนที่ยืนเบียดชิดด้านหลังกลับไม่ได้คิดแบบนั้น

“รู้แล้ว” เสียงทุ้มห้วนขึ้นบอกเธอเบาๆ พยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหันไปทักทายนักธุรกิจหนุ่มอีกคน

“ยินดีที่ได้รู้จักคุณนราธิป” ยื่นมือออกไปสัมผัสตามมารยาท รีบปล่อยมือแล้วเอ่ยขอตัวทันที ออกเดินด้วยความรวดเร็วมือเรียวใหญ่จับแขนคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ด้วย จนเธอต้องหันไปกล่าวลานราธิปด้วยอีกคน แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแรงลากของคนขี้หวงไป ทิ้งให้นราธิปยืนมองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวที่ตัวเองแอบสนใจมานานหลายเดือนมีคนอยู่เคียงข้างเสียแล้วแบบนั้น

...เธอมีเจ้าของเสียแล้วอย่างนั้นเหรอ น่าเสียดายจริงๆ…


****************



วิศรุตกึ่งลากกึ่งจูงคนหน้าหวานมาจนถึงรถยนต์คันโตของตัวเอง เปิดประตูฝั่งผู้โดยสารรั้งร่างเธอให้ขึ้นไปนั่งแล้วตัวเองก็กลับไปทำหน้าที่คนขับ สตาร์ทรถออกตัวด้วยความรวดเร็ว สายตาคมมองตรงไปข้างหน้านิ่ง ทุกอย่างเงียบกริบตั้งแต่เขาขับรถออกจากงานเลี้ยงมา ปรางฉัตรเหลือบสายตามองใบหน้าหล่อเหลาแต่บึ้งตึงนั้นอย่างไม่เข้าใจ

“พี่วินเป็นอะไร ทำไมต้องทำหน้าดุขนาดนั้นด้วย” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นถึงความผิดปกติที่ตัวเองสังเกตได้  

“...”

“พี่วิน...” หญิงสาวเรียกอีกครั้ง แต่อีกคนก็ยังขับรถเฉย ไม่สนใจจะคุยกับเธอสักนิด ปรางฉัตรโมโหขึ้นมา

“ดี ถ้าพี่วินไม่พูด อิงก็ไม่พูดด้วยแล้ว...” หน้าหวานงอง้ำขึ้นมา หันหน้าออกไปมองกระจกด้านซ้ายของตัวเอง บอกให้เขารู้ว่าเธอก็ไม่ง้อแล้วเช่นกัน วิศรุตขับรถไปเรื่อยๆ ไม่ได้เร่งความเร็วเหมือนตอนแรกแล้ว จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มจึงเหลือบสายตาไปมองยังฝั่งของเธอ เห็นคนที่ปกติพูดจ๋อยๆ ไม่หยุดเงียบไปนานเกินปกติ จึงชะลอรถเข้าข้างทางแล้วหันมองเธอเต็มๆ ตา

“อ้าว หลับหรอกเหรอ...” ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับใบหน้าเธอให้หันกลับมานอนบนเบาะตรงๆ แล้วถอยตัวมาขับรถออกไปอีกครั้งอย่างระมัดระวังและนุ่มนวลมากขึ้น แต่เส้นทางที่รถคันหรูมุ่งหน้าไปนั้นเปลี่ยนเป็นอีกเส้นทาง

เกือบสามทุ่มตรงรถคันหรูก็จอดสนิทลงที่คอนโดของชายหนุ่ม เขาหันมองหน้าหญิงสาวที่ยังหลับสนิทอยู่อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว...คอยดูสิ ตื่นมาคงอาละวาดเขาน่าดูเลยล่ะ...ใบหน้าที่บึ้งตึงที่เรียบเฉยมาตลอดทาง ประดับไปด้วยรอยยิ้มในทันที

“เธออยากงอนจนหลับไปเองแบบนี้ มาโทษพี่ทีหลังไม่ได้นะทูนหัว”  ความรู้สึกโมโหก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น มีเพียงรอยยิ้มและอารมณ์ที่แสนจะดีใจนักหนาที่เธอเป็นคนสร้างโอกาสนี้ให้กับเขาเอง  วิศรุตเอื้อมมือไปปลุกเธอเบาๆ

“อิง ตื่นครับ ถึงแล้ว” ชายหนุ่มก้มลงไปปลุกจนจมูกเกือบชนใบหน้าหวาน แต่หญิงสาวยังนิ่งเงียบ  จึงยกมือเรียวใหญ่ของตนไปไล้เบาๆ ที่ใบหน้านั้นแล้วส่งเสียงเรียกไปด้วย ร่างบางจึงลืมตาขึ้นมองหน้าเขา แล้วหันมองรอบกาย ผุดลุกนั่งตัวตรงในทันที...ไม่ใช่บ้านเธอนี่...

“พี่วิน ทำไมมาที่นี่ พาอิงกลับบ้านเลย” เสียงหวานกระด้างขึ้นอย่างไม่ชอบใจ อาการงอนที่ยังมีค้างอยู่ทำให้เธอหน้าคว่ำใส่เขา

“ก็ใครใช้ให้งอนพี่จนตัวเองต้องเดือดร้อนแบบนี้ล่ะ ช่วยไม่ได้นะ แต่...เอ จะว่าเดือดร้อนก็ไม่น่าจะใช่นะ ร้อน...อย่างเดียวมากกว่า จริงไหมจ๊ะ” ชายหนุ่มพูดออกมาหน้าตาเฉย เปิดประตูรถลงไปยืนรอเธอตรงทางเข้าคอนโด แต่ผ่านไปเป็นสิบนาทีก็ยังไม่เห็นร่างบางตามเขาเข้าไป ชายหนุ่มจึงก้าวยาวๆ กลับไปที่รถคันโตอีกครั้ง

“อิง ลงมาสิ จะนั่งเป็นแม่ย่านางเฝ้าหน้ารถเหรอ” เอ่ยแซวออกไปเพราะเห็นใบหน้าของเธององ้ำลง

“บ้า พูดอะไรน่ะพี่วิน อิงจะกลับบ้าน ถ้าไม่ไปส่งอิงจะเดินไปเอง”

“ก็เอาสิ เดินไปเลย แถวนี้นะทั้งพวกมิจฉาชีพ ทั้งโรคจิต ทั้งขโมยชุกชุมจะตายไป แล้วยิ่งดึกๆ แบบนี้ เปลี่ยวๆ แบบนี้ด้วย ผู้หญิงแต่งตัวแบบนี้เดินคนเดียวโอย ไม่อยากจะคิดแค่จินตนาการอีกนิดนะรับรองว่า...” ชายหนุ่มยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ หญิงสาวเอ่ยแทรกขึ้นทันทีด้วยความสยองเพราะคิดตามที่เขาพูดก่อนจะเปิดประตูรถ เดินลงส้นกระแทกเท้าแรงๆ เข้าไปในคอนโดด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้ทำตามที่พูดออกไปเธอก็ไม่กล้าหรอก

“ไม่ต้องสาธยายขนาดนั้นก็ได้ ลงก็ลงสิ” เสียงหวานสะบัดสูงลิบ

“ค่อยยังชั่วหน่อย อ้าว อิงรอด้วยสิ จะรีบเดินไปไหนล่ะ อย่าโมโหจนลืมว่าห้องเราอยู่ชั้นเจ็ดนะจ๊ะ” วิศรุตอารมณ์ดีขึ้นมาเมื่อเห็นเธอทำท่าทางตะลึงมองเขาอย่างคาดไม่ถึง

“ก็เดินนำไปสิ” ปรางฉัตรเอ่ยออกมาแบบประชดๆ ใส่เขา ชายหนุ่มเดินไปยืนเคียงกับเธอแล้วยกแขนแข็งแกร่งขึ้นโอบไหล่บางพาเดินเข้าลิฟต์มุ่งสู่ห้องพักทั้งชั้นของตัวเองในอีกนาทีต่อมา

“คืนนี้ค้างที่นี่นะครับ  เดี๋ยวเช้ามืดจะไปส่ง แล้วพี่จะเลยไปขึ้นเครื่องออกเดินทางเที่ยวบินเช้าเลย” ชายหนุ่มก้มบอกข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า คนที่ยังหน้าบึ้งอยู่ไม่ได้คิดอะไรไปไกลขนาดนั้น แต่พอคิดได้ก็หันมองขวับทันที

“ไม่ได้ กลับตอนเช้าไม่ได้ เดี๋ยวคนของพี่มาเจออิงอีก น่าอายจะตายอิงจะเอาหน้าไปไว้ไหน” ปรางฉัตรเอ่ยออกมาน้ำเสียงกังวลจริงจัง

“อาคมกับอากรนะเหรอ แหม...สองคนนั้นออกอาการปลื้มเธอซะขนาดนั้น ยังไม่รู้อีกเหรอว่าพวกเขาเชียร์พวกเราจนออกนอกหน้าขนาดไหน หือ ฮึ” ชายหนุ่มโอบเธอเดินเข้าห้องหรูแล้วปล่อยแขนให้เธอเป็นอิสระเมื่อถึงที่ของเธอ หญิงสาวยืนนิ่งอยู่กลางห้องไม่ยอมขยับตัวเดินไปทางไหน ถึงจะมาที่นี่สองครั้งแล้วแต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สถานภาพเธอเปลี่ยนไปมากที่สุด แบบนี้เธอต้องเสียเปรียบเขาอีกแน่ๆ


“พี่วิน อิงพูดจริงๆ นะ อิงจะอยู่เป็นเพื่อนพี่สักพักก็พอนะ แล้วพี่วินจะต้องไปส่งอิงด้วย ถ้าคุณพ่อกลับบ้านแล้วไม่เจออิงอยู่บ้านอีก อิงขี้เกียจตอบคำถามเลี่ยงท่านแล้วนะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างกังวลขึ้นมาจริงๆ อย่างไม่ยอมลงให้เขา แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจยังยิ้มในหน้า เอาเถอะเช้ามาค่อยว่ากันเขารู้หรอกว่าจะต้องทำอย่างไรเธอถึงจะยอมอยู่ที่นี่...อิง รู้จักพี่น้อยไปเสียแล้วล่ะ...

“ก็ไม่ต้องเลี่ยงสิ บอกท่านไปตรงๆ เลย ว่าเราสองคนเป็น...” คนตัวโตแนะนำหน้าตายแต่สายตากรุ้มกริ่ม

“หยุด พอเลยอย่าแม้แต่จะคิดนะพี่วิน เดี๋ยวเรื่องมันก็ยุ่งยากขึ้นอีกหรอก”

“แล้วทำไมต้องทำให้มันยุ่งล่ะ เชื่อสิ อย่างคุณอาน่ะพี่รับมือไหวอยู่แล้วอย่ากังวลไปเลย” ชายหนุ่มพูดให้กำลังใจให้เธอหายกังวลก่อนเอ่ยชวนขึ้นมา

“อิง ไปอาบน้ำเถอะหรือจะอาบพร้อมพี่” วิศรุตเดินกลับมาถามเธออีกครั้ง มายืนจนร่างสูงชิดติดตัวเธอที่ยังอยู่ในชุดราตรีสั้นชุดเดิมอยู่

“อุ๊ย พี่วิน ไม่ต้อง ไปอาบก่อนได้เลยค่ะ แล้วเดี๋ยวมาตอบคำถามอิงให้เคลียร์ด้วยว่าตอนออกมาจากงานทำไมถึงเป็นแบบนั้น ทำไมต้องทำอาการแบบนั้นใส่อิงด้วย” น้ำเสียงบอกว่าเอาจริงของเธอทำให้วิศรุตรีบรับปากแต่ยังมีรอยยิ้มเต็มหน้า

“โอเคจ้า ตอนนี้ถึงอิงจะถามมากกว่านี้พี่ก็จะตอบทั้งหมดล่ะ นอกจากว่าอิงจะถามไม่ออกเพราะ... หึๆๆ” ชายหนุ่มหัวเราะเจ้าเล่ห์ ก่อนผิวปากอารมณ์ดีเดินไปยังฝั่งของตัวเองแล้วเดินกลับมาผ่านหน้าเธอด้วยร่างสูงโปร่งบึกบึนที่มีเพียงผ้าขนหนูพันกายอยู่แค่ผืนเดียว

“พี่ไปอาบน้ำให้ตัวหอมก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวก็ถึงคิวอิงนะจ๊ะ” จมูกโด่งแอบสูดกลิ่นหอมจากแก้มเธอทันทีที่เดินผ่านแล้วผลุบหายเข้าห้องน้ำไปเลย

“บ้า เอาอีกแล้วนะพี่วิน เผลอไม่ได้เลยนะ” หญิงสาวต่อว่าตามหลังคนที่ผลุบหายเข้าไปแล้วด้วยใจสั่นไหวแปลกๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha