ปรารถนารักร้อน

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : โจทย์เก่า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

โจทย์เก่า

 

 

 

 

 

“ฉันมาร่วมงานแต่งงานของญาติที่ต่างเมืองน่ะค่ะ คงจะกลับไปไม่ทัน ขอเป็นวันจันทร์ก็แล้วกัน”

เธอลืมไปเสียสนิทว่าเช็คค่าจ้างออกวันนี้ เป็นเพราะมัววุ่นวายกับการเตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง

“วันจันทร์เป็นวันหยุด”

แซลลี่ที่โทรศัพท์มาแจ้งทักท้วงขึ้นมา “และฉันก็เพิ่งยื่นใบลาพักร้อนทั้งอาทิตย์เลย”

“เอาไงดี?”

แพรวาเคาะขมับครุ่นคิด...ยังไงสองสามวันนี้เธอก็คงกลับไปไม่ทัน เพราะกว่างานเลี้ยงฉลองแต่งงานที่จัดขึ้นที่บ้านเจ้าสาวในฟลอริด้าจะเสร็จก็คงเป็นคืนพรุ่งนี้นั่นแหละ อันที่จริงจะว่าไป เธอก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน แต่ก็ไม่อยากให้มันติดค้างอยู่อย่างนั้นนานนักหรอก

“คุณพอจะฝากใครไว้ให้ฉันได้ไหมคะ?”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ คุณสะดวกเข้ามารับวันจันทร์ใช่ไหม? ถึงเป็นวันหยุด แต่คนที่นี่ก็ไม่ค่อยหยุดงานกันหรอก คงจะมีคนอยู่ออฟฟิศ แต่อาจจะไม่เปิดประตูด้านหน้า ยังไงถ้ามาถึงคุณก็ช่วยกดกริ่งเรียก หรือจะโทรศัพท์เข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ”

“โอเคค่ะ ขอบคุณมากแซลลี่ ขอให้สนุกกับวันพักร้อนนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ คุณก็เช่นกัน”

แพรวาเก็บโทรศัพท์ เมื่ออีกฝ่ายวางสายไปแล้ว พราวฟ้าก็เข้ามาฉุดแขนเธอทันที

“เร็วเข้าเถอะพี่แพร พี่แอนน่ะ เขาอยากจะอวดแฟนคุณหมอของเขาจะแย่แล้ว”

แอน หรือ อลิสา เป็นลูกพี่ลูกน้องที่อายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ทีแรกแพรวาก็ไม่ได้อยากจะมาร่วมงานนักหรอก เพราะไม่เคยรู้จักมักจี่หรือรู้ปูมหลังเกี่ยวกับญาติคนนี้ของแพร อติชาตินัก

แต่เป็นเพราะเจ้าหล่อนโทรศัพท์มาคะยั้นคะยอขอให้เธอช่วยเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้

มีเพื่อนเจ้าสาวเป็นถึงนางเอกดังของเมืองไทย แอนก็อยากจะอวดหน่อยน่ะ แพรต้องมาให้ได้นะ

แพรวามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเราช่วยส่งเสริมใครในเรื่องความรัก เราก็จะพบเจอะเจอกับความรักที่ดีเช่นกัน ชีวิตรักที่ผ่านมาของเธอล้วนเจอแต่เรื่องน่าผิดหวัง เหมือนต้องคำสาป...งานนี้เธอจึงยินดีและเต็มใจอย่างยิ่ง

“พูดจาไม่น่ารักเลย เขาก็คงแค่อยากแนะนำให้เรารู้จัก คงไม่ได้อยากโอ้อวดอะไรหรอก”

เธอแย้งพราวฟ้าที่ลากแขนกลับเข้าไปข้างในบ้านหลังใหญ่โตของญาติสาว พราวฟ้าถึงกับเบรกตัวโก่ง ก่อนจะหันขวับมามองหน้าเธออย่างแปลกใจ

“น้อยไปน่ะสิ...อย่าลืมว่าพี่แพรกับพี่แอนน่ะ เคยประกาศสงครามอะไรกันเอาไว้”

“สงครามอะไรเหรอ?”

 การต้องมาสวมรอยเป็นใครอีกคนนี่มันช่างวุ่นวายและน่าปวดหัวนัก

“ก็ตอนเรียนเกรดเก้า พี่แพรเคยแย่งแฟนพี่แอนจำไม่ได้เหรอ อีตามาริโอ้อดีตนายแบบวัยรุ่นที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นเชฟชื่อดัง และก็เป็นแฟนไฮโซอะไรนะ ที่เปิดร้านตัดเสื้อเก๋ๆ นั่นน่ะ เรื่องนี้ทำเอาพี่แอนถึงกับตัดขาดไม่ญาติดีกับบ้านเราไปเลย แล้วเขาก็บินมาเรียนต่อเมืองนอกนี่ไงล่ะ”

แพรวาตาปริบๆ ยัยแพร อติชาตินี่แรดตั้งแต่สมัยนมเพิ่งตั้งเต้าเลยหรือไง ดูเหมือนชีวิตเจ้าหล่อนจะก่อวีรเวรวีรกรรมเอาไว้มากมายเลยทีเดียว นี่คงมีโจทย์อีกหลายรายที่รอวันชำระแค้นอยู่ การที่เธอหนีมาไกลถึงอเมริกาก็ยังไม่สามารถการันตีได้ว่าจะปลอดภัยจากเปลือกทุเรียนหรือนี่?

มิน่าล่ะ อลิสาถึงได้คะยั้นคะยอขอให้เธอมาร่วมงานนี้ให้ได้ แถมยังให้เป็นเพื่อนเจ้าสาว และดูเหมือนว่าในบรรดาเพื่อนเจ้าสาวทั้งสิบเอ็ดคน เธอจะเป็นคนเดียวที่ไม่มีแฟนมาด้วย โอ้! ช่างเป็นโอกาสเหมาะให้อีกฝ่ายเหยียบย่ำซ้ำเติมให้สะใจนัก

“แล้วจะเอายังไงล่ะ ตกลง?”

เธอถามน้องสาวเป็นเชิงปรึกษา ยังไงเสียพราวฟ้าก็ต้องเข้าข้างเธอแน่ๆ

“ก็คงตามสเต็ปเดิม เยาะเย้ยถากถางและก็เหน็บแนมเบาๆ พี่แพรจะทนได้หรือเปล่าล่ะ? ไม่งั้นก็โม้เกทับไปเลยว่า ตอนนี้พี่ได้เป็นดาราซีรี่ย์ และก็กำลังออกเดตกับพระเอกสักคน...ใครก็ได้ บอกชื่อไปเถอะ พี่แอนไม่รู้ความจริงเสียหน่อย”

“แน้...สอนให้พี่โกหก” แย้งน้องสาวขำๆ

“หรือพี่แพรทนให้เขาทับถมได้ล่ะ แฟนพี่แอนเป็นถึงหมอผ่าตัดเชียวนะคะ เธอยืดจะตาย คุยฟุ้งไปทั้งฟลอริด้าแล้วกระมัง”

“แล้วไงล่ะ พี่ไม่มีแฟนก็ไม่เห็นแปลกนี่นา เป็นการประกาศให้รู้ว่าฉันเก่ง ฉันมาดมั่น ช่วยเหลือและดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งใคร”

“มุกนี้นางเอกในหนังใช้บ่อยแล้วนะพี่แพร”

พราวฟ้าท้วง

“เหอะน่า ไม่มีแฟน ไม่ใช่เรื่องใหญ่ จากประสบการณ์ของพี่ขอบอกเลยว่า การมีชีวิตที่เป็นของเราเอง ไม่ต้องขึ้นอยู่กับใครหรือเงื่อนไขอะไร มันเป็นโชคดีมหาศาลและอิสรภาพที่ยิ่งใหญ่มาก”

พราวฟ้าทำหน้างงๆ เธออมยิ้ม แล้วจับปลายจมูกโด่งเล็กแหลมของน้องสาวโยกไปมา

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มีความรัก หรือมีคนรักแล้วไม่ดีหรอกนะ อยู่ที่ว่าเราชอบและพอใจอย่างไหนมากกว่าต่างหาก”

พราวฟ้าส่ายหน้าดิก ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก

“ถ้าพี่แพรพร้อมลุย พราวก็โอเค ถ้าพี่แอนเหน็บอะไรพี่แพรแรงๆ เดี๋ยวพราวจะสวนให้เอง”

น้องสาวออกตัวอย่างพร้อมพิทักษ์เธอเต็มที่

การมีพี่มีน้อง มีคนปกป้องมันดีอย่างนี้นี่เอง นี่ก็เป็นข้อดีของการมีครอบครัว จากที่เธอเคยรู้สึกเหว่ว้าหัวเดียวกระเทียมลีบมาตลอด

สองพี่น้องจับจูงมือกันเข้าไปภายในห้องนั่งเล่น ที่ตอนนี้คราคร่ำไปด้วยเพื่อนฝูงและญาติมิตร

“นั่นๆ มาแล้ว แพร ยัยพราว มานั่งตรงนี้เร็ว”

 อลิสากวักมือเรียกพวกเธอด้วยน้ำเสียงร่าเริง หน้าตาของเจ้าตัวฉ่ำล้นไปด้วยความสุขของคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว

“นี่ด็อกเตอร์เจรามี่ แฟนแอนเอง เป็นสเปเชี่ยลลิสต์ด้านหัวใจมือหนึ่งของโรงพยาบาลเชียวนะ”

แนะนำอย่างแสนจะภาคภูมิใจ

ด็อกเตอร์เจรามี่เป็นหนุ่มอเมริกันตัวสูงรูปร่างผอม อายุอานามน่าจะไม่น้อย อาจจะสามสิบปลายๆ เลยไปถึงสี่สิบต้นๆ หน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ก็เรียกว่าหล่อไม่ได้อีกเหมือนกัน ผมด้านหน้าออกจะบางไปสักหน่อยใกล้จะล้านเต็มที หน้าตาดูจะเคร่งเครียดตลอดเวลา ทำตัวเหมือนพวกเสือยิ้มยาก แม้กระทั่งในวันที่น่ายินดีอย่างนี้

“สวัสดีค่ะด็อกเตอร์”

แพรวายื่นมือไปจับอีกฝ่ายอย่างผูกมิตร

เจรามี่ยิ้มนิดหนึ่ง แล้วยื่นมือมาสัมผัสกับเธอ

“นี่แพร ญาติของฉัน คนที่เคยเล่าให้คุณฟังว่าเป็นนางเอกดังของเมืองไทยไงคะ” หันไปพูดกับคู่หมั้นหนุ่ม

“โอ้...คุณสวยมากเหมือนที่แอนนี่บอกไว้จริงๆ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ว่าแต่ว่า เธอไม่พาแฟนมาด้วยหรือ? หรือว่ายังไม่ได้คบใคร”

อลิสาถามขึ้นมา เจ้าหล่อนก็คงจะรู้ข่าวที่เธอเลิกลากับแฟนมหาเศรษฐีซุกลูกซุกเมียคนล่าสุดแล้วกระมัง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha