ปรารถนารัก ณ กรุงโซล

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ความใจดีของสินธเลิศ 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


อาหาร, พวงหรีด, หมู, เนื้อ, เนื้อสัตว์




จอมนางที่กำลังง่วงอยู่กับการลำเลียงของสดใส่ตู้แช่ในขณะที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆต่างทยอยกลับกันหมด รวมทั้งสินธเลิศที่กลับห้องพักไปก่อน เพราะหญิงสาวต้องอยู่เวรแทนคุณกรองแก้วที่ขอลาเพื่อไปตรวจสุขภาพประจำปี

“ซีกลับก่อนนะอย่าลืมโทรมาหาซีนะแล้วก็ห้ามจอมเดินกลับคนเดียวด้วย” สินธเลิศกำชับเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วงก่อนที่ตัวเองจะกลับที่พัก

“จ้า” หญิงสาวรับปากพร้อมกับยิ้มให้สินธเลิศก่อนจะหันมาจัดการกับงานตรงหน้าเมื่อเห็นเพื่อนสนิทกลับไป จอมนางเงยหน้ามองดูเวลาจากนาฬิกาบนผนังห้องที่บอกเวลาอีกสิบนาทีจะสองทุ่มทำให้หญิงสาวเร่งมือกับงานกองโต

“ฮู่ว...” หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอกทันทีที่งานเสร็จสิ้น จอมนางมองดูเวลาอีกครั้งก่อนจะรีบสาวเท้าไปยังห้องเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมกลับที่พัก

ในระหว่างที่หญิงสาวเดินไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มีเพียงแสงไฟสลัว จอมนางรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามเธอมาเป็นระยะจนเธอมาถึงล็อคเกอร์ที่เก็บของใช้ส่วนตัวความรู้สึกนั้นก็หายไปจอมนางจึงไม่ได้คิดอะไร หญิงสาวเริ่มถอดชุดผู้ช่วยเชฟของเธอออกโดยเริ่มจากเสื้อตัวนอกสีขาวก่อนจะเริ่มถอดกางเกงสแล็คสีเดียวกับเสื้อที่เธอเพิ่งถอดพ้นร่างไป นาทีนี้จอมนางหามีเพียงชุดชั้นในปกปิดเรือนร่างบอบบางเท่านั้น หญิงสาวมิได้รู้เลยว่ามีสายตาคมดุดุจราชสีห์กำลังจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินเธอด้วยความรู้สึกร้อนลุ่ม

จอมนางก้มลงหยิบเสื้อยืดแขนยาวสีดำขึ้นมาเตรียมจะสวม แต่หญิงสาวกลับต้องชะงักเมื่อถูกมือใหญ่ของใครคนหนึ่งรั้งร่างเธอให้เข้าไปปะทะกับร่างแกร่ง จอมนางรู้สึกกลัวจับใจจนหวีดร้องสุดเสียงแต่กลับถูกมือใหญ่ปิดปากไว้แน่นจนไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากเรียวปากบาง

“ไม่เจอแค่ไม่กี่วันเธอก็ยั่วยวนจนฉันแทบคลั่ง” เสียงทุ้มชิดริมหูจนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงไอความร้อยจากลมหายใจที่เป่ารดซอกคอ

“อื้อ อื้อ” เสียงอู้อี้ราวกับอ้อนวอนของหญิงสาวดังขึ้นเป็นระยะจนคนที่กอดรัดตัดสินใจปล่อยมือจากเรียวปากบาง เพราะเชื่อว่าตัวเองมีฝีมือพอที่จะจัดการกับหญิงสาวหากเธอร้องโวยวายขึ้นมา

จอมนางหันมามองคนที่พันธนาการเธอทันที “คุณโทนี่!” เสียงอุทานตกใจอย่างคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะมาอยู่ที่นี่ในเวลาเช่นนี้

“เป็นฉันแล้วเธอไม่ดีใจหรือยังไง” ชายหนุ่มเค้นเสียงถามพลางดึงเสื้อยืดตัวใหญ่ที่หญิงสาวใช้ปกปิดเรือนร่างอย่างหมิ่นเหม่จากมือบาง

“ไม่นะ เอาคืนมา คนบ้า” หญิงสาวยื้อยุดโดยลืมไปว่าเธออยู่ในสภาพที่ไม่เอื้ออำนวย

“จะใส่ทำไมฉันว่าชุดนี้ก็สวยแล้วนะ จะสวยมากยิ่งขึ้นถ้าเธอเผยเรือนร่างโดยปราศจากเสื้อผ้าปกปิดร่างกายงดงามของเธอ

จอมนางหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอายกับคำพูดแทะโลมของชายหนุ่ม หญิงสาวออกแรงสุดกำลังกระชากเสื้อของเธอจากมือแกร่งอีกครั้ง แต่เหมือนหญิงสาวจะพลาดอย่างแรงนอกจากเธอจะไม่ได้เสื้อคืนแล้วเธอยังถูกชายหนุ่มกอดรัดอย่างแน่นหนา

“ปล่อยนะ คุณโทนี่ ฉันบอกให้ปล่อย” จอมนางดิ้นอึกอักพร้อมกับร้องโวยวาย

คนที่กำลังได้เปรียบยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจพร้อมกับดันร่างบางจนชิดผนังห้อง จอมนางรีบยกมือขึ้นดันร่างสูงที่กำลังเข้ามาประชิดเรือนร่างเกือบจะเปลือยเปล่าของเธอ

“หึๆ ฉันว่าเธอเลิกเป็นเชฟแล้วมาเป็นผู้หญิงให้ฉันกอดทุกค่ำคืนดีน่าจะดีกว่า” โทนี่โน้มหน้ากระซิบชิดริมหูสะอาดเนียนจนหญิงสาวขนลุกเกรียวกับน้ำเสียงและสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

“ฉันไมมีทางทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้นเป็นอันขาด” จอมนางตอกกลับอย่างโกรธเกรี้ยวก่อนจะออกแรงดันร่างสูงให้ออกห่างด้วยความรู้สึกรังเกียจคนตรงหน้ายิ่งนัก

นายแบบหนุ่มกลับรู้สึกสนุกเมื่อเห็นอาการพยศของเชฟสาวแสนสวย โทนี่ระบายยิ้มอย่างรู้สึกอารมณ์ดีคล้ายกับได้ของเล่นที่ถูกใจ

“ถ้าอย่างนั้นมาดูกันว่าสิ่งที่เธอว่ามันสิ้นคิดจะทำให้เธอรู้สึกได้ขนาดไหน”

ทันทีที่จบประโยคนายแบบหนุ่มก็ยึดข้อมือบางทั้งสองข้างของจอมนางไว้ก่อนจะตรึงไว้แน่นกับผนังห้องแล้วก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน แต่มีหรือที่จอมนางจะยอมให้ชายหนุ่มเอาเปรียบรอบสอง หญิงสาวเบี่ยงหลบริมฝีปากร้อนและจมูกโด่งคมพัลวัน ก่อนที่หญิงสาวจะงัดไม้เด็ดด้วยการเตะที่หน้าแข้งชายหนุ่มเต็มแรง

“โอ๊ย!” โทนี่ร้องลั่นพร้อมกับปล่อยร่างบางจากพันธนาการทันที ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกด้วยอาการเจ็บปวดจากพิษสงของเชฟสาว  

“สมน้ำหน้า อยากบ้าดีนัก” หญิงสาวเยาะเย้ยพร้อมกับฉวยเสื้อยืดของตนที่หล่นบนพื้นก่อนจะรีบคว้าสัมภาระอื่นๆเพื่อวิ่งหนีไปยังอีกทาง

“ทำฉันเจ็บแล้วคิดจะหนีมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะจอมนาง” ชายหนุ่มพูดอย่างเข่นเขี้ยวข่มความรู้สึกเจ็บจากน้ำมือของหญิงสาว นายแบบหนุ่มก้าวพรวดก่อนรั้งร่างบางที่กำลังจะวิ่งหนี

“ว้าย! ไม่นะ ปล่อยฉันนะคุณ” จอมนางพยายามร้องสุดเสียงหวังจะมีใครผ่านมาได้ยินและพอจะช่วยเธอได้บ้าง

“หยุดร้อง ฉันบอกให้หยุด ถ้าเธอไม่หยุดฉันจะจูบให้เธอสลบไปเลย คอยดู” โทนี่ขู่เสียงกร้าวจ้องมองร่างบางราวกับราชสีห์จะกลืนกินเหยื่อ

จอมนางปิดปากสนิทด้วยความกลัวในคำขู่รวมทั้งแววตากระหายใคร่อยากของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตฉายแววหวาดกลัวเด่นชัด มือบางทีเต็มไปด้วยเสื้อผ้าและกระเป๋าถือยังคงพยายามผลักไสเพื่อเอาตัวรอดแต่ด้วย โทนี่ดันร่างบางไปยังมุมห้องก่อนที่เขาจะถอยหลังห่างมาหนึ่งก้าว แต่สายตาคมดุยังคงจ้องมองเรือนร่างเย้ายวนไม่วางตาแม้จะมีข้าวของที่หญิงสาวถืออยู่บังกายก็ตาม

“ปล่อยฉันเถอะค่ะคุณโทนี่” จอมนางเปลี่ยนมาใช้ไม้นวมเพื่อหวังจะลดความแรงของอารมณ์

“ใส่เสื้อผ้าซะก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจเปลื้องเจ้าชิ้นเล็กๆสองชิ้นนั้นจนเธอเปลือยเปล่า แล้วจากนั้นฉันจะทำอะไรกับเธอก็คงไม่ต้องบอกนะเพราะฉันคิดว่าเธอน่าจะรู้ดี”

จอมนางถึงกับตัวสั่นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวด้วยความกลัวในอำนาจของแววตาที่จับจ้องมาที่เธออย่างไม่ลดละ หญิงสาวอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เหลือเกิน

“ฉันจะแต่งตัวได้อย่างไรก็คุณเล่นยืนจ้องฉันไม่วางตาแบบนี้”

“จะอายทำไม หรือว่าเธออยากให้ฉัน...” โทนี่แกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แก้มเนียนใสแดงจัดของเชฟสาวทันที เมื่อสถานการณ์จวนตัวหญิงสาวจำต้องยอมทำตามจอมบงการอย่างโทนี่

“ทีนี้คงใจคุณแล้วสินะ” หญิงสาวพูดกระแทกเสียงอย่าโมโหที่ตกเป็นเบี้ยล่างชายหนุ่ม

“ยัง ผมยังไม่พอใจเพราะคุณต้องไปกับผม” พูดจบโทนี่ก็คว้าข้อมือบางกึ่งลากกึ่งจูงให้เดินตามเขาไปยังรถหรูคู่กายที่จอดอยู่ด้านหน้าโรงแรม

“ปล่อย ฉันไม่ไปกับคุณทั้งนั้น ฉันจะกลับบ้าน ฉันเหนื่อย” เชฟสาวโวยวายพร้อมกับสะบัดข้อมือบางให้หลุดจากมือแกร่งที่แข็งปานคีมเหล็ก

“หยุดโวยวายเป็นหมาบ้าสักทีถ้าไม่อยากโดนจูบอวดใครต่อใครที่เขาผ่านไปมา” ธนานนท์หรือโทนี่ยิ้มมุมปากอย่างพึงใจเมื่อหญิงสาวเลิกโวยวายและยอมเดินตามเขาไปแต่โดยดี จนมาถึงด้านล่างที่มีเหล่าบอดี้การ์ดยืนรออยู่ไม่ต่ำกว่าสามสิบคนที่คอยดูแลความปลอดภัย

“ไปโคเรีย เฮาส์¹º” ชายหนุ่มบอกกับอาตี้ที่มีอาการตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวถูกเจ้านายหนุ่มทั้งดึงที่รั้งเข้าไปด้านในรถก่อนที่ชายหนุ่มจะเข้าไปนั่งข้างหญิงสาว

“ครับ” อาตี้รีบคำก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งประจำที่แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ขับเคลื่อนไปยังปลายทางที่เจ้านายหนุ่มบอก

“คะ โคเรียเฮ้าส์ คุณจะพาฉันไปที่นั่นทำไม” จอมนางถามน้ำเสียงหวาดวิตกเพราะคิดว่าชายหนุ่มจะพาเธอไปทำมิดีมิร้าย

“ทำไมต้องทำท่าทางตื่นตระหนกอย่างนั้นด้วย ผมแค่จะพาคุณไปกินอาหารต้นตำรับของเกาหลีก็เท่านั้น” โทนี่อธิบายอย่างรู้สึกอดขำในท่าทีหญิงสาวไม่ได้

¹º โคเรียเฮ้าส์ ซึ่งจัดหาอาหารแบบดั้งเดิมในบ้านรูปทรงแบบเกาหลีไว้บริการพร้อมด้วยการแสดงดนตรีและระบำแบบดั้งเดิมของเกาหลีในโรงละครของทางร้านเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha