ปรารถนารัก ณ กรุงโซล

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 8 : ความใจดีของสินธเลิศ 35%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



อาหาร, พวงหรีด, หมู, เนื้อ, เนื้อสัตว์




ทันทีที่รู้ว่าเพื่อนสาวถูกลูกค้าวีไอพีดึงตัวไป สินธเลิศกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไรเพราะเป็นห่วงจอมนางจะมีอันตราย ชายหนุ่มถอดผ้ากับเปื้อนออกจากเอวก่อนจะก้าวออกจากห้องเพื่อไปตามเพื่อนสาวแต่กลับถูกหัวหน้าเชฟชาวจีนสั่งห้ามไว้เสียก่อนทำให้สินธเลิศจำต้องรอด้วยใจที่กระวนกระวายจนเมื่อเห็นร่างบางของเพื่อนสาวที่กำลังเดินเข้ามาทำให้ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก

“มันเกิดอะไรขึ้นหรือจอม ไอ้ลูกค้าบ้านั่นมันทำอะไรจอมหรือเปล่า” ชายหนุ่มตรงเข้ามาถามเสียงเครียดพร้อมกับหมุนตัวเพื่อนสาวอย่างสำรวจถึงความผิดปกติ

“จอมไม่ได้เป็นอะไร ซีไม่ต้องเป็นห่วงนะกลับไปทำงานต่อเถอะ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับยิ้มให้สินธเลิศเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มสงสัยก่อนจะเดินกลับไปทำงานของเธอต่อเช่นกัน แม้ว่าในใจเธอนั้นจะยังไหวระทึกจากการจู่โจมของนายแบบหนุ่ม

ทันทีที่หญิงสาวกลับมายังแผนกทั้งสามที่กำลังง่วนกับงานของตนต่างวางมือจากงานแล้วกรูกันเข้ามาถามถึงเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

“คุณโทนี่เขาว่าอะไรจอมหรือเปล่า หรือว่าเขาไล่จอม” คุณกรองแก้วเอ่ยถามหญิงสาวเป็นคนแรก

เชฟสาวน้องใหม่ยิ้มให้คุณกรองแก้วหัวหน้าเชฟที่คอยสอนงานเธอก่อนที่หญิงสาวจะหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาผูกลงบนเอวคอด

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับจอมทั้งนั้นน่ะค่ะแม่แก้ว สบายใจได้ค่ะไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” หญิงสาวหยิบผักที่วางอยู่ในตะกร้าขึ้นมามาล้างเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกภายใน

 

ภายในห้องของธนานนท์ชายหนุ่มยังคงนั่งครุ่นคิดถึงหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะได้ชิดใกล้แม้จะเป็นแค่ชั่วขณะแต่รสสัมผัสที่ตรึงใจก็ทำให้เขาถึงกับเก็บมานั่งเพ้อละเมอหา

มันนานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน

นายแบบหนุ่มคิดพร้อมกับยิ้มพรายด้วยความรู้สึกสุขใจเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานใสและแววตาดื้อรั้นถือดีที่ทำให้เขานึกอยากจะกำราบเธอให้อยู่หมัด

ในระหว่างที่ชายหนุ่มยังตกอยู่ห้วงแห่งภวังค์ถึงเชฟสาวหน้าหวานเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กยี่ห้อดังที่ชายหนุ่มตั้งไว้เป็นระบบสั่นยามสายเข้าเพราะโทนี่หรือธนานนท์เกลียดเสียงโทรศัพท์เข้าไส้ด้วยสาเหตุมาจากงาน เหล่าแฟนคลับ หรือแม้แต่กระทั่งบิดาหรือเอเจนซี่ที่มักจะโทรหาเข้าอย่างไม่ค่อยเป็นเวลาทำให้เขาเกิดภาวะจิตตกจนกลายเป็นเกลียดเสียงโทรศัพท์ไปโดยปริยาย

ชายหนุ่มมองดูหมายเลขที่โทรเข้ามาก่อนจะกดรับสายเมื่อเห็นเป็นเบอร์ของอาตี้บอดี้การ์ดส่วนตัวและเป็นทั้งที่ปรึกษาของเขา

“มีอะไร” โทนี่พูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยหน่าย

“จะโทรมาแจ้งว่าอีกครึ่งชั่วโมงคุณโทนี่ต้องไปงานเปิดตัวคอลเล็คชั่นน้ำหอมที่คุณเป็นพรีเซ็นเตอร์น่ะครับ”

บอดี้การ์ดหนุ่มที่ทำหน้าที่ได้ดีไม่ว่าจะคอยดูแลความปลอดภัย จัดการในเรื่องตารางงานรวมทั้งเป็นที่ปรึกษาและเป็นพี่ชายที่คอยให้คำแนะนำต่างๆให้กับชายหนุ่ม

“ฉันกำลังจะลงไปไม่เกินห้านาที” นายแบบหนุ่มวางสายพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นก้าวออกจากห้องตรงไปยังรถหรูราคาแสนแพงที่จอดอยู่หน้าโรงแรมด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ

เหมือนสมองสั่งหรือใจคิดที่ทำให้ชายหนุ่มแวะยังชั้นที่จอมนางทำงาน ร่างสูงสาวเท้ายาวๆไปยังแผนกอาหารไทยแต่เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเหล่าบริกรทำให้โทนี่ตัดสินใจเรียกหามิสเตอร์ชวองกับบริกรที่ยืนอยู่เพื่อแก้เก้อ

ไม่ถึงห้านาทีผู้จัดการฝ่ายห้องอาหารก็รีบกระวีกระวาดมาพบนายแบบหนุ่มด้วยท่าทางหอบเหนื่อยคล้ายกับวิ่งทางไกลมาเป็นร้อยเมตร

“คุณโทนี่มีอะไรหรือครับ หรือว่าจะให้ผมไล่แม่เชฟฝึกหัดคนนั้นออกผมจะได้จัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับ” มิสเตอร์ชวองรีบเสนอเพื่อหวังเอาใจชายหนุ่มตรงหน้า

“ไม่ต้อง และห้ามยุ่งกับเธอโดยเด็ดขาด ผมแค่อยากได้ประวัติของเธอเท่านั้น ยังไงคุณส่งประวัติของเชฟคนนั้นไปไว้ที่ห้องผมแล้วกัน” โทนี่สั่งเสียงเข้มก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังกลับไปยังลิฟต์ตัวเดิม ท่ามกลางความโล่งใจของเหล่าพนักงานที่ต่างลุ้นว่าเชฟสาวจะโดนว่าหรือโดนไล่ออกหรือเปล่า แต่ดูเหมือนจะผิดคาดเพราะนอกจากนายแบบหนุ่มทายาทเจ้าพ่อวงการบันเทิงจะไม่ไล่ออกแล้วดูจะยังสนใจเชฟสาวฝึกหัดคนนี้ด้วย

 

เช้าสดใสเริ่มต้นขึ้นหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญสั่นความรู้สึกในหัวใจของจอมนางผ่านไปเกือบอาทิตย์ หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อจัดการกับตัวเองแล้วรีบไปทำงานให้ทันตามเวลาเพราะวันนี้เธอต้องไปช่วยแม่แก้วจดรายการวัตถุดิบรวมทั้งอาจจะต้องกะดึกแทนแม่แก้วที่ขอลาในช่วงบ่ายเพื่อไปตรวจสุขภาพ

จอมนางก้าวออกจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูพันกายบอบบาง ผมยาวสลวยถูกรวบมัดเป็นมวยผมไว้อย่างง่ายๆ หญิงสาวหยิบกางเกงยีนส์สีเข้มก่อนจะเลือกเสื้อยืดแขนยาวสีดำก่อนจะสวมเสื้อไหมพรหมฟ้าอ่อนทับอีกชั้นเนืองจากอากาศข้างนอกเย็นเอาเรื่องสำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศแบบนี้ หญิงสาวปล่อยผมยาวสลวยลอนใหญ่สีน้ำตาลอ่อนกระจายเต็มแผ่นหลังแล้วรวบขึ้นมัดเป็นหางม้าก่อนจะฉวยกระเป๋าเพื่อเตรียมออกไปทำงานตามปกติ ร่างบางก้าวออกจากห้องโดยไม่ลืมล็อคประตูแล้วรีบวิ่งลงไปยังชั้นล่างอย่างไวเพราะดูจากเวลาแล้วสินธเลิศน่าจะลงไปรอเธอพักใหญ่แล้วก็เป็นได้

“ขอโทษทีนะซี” จอมนางเอ่ยขอโทษเพื่อนสนิทของเธอทันที

“ไม่เป็นไรจ๊ะ ว่าแต่เรารีบไปกันเถอะ” ชายหนุ่มยิ้มให้กับเพื่อนสาวที่ลึกๆแล้วเขาแอบมีใจให้มาตั้งหลายปีเพียงแต่ไม่กล้าที่จะบอกให้กับหญิงสาวได้รู้เพราะกลัวว่าจะเสียมิตรภาพดีๆต่อกันไป

ทันทีที่มาถึงทั้งสองก็ได้พบกับพนักงานสาวที่เข้ามาใหม่โดยมีมิสเตอร์ชวองขอให้ทั้งสองพาพนักงานใหม่ไปช่วยงานในครัวก่อนเบื้องต้น

“นี่หทัยชนก เป็นนักศึกษาไทยที่ทางมหาวิทยาลัยส่งมาทำงานพิเศษช่วงปิดภาคเรียน ฉันเห็นว่าพวกเธอก็เป็นคนไทยที่มาทำงานที่นี่น่าจะแนะนำน้องใหม่ได้” มิสเตอร์ชวองแนะนำหญิงสาวท่าทางเรียบร้อยดูจะขี้อายเล็กๆด้วยซ้ำให้กับจอมนางและสินธเลิศได้รู้จัก

“ฉันจอมนางจ๊ะ เรียกจอมก็ได้นะจ๊ะ” หญิงสาวยิ้มให้อย่างเป็นมิตรกับหญิงสาวที่เพิ่งได้รู้จัก

หทัยชนกยิ้มตอบด้วยความรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็ได้มีเพื่อนคนไทยในที่ทำงานเหมือนกัน หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนข้างเพื่อนใหม่อย่างจอมนางก่อนจะรีบหลุบสายตาลงเมื่ออีกฝ่ายหันมามองเช่นกัน จอมนางสังเกตท่าทางเอียงอายของมิตรใหม่ยามที่มองเพื่อนสนิทของเธอ หญิงสาวจึงจัดการแนะนำเพื่อนชายแทนเจ้าตัวที่ยืนนิ่งเฉย

“นี่สินธเลิศเพื่อนจอม เรียกว่าซีก็ได้นะจ๊ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มๆก่อนจะกระทุ้งศอกเข้าสีข้างเพื่อนชายให้ทักทายเพื่อนใหม่

“ฝากด้วยล่ะกัน แรกๆก็ให้ช่วยงานของแผนกอาหารจีนไปก่อนแล้วพอช่วงที่ยุ่งๆก็ค่อยให้ออกมาช่วยเสิร์ฟอาหาร” มิสเตอร์ชวองเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นทั้งสามทักทายกันเรียบร้อยก่อนจะไล่ให้ทั้งสามไปทำงานตามหน้าที่


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha