ปรารถนารัก ณ กรุงโซล

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ความบังเอิญที่ทำให้เราพบกัน 35%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


หอยแครง, เชลล์, เปลือก, ซอส, อาหาร



ร่วมห้าชั่วโมงที่หญิงสาวนั่งเงียบอยู่บนเครื่องบินจนเมื่อเครื่องค่อยๆร่อนลงสู่สนามบินที่ดีที่สุดในโลกอย่างสนามบินอินชอน หญิงสาวก้าวลงจากเครื่องมองความตระการตาอลังการของสนามบินที่ดีที่ทันสมัยและไฮเทคที่สุดก่อนจะเดินเข้ามายังจุดตรวจคนเข้าเมืองโดยมีเพื่อนชายแสนดีเดินตามอยู่ไม่ห่าง

“เดี๋ยวออกจากสนามบินเราต้องรีบไปที่สถานทูตไทยก่อนนะจอม” สินธเลิศเตือนเพื่อนสาวที่ยังคงตื่นตากับความงามของดินแดนกิมจิ

“เดินเที่ยวก่อนไม่ได้หรือซี” หญิงสาวหมุนตัวหันต่อรองกับเพื่อนชายที่เดินตามหลังเธอติดๆ

“ไปเอาเอกสารยืนยันก่อนดีกว่าซีว่าจะได้เข้าที่พักแล้วจากนั้นค่อยเดินเที่ยวดีกว่านะ” เหตุผลของชายหนุ่มทำให้จอมนางยอมทำตามแต่โดยดี

“โอเค เหตุผลยากต่อการคัดค้าน” จอมนางยิ้มให้เพื่อนชายก่อนจะหันมองความตื่นตารอบๆอาคารสนามบิน

ความสดใสในแววตาของเพื่อนสาวทำให้ใจของสินธเลิศแทบละลาย ชายหนุ่มหวังจะใช้ช่วงเวลาที่ได้ทำงานร่วมกันและที่สำคัญได้พักที่เขยิบความสัมพันธ์ของตนกับเพื่อนสาวให้ก้าวกระโดดพ้นจากความเป็นเพื่อนกลายเป็นคนรู้ใจแทน

ท่ามกลางผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกที่เดินขวักไขว่กันไปมาภายในสนามบินทำให้จอมนางซึ่งยังคงเพลินกับความแปลกใหม่ของสถานที่ไม่ทันระวังจนเดินชนเข้ากับชายหนุ่มรูปงามอย่างจังจนเธอแทบหงายหลังล้มลงไปกับพื้นดีที่ชายหนุ่มมาดภูมิฐานที่จอมนางเดินชนนั้นโอบประคองเธอไว้ได้ทันจึงทำให้หญิงสาวมิได้เป็นอะไรมาก

 “ขะ เอ๊ย ชเวซงฮัมนีดะ” จอมนางเกือบจะเผลอกล่าวคำขอโทษชายหนุ่มเป็นภาษาไทยตามความเคยชินแต่เมื่อนึกได้ว่าที่นี่ไม่ใช่แผ่นดินแม่จึงรีบเปลี่ยนเป็นภาษาเจ้าถิ่นแดนกิมจิอย่างทันควัน

ชเวซงฮัมนีดะ แปลว่า ขอโทษ

“ผู้หญิงไทยเวลาพูดภาษาเกาหลีมันดูน่ารักอย่างนี้นี่เอง” รอยยิ้มแสนมีเสน่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรของชายหนุ่มที่โอบประคองจอมนางไม่ให้ล้มทำเอาสาวมากด้วยความมั่นใจถึงกับใจสั่นหวั่นไหว

 “คุณเป็นคนไทยหรือคะ” จอมนางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจที่ได้มาเจอคนชาติเดียวกัน ทั้งๆที่เพิ่งลงจากเครื่องได้ไม่นาน

ในขณะที่จอมนางถามด้วยความสงสัยแต่คำตอบที่เธอได้รับกลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงเมื่อชายหนุ่มมาดดีรั้งจอมนางเข้ามากอดพร้อมกับแนบริมฝีปากลงมาบดเคล้าอย่างหนักหน่วงจนพอใจจึงถอนจุมพิตร้อนจากกลีบปากแสนหวานของหญิงสาวที่ยังคงยืนนิ่งอื้ออึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สินธเลิศถึงกับเลือดขึ้นหน้าอยากจะฆ่าผู้ชายที่กระทำการจาบจ้วงกับเพื่อนสาวของเขาทั้งที่ไม่เคยเจอ ไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ แต่เขาก็ได้แต่คิดเมื่อเหลือบไปเห็นเหล่าบรรดาผู้ติดตามนับสิบชีวิตที่จ้องมองเขาเป็นตาเดียวทำให้สินธเลิศได้แต่ยืนมองแต่ไม่สามารถช่วยอะไรเพื่อนสาวได้เลย

 “ไปกันได้แล้วล่ะจอมเดี๋ยวจะไม่ทันเวลาสถานทูตจะปิดซะก่อนนะ”

สินธเลิศปรี่เข้าไปรั้งมือเพื่อนสาวก่อนจะจูงมือกันออกไปจากจุดนั้นอย่างเร็วโดยมีสายตาเฉียบคมของนายแบบหนุ่มเย่อหยิ่งอย่างโทนี่ คิม หรือธนานนท์ คิม มองตามด้วยความรู้สึกพึงใจก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังจุดตรวจเอกสารหนังสือเดินทางเพื่อบินไปถ่ายโฆษณาให้กับน้ำหอมแบรนด์ดังยี่ห้อหนึ่งของอังกฤษ

 

หลังจากออกจากสนามบินอินชอนแล้ว สินธเลิศก็พาเพื่อนสาวมายังสถานฑูตไทยตามแผนที่ที่ทางสมาพันธ์ได้ให้ไว้ในวันไปรายงานตัว ชายหนุ่มพาจอมนางนั่งรถประจำทางตามที่แผนที่ได้ระบุไว้ไม่นานนักก็มาถึงจุดหมายทั้งสองก้าวลงจากรถประจำทางแล้วเดินย้อนไปไม่ไกลนักทั้งสองก็ถึงหน้าสถานกงสุลไทยประจำประเทศเกาหลี

“อันยองฮาเซโย ชอนึล จอมนางอิมมีดะ” จอมนางแนะนำตัวกับเจ้าหน้าที่ของทางสถานกงสุลพร้อมกับแจ้งเรื่องการขอเอกสารยืนยันบุคคลสำหรับการเข้าฝึกงานกับทางเกรท ฮิลตั้ล เดอะโฮเตล

อันยองฮาเซโย ชอนึล จอมนางอิมมีดะ แปลว่า สวัสดีค่ะดิฉันชื่อจอมนางค่ะ

 

เมื่อได้เอกสารกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสองจึงตรงไปยังที่พักซึ่งทางสมาพันธ์เชฟไทยผู้ให้ทุนได้จัดเตรียมไว้ให้ซึ่งอยู่ก่อนถึงเกรท ฮิลตั้ล เดอะโฮเตล เพียงห้ากิโลเมตรเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

“เดี๋ยวจอมพักผ่อนก็แล้วกัน อีกสองชั่วโมงเราค่อยไปกินมื้อเย็นกัน” สินธเลิศบอกเพื่อนสาวหลังจากมาถึงที่พักซึ่งห้องพักของจอมนางอยู่ชั้นสาม ส่วนห้องพักของชายหนุ่มนั้นอยู่ชั้นห้าซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอพาร์ตเม้นท์สำหรับพนักงานของเกรทฮิลตั้ล เดอะโฮเตล

“จ้ะ ซีก็พักผ่อนเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี่ยวเจอกันนะจ้ะ” หญิงสาวบอกกับเพื่อนชายก่อนจะไขกุญแจก้าวเข้าไปด้านในห้องพักซึ่งตกแต่งอย่างเรียบง่ายมีเพียงเตียงนอนสีฟ้าอ่อนสะอาดตา ถัดมาก็ตู้เสื้อผ้าซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นักวางติดๆกับโต๊ะเรื่องแป้งเล็กๆ

จอมนางยกกระเป๋าสัมภาระขึ้นมาวางบนเตียงก่อนจะรื้อข้าวของเครื่องใช้จัดวางให้เป็นที่อย่างเป็นระเบียบตามที่ผู้เป็นมารดาเคยสั่งสอนเธอในเรื่องความเป็นคนมีระเบียบในเรื่องข้าวของเครื่องใช้จะได้หยิบจับได้อย่างสะดวก

เสร็จซะที คราวนี้ก็ไปอาบน้ำดีกว่าจะได้งีบสักพักก่อนออกไปกินมื้อเย็นกับซี คิดได้ดังนั้นก็สาวเท้าไปยังห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ดีหน่อยที่อพาร์ตเม้นท์ที่เธอพักมีเครื่องทำน้ำร้อนให้พร้อมสรรพ ไม่งั้นมีหวังเธอคงได้ซักแห้งเป็นแน่แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายนก็ตามแต่ที่นี่สภาพอากาศก็ต่างจากเมืองไทยอย่างสิ้นเชิง

 

เช้าวันแรกของการเริ่มต้นทำงานของที่เกรท ฮิลตั้ล เดอะโฮเตล สินธเลิศลงมารับเพื่อนสาวที่ห้องเพื่อเตรียมไปรายงานตัวกับฝ่ายบุคคลของทางโรงแรมก่อนเริ่มงาน ทั้งสองรายงานตัวพร้อมทั้งยื่นเอกสารที่ทางสมาพันธ์เชฟนานาชาติมอบไว้ให้รวมทั้งหนังสือรับรองของทางสถานฑูต

“เกรท ฮิลตั้ล เดอะโฮเตลยินดีต้อนรับคุณทั้งสองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทางโรงแรมเรา” หัวหน้าฝ่ายบุคคลหนุ่มใหญ่ร่างท้วมพูดอย่างยิ้มแย้มก่อนจะพาทั้งสองเดินไปยังห้องครัวขนาดใหญ่ของโรงแรม

ว่าห้องครัวของมหาลัยใหญ่แล้วยังเทียบไม่ได้กับที่นี่เลย

จอมนางคิดในใจพลางกวาดสายตาคนอื่นที่กำลังปรุงอาหารในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบอย่างขะมักเขม้นโดยไม่ได้สนใจผู้ที่เข้ามาใหญ่อย่างเธอรวมทั้งสินธเลิศเลยสักนิด

“เดี๋ยวผมจะให้คุณสินธเลิศเป็นผู้ช่วยเชฟอาหารจีนก็แล้วกันเพราะเห็นในประวัติคุณมีพื้นฐานเรื่องอาหารจีน”

สินธเลิศยิ้มเจื่อนๆเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้ทำงานอยู่ทีมเดียวกับเพื่อนสนิท ร่างสูงเดินตามหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปยังแผนกของอาหารจีนซึ่งมีเชฟใหญ่ที่กำลังปรุงอาหารอยู่หน้าเตาโดยมีผู้ช่วยอีกถึงสี่คนที่ต่างก็ทำงานของตนกันอย่างขันแข็ง

“ตั้งใจทำงานนะ” หัวหน้าฝ่ายบุคคลตบลงบนบ่าของสินธเลิศเบาๆหลังจากแนะนำชายหนุ่มให้กับหัวหน้าเชฟอาหารจีนที่จะเป็นผู้ดูแลและคอยสอนงานให้

สินธเลิศยิ้มจางๆพร้อมกับโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังหัวหน้าฝ่ายบุคคลร่างท้วม

“ปกติที่นี่มีลูกค้าสั่งอาหารไทยบ้างหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามเสียงเรียบด้วยความสงสัยขณะเดินไปยังแผนกอาหารไทย

“ก็มีบ้างแต่ไม่มากนักเพราะทางโรงแรมเรามีเชฟอาหารไทยเพียงท่านเดียวคือคุณกรองแก้วซึ่งจะเป็นหัวหน้าเชฟที่รับผิดชอบดูแลคุณด้วย” หัวหน้าฝ่ายบุคคลร่างท้วมไขข้อข้องใจให้กับคนช่างสงสัยอย่างจอมนางได้อย่างหมดเปลือก

จอมนางสังเกตถึงการทำงานที่เป็นระบบของโรงแรมนี้เพราะขนาดงานในครัวยังมีการจัดแบ่งหน้าการทำงานของเชฟแต่ละคนอย่างชัดเจนว่ามีหน้าที่รับผิดชอบอาหารประเภทใดบ้าง ชายหนุ่มร่างท้วมเดินพาจอมนางมาจนถึงแผนกอาหารไทยพร้อมกับแนะนำหญิงสาวกับหัวหน้าเชฟหญิงวัยสี่สิบเศษท่าทางใจดี

“นี่จอมนางเชฟฝึกหัดคนใหม่ที่ทางสมาพันธ์ส่งมา”

จอมนางในชุดผู้ช่วยเชฟสีขาวสะอาดตาพร้อมที่จะเริ่มทำงานได้ทันทียิ้มให้พร้อมกับประนมมือไหว้คุณกรองแก้วหัวหน้าเชฟซึ่งเป็นคนชาติเดียวกับเธออย่างนอบน้อม หญิงสาวรู้สึกอบใจที่อย่างน้อยหัวหน้างานของเธอก็เป็นคนไทยทำให้จอมนางไม่รู้สึกกดดัน

“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” จองนางฝากเนื้อฝากตัวกับผู้ช่วยหนุ่มอีกสองคนซึ่งดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วน่าคงเป็นคนพื้นที่เพราะผิวพรรณที่ขากซีดกับสำเนียงการตอบรับเป็นภาษาไทยนั้นดูรวบคำในลำคอ

คุณกรองแก้วลอบมองใบหน้าสดใสของหญิงสาวก็รู้สึกถูกชะตาผู้ช่วยคนใหม่ยิ่งนักคงเพราะหญิงสาวมีอายุไล่เลี่ยกับบุตรสาวของเธอที่อยู่เมืองไทยก็เป็นได้

“เรียกฉันว่าแม่แก้วก็แล้วกันนะจ๊ะ เพราะดูๆแล้วหนูนาจะอายุพอๆกับลูกสาวฉัน”

คุณกรองแก้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล หลังจากทำความรู้จักกันเป็นที่เรียบร้อยท่ามกลางความรู้สึกอุ่นใจของจอมนางที่แม้เธอจะมาทำงานต่างถิ่นแต่ก็ยังได้พบเจอคนชาติเดียวกันรวมทั้งเพื่อใหม่ที่คอยแนะนำเรื่องขนมธรรมเนียมและการใช้ชีวิตของคนเกาหลีว่าเป็นอย่างไร


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha