ปรารถนารัก ณ กรุงโซล

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ลัดฟ้าสู่กรุงโซล 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เอเชีย, เกาหลีใต้, The, ฤดูใบไม้ผลิ




“ที่นี่สวยมากเลยนะเหมือนอยู่เกาหลีจริงๆ” หญิงสาวพูดพร้อมกับมองไปรอบๆบริเวณอย่างเพลินตากับการจัดร้าน

“อืม ว่าแต่จอมจะกินอะไรสั่งได้เลยนะ มื้อนี้ซีเลี้ยงเอง” ชายหนุ่มส่งเมนูให้เพื่อนสาวที่ยิ้มกว้างอย่างยินดีในจิตอารีของเพื่อนสนิท

“ถ้าอย่างนั้นคงต้องกินถล่มลูกชายเจ้าสัวส้งสักหน่อยแล้ว” จอมนางแหย่เพื่อนชายพร้อมกับมองรายการอาหารที่ละลานตาในเล่มเมนูซึ่งมีทั้งรูปภาพพร้อมกับชื่ออาหารระบุไว้อย่างชัดเจน

บริกรของร้านเดินมารับรายการอาหารพร้อมกับเสิร์ฟน้ำชาเขียวแบบร้อนให้กับทั้งสองก่อน ในระหว่างที่ลูกค้ายังดูรายการอาหารอยู่

“ผมขอบิบิมบับก็แล้วกันครับ” ชายหนุ่มบอกกับบริกรของร้าน

“งั้นขอโทลโซดบิบิมบับที่นึงแล้วกันค่ะ” จอมนางหันมาบอกกับบริการสาวพร้อมกับส่งเล่มเมนูคืนให้ก่อนจะหันมาคุยกับสินธเลิศอย่างสนิทสนม จนคนทั่วไปมองอาจจะคิดว่าทั้งสองคือแฟนกัน

บิบิมบับ หรือที่เรียกกันว่าข้าวยำของเกาหลีโดยการเอาเครื่องปรุงเช่นเนื้อสัตว์ผักต่างๆมาหั่นซอยให้เล็กๆ วางบนข้าวสวยแปะไข่ไว้ข้างบน พอจะทานก็คลุกให้เข้ากันแล้วจึงทาน

โทลโซดบิบิมบับ หรือข้าวยำในหม้อร้อนเป็นข้าวสวยปรุงรสที่คลุกมากับพริกเกาหลี เสิร์ฟมาในหม้อหินร้อนๆ ภายในหม้อมีหลายอย่าง ทั้งถั่วงอกดอง สาหร่าย แตงกวาดอง แครอท เนื้อสับ ไข่ไก่ดิบ(เฉพาะไข่แดง) รวมสิบอย่าง เวลากินก็คลุกเคล้าเครื่องทุกอย่างให้เข้าด้วยกัน กินตอนข้าวร้อนๆ ได้รสชาติกลมกล่อมทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม เจือความเผ็ดจากพริกเกาหลี

 

หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารสัญชาติเกาหลีเพื่อเป็นการทำความรู้จักรสชาติของอาหารของประเทศที่ทั้งสองกำลังจะต้องเดินทางไปฝึกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สินธเลิศจึงขับรถมาส่งเพื่อนสาวที่บ้านเพื่อเตรียมกลับไปช่วยงานที่ร้านอาหารของครอบครัวเฉกเช่นเคยทำมาอยู่ทุกวัน

“ขอบใจนะซีสำหรับอาหารมื้อรสชาติแปลกๆ แต่ก็อร่อยไปอีกแบบแม้จะสู้น้ำพริกปลาทุบ้านเราไม่ได้ก็เถอะ” หญิงสาวพูดอย่างติดตลก

“เอาน่ากินบ่อยๆจะได้คุ้นลิ้น เดี๋ยวพอไปอยู่ที่โน้นขึ้นมาจะได้ไม่ร้องกลับบ้านเพราะคิดถึงน้ำพริกปลาทูหรือส้มตำยังไงล่ะ”  

หญิงสาวแลบลิ้นใส่เพื่อนชายอย่างหมั่นไส้ ก่อนที่เธอจะก้าวลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้าน โดยมีสายตาเพื่อนชายอย่างสินธเลิศมองตามด้วยความรู้สึกขบขันในท่าทีของเพื่อนสาว

หลังจากส่งเพื่อนสาวสินธเลิศเลี้ยวรถออกจากซอยบ้านจอมนางเพื่อตรงไปหาพี่ชายที่ร้านอาหารซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวที่เขาช่วยงานมาตั้งแต่เริ่มโตจวบจนทุกวันนี้

“โทษทีมาช้าไปหน่อยเฮีย วันนี้ลูกค้าเยอะหรือเปล่า” ชายหนุ่มถามพี่ชายที่กำลังตรวจดูบัญชีของสดที่ทางร้านสั่งซื้อเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารจีนเลิศรสให้กับลูกค้า

“ก็เรื่อยๆ ว่าแต่ลื้อทำธุระเสร็จแล้วหรือ” ผู้เป็นพี่ชายซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของบ้านถามชายหนุ่มพลางจดยอดสินค้าเพื่อทำบัญชี

“เรียบร้อยแล้วเฮีย อีกสองอาทิตย์ก็เดินทางแล้วครับ” สินธเลิศหยิบบัญชีรายการสินค้าที่สั่งขึ้นมาช่วยพี่ชายด้วยอีกแรงด้วยความรู้สึกอยากแบ่งเบางานผู้เป็นพี่ชายที่ทำงานหนักมาตั้งแต่สมัยครอบครัวยังไม่รุ่งเรือง จนทุกวันนี้กิจการมั่งคั่งมีสาชาอยู่หลายสิบแห่งทั้งในประเทศและสาขาต่างประเทศ

“ไม่ต้องๆลื้อไปเตรียมตัวดูข้าวของเสื้อผ้าสำหรับเดินทางดีกว่า ป๊าเขาหวังกับลื้อไว้เยอะ อย่าทำให้ทุกคนผิดหวังนะซี” มือหนาหยาบกร้านเพราะถูกฝึกให้ทำงานมาตั้งแต่เด็กของผู้เป็นพี่ชายตบลงบนบ่าของสินธเลิศเบาๆ

“ผมสัญญาจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอน” ชายหนุ่มบีบมือหนาของพี่ชายแน่นอย่างให้คำมั่น ว่าจะกลับมาพร้อมกับความสำเร็จและจะมาสานต่อกิจการทั้งหมดเพื่อให้พี่ชายได้พักผ่อนบ้าง

 

สองอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนจอมนางรู้สึกใจหายที่ต้องจากมารดาไปไกลถึงอีกประเทศหนึ่งซึ่งต่างกันทั้ง ภาษา วัฒนธรรม สภาพอากาศและสิ่งแวดล้มความเป็นอยู่ แต่เพื่อความฝันที่จะได้ทำงานเป็นเชฟของโรงแรมชื่อดังเหมือนกับบิดาที่ตายไปทำให้หญิงสาวมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำความฝันนั้นให้เป็นจริง

“พรุ่งนี้แล้วสินะที่เราต้องเดินทางไป” คุณนัดดาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นอย่างรู้สึกใจหายที่ต้องปล่อยให้บุตรสาวคนเดียวต้องไปอยู่ไกลตาถึงต่างประเทศ

“แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ไปถึงที่โน้นแล้วจอมจะรีบโทรหาแม่ทันที” แม้ภายในใจจะรู้สึกกังวลไม่ต่างจากมารดาแต่หญิงสาวก็ต้องทำเป็นร่าเริงเพื่อให้คุณนัดดาคลายความกังวลลง

หญิงสาวละจากกองเสื้อผ้าที่เตรียมจัดใส่กระเป๋าเดินทาง เพื่อกอดร่างผอมบางของคุณนัดดาที่นั่งลงข้างๆเธอพร้อมกับหอมแก้มฟอดใหญ่อย่างประจบราวกับเด็กที่ไม่เคยโตเลยสักครั้งในสายตาของผู้เป็นมารดาอย่างคุณนัดดา

ไม่มีคำพูดใดหลุดจากปากคุณนัดดานอกจากมือที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยชราที่ค่อยๆลูบศีรษะได้รูปสวยของบุตรสาว

 

เช้าวันเดินทางก็มาถึงหญิงสาวร่างบางในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำตาลที่พับแขนขึ้นมาถึงระดับข้อศอกเพื่อความทะมัดทะแมงเพิ่มความคล่องด้วยกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มขายาวทรงกระบอก จอมนางลากกระเป๋าเดินทางมาไว้ที่ห้องรับแขกเพื่อรอให้สินธเลิศมารับไปที่สนามบินด้วยกัน

“มากินข้าวก่อนสิลูก กว่าจะได้ขึ้นเครื่องก็อีกตั้งหลายชั่วโมง” คุณนัดดาพูดพร้อมกับตักข้าวต้มกุ้งที่เธอตั้งใจตื่นมาทำให้ตั้งแต่เช้าใส่ชามเตรียมจะยกไปวางที่โต๊ะอาหารให้กับบุตรสาว

“แน่อยู่แล้วค่ะ ไม่มีข้าวต้มที่ไหนอร่อยเท่าของแม่เลยค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างประจบพร้อมหอมแก้มคุณนัดดาฟอดใหญ่แล้วจึงยกชามข้าวต้มควันลอยฉุยส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายมาวางบนโต๊ะอาหารก่อนที่เธอจะนั่งลงจัดการของโปรดฝีมือมารดาอย่างเอร็ดอร่อย

คุณนัดดามองบุตรสาวทานอาหารที่ตนเองทำแล้วรู้สึกสะกิดใจขึ้นมาจนน้ำตาพาลเอ่อขึ้นมาทันทีจนต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะไม่อยากให้บุตรสาวเป็นกังวล

หลังจากอิ่มอร่อยกับข้าวต้มชามใหญ่สักพักรถของเพื่อนชายแสนดีอย่างสินธเลิศก็ขับมาจอดตรงหน้าบ้านพอดี นั่นหมายถึงสัญญาณแห่งการจากลามาถึง จอมนางกอดมารดาอีกครั้ง

“เดินทางปลอดภัยนะลูก แล้วโทรมาหาแม่ด้วยนะ”

หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะลากกระเป๋าใบโตออกไปยังหน้าบ้าน ไม่นานร่างสูงของสินเลิศก็ก้าวลงจากรถหันไปประนมมือไหว้มารดาเพื่อนสาวก่อนจะหันมาช่วยเพื่อนสาวยกกระเป๋าเข้าไปไว้ด้านในของรถ จอมนางหันมามองคุณนัดดาอีกครั้งพร้อมกับยิ้มให้ด้วยสีหน้าแจ่มใสเพื่อให้มารดาสบายใจ

 

ณ ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ

หญิงสาวยืนต่อแถวเพื่อยื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ของสนามบินในส่วนขอตรวจคนขาออกเพื่อเตรียมขึ้นเครื่องเดินทางสู่กรุงโซลในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าโดยมีเพื่อนชายร่างสูงอย่างสินธเลิศต่อแถวอยู่ด้านหลังเธอ เมื่อเอกสารเรียบร้อยทั้งสองจึงก้าวขึ้นไปบนเครื่องและนั่งตามเลขที่ของตั๋วเครื่องที่ได้ระบุไว้ซึ่งโชคดีที่เธอและเพื่อนชายได้ที่นั่งติดกันทำให้จอมนางรู้สึกคลายความกังวลตอนนั่งเครื่องไปได้มากทีเดียว

“เดี๋ยวก่อนลงจากเครื่องอย่าลืมใส่เสื้อกันหนาวด้วยนะจอม” ชายหนุ่มส่งเสื้อกันหนาวที่เขาถือติดมือมาด้วยส่งให้กับจอมนาง

“ขอบใจนะซี จอมลืมสนิทเลย” หญิงสาวรับเสื้อกันหนาวตัวใหญ่สีเทาจากเพื่อนชายมาวางไว้บนตักอย่างเตรียมพร้อม ก่อนจะค่อยๆเอนหลังเพื่อพักสายตาก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง “กรุงโซล” ดินแดนแสนโรแมนติค


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha