รินรดีซ่อนรัก

โดย: อัณณากานต์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : หนูน้อยของป๊า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 5

        “ป๊า” รินรดีโผเข้าไปกอดคนรักเต็มแรงการรอคอยที่แสนทรมานสามคืนสิ้นสุดลงสักที เธอทั้งจูบทั้งหอมแถมรัดตัวเขาจนแน่น

        “คิดถึงป๊าขนาดนั้น” ภาคินัยถามเด็กสาวที่ยังไม่เลิกระดมจูบเขาไปทั่วหน้า

        “ค่ะ หนูเหงา” รินรดีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาและภาคินัยรู้ว่าเด็กคนนี้ไม่เคยโกหก เธอไม่มีจริตและใสซื่อจนบางครั้งเขาก็อดสงสารไม่ได้กับความซื่อสัตย์ภักดีของเธอ ถ้าเป็นเด็กใจแตกคนอื่นป่านนี้พาผู้ชายมานอนจนนับคนไม่ถ้วนแล้วแต่รินรดีไม่เคยทำให้เขาแคลงใจสักนิด ทุกสายที่โทรเข้ามาเธอจะกดรับด้วยความเร็วจนน่าตกใจเหมือนเธอกำมือถือไว้ตลอดเวลา

        “ป๊าขอโทษนะคะ” ภาคินัยจูบหน้าผาก จูบแก้ม จูบไปทุกส่วนบนใบหน้าของเธอ

        “ป๊าไปทำงานนี่คะหนูขอโทษถ้าทำให้ป๊าไม่สบายใจ”

        “ไม่เอาไม่ทำหน้าแบบนั้นป๊าไม่ได้ไม่พอใจหนูนะคะ ป๊าแค่รู้สึกไม่ดีที่ทิ้งให้หนูต้องเหงาขนาดนี้” ภาคินัยปาดน้ำตาเม็ดเล็กๆ ที่ซึมออกมาทางหางตา

        “หนูจะเข้มแข็งให้มากกว่านี้ค่ะป๊าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”

        “งั้นพรุ่งนี้ป๊าขอไถ่โทษด้วยการพาหนูไปกินมื้อเที่ยงแล้วก็มื้อเย็นได้ไหมคะ”

        “จริงหรอคะ ป๊าจะพาหนูไปกินข้าวสองมื้อเลยหรอคะ” รินรดียิ้มกว้างด้วยความดีใจเพราะเธอต้องกินข้าวคนเดียวแทบจะทุกวัน

        “จริงสิคะ หนูอยากไปไหนบอกป๊ามาได้เลย”

        “กลางวันไปกินสเต๊กร้านที่ป๊าชอบค่ะส่วนตอนเย็นหนูให้ป๊าเลือก”

        “โอเคครับหนูน้อยของป๊า โปรแกรมไถ่โทษวันพรุ่งนี้ก็เรียบร้อยแล้วมาถึงโปรแกรมคืนนี้บ้าง” ภาคินัยส่งสายตาวิบวับไปให้คนตัวเล็กที่หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที

        “ป๊าไม่เหนื่อยหรอคะ” รินรดีถามเพื่อกลบความเขินอายจะกี่ครั้งที่ร่วมรักกันเธอก็ยังเขินอยู่ดี

        “เหนื่อยมากถึงต้องให้หนูเติมพลังนี่ไงคะ”         

        “หนูจะทำให้ป๊าหายเหนื่อยเองค่ะ” รินรดีปลดกระดุมเสื้อของคนรักออกทีละเม็ด ภาคินัยช่วยเหวี่ยงมันออกไปให้พ้นตัวเด็กสาวกำลังใช้มือเล็กๆ ลูบไล้ไปตามแผงอกแน่นๆ

        “หนูรักป๊านะคะ” เธอเอ่ยแล้วจูบไปที่หัวนมสีเข้มของเขา ขนแขนของภาคินัยตั้งชันขึ้นมาพร้อมๆ กับอาวุธแท่งโตที่กลางลำตัว

        “ป๊าก็รักหนูค่ะ” ภาคินัยถอดกางเกงไปกองไว้ที่พื้นแล้วปลดปล่อยเจ้าลูกชายตาเดียวออกมา ชายหนุ่มยกเรียวขาของเด็กสาวขึ้นมาข้างนึงแล้วย่อตัวเสียบแท่งเนื้ออุ่นๆ เข้าไปจนสุดลำ

        “อืมมม ป๊าขา” รินรดีหลับตาพริ้มให้กับสัมผัสที่เธอโหยหามาหลายวัน

        “หนูน้อย ป๊าเสียวที่สุดเลย”

        “นะ หนูก็เสียวค่ะป๊า อ๊า” ภายในห้องมีแต่เสียงครวญครางปานจะขาดใจ คนนึงก็ซอยคนนึงก็สวนกลับด้วยจังหวะที่เข้ากันได้พอดีเป๊ะ

        “โอ๊วว ขอป๊าจูบหลังหน่อย” รินรดีหันหน้าเข้าหากำแพงแล้วเอามือทาบไว้ ริมฝีปากรุ่มร้อนของเขาจูบพรมไปทั่วแผ่นหลังของเธอ

        “อู๊วว ป๊าขา ป๊า” รินรดีร้องเสียงหลงเพราะโดนทะลวงช่องรักอย่างหนักหน่วง ภาคินัยเองก็คิดถึงเมียลับไม่แพ้กันจึงทั้งบดทั้งอัดสะโพกใส่คนตัวเล็กแบบลืมตาย

        “โอ๊วววว” ชายหนุ่มกระหน่ำซอยเอวจนน้ำรักข้นๆ พุ่งกระฉูดออกมา ภาคินัยไถ่โทษให้หนูน้อยของเขาห้ารอบด้วยกันและคงจะมีรอบที่หกถ้าเธอไม่หมดแรงหลับไปซะก่อน

 

        “หิวรึยังคะหนูน้อยของป๊า” ภาคินัยมาถึงร้านสเต๊กตอนเที่ยงกว่าๆ

        “หิวแต่ไม่มากค่ะ” รินรดีตอบแล้วรีบส่งเมนูให้เพราะเธอรู้ว่าเขามีเวลาไม่มากนัก ป๊ามากินข้าวกับเธอแค่ชั่วโมงกว่าเท่านั้นแต่มันก็มากมายเกินพอแล้วสำหรับเธอเพราะถ้าเทียบกับทุกมื้อที่กินคนเดียวมันเหงามากๆ เลย

        “เย็นนี้วันเกิดเพื่อนป๊าหนูไปกับป๊านะคะ ป๊าจะได้มีตัวช่วยไม่ต้องกลับดึก”

        “หมายความว่าคืนนี้ป๊าก็จะมานอนกับหนูหรอคะ” รินรดีถามด้วยความดีใจ

        “ใช่แล้วค่ะหนูน้อยแต่งตัวสวยๆ นะคะแล้วไปเจอกันที่ร้าน”

        ภาคินัยกลับไปบริษัทเพื่อเข้าประชุมช่วงบ่ายส่วนรินรดีก็เลยไปฟิตเนสเพราะตอนนี้เธอเสพติดการออกกำลังกายซะแล้ววันไหนไม่ได้มาเสียเหงื่อที่นี่มันรู้สึกเหมือนขาดๆ อะไรไปสักอย่าง

        “ลืมถามป๊าว่าอยากให้ใส่ชุดตัวไหน” เธอพึมพำเอาตอนเย็นย่ำระหว่างที่หาชุดให้ตัวเองใส่

        “อืม ชุดนี้แล้วกันไม่โป๊เกินแต่ก็ไม่เรียบร้อยไป” เธอเลือกชุดแซกสายเดี่ยวสีม่วงใส่คู่กับรองเท้าส้นสูงสีนู๊ดเพราะจะได้ไม่เด่นเกินชุด

        “ถึงแล้วค่ะป๊า” รินรดีโทรไปหาเพราะเขาบอกเมื่อตอนกลางวันว่าให้โทรได้

        “กลับบ้านดีกว่าค่ะ” ภาคินัยเดินออกมารับหนูน้อยแล้วก็ออกอาการหวงก้างขึ้นมาทันที

        “อ้าว ทำไมล่ะคะป๊า”

        “ก็หนูน้อยของป๊าสวยเกินไปไอ้พวกนั้นมองตาค้างแน่ๆ”

        “หนูสวยหรอคะ”

        “สวยที่สุดเลยค่ะคนดีหนูห้ามไปหว่านเสน่ห์ให้ใครนะไม่งั้นป๊าขาดใจตายแน่ๆ”

        “หนูรักป๊าคนเดียวหนูจะทำแบบนั้นทำไมคะ” รินรดีถามเชิงตัดพ้อ

        “โอ๋ๆ ป๊าขอโทษนะคะไม่โกรธป๊านะ”

        “ไม่โกรธค่ะเราเข้าไปกันเถอะค่ะเดี๋ยวเพื่อนๆ ป๊าจะรอนาน” ภาคินัยโอบเอวคนรักอย่างแนบแน่นเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นชัดๆ ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา

        “สวัสดีค่ะ” รินรดียกมือไหว้ชายหนุ่มทุกคนพร้อมกันทีเดียว

        “เอาเมียมาเยาะเย้ยหรือไงไอ้ก้อง” รามัญถาม

        “เมียสวยก็ต้องเอามาอวดบ้าง” ภาคินัยตอบแล้วหอมแก้มคนข้างกาย รินรดีพยายามปัดป้องแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรและยิ่งดึกป๊าก็ยิ่งรุ่มร่ามมากขึ้นเรื่อยๆ

        “กูเคยให้เมียทำให้จนเสร็จเพราะขี้เกียจทำเอง” หนุ่มๆ พูดคุยเรื่องเพศกันอย่างออกรส

        “ถ้าเรื่องมือล่ะก็เมียกูก็เก่งไม่แพ้ใคร” ภาคินัยจับมือเล็กๆ ของรินรดีมาจูบและหญิงสาวก็อับอายเหลือเกินที่เขาเอาเรื่องบนเตียงมาพูดคุยอย่างสนุกสนานในวงเหล้า

        “คุณรินรับเครื่องดื่มเพิ่มไหมครับ” ธนูลักษณ์สังเกตเห็นความอึดอัดจากใบหน้าของเธอจึงพยายามหาเรื่องอื่นมาเบี่ยงเบนหัวข้อการสนทนา

        “ก็ดีค่ะ ขอบคุณนะคะ”

        “เมื่อคืนจัดไปหลายยกเลยคิดถึงเมียมาก ไปประชุมตั้งหลายวัน” ภาคินัยยังคงพูดคุยเรื่องบทรักบนเตียงอย่างสนุกปากเขาไม่สนใจเลยว่ารินรดีจะอับอายขนาดไหน

        มีเพียงธนุลักษณ์เพียงคนเดียวที่รับรู้ว่าหญิงสาวคนนี้กำลังอึดอัดและใกล้จะร้องไห้เต็มทีเขาพยายามหาเรื่องอื่นมาเปลี่ยนบทการสนทนาแต่ไอ้ภาคินัยก็พาวกกลับมาเรื่องเดิมตลอดและตอนนี้เขาเริ่มจะหมดความอดทนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันไม่ได้แค่พูดเรื่องลามก มันกำลังควักๆ ล้วงๆ ให้เธออับอายมากขึ้นไปอีก อยากรู้นักถ้าพาเมียแต่งมามันจะกล้าทำอุบาทว์แบบนี้ไหม

        “เวลาเมียพวกมึงเสร็จร้องดังไหมว่ะ” ภาสกรถามพร้อมหัวเราะร่วน

        “ป๊า พอได้รึยังคะ” เป็นครั้งแรกที่รินรดีขึ้นเสียงกับภาคินัยและเขาก็เพิ่งได้สติว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงจากตู้กระจกหรือขายตัวเป็นงานประจำเพราะทุกครั้งเวลามานั่งดื่มกับเพื่อนผู้ชายก็จะมีผู้หญิงแบบนั้นมาด้วยเสมอ

        “ป๊าขอโทษนะคะเรากลับบ้านกันดีกว่า” รินรดีอยากจะวิ่งออกไปด้วยซ้ำแต่ก็ต้องเดินช้าๆ ตามเขาออกไป การมาดินเนอร์มื้อเย็นไม่ได้ดีแบบที่เธอคิดไว้สักนิด

        “ป๊าขอโทษ” ภาคินัยรู้ตัวว่าทำให้หนูน้อยเสียใจเขาบอกขอโทษไปตั้งหลายครั้งแต่เธอก็เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรเลย

        “ป๊าอยู่กับเพื่อนผู้ชายเลยไม่ได้คิดถึงความรู้สึกหนูป๊าเสียใจจริงๆ หนูน้อยยกโทษให้ป๊าเถอะนะ”

        “ป๊าใจร้ายกับหนูมากป๊าทำเหมือนหนูไม่มีค่าหรือจริงๆ หนูไม่เคยมีอยู่แล้ว” รินรดีพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้

        “ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ หนูน้อยมีค่ากับป๊ามากไม่งั้นป๊าจะรักจะหวงขนาดนี้หรือแต่ป๊าแค่คะนองปากตามประสาผู้ชายไปหน่อย ป๊าขอโทษป๊าเสียใจจริงๆ”

        “ค่ะ” เรื่องมันก็เกิดไปแล้วความรู้สึกมันก็เสียไปแล้วเธอจึงตอบไปสั้นๆ แค่นั้นแล้วก็ไม่พูดอะไรอีกเลยจนกลับถึงห้อง

        “หนูขา อย่าทำกับป๊าแบบนี้” ภาคินัยฉุดแขนคนตัวเล็กให้หันหน้ามามองกัน

        “ถ้าคราวหน้าจะพาหนูไปให้เพื่อนนั่งขำเป็นตัวตลกหรือเอาไว้ล้วงโชว์ก็บอกล่วงหน้านะคะหนูจะได้ใส่ชุดที่มันล้วงง่ายกว่านี้”

        “หนูน้อยป๊าขอโทษป๊าสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก ยกโทษให้ป๊าเถอะนะป๊าขอร้องอย่าหมางเมินกับป๊าแบบนี้ป๊าเสียใจป๊าไม่ชอบเลย”

        “ค่ะ” รินรดีตอบแล้วสะบัดแขนเดินเข้าห้องน้ำไปเลย เธอต้องการเวลาเป็นส่วนตัวและสงบจิตสงบใจ

        “หนูขา ดีกันนะ” ภาคินัยกอดคนตัวเล็กจากด้านหลังเธอขึ้นมานอนบนเตียงแถมหันหลังให้อีกต่างหาก

        “ป๊าขอไถ่โทษความโง่เง่าไร้สติของตัวเองด้วยการพาหนูไปเที่ยวทะเลได้ไหมคะ หนูไปกับป๊านะคะได้โปรดเถอะ”

        “อย่าทิ้งป๊าไปแบบนี้” ภาคินัยเริ่มใจเสียขึ้นเรื่อยๆ เพราะหนูน้อยไม่เคยโกรธเขาเลยสักครั้ง

        “จริงหรอคะ” ที่เธอเงียบไปเพราะไม่เชื่อว่าเขาจะพูดเรื่องจริงเขาจะพาเธอไปทะเลจริงๆ หรอ

        “จริงสิคะไปสามวันเลย”

        “สามวัน” รินรดีทวนคำ

        “ใช่ค่ะ ไปสามวันมีแค่เราสองคนป๊าจะอยู่กับหนูทั้งวันทั้งคืนเลย”

        “ห้ามผิดคำพูดนะ” รินรดีหันมาหาแล้วทำสีหน้าเอาเรื่อง

        “ไม่มีผิดคำพูดไม่มีคืนคำพรุ่งนี้ป๊าจะพาหนูไปทะเลค่ะ” ภาคินัยโล่งอกมากที่ง้อหนูน้อยสำเร็จในที่สุด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha