รินรดีซ่อนรัก

โดย: อัณณากานต์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : หวั่นไหวหนักกว่าเดิม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


        บ่ายแก่ๆ รินรดีพาตัวเองเดินเข้าร้านทำผมเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนเพราะวันนี้คือวันพิเศษ คืนนี้เธอกับป๊าจะไปฉลองครบรอบสามปีด้วยกันที่ภัตตาคารสุดหรูในโรงแรมแห่งนึง คอนโดที่ป๊าซื้อให้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและติดห้างสรรพสินค้าเธอจึงเดินมาเองได้แบบสบายๆ ไม่ต้องโบกแท็กซี่ให้วุ่นวาย

        “ผมสวยจังเลยค่ะ นี่ผมจริงใช่ไหมคะ” ช่างทำผมพูดคุยกับลูกค้า

        “ใช่ค่ะ รินไม่ชอบทำสีผมก็เลยไม่เสียค่ะ”

        “จริงค่ะ ผมดำขลับไม่มีแตกปลายสักเส้นแถมทั้งนุ่มทั้งหนา”

        “ขอบคุณค่ะ” รินรดียิ้มด้วยความปลื้มใจเพราะป๊าก็บอกว่าเธอผมสวยเหมือนกัน

        “แล้ววันนี้จะปล่อยหรือเกล้าคะ”

        “อยากลองเกล้าดูค่ะ คุณว่าฉันทำแล้วมันจะดูดีไหมคะ” รินรดีปรึกษาช่างมืออาชีพเพราะวันนี้เธออยากให้ตัวเองสวยแปลกตาต่างจากทุกวัน

        “ดีแน่นอนค่ะ เรามาเลือกกันดีกว่า”

        “ตกลงเอาแบบนี้นะคะ เกล้ามวยแล้วมีปอยผมรุ่ยๆ ให้ทั้งลุคแบ๊วแล้วก็เซ็กซี่เลยทรงนี้”

        “โอเคค่ะ เอาทรงนี้แหละหวังว่าทำออกมาแล้วจะเซ็กซี่ได้สักครึ่งนึงของนางแบบก็พอ”

        “เชื่อมือได้เลยค่ะ คุณจะสวยกว่านางแบบอีก” รินรดีนั่งลุ้นจนตัวแข็งระหว่างที่ช่างจัดแจงแต่งผมให้ ค่าทำผมร้านนี้แพงมากแต่เธอก็ยอมจ่ายเพราะเธอเองไม่เคยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายอยู่แล้ว ที่ยอมควักกระเป๋าหนักขนาดนี้ก็เพราะอยากเอาใจป๊าเธออยากให้ป๊าภูมิใจเวลาเดินข้างๆ เธอ

        “ว้าว !” รินรดีอุทานด้วยความพอใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนในกระจกคือเธอจริงๆ

        “ชอบไหมคะ อยากให้แก้ตรงไหนไหมเอ่ย”

        “ชอบค่ะ ชอบมากไม่ต้องแก้อะไรเลย ขอบคุณมากนะคะ”

        “ถ้าไม่รังเกียจขอแนะนำอะไรสักอย่างได้ไหมคะ”

        “ได้ค่ะ มีอะไรหรอคะ” รินรดีถาม

        “ผมสวยขนาดนี้ต้องแต่งหน้าด้วยนะคะ ดิฉันแนะนำว่าให้ไปเคาน์เตอร์ขายเครื่องสำอางซื้ออะไรก็ได้สักอย่างสองอย่างแล้วขอให้เขาแต่งหน้าให้ พนักงานของแบรนด์ส่วนมากจะแต่งหน้าเก่งค่ะเพราะบริษัทส่งไปเรียนยิ่งแบรนด์ตัวซีนะคะเชื่อมือได้เพราะไปขอให้แต่งบ่อยๆ”

        “โห ขอบคุณมากนะคะ” รินรดีจ่ายเงินค่าทำผมแถมทิปให้ด้วยแล้วพุ่งตัวไปแผนกเครื่องสำอางทันที

        เมื่อสวยพร้อมทั้งหน้าทั้งผมแล้วเธอก็เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อยเพราะเพิ่งจะหกโมงเองป๊าบอกว่าจะมารับที่ห้องตอนสองทุ่มเธอมีเวลาอีกตั้งสองชั่วโมง

        “คุณครับขอเบอร์ได้ไหมครับ” ผู้ชายคนนึงมาขายขนมจีบให้แต่เธอก็ปฏิเสธ และไม่น่าเชื่อเลยว่าการทำสวยตั้งแต่หัวจรดเท้าจะทำให้เธอฮอทขนาดนี้เพราะมีผู้ชายมาขอเบอร์ตั้งสามคนไม่นับรวมพวกที่มองจ้องจนตาค้าง

        “ป๊าจะมองเราตาค้างแบบนั้นไหมนะ” เธอมองกระจกแล้วถามตัวเองในใจ

        “คุณครับ” รินรดีถอนใจรอล่วงหน้าเลย นี่รอบที่สี่แล้วนะด่าซะเลยดีไหมคราวนี้

        “ค่ะ” รินรดีหันไปตอบแบบเสียไม่ได้พร้อมหน้าหักระดับสิบ

        “ว้าว คุณรินจริงๆ ด้วย” ธนูลักษณ์ไม่แน่ใจนักว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ด้านหน้าบนบันไดเลื่อนจะเป็นรินรดีเพราะเธอดูแปลกตากว่าทุกวัน

        “อ้าว คุณธี สวัสดีค่ะ” เมื่อเห็นว่าเป็นคนรู้จักเธอก็กลับมาทำหน้าเป็นมิตรเหมือนเดิม

        “เมื่อกี้เป็นอะไรครับหน้าบึ้งเชียวผมรบกวนคุณรินรึเปล่าครับ”

        “อ้อ เปล่าค่ะ ไม่ใช่”

        “คุณริน ระวังครับ” รินรดีเมื่อแต่หันมาคุยจึงไม่เห็นว่าบันไดเลื่อนมาจนสุดแล้ว ธนูลักษณ์คว้าเธอไว้ได้ทันก่อนจะเซล้มลง

        “ขะ ขอบคุณค่ะ” รินรดีจ้องชายหนุ่มที่กำลังโอบเธอไว้หลวมๆ ด้วยความมึนงงและเธอไม่เข้าใจเลยว่าอาการหวิวๆ ในท้องมันหมายความว่าอะไร ป๊าคือผู้ชายคนเดียวที่เธอแนบชิดด้วยแล้วที่เธอเป็นตอนนี้ทำไมมันเหมือนกับตอนที่รู้สึกกับป๊า

        “ผมจะปล่อยแล้วนะครับ”

        “คะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ธนูลักษณ์ค่อยๆ คลายวงแขนออกแต่รินรดีก็จับหมับมาที่แขนเต็มแรง

        “เอ่อ ริน รินเวียนหัวค่ะ” รินรดีไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวนี่เธอมีใจให้คุณธีหรอ

        “ไปนั่งก่อนดีกว่าครับ ผมพาไปนะ” ธนูลักษณ์โอบเอวของรินรดีเบาๆ มืออีกข้างก็จับแขนของเธอไว้แล้วพาเดินไปช้าๆ ตรงโซนที่มีเก้าอี้วางไว้

        “ขอบคุณค่ะ” รินรดีทรุดนั่งลงด้วยความมึนงง สองแขนกอดหน้าอกตัวเองไว้เพราะอยู่ๆ ก็หนาวยะเยือกขึ้นมา

        “เอาคลุมไว้ก่อนนะครับ” ธนูลักษณ์ถอดสูทของตัวเองแล้วห่มตัวเล็กๆ ของเธอจนมิดชิด

        “ขอบคุณค่ะ”

        “คุณรินหน้าซีดมากเลย ไปหาหมอไหมครับ”

        “เอ่อ ไม่ค่ะ รินแค่หนาวเฉยๆ”

        “งั้นผมไปหาอะไรร้อนๆ มาให้นะครับ คุณรินรอตรงนี้นะ” ธนูลักษณ์วิ่งไปร้านขายเครื่องดื่มแล้วซื้อชาร้อนมาหนึ่งแก้ว

        “ค่อยๆ ดื่มนะครับ” รินรดีรับแก้วอุ่นๆ มาถือไว้พอจิบมันเข้าไปร่างกายก็อบอุ่นขึ้นมา

        “ขอบคุณค่ะ รินเลยทำให้คุณธีต้องเสียเวลา”

        “ไม่เลยครับผมแค่มากินข้าวไม่ได้นัดใครไว้คนโสดแบบผมก็อย่างนี้แหละครับกินข้าวคนเดียวไปไหนคนเดียว”

        “คุณธียังไม่แต่งงานหรอคะ” รินรดีประหลาดใจมากเพราะเขาก็อายุพอๆ กับป๊าและคนวัยป๊าส่วนใหญ่ก็แต่งงานมีลูกมีครอบครัวแล้วทั้งนั้น

        “ยังครับ”

        “เอ่อ คือ

        “คุณรินสงสัยอะไรถามผมได้ทุกอย่างเลยครับ”

        “คุณธีบอกว่าโสดนี่คือไม่ได้คบใครหรือชอบใครเลยหรอคะ”

        “ไม่ได้คบใครเลยครับแต่เคยชอบผู้หญิงคนนึงแต่เขาไม่ชอบผม”

        “เดี๋ยวคุณธีก็จะเจอผู้หญิงคนนั้นค่ะ” รินรดีเอ่ยพร้อมบีบแขนของเขาเบาๆ เพราะสีหน้าของคุณธีเศร้าสร้อยเหลือเกิน

        “ขอบคุณครับจริงๆ แล้วคุณก็คือผู้หญิงคนนั้น”  ประโยคแรกธนูลักษณ์พูดออกมาด้วยเสียงแต่ประโยคหลังเขาพูดมันแค่ในใจ

        “ขอบคุณนะคะ คุณธีไปทานข้าวเถอะค่ะคงจะหิวแย่แล้ว” รินรดีถอดเสื้อสูทคืนให้เขา

        “คุณรินมายังไงครับ ให้ผมไปส่งข้างหน้าดีกว่า” ธนูลักษณ์หมายความว่าจะไปช่วยเรียกแท็กซี่ให้

        “เดินมาค่ะ คอนโดรินอยู่ตรงนี้เอง”

        “ถ้าไม่รังเกียจให้ผมเดินไปส่งได้ไหมครับ คือผมคิดว่า”       

        “คิดว่าอะไรคะคุณธี”

        “คุณรินอย่าโกรธนะครับผมแค่เป็นห่วง คือชุดคุณรินมันดึงดูดสายตามากเลย” รินรดีสวมชุดกระโปรงยาวแค่เข่าแบบสายเดี่ยวสีดำที่เผยให้เห็นหัวไหล่และแผ่นหลังเนียนๆ มากพอสมควรและด้านหน้ามันก็คว้านลงไปลึกพอให้คิดอะไรไปไกลเชียวแหละ

        “เอ่อ รินลืมคิดไปเลย” รินรดีคว้าเสื้อสูทมาสวมกลับไปเหมือนเดิม

        “ถ้าอย่างนั้นรินรบกวนด้วยนะคะเพราะต้องยืมเสื้อคุณธีคลุมไว้ก่อนหรือจะให้รินฝากป๊าไปคืนไหมคะคุณธีจะได้ไม่เสียเวลา”

        “ไม่เป็นไรครับผมไปส่งคุณรินแล้วหาอะไรกินแถวนั้นก็ได้”

        “ถึงแล้วค่ะ” เดินมาสิบนาทีทั้งคู่ก็มาถึงคอนโดของรินรดี

        “คุณธีคะ ร้านอาหารในตึกอร่อยนะให้รินเลี้ยงข้าวคุณธีสักมื้อได้ไหมคะ”    

        “เอ่อ คุณรินแต่งตัวซะสวยเพื่อไปเดินห้างหรอครับ”

        “เปล่าค่ะ วันนี้ป๊าจะพาไปฉลองครอบรอบสามปีแต่ป๊าจะมารับตอนสองทุ่มค่ะนี่ยังไม่ทุ่มเลย” รินรดีตอบแล้วยิ้มแป้นแต่คนฟังทั้งเสียใจและแค้นไอ้สารเลว เมื่อเช้ามันยังเดินควงยัยเอเน่เข้าออฟฟิศมาพร้อมกันอยู่เลยนั่นหมายความว่าเมื่อคืนสองคนนั้นไปอยู่ด้วยกันมาแน่ๆ

        “นะคะคุณธี รินรับรองเลยว่าร้านที่ป๊าพาไปต้องเป็นพวกร้านที่ขายอาหารจานเล็กๆ เหมือนให้เจ้าที่กิน รินไม่อิ่มแน่ๆ คนระดับนั้นเขากินบรรยากาศค่ะแต่คนระดับรินกินอาหารแล้วกินเยอะด้วย”

        “ฮ่าๆๆ โอเคครับคุณริน” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ทานข้าวกับคุณรินเพราะหลังๆ มาเขาก็มักจะหาโอกาสไปอ้อยอิ่งแถวห้องอาหารของฟิตเนสเสมอและมันก็จะจบลงแบบเดิมทุกครั้งคือคุณรินชวนให้ทานมื้อเย็นด้วยกัน เขาสงสารเธอเหลือเกินที่ต้องมีชีวิตที่แสนโดดเดี่ยว วันๆ รอแต่ไอ้สารเลวนั่นและเขาเกลียดมันมากแบบไม่รู้จะเทียบกับอะไรดีที่มันตัดสังคม ตัดทุกอย่างไปจากชีวิตของเธอ มันไม่ให้คุณรินทำงาน ไม่ให้คุณรินคบใครจะไปไหนมาไหนก็ต้องรายงานมันตลอดในขณะที่มันไปทำระยำอัปรีย์อะไรก็ได้

        “ดีจังเลยนะคะที่คุณธีบังเอิญมาสมัครฟิตเนสนั้นคุณธีเป็นเพื่อนรินคนเดียวเลยก็ว่าได้”   

        “แล้วเพื่อนๆ พริตตี้ล่ะครับ”

        “เขาก็ทำงานกันแหละค่ะ ยุ่งๆ กันไป อีกอย่างป๊าไม่ชอบให้รินไปไหนมาไหนกับพวกนั้นเพราะกลัวคนอื่นมองว่ารินทำงานอย่างอื่นด้วย”

        “อ้อ ครับขอบคุณมากนะครับที่เลี้ยงผม” ธนูลักษณ์ขอบคุณอีกครั้งเพราะคราวนี้คุณรินยืนยันหนักแน่นมากๆ ว่าจะเป็นคนจ่ายเอง

        “แล้วเจอกันที่ฟิตเนสนะคะ” รินรดีโบกมือลา

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha