ป่วนหัวใจ ยัยซื่อบื้อ

โดย: Venus909/ดาอัน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 23 : Extra Scene / First Date End


ตอนที่แล้ว




Ahm's Part

       "แกทำยังงี้กับเราได้ไงวะ เพื่อนกันหรือเปล่า"

                "นั้นก็แฟนแก แกไม่หวงหรอ"

                ฉันรู้เรื่องทุกอย่างดีเพราะสติและสมองยังทำงานปกติ แค่บังคับร่างกายตัวเองไม่ได้ โชคดีที่ไม่มีอะไรเกินเลยเกิดขึ้นไม่งั้นต้องรู้สึกผิดไปตลอดแน่ คนเราจะเสเพลยังไงก็ได้แต่เกิดเป็นผู้หญิงจะใช่ร่างกายเปลืองแบบนี้ไม่ได้ แล้วไอ้ระบบแชร์แฟนตัวเองกับเพื่อนเนี่ย...น่ารังเกียจที่สุดเกินจะรับได้

                ฉันหลั่งน้ำตาและพูดความอัดอั้นใจออกมาตรงๆ ขอบคุณที่ช่วยเหลือกันมาตลอดและขอโทษที่ให้ในสิ่งที่เนยต้องการไม่ได้...แฟนคนแรกและคนเดียวของฉัน ต่อให้ไม่มีไอ้คำสาปทฤษฏีสามวันนั้น ฉันก็รักเค้าไปแล้วและไม่คิดจะทรยศหักหลังด้วย

                คำขอของกั๋มทำให้ฉันหนักใจ การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะย้ายเข้าไปอยู่กันฉันสามีภรรยากับผู้ชายสักคนเป็นเรื่องน่าหนักใจมาก คิดทบทวนแล้วทบทวนอีกมันก็ไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้เพราะร่างกายฉันต้องการน้ำอสุจิของเค้า นี่มันคำสาปเสียเปรียบชัดๆ หมดยุคที่ผู้หญิงต้องค่อยปรนนิบัติเอาอกเอาใจสามีแล้วนะ จะช้างเท้าไหนก็ต้องใช้เดินเหมือนกัน โถ่!! คุณย่าของย่าทวดเจ้าค้า คุณย่าจะรู้ไหมว่าใน พ.ศ นี้ทุกคนเท่าเทียมกันแล้ว

 

                เดทแรกไปไกลถึงอังกฤษเลยตื่นเต้นชะมัด นี่ถ้าคบไปสักสิบปีอาจได้ไปเดทกันที่ดาวอังคารก็ได้นะ แม้จะดูเว่อร์ไปหน่อยแต่ฉันก็ดีใจที่แฟนรักและช่างเอาใจแบบนี้ คืนแรกของเราในต่างแดนทุกอย่างดูตื่นเต้นแปลกใหม่ไปหมด รสชาติของเซ็กก็เช่นกัน แบบนี้ล่ะมั่งที่เค้าบอกเปลี่ยนที่เปลี่ยนกลิ่น แอบกระซิบดังๆ เลยค่ะคุณสาวๆ ทั้งหลายถ้าคบใครไปสักคนนานๆ แล้วมันเริ่มเหี่ยวเฉาความรักไม่ได้ห่างหายไปไหนหรอกเราแค่ชินและหลงลืมกันไป เปลี่ยนที่เปลี่ยนกลิ่นค่ะรับรองฟิน..

                ท่ามกลางความหรูหราฉบับผู้ดีอังกฤษ ดูดีแบบปรุงแต่งแตกต่างจากชีวิตจริงของฉัน ทริปลอนดอนไม่น่าสนใจถูกลดคุณค่าลงเพราะเราหมกตัวอยู่แต่ในห้องมากกว่าออกไปเที่ยวกันข้างนอก เพราะอะไรนะหรอ...ก็คุณสามีมือใหม่นี้ซิ เกิดหื่นทั้งวี้ทั้งวันไม่รู้อดอยากมาจากไหนสะกิดถี่เหลือเกิน เสียดายตั๋วเครื่องบินราคาตั้งแพง มาเพื่อลงสนามเกมส์รักแปลกใหม่อะนะ...ไม่ต้องมาไกลขนาดนี้ก็ได้พ่อคุณเอ้ย!! ทะเลใกล้ๆ ก็ได้เหมือนกันนะ...บ่นไปอย่างนั้นแหละค่ะ เวลากั๋มต้องการที่ไรก็ยอมเค้าทุกที ไม่ใช่ว่าทำไปเพราะหน้าที่หรือเพราะอารมณ์นะ ที่ยอมเพราะรักตังหาก

                ย้ายมาเที่ยวต่อที่เมืองเคนต์ต้องวินเทจแบบนี้ซิที่ฉันชอบ รู้สึกเหมือนหลุดมาอยู่ในโลกของนิทาน รอบตัวสดใสผสมกับมนต์ขลังของสถาปัตยกรรมร่วมร้อยปี มีแอบกลัวอยู่บ้างว่าจะมีวิญญาณต่างแดนมาทักทายเราไหม นี่ก็ครบสามวันที่ไม่ได้มีอะไรกันแล้ว

                "อุ๊ย!! ซอรี่" เปิดประตูห้องน้ำมาเจอผู้หญิงคนหนึ่งพอดี ท่ามกลางความมืดฉันยังพอมองเห็นหน้าเธอได้ชัดเจน ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วคงเป็นคนเอเชียเหมือนกัน...คุณยูกิล่ะมั่ง เห็นกั๋มบอกว่ารูมเมทอีกคนชื่อยูกิเธอเป็นคนญี่ปุ่น

 

                ความที่ฉันไม่คล่องภาษาอังกฤษสักเท่าไรจึงทำได้แค่ยิ้ม เธอเองก็ยิ้มตอบเช่นกัน เหลือบมองดูว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่เพื่อจะหาเรื่องชวนคุยแต่ก็ไม่มีอะไรให้สังเกต สงสัยมาเข้าห้องน้ำเหมือนกัน แหม่!! สีชมพูสดใสเชียว ห้องน้ำสาวๆ ก็แบบนี้แหละตกแต่งได้น่ารักถูกใจมากแถมมีอ่างอาบน้ำด้วย คิดแล้วอยากแช่น้ำอุ่นขึ้นมาทันทีเลย

                เรายิ้มทักทายกันแค่นั้นแยกย้ายกลับห้องมัน จนวันเวลาผ่านล่วงเลยไป ความสนุกสนานเพลิดเพลินทำให้ฉันไม่ได้สนใจอะไรหลายอย่าง ไม่มีเรื่องเซ็ก ไม่มีกฎสามวัน มีแค่ความสุขและความทรงจำสวยงามระหว่างฉันกับกั๋ม

                "Yuki can i borrow your bathroom"

                "ยูกิขอยืมใช้ห้องน้ำหน่อยได้ไหม"

                ไหนๆ เราก็เจอกันบ่อยยิ้มทักทายกันตลอด ถ้าฉันขอยืมเธอคงไม่ว่าอะไรมั้งดีกว่าแอบไปใช้ของเค้าโดยไม่ได้ขออนุญาต เธอยิ้มตอบและไม่ได้ล็อกห้องน้ำไว้เหมือนดังเคย สบายล่ะเรา!! คืนนี้จะนอนแช่น้ำให้หายเมื่อยเลย

                จัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย อ้าว!! ทำไมกดชักโครกไม่ลงเนี่ย อย่าบอกว่าพัง...ตอนนี้ไม่ได้นะ ก้อนอารยะธรรมต่างแดนแบบนี้ฉันไม่อยากฝากให้ใครดูต่างหน้าสักหน่อย พยายามกดน้ำครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เหมือนน้ำกดไม่ออก ชีวิตเด็กหอเจอมาทุกรูปแบบแล้วแค่นี้ซ่อมเองสบายมาก บรรจงเปิดฝาชักโครกที่ปิดส่วนน้ำไหลขึ้น ลูกลอยไม่ทำงานนี่เองมิน่าล่ะกดเท่าไรน้ำก็ไม่ออก จัดการล่วงมือเข้าไปตรงส่วนใต้สุด ตามทฤษฏีแล้วต้องมีอะไรไปขัดอยู่แน่ ลูกลอยถึงไม่สูบน้ำเข้าแบบนี้ มือควานคลำไปมั่วๆ เดี๋ยวมันต้องเจออะไรสักอย่างแน่ นี่ไง!! เจอแล้ว

 "แหวนหรอ"

"แหวนใคร"

                เพ็งมองแหวนเรียบหรูในมือด้วยความสงสัย เนื้อเงินยังเงาวับแปลว่าคงหล่นมาอยู่ในนี้ได้ไม่นาน ท้องแหวนมีอักษรเขียนไว้ด้วย "YUKI SEIJI" ของคุณยูกิซินะ...เดี๋ยวเก็บไว้คืนเธอก็ได้ ว่าแต่!!ทำไมวงใหญ่จัง

                "แกร๊กก..แกร๊ก" เสียงครูดของบางอย่างดึงความสนใจฉันไปตรงนั้น แต่พยายามมองหาเท่าไรก็หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าดังมาจากตรงไหนแต่รู้ว่าอยู่ใกล้ฉันมากๆ เสียงครูดที่ว่าเหมือนเสียงเล็บครูดกับแผนไม้ ดังไล่จากแผ่วจนดังมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันพยายามสูดลมหายใจผ่อนคลายความกลัว คิดหาทางออกไปให้พ้นจากตรงนี้ หยิบชุดคลุมมาสวมอย่างรีบร้อนหวังจะเปิดประตูออกไปข้างนอก แต่ไม่ทันที่มือจะแตะถึงลูกบิดกลับมีมือซีดขาวเล็บยาวคว้าไว้ซะก่อน

                "เห้อ!!" ฉันผวาสุดตัว ในเมื่อห้องน้ำมันล็อกจะมีใครเข้ามาในนี้ได้ ถ้าไม่ใช่พลังงานบางอย่าง จังหวะที่ต้องไล่มองตามมือนั้นเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นคนหรือผีทำเอาใจฉันเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ชุดคุ้นเคยที่เห็นอยู่ทุกครั้งเพียงแต่วันนี้มันสกปรกเต็มไปด้วยคาวเลือด

                "ยูกิ!!" คุณยูกิที่ฉันเห็นตอนนี้ตัวสั่นเทาไม่ต่างกัน เธอก้มหน้าร้องไห้สะอื้นเนื้อตัวมอมแมมโปร่งแสง ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่าเธอไม่ใช่คน เธอเงยหน้าเผยดวงตาแดงกร่ำที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว พร้อมหัวเราะทั้งน้ำตาในเวลาเดียวกัน เธอพยายามเดินเข้ามาชิดตัวฉันในขณะที่ฉันหวาดกลัวถอยหนี เดินถอยหลังชนโน่นชนนี่ไปเรื่อยจนร่างวนกลับมาที่อ่างอาบน้ำตามเดิม คุณยูกิผลักฉันลงไปนอนในอ่างอีกครั้ง ก๊อกน้ำเปิดทำงานเองโดยไม่ต้องหมุน

                "ปล่อยฉัน ทำอย่างนี้ทำไม!!" รู้สึกตัวเองขยับไม่ได้ ทั้งที่สติดีครบทุกอย่าง เธอยังหัวเราะพร้อมครูดเล็บเสียงดังรอบห้อง เธอกำลังทำให้ฉันกลัวมือเกร็งกำแหวนวงนั้นไว้แน่น ไม่นานบนพนังก็ปรากฏคำที่เธอต้องการสื่อออกมา

                "Help me!!" ช่วยด้วย!! หรอ? อยากให้ช่วยก็ปล่อยก่อนซิ ไม่ใช่มาหลอกกันแบบนี้แล้วขอให้ช่วย คนกลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้วจะให้ช่วยยังไงห๊ะ!! ระดับน้ำให้อ่างตอนนี้สูงจนท่วมเอ่อล้น เย็นยะเยือกเหมือนเธอกำลังส่งความรู้สึกเธอให้ฉันรับรู้ หน้ากลมซีดขาวเริ่มมีเลือดไหลทางตา หู จมูก ปาก แดงฉานอุจาดตาทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีก ฉันรู้สึกอึดอัดกดดันจนสมองดับวูบ

 

               "ยูกิ คุณสวยมาก...รู้ตัวหรือเปล่า"

                "สวย...แต่คุณก็ยังมีคนอื่นเนี่ยนะ"

                "ที่รัก...ผมรักคุณ ถึงผมจะมีคนอื่นแต่ก็ยังรักคุณ"

                ชายหนุ่มคนนั้นชื่อเซจิท่าทางไม่น่าไว้ใจเลย ดูพยายามหว่านล้อมหญิงสาวบนเตียงเพื่ออะไรสักอย่าง ร่างเปลือยเปล่าทั้งคู่แปลว่าเป็นแฟนกันซินะ หรือว่าผู้หญิงคนนั้นคือคุณยูกิ!! ใช่แล้วล่ะทั้งคู่ใส่แหวนเงินวงนี้เหมือนกัน ยิ่งคุยฝ่ายชายยิ่งแสดงความรุนแรงออกมา จากเกมส์รักบนเตียงตอนนี้กลางเป็นสนามรบ ฝ่ามือหนาฟาดลงหน้าหญิงสาวหลายครั้งเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นแต่ยังไม่ยอมแพ้ ยิ่งต่อปากต่อคำมากเท่าไรผู้ชายยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ร่างบางถูกผลักลงไปนอนที่เตียงอย่างแรง เธอจุกจนตัวงอแต่ยังด่ากราดโวยวาย ผู้ชายกระโดนค่อมร่างพร้อมบีบคอคนตัวเล็กกว่าด้วยอารมณ์โมโหไม่นานร่างนั้นก็สงบนิ่ง ผู้ชายเหยียดยิ้มเหมือนตัวเองกำลังชนะ ทั้งที่เพิ่งเอาชนะคนที่ตัวเองบอกว่ารัก...มันน่าภูมิใจตรงไหนละนั้น เค้าลุกขึ้นมาจุดบุหรี่สูบเห็นอัดเข้าปอดถี่ๆ เหมือนคนเก็บกดอะไรอยู่...ใช่ซิ!! ก็นายเพิ่งฆ่าคนที่นายบอกรักไปนี่น่า

                ไม่!! ไม่ใช่!! คุณยูกิค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ เมื่อกี้เธอคงแค่สลบไป ฉันเห็นเธอควานหาของบางอย่างใต้ที่นอน มีดพกดีดสปิงออกมาพร้อมใช้เธอขยับแผ่วเบาที่สุด หวังจะตัดสินเรื่องนี้ด้วยการทำร้ายคนที่เธอรัก แต่โชคไม่เข้าข้างอีกฝ่ายดันหันมาเห็นซะก่อนจึงโดนถากๆ ที่มือเท่านั้น ทั้งสองยื้อแย่งมีดกันบนเตียง น่าสลดใจนักทำไมคนรักกันถึงทำร้ายกันได้ขนาดนี้ ผลคือคุณยูกิถูกแทงเข้าที่ท้อง เธอไม่ได้ตายในทันที ผู้ชายคนนั้นยังหัวเราะเหมือนคนเสียสติและแทงซ้ำๆ อีกหลายครั้ง ภาพที่ฉันเห็นอยู่ตอนนี้คือคนที่เพิ่งบอกรักกันกำลังน้ำตาไหลพรากเพราะเลือกจบความรัก ด้วยการทำร้าย

                ผู้ชายคนนั้นจัดการเอาห่อร่างคุณยูกิด้วยผ้านวม แล้วออกไปล้างมือในห้องน้ำ เค้าจงใจทิ้งแหวนวงนี้ไว้ในนั้นเพื่อไม่ให้มีอะไรติดตัวเค้าอีก โชคร้ายจังที่ฉันดันมาเจอความลับของผู้ชายคนนี้

 

          "กั๋ม!!"

                "คุณยูกิ ตายแล้ว!!"

                ทันทีที่ภาพพร่ามัวกลายเป็นหน้ากั๋ม ฉันรู้ดีว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหนอย่างไร ที่ไหนมีกั๋มที่นั้นฉันจะมีความสุขและปลอดภัย รอบตัวเรามีคนแปลกหน้าหลายคนคงไม่มีใครฟังภาษาไทยออกหรอก ฉันพยายามเล่าแม้สภาพตอนนี้แทบจะไม่เหลือแรงทำอะไรแล้ว กั๋มก็เอาแต่บอกให้พักผ่อนกดลงเตียงจะให้นอนท่าเดียว ถามจริงเหอะ!! ใครจะนอนได้ถ้ารู้ว่ามีอีกคนกำลังรอเราอยู่

                ฉันไม่ได้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์นะ ยังมีความหวาดกลัวและตื่นตกใจ แต่เพราะสามัญสำนึกและความเห็นใจทำให้ฉันต้องช่วยเธอ ลากสังขารกึ่งหลับกึ่งตื่นของตัวเองเดิมตามทางจนมาถึงหน้าห้องคุณยูกิ รัวมือทุบประตูเพราะหวังว่าเธออาจจะช่วยเปิดให้ฉันได้เหมือนที่ฟ้าเคยเปิดให้กั๋มวันนั้น...แต่ฉันคงคิดไปเอง ยิ่งทำตัววุ่นวายมากเท่าไรคนอื่นยิ่งมองว่านี้คืออาการเมา โถ่!! ก็บอกว่า No No i'm ok ไง พูดได้แค่นี้ไม่เข้าใจหรือไง

                ประตูเปิดพร้อมกลิ่นสาปคละคลุ้ง ทีนี้ทุกคนคงเชื่อฉันแล้วล่ะว่าข้างในมีคุณยูกิอยู่จริงๆ เพียงแต่เธอไม่เหลือลมหายใจแล้ว ฉันกลายเป็นคนเมา , คนบ้า และสาวผู้โชคร้ายในเวลาเดียวกัน ตำรวจสอบสวนวนไปวนมาฉันก็ตอบแบบเดิมทุกรอบ นั่งคุยกันอยู่นานกว่าเค้าจะยอมเชื่อว่าทุกอย่างฉันแค่ฝันไป คุณตำรวจคงยังไม่รู้ว่าฉันมีอาชีพเป็นนักแสดง(สมทบ)

 

 

 

@รามคำแหง

                กั๋มนั่งเงียบตลอดทางจนเรากลับถึงห้อง แม้ว่าเราจะเงียบเหงาไม่คุยสนุกร่าเริงเหมือนขาไปแต่มือเรายังจับกันไว้แน่น เผลอๆ แน่นกว่าเดิมซะอีก

                "เป็นอะไรไปค่ะ ทำหน้ายังกับเบื่อแอ้มงั้นแหละ" แกล้งกอดอ้อนถามเสียงหวานหูแต่อีกฝ่ายก็ยังเงียบเหมือนเดิม หรือว่าเค้าจะเบื่อเราจริงๆ

                "กั๋มขอโทษนะ ตั้งใจพาไปเที่ยวแล้วมาเจอเรื่องแบบนี้" เสียงนิ่งเรียบเจือความความรู้สึกติดลบทำให้ฉันหวนคิดถึงเรื่องเดิมอีกครั้ง

                "ช่างมันเถอะ...เราช่วยเค้า เค้ามีความสุข เราก็ต้องมีความสุขซิ จะมั่วมาจดจำทำไมว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไร ขอแค่ผมลัพธ์เป็นที่น่าพอใจก็พอแล้วนิ" ฉันเชื่อแบบนั้นมาตลอดอาจฟังดูเหมือนคนเห็นแก่ได้แต่มันเป็นวิถีของคนอย่างหนึ่ง เราต้องต่อสู้กับทุกปัญหาตรงหน้า เคลียจบอย่างลงตัวบ้างไม่ลงตัวบ้าง ถ้าเก็บทุกอย่างทุกปัญหาไว้...ชีวิตต้องไม่มีความสุขแน่

                นี่แหละ!! ที่เค้าเรียกว่าเลือกที่จะจำ

                "แล้วถ้าเป็นกั๋ม ทุกเรื่องของกั๋มแอ้มจะเลือกจำด้วยไหม" คำถามนี้ต้องการอะไรกันแน่ เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นความไม่มั่นใจแฝงในแววตาคู่นี้ อย่าบอกนะว่าเก็บเอามาคิดมากจนมโนว่าเป็นเรื่องตัวเองไปแล้วเนี่ย

               

                "กั๋มอยู่ในข้อยกเว้น ทุกอย่างของกั๋ม...แอ้มจำได้หมดแหละ" ฉันตอบพร้อมท่าทางประกอบที่อีกฝ่ายต้องชื่นชอบแน่นอน บรรจงกดริมฝีปากจูบคลึงคนที่ยังไม่ยอมหยุดพูดอย่างเอาแต่ใจ จากที่เคยจูบหยอกเย้าเริ่มนุ่นนวลเร้าร้อนขึ้นจนคนร่างแกร่งต้องรั้งร่างฉันไปกอดแน่น

                เราจูบล้างทุกคำพูด ทุกความรู้สึกแย่ให้หายไป เสียงลมหายใจหอบถี่บ่งบอกว่าตรงนี้มีเพียงเรากับเตียงกว้าง กดร่างกั๋มลงนอนแนบพื้น ชันร่างขึ้นค่อมทับนิ้วกรีดกราดปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดๆ แผงอกเปลือยเปล่าที่ฉันคุ้นเคยกำลังเคลื่อนไหวขึ้นลงตามแรงหายใจ

                ...มีอารมณ์แล้วละซิ

                ซุกไซ้ซอกคอลากลงจนถึงแผงอก จูบเม้มสร้างรอยแดงจางไว้ทั่วๆ นิ้วเขี่ยเม็ดนิ่มให้ลุกชันก่อนจะครอบปากทับ ลิ้นระรัวเลียปลายยอดอย่างเอร็ดอร่อย ร่างกายสองเรากอดรัดลูบไล้เร้าอารมณ์กันและกัน กั๋มไล่ถอดเสื้อผ้าให้ฉันจนร่างเราเปลือยเปล่า ย้ายจากจูบเม็ดเนินอกมาลากลิ้นสากลงจนถึงเนินหน้าท้อง แท่งแข็งกระดิกตัวยั่วอยู่นานแล้ว แต่ฉันยังไม่ยอมสัมผัสมันซักที

                "ที่รักค่ะ ขอกินได้ไหม" เสียงหวานพร่ากระเส่า พร้อมจ้องเอ็นแข็งแสดงคำขอร้องอ้อนวอนอย่างยั่วเย้า อีกฝ่ายยิ้มกริ่มถูกใจทุกครั้งที่ฉันกระหายอยากครอบครองเค้าแบบนี้

                "ได้ซิครับ"

                "แต่ต้องป้อนนะ" ความเจ้าเล่ห์แง่งอนของฉันเริ่มทำงาน ผู้ชายทุกคนแหละ...ใครจะไม่ชอบเป็นผู้นำ สลับให้กั๋มขึ้นมาค่อมร่างฉันแทน เค้าค้ำมือที่พนังหัวเตียง ส่วนชี้แข็งและสองลูกบอลลอยเด่นอยู่ระดับสายตา ฉันจงใจยื่นลิ้นสากเข้าโลมเลียสองแฝดอย่างรักใคร่ กระดกเรียวลิ้นสะกิดให้ทั้งสองแยกออกจากกัน ห่อลิ้นเหมือนเลี้ยงลูกบอลได้สักพักก็ครอบปากดูดกลืนอย่างหมันเขี้ยว กั๋มหลับตาพริ้มพอใจในรสลิ้นที่ฉันเสิร์ฟให้

                เค้าเกลี่ยนิ้วที่ปากอย่างเว้าวอน...คงรู้ตัวแล้วซินะว่ากำลังถูกแกล้ง โครงหน้าหล่อฝุดรอยยิ้มเย้ยพร้อมกดแท่งเอ็นเข้ามาในปากฉันช้าๆ ความใหญ่หนาทำให้ท่านี้พะอืดพะอมคับแน่นไปหมด เรียวลิ้นที่เคยซุกซนตอนนี้ทำได้เพียงรัวระริกชิมแท่งอุ่นในปาก ขบครูดตามจังหวะที่อีกฝ่ายกดบังคับ

                มือประครองค้ำไม่ให้แท่งแข็งลงลึกจนเกินไป พร้อมขยับช่วยสร้างความเสียวซ่านไปด้วย กั๋มขยับขึ้นลงหลายจังหวะจนร่างเค้าเริ่มเกร็งกระตุก ยังไม่ทันที่ของเหลวจะไหลทะลักออกมากั๋มก็รีบดึงมันออกจากปากฉันซะก่อน น้ำลายเยิ้มเป็นสายตามแท่งอุ่น สีหน้าฉันตอนนี้ยิ้มเย้ยชอบใจที่คนรู้สึกมากกว่าเป็นกั๋ม

                "ที่รักแกล้งหรอครับ" คำหวานกระซิบถามพร้อมทิ้งน้ำหนักลงทับตัวฉันเต็ม ไม่น่าถาม!! ไม่แกล้งนายแล้วฉันจะไปแกล้งใครล่ะ ฉันตอบคำถามนี้ด้วยรอยยิ้ม

                "ดี งั้นต้องเจอท่านี้" ชอบน้ำเสียงแบบนี้ที่สุด ค่อยเหมาะกับเป็นกั๋มหน่อย เค้าสลับหัวห่างลงไปเพ็งสายตาอยู่ตรงเนินสาว ให้ฉันนอนมองเอ็นแข็งกับลูกบอลสองก้อนอีกแล้ว ฝ่ามือหนาเริ่มแหวกขาสองขาออกจากกัน ความจั๊กจี้เริ่มต้นที่เม็ดกลางตัวไล่ละเลียดชิมไปเรื่อยๆ จากที่เคยดีดดิ้นตอนนี้รู้สึกเคลิ้มไหวไปกับความเสียวซ่าน
                ยิ่งอารมณ์ฉันเร้าร้อนมากเท่าไร ยิ่งระดมปากดูดเม้มแท่งแข็งหนักขึ้นเท่านั้น มีเพียงเสียงครางอื้อระหว่างเราปากทำงานตามหน้าที่สุดพลัง รอบนี้กลายเป็นฉันที่ทนไม่ไหวปลดปล่อยออกมาก่อน

                "อืมม...อ้าา... อ๊ะ...อึก" ร่างกระตุกสั่นแม้ว่าบนตัวยังมีน้ำหนักชายคนหนึ่งทับอยู่ ในปากยังเสียบคาของคาวไว้พร้อม แต่เสียงครางเล็ดลอดแบบนั้นบ่งบอกว่าฉันเสียวมากจริงๆ

                กั๋มยังไม่หยุดแค่นั้น เค้าสอดนิ้วเข้าเปิดทางควงนิ้วในโพลงชุ่มจนเข้าออกไปสะดวกแล้วเร่งรั่วมือใส่ช่องทางรักแทนอาวุธคู่กาย

                "อ๊ะ...ที่รัก อืมม..ไม่ไหวแล้วนะคะ ทำเหอะ" ฉันร้องขออย่างลืมอาย ทั้งที่ตอนนี้ก็เสียวไม่ต่างกันเพียงแต่อยากให้เกมส์รักนี้จบลงซักที ขืนตามใจนายนี้มากมีหวังสิบรอบก็ยังไม่เสร็จ

                นิ้วแกร่งรัวเข้าออกแรงขึ้นจนร่างฉันสั่นสะท้านแอ่นตัวเด้งสวนกลางอากาศ ปั้นท้ายส่ายระริกยกเหนือพื้นโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้สมองเริ่มพร่ามัวไม่รู้ตัวเองต้องการอะไรกันแน่

                "กั๋ม!! หยุดทำไม" สะบัดเสียงถามอย่างลืมตัว หงุดหงิดเกร็งร้าวไปหมด ร่างกายใกล้กระตุกปลดปล่อยแล้วแต่นายนี่ดันดึงนิ้วออกซะอย่างนั้น ร่างฉันถูกพลิกขึ้นค่อมแทนคำตอบ แท่งแข็งสอดเข้ามาในตัวช้าๆ ขยับเน้นๆ จนร่างฉันกระเด้งตามแรงที่เค้าส่งให้

                ทำแค่นี้ก็รู้แล้วว่าต้องการอะไร ฉันขยับควบตามสัญชาตญาณตัวเองทันที ยิ่งเร่งเครื่องเร้าร้อนเท่าไรกั๋มยิ่งเด้งสวนแรงเท่านั้น จังหวะเราสองต่างคนต่างขยับโยกช่วยกันส่งให้ถึงสวรรค์ ฉันครางเสียงหลงดังแข่งกับเสียงเนื้อกระทบกันลั่นห้อง

                ไม่กี่อึดใจร่างฉันก็ปลดปล่อยตามที่ใจต้องการ ตัวสั่นไร้เรี่ยวแรงจะควบต่อแล้ว แม้กั๋มจะกระแทกใส่อีกกี่ที่ร่างฉันก็กระเด้งกระดอนไร้การตอบสนอง เค้าจบเกมส์รักนี้ด้วยท่ามาตรฐานชายหญิงทั่วไป ประครองฉันลงนอนแนบเตียงและใส่เต็มแรง

                "ผมรักคุณนะ ที่รัก...ผมรักคุณ" กั๋มครางเป็นคำหวานออกมาไม่ขาดสาย ต่อให้นายไม่พูดฉันก็เชื่อแล้วว่านายรักฉันจริงๆ แต่ถ้าให้ดีเร่งมืออีกหน่อยดีกว่า มันเกร็งและเพลียมาก สมองเลือนลางภาพกั๋มตรงหน้าเริ่มจางพร่าจนกลายเป็นสีดำสนิท

                "ฮ่ะ...ฮาา แอ้มๆ หลับเลยหรอ"

                "..."

                "ยัยบ้านี้ โดนจัดหนักทีไรสลบชิ่งหนีทุกทีเลยซิ"

 


         

 

 

 

 

 

The End


ตอนที่แล้ว


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายรักอิโรติก แนวนี้ ฟินๆ ลุ้นๆ ขอบคุณที่สนับสนุนค่ะ"

Venus909/ดาอัน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha