ปรารถนาหัวใจเถื่อน (จบแล้ว)

โดย: โพธิ์ทะเล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 16 : ตอนที่ 16


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

วิศรุตนั่งลงบนเตียงกว้างอีกครั้ง มองหน้าผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจของตนเองด้วยแววตาออดอ้อน แสดงความจริงใจผ่านสายตาออกมา ให้เธอมีโอกาสตัดสินใจด้วยตัวเอง เขาจะลองวัดดวงและวัดความจริงใจของตัวเองกับความรักของเธอดูสักครั้ง ถ้าหากเธอเดินออกไปในตอนนี้เขาก็จะปล่อยให้เธอกลับไป แล้วจะไม่เหนี่ยวรั้งเธอ แต่หากเธอยินดีที่จะทำตามที่เขาขอร้องเขาก็จะทำทุกอย่างให้มันถูกต้องเสียที โดยไม่สนใจอีกแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ขอเพียงให้สามารถมีเธอมาเคียงคู่อยู่ข้างกายด้วยการยอมรับจากทุกคนในครอบครัวทั้งของเขาและของเธอเท่านั้นพอ

“อิง ว่ายังไง พี่รอคำตอบอยู่นะครับ ถ้าไม่มีคำตอบพี่ไม่ปล่อยกลับบ้านจริงๆ ด้วย” วิศรุตยื่นข้อเสนอกับเธอบ้าง

“เอาล่ะ พี่จะนอนรอคำตอบตรงนี้แหละ ถ้าอยากให้เรื่องของเราดำเนินต่อไปก็มาคุยกันต่อ แต่ถ้าเธออยากกลับบ้าน และอยากให้ทุกอย่างมันจบลงจริงๆ พี่ก็คงไม่ห้ามเธออีกแล้ว” วิศรุตพูดจบก็ล้มตัวลงนอน หลับตาลง เพราะรู้สึกอาการป่วยของตนที่ฝืนมานานนั้นเริ่มจะฝืนเอาไว้ไม่ไหวอีก

“พี่แค่อยากบอกว่าพี่รักอิงคนเดียวเท่านั้น” เสียงทุ้มบอกออกมาเบาๆ ทั้งที่ตายังปิดอยู่แบบนั้น

“พี่วิน อิงเอ่อ อิงขอโทษค่ะ ขอโทษที่ปล่อยให้ความอ่อนแอมาทำให้คิดมาก อิงไม่กลับแล้วค่ะ จะอยู่เป็นเพื่อนพี่วินอีกสักพักแล้วค่อยกลับ พี่วินนอนพักให้ดีขึ้นนะคะ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ถ้ายืนยันว่ารักอิงจริงๆ ขนาดนี้ อิงก็เชื่อแล้วค่ะ” หญิงสาวเอื้อมมือไปสัมผัสเบาๆ ที่แก้มสากของเขา รับรู้ได้ถึงไอร้อนๆ ที่ออกมาจากผิวหน้าของชายหนุ่ม มีรอยยิ้มน่ารักปรากฏขึ้นที่ข้างแก้มของคนป่วย ก่อนที่เขาจะพลิกตัวเลื่อนศีรษะของตนเองให้หนุนนอนลงบนตักเธออีกครั้งแต่ไม่ได้ลืมตามองหน้าเธอ

“พี่ขอนอนหนุนตักเมียสุดที่รักหน่อยนะครับ” พูดจบเขาก็ซุกใบหน้าเข้ากับหน้าท้องของเธอแล้วหลับไปจริงๆ หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่างเมื่อไอร้อนๆ จากลมหายใจของเขาทำให้เธอขนลุก มือบางเลื่อนไปลูบผมที่เริ่มยาวลงมาระใบหน้าคมเข้มนั้นด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น

“ค่ะ หลับให้เต็มตื่น แล้วพี่วินจะดีขึ้นเองค่ะ” หญิงสาวพูดเบาๆ ก่อนจะนั่งมองหน้าเขาไปแบบนั้นโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิดเดียว


***************



นายวิทย์ส่งเสียงเรียกคนสนิทของลูกชายทั้งสองคนให้เข้าไปหาที่ห้องรับแขกภายในห้องพักใหญ่ของตนเอง แล้วสอบถามเรื่องราวต่างๆ มากมายตามที่ท่านต้องการอยากจะรู้ สองหนุ่มอึกอักในตอนแรก แต่เพราะความเกรงใจและการขอร้องแกมขมขู่อีกเล็กน้อยของเจ้านายใหญ่ ทำให้ทั้งสองคนจำเป็นต้องเล่าเรื่องทุกสิ่งที่ตนเองรู้ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวหน้าหวานโดยละเอียดเท่าที่รู้เห็นเท่านั้นจริงๆ แต่ยังไม่กล้าเอ่ยถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวของคนทั้งคู่ เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจริงๆ

“กร นายว่าถ้าเจ้านายรู้แล้ว จะโกรธฉันไหมวะ” อาคมถามน้องชายขึ้นด้วยความกังวล เมื่อตนเองเผลอเล่าเรื่องราวของทั้งสองคนเท่าที่เขาเห็นและรับรู้ให้เจ้านายใหญ่ได้ฟัง

“ไม่รู้สิ คงไม่มั้ง เจ้านายใจดีออกนายก็รู้นี่นา อีกอย่างนายก็พูดเรื่องจริงนี่ไม่มีเรื่องที่เสียหายเลยสักนิด ฉันว่าน่าจะดีกว่าด้วยซ้ำที่นายท่านจะได้รู้ว่าเจ้านายมีความรักแบบนี้” อากรออกความคิดเห็นเมื่อเห็นพี่ชายฝาแฝดหน้าตาไม่สู้ดี

“แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านายนะ แล้วพวกเราก็รู้ว่าเจ้านายไม่ชอบเรื่องแบบนี้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตมันจะกลายเป็นฉันยุ่งเรื่องของเจ้านายหรือเปล่าวะ” อาคมยังกังวลใจ

“ก็นายท่านไม่ยอมเหมือนกันนี่นา เราจะทำอย่างไรได้ล่ะ เราก็บอกไปแค่เรื่องที่พวกเรารู้และสมควรบอกเท่านั้น ไม่ได้บอกทุกเรื่องสักหน่อย และเป็นเรื่องที่เจ้านายก็แสดงออกให้พวกเรารู้เห็นเท่านั้น ส่วนเรื่องที่มากกว่านั้นเราสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรนี่ ท่านคงไปถามเจ้านายเอาเองนั่นล่ะ เอาเถอะ...ถ้าโดนก็โดนกันทั้งคู่นี่แหละ” อากรพยายามพูดในทางที่ดีและเป็นกำลังใจให้พี่ชาย ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินเข้าห้องพักของตนเอง


***************



ร่างสูงของคนป่วยพลิกตัวอีกครั้งแล้วตื่นขึ้นมาลืมตามองทั่วห้องด้วยความมึนงงอยู่ชั่วครู่ ก่อนสายตาของเขาจะจ้องตรงไปที่เจ้าของตักที่ตนเองหนุนอยู่เมื่อนึกขึ้นได้

“อิง ขอโทษทีครับ พี่หลับลืมไปเลย เมื่อยไหม” เสียงทุ้มถามด้วยความห่วงใย

“ก็ นิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ”

“พี่นี่แย่จังเลย แล้วทำไมไม่ปลุกพี่ขึ้นมาล่ะ พี่หลับไปนานแค่ไหนเนี่ย” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยความกังวล

“ก็...ชั่วโมงกว่าๆ เองค่ะ”

“โอ แย่เลย อิงเมื่อยแย่ล่ะสิ ขอโทษนะครับคนดี” ร่างสูงที่นอนอยู่ยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง แล้วจมูกโด่งก็กดลงเบาๆ ที่หน้าผากของเธออย่างขอโทษ

“ไม่เป็นไรค่ะ เห็นพี่วินนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาแบบนั้น เลยอยากให้พักให้เต็มที่ค่ะ แล้วนี่ดีขึ้นใช่ไหมคะ” หญิงสาวไม่ได้สนใจอาการเมื่อยขาจนแทบชาของตนเอง  มือบางเอื้อมขึ้นไปอังที่หน้าผากของคนป่วยอีกครั้งแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ความร้อนลดลงจนเกือบปกติแล้ว พี่วินยังเวียนหัวอยู่ไหม จะนอนอีกก็ได้นะคะ” หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วง ในช่วงเวลาที่เขาหลับอยู่เธอมีเวลาได้คิดในหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับตนเองและเขา ทำให้เธอสามารถทำใจและตัดสินใจได้เด็ดขาดเสียทีว่าเธอจะร่วมฟันฝ่าอุปสรรคที่อยู่ข้างหน้าไปพร้อมๆ กันกับเขา เมื่อรักเขาแล้วก็จะเชื่อใจเขาให้เต็มที่เต็มความรู้สึก จะไม่ระแวงหรือคิดเล็กคิดน้อยอีกแล้ว ยกเว้นเขาจะบอกเธอด้วยตัวเองว่าไม่ต้องการเธออีกแล้วนั่นแหละเธอถึงจะตัดใจจากเขา

“ไม่แล้วจ๊ะ ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสพี่อีกครั้ง” ชายหนุ่มบอกเธอเสียงนุ่ม สายตาคมมองหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านั้นนิ่ง มือเรียวใหญ่ทั้งสองข้างยกขึ้นประคองใบหน้าหวานของเธอ

“ขอจูบรับขวัญหน่อยได้ไหม” เสียงถามเหมือนขออนุญาตแล้วเธอก็ก้มหน้ามุดลงทันทีด้วยความเขินอาย

“พี่วินก็...” เสียงหวานอู้อี้บอกออกมาเบาๆ แล้วมือทั้งสองของเขาก็ช้อนใบหน้าเธอให้มองสบตากันอีกครั้ง

ใบหน้าคมเข้มโน้มลงไปหาใบหน้าของหญิงสาว แล้วปากหยักได้รูปนั้นก็จุมพิตลงไปบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างนุ่มนวลอ่อนโยนที่สุด บอกผ่านความรู้สึกของเขาในตอนนี้หมดสิ้นทุกความรู้สึก หญิงสาวพยายามเบี่ยงใบหน้าให้ไกลจากสัมผัสของเขาแต่ชายหนุ่มก็ตามติดไม่ยอมปล่อยหญิงสาวให้เป็นอิสระ จนคนตัวเล็กหมดความพยายามไปเอง

“อิง อยู่นิ่งๆ สิครับ” เสียงทุ้มเอ่ยชิดริมฝีปากหวานแล้วถอนใบหน้าออกมามองหญิงสาวตาหวาน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเธอเหลือบสายตาขึ้นมาค้อนเขาจนตาคว่ำเลยทีเดียว

“ทำไม ค้อนแบบนี้เดี๋ยวคอก็เคล็ดหรอก แค่จูบแค่นี้ทำไมต้องค้อนด้วยล่ะ ถ้าพี่ทำอย่างอื่นด้วยก็พอว่าไปอย่าง” วิศรุตแหย่คนตัวบางแล้วหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“บ้าเหรอพี่วิน อิงหายใจไม่ออกนะ” หญิงสาวท้วงเขาด้วยอาการงอน

“นี่แหละไม่ได้ฝึกบ่อยๆ ก็เป็นแบบนี้แหละเห็นมั้ย เพราะฉะนั้นหลังจากวันนี้ไปพี่ต้องขยันๆ หน่อยแล้วล่ะ” ท่าทางบอกว่าเอาจริงของคนพูดทำเอาหญิงสาวชักขยาดขึ้นมา

“เกี่ยวอะไรกันเนี่ย พี่วิน ไม่เอาๆ อิงไม่คุยด้วยแล้ว เดี๋ยวอิงเช็ดหน้าให้นะคะ จะได้ออกไปหาคุณพ่อคุณแม่ของพี่วินด้วย ป่านนี้ท่านคงโกรธอิงแล้วแน่ๆ เลยที่พี่วินชวนอิงมาอยู่ในห้องแบบนี้ แล้วอิงก็จะเลยกลับบ้านเลยด้วย ทิ้งงานมาตั้งเกือบครึ่งค่อนวัน ป่านนี้พี่วรรณบ่นหาแล้วล่ะ” ปรางฉัตรพยายามพูดวกเข้าเรื่องงานเพื่อให้ชายหนุ่มเห็นดีเห็นชอบด้วย แต่อีกคนกลับไม่อินังขังขอบกับคำพูดของเธอเลยด้วยซ้ำไป

“ท่านจะว่าอะไรล่ะ คุณพ่อคุณแม่ของพี่ท่านใจดีจะตายไป ไม่อย่างนั้นท่านจะยอมปล่อยให้พี่อยู่กับอิงตามที่พี่ขอเหรอ” วิศรุตยังไม่ยอมทำตามคำขอของคนหน้าหวานง่ายๆ ...เรื่องอะไรล่ะ ก็ตอนนี้เธอยอมรับเขาเหมือนเดิมแล้วนี่นา โอกาสที่จะอยู่ด้วยกันยิ่งมียากๆ อยู่ เรื่องอะไรเขาจะยอมปล่อยเธอกลับไปง่ายๆ ขนาดนั้น...

“แต่ถ้าท่านรู้ว่าอิงเป็นลูกสาวใคร ท่านคงอยากจะให้อิงอยู่หรอกนะคะ” หญิงสาวท้วงขึ้นสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“เธอก็อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิ บางทีผู้ใหญ่เขาอาจจะไม่คิดเหมือนเราก็ได้ พี่หวังว่า...จะเป็นอย่างนั้นนะ” วิศรุตย้ำชัดเจนอีกครั้ง ก่อนเขาจะหลับตาลงแล้วนิ่งให้เธอเช็ดใบหน้าและลำคอให้ตามที่เธอเสนอมาเอง โดยไม่มีอาการงอแงอีก เพราะมีความหวังเอาไว้ในใจเต็มเปี่ยมแล้วนั่นเอง แต่มือใหญ่ก็อยู่ไม่นิ่งเช่นกัน พอเธอลืมตัวมือนั้นก็สัมผัสแผ่วๆ บริเวณที่ตนเองโปรดปรานทันที

“พี่วิน ทำอะไร พูดยังไม่ทันจบเลยนะคะ เอาอีกแล้ว” ปรางฉัตรตาขุ่นใส่ชายหนุ่ม

“นิดหน่อยเองนะครับอิง คิดถึงอิงจะตายอยู่แล้ว กว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง กว่าทุกอย่างจะลงตัว วันนี้พี่รู้สึกว่าทุกอย่างมันยาวนานมากเลยทีเดียว พี่ขอแค่นี้เอง ก็คนมันรักนี่อยากแสดงความรักบ้างจะเป็นไรไปล่ะครับ” ชายหนุ่มงอแงไม่ยอมเธอเช่นกัน

“ตอนนี้พี่วินป่วยอยู่นะ ไม่รู้จักรักษาตัวเองเดี๋ยวก็ไม่หายกันพอดี” หญิงสาวพยายามเบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่องอื่น แต่เขากลับทำหน้ายิ้มๆ ส่งให้เธอแทน

“แบบนี้นี่แหละที่จะทำพี่หายเร็ว กำลังใจจากเมียรักไงจ๊ะ” เสียงทุ้มหวานขึ้นมาในทันที

“พูดอะไรแบบนี้พี่วิน อิงไม่ได้เป็นเมียสักหน่อย เราไม่ได้แต่งงานกันนะ แบบนี้จะเอาเปรียบล่ะสิไม่ว่า พอแล้วพี่วิน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ พี่วิน...” เสียงขุ่นของคนที่ต่อว่าเขาอยู่นั้นเบาลงเรื่อยๆ เมื่อชายหนุ่มไม่ได้สนใจปฏิกิริยาต่อต้านของเธอเลยสักนิด เขากลายเป็นคนที่เอาแต่ใจไปแล้วในเวลานี้ เขาเปลี่ยนใจจากที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรกเสียแล้ว เพียงเพราะความหอมกรุ่นจากกายเธอที่รัดรึงความรู้สึกส่วนลึกของเขาในตอนนี้ไว้จนหมดสิ้น ทำให้หญิงสาวต้องท้วงออกมาเสียงสั่นเลยทีเดียว เมื่อรู้แล้วว่าเขาเริ่มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา กลายเป็นคนเดิมที่เจ้าเสน่ห์อีกครั้ง

               “อิงบอกว่าให้ ปละ ปล่อย ปล่อยสิคะ อื้อ พี่วินน่ะ...” คนที่ประท้วงเสียงหายไป แต่คนที่รุกหน้าเดินเข้าหาเธอนั้นถึงกับยิ้มกริ่มอย่างชอบใจที่ในที่สุดหญิงสาวก็ตัวอ่อนอยู่ในอ้อมแขนของเขาเสียทีในตอนนี้


มือเรียวใหญ่เลื่อนไปโอบอุ้มความอวบอิ่มที่เขาแสนคิดถึงและโหยหาของเธอผ่านเนื้อผ้าบางของชุดที่เธอสวมใส่อยู่ ชายหนุ่มดึงเธอให้เอนตัวเข้าหาร่างสูงใหญ่ของตนเองแล้วกอดเอาไว้แน่น มือข้างที่สัมผัสกายบางของเธอเลื่อนไปอีกข้างเพื่อกระตุ้นความรู้สึกที่หญิงคนรักของเขากำลังต่อต้านเอาไว้อย่างเต็มที่ นิ้วเรียวปลดตะขอชั้นในตัวสวยออกจากกัน ปลดปล่อยพันธนาการสีหวานที่รัดรึงความอวบอิ่มนั้นออกไปเสีย ก่อนที่สายตาคมจะจ้องตาเธอนิ่ง แล้วดึงรั้งเสื้อผ้าเนื้อบางที่เธอยังสวมค้างคาอยู่ที่ตัวออกไปโดยที่หญิงสาวเองก็ไม่รู้เลยว่ากระดุมของเสื้อที่เธอสวมใส่ถูกปลดอออกจากกันตั้งแต่ตอนไหน

“อิงจ๋า...นะ ขอชื่นใจนิดหนึ่งนะครับ แล้วที่บอกว่าไม่ใช่เมียแล้วจะให้เรียกอะไรล่ะฮึ แบบนี้ยิ่งกว่าเมียแล้วล่ะ...” เอ่ยคำวอนอ้อนขอ แต่อาการที่แสดงออกมานั้นไปไกลกว่าที่พูดออกมาเสียแล้ว เมื่อใบหน้าหล่อคมนั้นก้มลงหาผิวเนื้ออ่อนนุ่มแสนหวานสุดโปรดของตนเองทันที

“อือ พี่วิน ทะ ทำอะไรคะ อย่าสิคะ...” น้ำเสียงต่อต้านของเธอสั่นไหวขึ้นมาอย่างควบคุมความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเรียวลิ้นอุ่นชื้นและลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเข้าครอบครองความหวานล้ำที่เขาถวิลหามานานหลายวันมากแล้ว ลิ้นเรียวไล้เลียแผ่วเบาทักทายทรวงอิ่มก่อนรวบดูดเอาความหวานแสนเลิศล้ำนั้นเข้าไว้เต็มอุ้งปาก ครอบครอง หยอกล้อกับเม็ดบัวแสนสวยอย่างเอาใจ จนคนที่ปฏิเสธมาตั้งแต่ต้นปิดความรู้สึกประหลาดล้ำนั้นเอาไว้ไม่ได้อีก

ร่างบางขยับเล็กน้อยอย่างอึดอัดกับสิ่งที่เขาปรนเปรอ แม้เธอจะต่อต้านแค่ไหน แต่แรงปรารถนาที่ก่อเกิดขึ้นมานั้นแรงกล้ามากกว่ายิ่งนัก เสียงหวานครางแผ่วออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามใจตนเองไม่อยู่อีกเลย



“อื้ม...พี่วิน อยะ อย่าทำแบบนี้สิคะ” ท้วงออกมาเสียงอ่อน แต่ชายหนุ่มกลับได้ยินเหมือนเสียงเพลงขับขานที่แสนไพเราะเสียแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาคลุกเคล้าลงไปเต็มเนินอกอิ่มนั้นอย่างหลงใหล ไม่อาจถอนตัวจากห้วงเสน่หานั้นได้อีกแม้เพียงเสี้ยววินาที

“อิงจ๋า ที่รัก” เสียงแหบทุ้มที่พร่ำบอกออกมาเบาๆ ผสมไอร้อนของลมหายใจที่ออกจากปาก ทำให้หญิงสาวขนลุกซู่ พยายามส่งเสียงห้าม เพราะเธอคิดว่ามันไม่เหมาะสม ไม่อยากให้อะไรเกินเลยไปเหมือนทุกครั้ง เพราะวันนี้มีบิดามารดาของเขาอยู่ที่นี่ด้วย แต่การปลุกเร้าเอาจริงเอาจังของวิศรุตแบบที่ไม่ยอมฟังเสียงของเธอเลยนั้น ทำให้หญิงสาวหมดหนทางห้ามปรามแล้วจริงๆ ร่างบางจึงเผลอเบียดกายขึ้นหาต้นเหตุแห่งความสยิวที่ทำให้เธอขนลุกขนชันไปทั่วทั้งกายบาง

“พะ พี่วิน อยะ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ อิง เอ่อ อิงอาย”

“นิดเดียวเองนะครับ สัญญาก็ได้ว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยเหมือนทุกครั้ง” เสียงทุ้มบอกเหมือนจะสัญญาให้เธอสบายใจ แต่ทั้งมือเรียวและปากหนาหยักไม่ได้หยุดปฏิบัติการหวามไหวกับร่างของเธอเลยสักนิดเดียวตามที่ปากพูดออกมา

ร่างสูงทาบร่างของตนลงไปทิ้งน้ำหนักลงไปหาร่างบางเบียดร่างสูงนั้นเข้าหาเธอ แนบชิดชนิดที่ไม่มีอากาศลอดผ่านร่างได้เลยด้วยซ้ำ มือเรียวใหญ่สัมผัสลูบไล้แผ่วเบาไปทั่วผิวกายที่โผล่พ้นเสื้อผ้านั้น ความรู้สึกส่วนลึกนั้นเกินควบคุมความต้องการเอาไว้ได้แล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังอดทนฝืนกลั้นความรู้สึกลึกๆ นั้นเอาไว้เป็นอย่างดี แต่เพียงแค่เธอเบียดร่างของตนเองขึ้นหาร่างแกร่งเพราะทนกับสัมผัสหวานที่เขาปลุกเร้านั้นไม่ไหว เท่านั้นเองที่ความอดทนอดกลั้นของเขาที่มีมานานก็ขาดสะบั้นลงในทันที

“อุ๊ย...พี่วิน หนะ ไหนว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยไงคะ แต่ทำไมถึงอือ อื้อ...” เสียงหวานสั่นพร่าที่ถามออกมาหายกลับเข้าลำคอไปเมื่อใบหน้าคมเข้มของวิศรุตก้มลงไปปิดริมฝีปากของเธอเอาไว้เสียแล้ว เรียวลิ้นอุ่นซ่านดุนดันเข้าหาความหวานจากเธอทันทีที่คำถามของเธอนั้นเงียบไป

ชายหนุ่มเริ่มต้นทักทายเธอด้วยความช่ำชอง เรียวลิ้นนั้นไล่ตามติด คลอเคลียดูดดึงรัดรึงลิ้นเล็กเอาไว้อย่างหวงแหนแสนรัก จนคนที่ปฏิเสธมาตลอดนั้น เผลอไผลให้ความร่วมมือกับเขาไปด้วยความไม่รู้ตัวในที่สุดนั่นเอง วิศรุตจุมพิตคลุกเคล้าริมฝีปากบางแสนหวานนั้นอย่างไม่ยอมห้ามใจตัวเอง เรียกร้องตักตวงเอาความหวานล้ำที่รอคอยนั้นเอาไว้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ได้เอาเปรียบเธอเสียทีเดียว เขาหยอกล้อ ล้อเล่นทักทายเรียวลิ้นเล็กนั้นด้วยความเพลิดเพลิน เนิ่นนานจนแทบลืมหายใจ พอรู้สึกตัวสติกลับมาอีกทีเมื่อเธอพยายามเบี่ยงใบหน้าหวานออกไปเพื่อหาอากาศหายใจ เขาจึงได้ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกมา เพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และปล่อยให้เธอได้ทำแบบนั้นไปด้วย แต่ยังไม่ยอมถอนใบหน้าออกไปจากข้างแก้มนวลของเธอ

“ชอบจังแบบนี้ เธอน่ารักที่สุดเลยนะอิง” เสียงเอ่ยชมออกมาอย่างพอใจในรสชาติหวานล้ำที่ได้ดื่มด่ำจากคนหน้าหวาน

หญิงสาวเหลือบสายตามองใบหน้าหล่อนั้นด้วยดวงตาหรี่ปรือ เพราะยังมึนงงกับรสจุมพิตหวานล้ำและมาราธอนของเขาเมื่อครู่นี้อยู่ จนเมื่อรับรู้และรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของมือเรียวของเขาอีกครั้งนั่นแหละ  เสียงหวานแหบจึงได้เปล่งออกมาจากปากบางเพื่อพยายามประท้วงคนที่ทาบร่างเธออยู่อีกครั้ง

“พี่วิน ทะ ทำอะไรคะ” ถามเสียงสั่นเลยทีเดียวเมื่อคนตัวสูงยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอ แต่เขากลับซุกใบหน้าคมที่มีเคราสากๆ นั้นลงไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอแทน

“ก็ รักอิงไงครับ ไม่ถามแล้วนะ พี่ไม่ตอบแล้วหือ อืม...” เสียงทุ้มตอบออกมาเบาๆ และคำรามเบาๆ อย่างถูกใจเมื่อสูดดมกลิ่นกายแสนโปรดของเธอเข้าไปเต็มปอด สิ่งที่เขาโปรดปรานและหวงแหนนั้นคือทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นตัวตนของเธอนี่แหละ ขอแค่เป็นเธอเท่านั้น อะไรในโลกนี้เขาก็ไม่ต้องการอีกแล้วล่ะ...

“ไม่สิ อย่า นะ คะ...พี่วิน ทำอะไรอิงเนี่ย อื้อ...” เสียงท้วงนั้นไม่เข้าหูของเขาเลยสักนิด แล้วความอดทนของคนป่วยที่ตอนนี้ลืมไปแล้วว่าตนเองนั้นป่วยอยู่ก็สิ้นสุดลงจริงๆ เสียที เมื่อเขาปลดปล่อยร่างกายแข็งแกร่ง องอาจ บึกบึนสมชายของตนเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการของเสื้อผ้าชุดหรู แล้วเขาก็ปฏิบัติเช่นเดียวกันกับเธอ จนหญิงสาวเปลือยเปล่าร่างอรชรไปด้วย โดยที่เธอรู้ตัวเมื่อสายเสียแล้ว หมดหนทางปฏิเสธความปรารถนาและพิศวาสหวานล้ำที่เขามอบให้นั้นไปโดยปริยาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

โพธิ์ทะเล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha