ปรารถนารัก ณ กรุงโซล

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : ฉันจะทำให้เธอเป็นดั่งเจ้าหญิง 35%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



อาหาร, พวงหรีด, หมู, เนื้อ, เนื้อสัตว์



สินธเลิศเงยหน้ามองดูเวลาจากนาฬิกาบนหัวเตียงที่บอกเวลาอีกยี่สิบนาทีสามทุ่มด้วยความกังวลใจถึงเพื่อนสาวที่ยังไม่โทรมาสักที ชายหนุ่มคว้ากุญแจห้องและโทรศัพท์มือถือก้าวออกจากห้องพักไปยังห้องของเพื่อนสาวที่อยู่ชั้นบนเพื่อดูให้แน่ใจว่าจอมนางกลับมาถึงที่พักหรือยัง

ไปไหนของเธอนะจอม

ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเมื่อเห็นกุญแจห้องเพื่อนสาวยังคล้องอยู่ด้านหน้า อีกทั้งไฟในห้องก็ยังดับสนิทบ่งบอกได้ว่าเพื่อนเขายังไม่กลับมาถึงที่พัก ความรู้สึกกังวลผสมกับความหวาดวิตกว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับหญิงสาวทำให้สินธเลิศตัดสินใจออกไปตามเพื่อนสาวยังที่ทำงาน ตลอดทางที่ไปตามเพื่อนสาวสินธเลิศเฝ้ากดหมายเลขโทรศัพท์หาจอมนางเป็นสิบครั้งแต่ดูเหมือนปลายทางจะปิดเครื่อง

“โธ่เว๊ย!

ชายหนุ่มระเบิดเสียงด้วยความเครียดที่จู่ๆจอมนางก็หายไปแถมติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก สินธเลิศเฝ้าเพียรภาวนาในใจขอให้หญิงสาวยังทำงานอยู่ แต่คำภาวนาของเขาดูจะไม่เป็นผลเมื่อชายหนุ่มดูใบลงเวลาก็รู้ว่าหญิงสาวออกจากที่ทำงานไปตั้งแต่เวลาสองทุ่มเศษ ร่างสูงเดินคอตกอย่างไม่รู้ว่าจะไปตามจอมนางได้ที่ไหนนอกจากกลับไปรอยังหน้าห้องหญิงสาวเพื่อว่าเพื่อนสาวอาจจะแวะไปทำธุระที่อื่นระหว่างกลับบ้าน

อุตส่าห์ย้ำแล้วนะว่าให้โทรมาบอกกันว่าอยู่ที่ไหนหรืออย่างไร

ชายหนุ่มพึมพำไปตลอดทางจนมาถึงทางเข้าที่พักโดยไม่ได้สังเกตว่าว่ามีเพื่อนใหม่ที่กำลังขนของพะรุงพะรังขึ้นไปยังห้องพัก

“ขะ ขอทางหน่อยค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่สินธเลิศหันไปช่วยพอดีถือของให้อยู่พอดี

“ผมช่วยครับ หทัยเธอ...” ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อว่าพนักงานใหม่ที่เพิ่งจะล่วงเกินเธอไม่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมากลับกลายเป็นเพื่อนร่วมอพาร์ตเม้นท์เดียวกันกับเขา ชายหนุ่มฉวยกระเป๋าใบใหญ่จากมือหญิงสาวก่อนจะให้หทัยชนกเดินนำหน้าไปยังห้องพักของเธอซึ่งไม่น่าเชื่อว่าหญิงสาวจะพักอยู่ห้องข้างๆเขา หญิงสาวไขกุญห้องแล้วรีบก้าวเข้าไปด้านในห้อง หญิงสาวขนข้าวของสัมภาระลงบนเตียงนอนที่ถูกปูไว้ด้วยผ้าปูสีขาวคล้ายกับผ้าคลุมเตียงกันฝุ่นมากกว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยถือของมาส่งให้” หทัยชนกยิ้มให้พร้อมกับรับกระเป๋าใบใหญ่จากมือชายหนุ่ม

“ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกนะ” สินธเลิศบอกก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวขึ้นไปชั้นบนเพื่อรอจอมนางดังที่เขาตั้งใจไว้

 

ตลอดสองข้างทางยามค่ำคืนของกรุงโซลที่แม้รถลาจะไม่แออัด แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินขวักไขว่ในยามค่ำคืน ต่างกับจอมนางที่ไม่ได้อยากออกมาตระเวนราตรีแต่เพราะถูกคนเอาแต่ใจ บ้าอำนาจ บังคับแกมข่มขู่พาเธอออกมา หญิงสาวนั่งมองชายหนุ่มข้างๆอย่างระแวดระวังภัย แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ลำพังกับเขาก็ตามแต่เธอก็หาได้ไว้ใจชายหนุ่ม

“ทำสายตาให้มันดีๆหน่อยสิจ๊ะทูนหัว” โทนี่แกล้งยั่วด้วยคำพูดที่สื่อความนัย

“ฉันไม่ใช่ทูนหัวคุณ อย่ามาพูดแบบนี้อีกนะ” จอมนางสวนกลับด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ริมฝีปากบางเม้มสนิทเป็นเส้นตรงบ่งบอกถึงอาการไม่พึงใจกับการหยอกเย้าของคนข้างๆ

“อารมณ์ไม่ดีสาเหตุหลักของผู้หญิงนี่มาจากประจำเดือนไม่มาใช่หรือเปล่า” นายแบบหนุ่มยังคงสนุกกับการกระเซ้าเย้าแหย่เชฟสาวที่ตอนนี้หน้าตาบอกบุญไม่รับเนื่องจากทั้งโกรธและอายที่ชายหนุ่มพูดเรื่องแบบนั้นได้หน้าตาเฉยทั้งที่เขาเป็นผู้ชายแท้ๆ

ในระหว่างที่สงครามด้านหลังระหว่างจอมนางและโทนี่กำลังจะเริ่มปะทุขึ้นสารถีหนุ่มมาดนิ่งอย่างอาตี้ก็เอ่ยขัดตาทัพขึ้นว่าอีกร้อยเมตรจะถึงโคเรียเฮ้าส์  ชายหนุ่มเลี้ยวเข้าลานจอดรถของร้านอาหารต้นตำรับเกาหลีขนานแท้รวมทั้งยังมีการแสดงดนตรีพื้นเมืองอย่างคายากึม¹¹ ที่ทางร้านจัดแสดงขึ้นให้กับลูกค้า

¹¹คายากึม / 가야금 / Gayageum กายากึม (ขิม กายา)  ซึ่งใช้ในสมัยกายา (ช่วง  42 – 562 ) นำมาจากชิลลาโดย อูรึก กายากึม12 สาย ยังคงเล่นกันในดนตรีเกาหลีสมัยใหม่ 

            สารถีหนุ่มก้าวลงจากรถเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูให้กับนายแบบหนุ่มและจอมนางก้าวลงจากรถก่อนที่จะเข้าไปยังด้านในที่เขาได้โทรจองโต๊ะไว้ตั้งแต่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายหนุ่มว่าจะไปที่ไหน

“นายรอฉันอยู่ที่รถและบอกพวกคนอื่นๆด้วยว่าห้ามรบกวนช่วงเวลามื้อพิเศษของฉัน” นายแบบหนุ่มสั่งบอดี้การ์ดคนสนิทก่อนจะคว้าข้อมือบางของเชฟสาวออกแนวกึ่งลากกึ่งจูงเข้าไปด้านใน

“ปล่อยนะ ฉันเดินเองได้” จอมนางสะบัดข้อมือให้พ้นจากมือแกร่งแล้วเร่งฝีเท้าเดินนำหนานายแบบหนุ่มไปอย่างลืมตัวด้วยความโมโห

“นี่คุณรู้หรือว่าเราจะนั่งตรงไหน” ชายหนุ่มถามด้วยสีหน้าขำๆแล้วรีบสาวเท้าตามร่างบางก่อนที่บริกรของร้านจะออกมาต้อนรับและพาทั้งสองไปส่วนของลูกค้าวีไอพี และยังไม่ทันที่ทั้งสองจะสั่งอาหารบริกรของร้านก็นำพันชัง¹²มาเสิร์ฟให้ตามธรรมของการรับประทานอาหารแบบดั้งเดิมของเกาหลีที่จะเสิร์ฟพันชังซึ่งเป็นเครื่องเคียงให้กับลูกค้าก่อนเสมอ

ทันทีที่บริกรของร้านยกเครื่องเคียงมาเสิร์ฟให้โทนี่จึงถือโอกาสสั่งอาหารโดยไม่ถามจอมนางสักนิดว่าเธออยากทานอะไร

“คูจอลพัน¹³หนึ่งชุดยังเนียมคัลบี¹สองที่แล้วก็กิมจิจีเก¹สองที่” นายแบบหนุ่มหันมายักคิ้วให้หลังจากออร์เดอร์รายการอาหารเรียบร้อย

“นี่คุณจะไม่ถามฉันเลยหรือว่าอาหารที่คุณสั่งน่ะฉันอยากทานหรือเปล่า” จอมนางถามพลางใช้ตะเกียบคีมกิมจิผัดกาดซึ่งเป็นเครื่องเคียงที่วางอยู่บนโต๊ะเข้าปาก

“ผมไม่จำเป็นต้องถามเพราะว่าเวลาหนูมันหิวโซกินอะไรมันก็อร่อยทั้งนั้น จริงไหมจอมนาง” โทนี่ยิ้มกวนๆแล้วหยิบตะเกียบคีบเครื่องอย่างอื่นทานเล่นเพื่อรออาหารหลักที่สั่งไปเมื่อสักครู่

ไม่นานอาหารที่ชายหนุ่มสั่งก็ถูกบริกรทยอยยกมาวางบนโต๊ะ โทนี่ลงมือทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความรู้สึกหิวเพราะตั้งแต่ก่อนงานแฟชั่นเขาก็ยังไม่ได้ทานอะไรจนมาถึงเวลานี้ จอมนางมองดูชายหนุ่มทีจัดการกับอาหารบนโต๊ะอย่างรวดเร็วในขณะที่เธอนั้นไม่ได้รู้สึกอยากอาหารเหมือนกับอีกฝ่ายจึงได้แต่นั่งเขี่ยอาหารในชามของตัวเอง

“ทำไมไม่ทานหรือว่าประชดที่ผมไม่ถามคุณ” นายแบบหนุ่มถามเสียงขุ่นเมื่อเห็นจอมนางดูจะไม่สนใจในเมนูที่เขาสั่งมาให้

“ฉันไม่ได้ประชด แต่เห็นคุณทานแล้วรู้สึกอิ่มแทน” จอมนางตอบตามความรู้สึกพลางวางตะเกียบในมือลงบนชามข้าวที่ไม่ได้พร่องไปเลย โทนี่หยิบแผ่นแป้งสีเขียวจากชุดคูจอลพันวางลงบนจานของตัวเองแล้วค่อยๆคีบส่วนผสมทุกอย่างวางลงบนแผ่นแป้งราดด้วยน้ำจิ้มที่มาพร้อมกันก่อนจะห่อเป็นชิ้นพอดีคำแล้วยื่นให้กับจอมนาง  

 ¹² พันชังเป็นเครื่องเคียง 9 จาน ประกอบด้วยกิมจิผักกาด ผักโขมยำ และกิมจิหัวไชเท้า ส่วนอีก 6 จานที่เหลือนั้นจะผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน อาทิ เต้าหู้ทรงเครื่อง ปลาข้าวสารยำ หอยแครงทรงเครื่อง กิมจิมะละกอ เป็นต้น

¹³คูจอลพัน (구절판)หรือเจ้าหญิงนพเก้าเป็นอาหารในราชสำนักของเกาหลีโบราณ ประกอบด้วย ผัก เนื้อสัตว์ และแผ่นแป้ง รวมทั้งหมด 9 ชนิด เช่น พริกหวานผัดงา เห็ดหอมผัดงา แครอทผัด แตงกวาผัด เนื้อหมู และปูอัด วิธีกินก็คือนำส่วนผสมทุกอย่างมาห่อกับแผ่นแป้ง แล้วกินกับน้ำจิ้มนพเก้ารสเปรี้ยวๆ หวานๆ ที่มีส่วนผสมของมัสตาร์ดและวาซาบิ ตัวแป้งนพเก้าเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นใบเตย

¹ยังเนียมคัลบี (Yang-nyum Gal Bi) เป็นเนื้อวัวส่วนซี่โครงที่ทางร้านนำมาหมักกับเครื่องปรุง เครื่องเทศเกาหลี และผัก หมักนานกว่า 1 วัน เนื้อจะถูกเสิร์ฟมาแบบม้วนห่อมาเป็นก้อน เวลาย่างก็คลี่เนื้อออกมาย่างบนเตา ย่างจนสุกได้ที่ทางร้านจะมีกรรไกรไว้ให้ตัดเนื้อออกเป็นชิ้นๆ พอดีคำ

¹กิมจิจีเก หรือซุปกิมจิ มีส่วนผสมของ เต้าหู้เกาหลี ผักกาดปลอดสารพิษ กิมจิ และพริกแกง เกาหลี


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha