รินรดีซ่อนรัก

โดย: อัณณากานต์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : เมียน้อยไร้ราคา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


        รินรดีกลับมาถึงห้องตอนหนึ่งทุ่มห้าสิบห้านาทีแล้วก็รีบเข้าห้องน้ำไปเช็กหน้าเช็กผมให้เรียบร้อยแล้วพอเดินออกมาป๊าก็มาถึงพอดี

        “หนูน้อย” ภาคินัยตกตะลึงกับความสวยของเด็กสาวเพราะเธอไม่เคยแต่งตัวแบบนี้เลย

        “เอ่อ ป๊าชอบไหมคะ” รินรดีเขินมากกับสายตาที่เขาจ้องเธอเป็นประกายแบบนั้น

        “ยิ่งกว่าชอบอีกจะทำให้ป๊าหลงไปถึงไหนคะ” ภาคินัยเดินไปประชิดร่างเด็กสาวแล้วจับปอยผมเล็กๆ มาเขี่ยเล่นใจจริงเขาอยากจะจัดสักดอกก่อนไปแต่ก็ไม่อยากผิดเวลากับโรงแรมที่จองโต๊ะไว้

        “คืนนี้ป๊าจะกลับมากินให้หนำใจเลย” ชายหนุ่มคาดโทษด้วยการจูบต้นคอเธอเบาๆ

        ภาคินัยพาเมียลับสุดที่รักไปถึงโรงแรมสูงระฟ้าตามเวลาที่นัดหมายไว้เป๊ะๆ คืนนี้เขามีเซอร์ไพรส์ให้หนูน้อยตั้งหลายอย่างเพราะอยากตอบแทนความรักและความซื่อสัตย์ที่เธอมีให้

        “สวยจังเลยค่ะป๊า” รินรดีเดินเกร็งไปตลอดทางเพราะห้องอาหารมันหรูหราเหลือเกิน โคมไฟที่ห้อยลงมาระยิบระยับราวกับทำจากเพชรแท้ๆ เชิงเทียนตามทางเดินก็สวยหรูไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สวยงามไปหมดทุกอย่าง

        “หนูน้อยของป๊าสวยกว่าตั้งเยอะ” หนุ่มใหญ่กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูแถมเม้มให้อีกทีก็คืนนี้เธอสวยและเย้ายวนเหลือเกิน

        “เชิญนั่งครับคุณผู้หญิง” ภาคินัยเลื่อนเก้าอี้ให้สุภาพสตรีตามธรรมเนียมที่สุภาพบุรุษดีๆ พึงกระทำ

        “ขอบคุณค่ะป๊า” เมื่อทั้งคู่นั่งเรียบร้อยบริกรก็นำไวน์มาเสิร์ฟ

        “สุขสันต์วันครบรอบครับหนูน้อยของป๊า ป๊ารักหนูนะคะ” รินรดีชนแก้วกับคนรักเบาๆ แล้วจิบน้ำรสขมเข้าไป

        “เดี๋ยวอาหารก็มาแล้วหนูยังไม่หิวมากใช่ไหมคะ” ภาคินัยสั่งทุกอย่างไว้หมดแล้วบริกรจึงไม่จำเป็นต้องนำเมนูมาให้เขาจัดการไว้แล้วทั้งของคาวของหวานและเครื่องดื่มรวมถึงของที่จะเซอร์ไพรส์หนูน้อยด้วย

        “ไม่หิวมากค่ะป๊า” เธอไม่เคยเล่าให้เขาฟังเรื่องคุณธีเพราะรู้ว่าเขาต้องไม่พอใจแน่ๆ แต่เธอก็เหงาเหลือเกินและคุณธีก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอมี ในใจลึกๆ ก็รู้สึกผิดแต่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

        “หนูน้อยของป๊าสวยที่สุดเลย” ภาคินัยยังคงละสายตาไปจากความเย้ายวนของเด็กสาวไม่ได้

        “สงสัยหนูต้อง” รินรดีไม่ได้พูดจนจบเพราะถูกขัดจังหวะซะก่อน

        “คุณก้องไหนว่าไปงานวันเกิดลูกค้า” กัญญารัตน์มาทานข้าวกับแก๊งเพื่อนเธอโกรธจนควันออกหูที่เห็นสามีนั่งหัวร่อต่อกระซิกกับเด็กสาวแถมยังกุมมือกันตลอดเวลา

        “คุณก้อย” ภาคินัยตกใจจนแทบช็อกที่เจอภรรยาตัวจริงยืนทำหน้ายักษ์อยู่ข้างหลัง

        “แค่เด็กนั่งดริ๊งจ้ะคุณก้อยไม่มีอะไรหรอกเรากลับบ้านกันเถอะ” ภาคินัยถลาไปหาภรรยาด้วยความรวดเร็วแล้วพูดจาเสียงอ่อนเสียงหวาน

        “ป๊า” รินรดีไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ยินถ้อยคำแบบนั้นออกมาจากปากผู้ชายที่เธอรักหมดหัวใจ

        “ป๊าหรอ” กัญญารัตน์ถามด้วยเสียงแหลมสูง

        “มันก็หาเรื่องเรียกไปแบบนั้นแหละ กลับบ้านกันดีกว่าคุณก้อย”       

        “คุณไปมีเล็กมีน้อยกินกันเป็นครั้งๆ ฉันรับได้แต่ถ้าจะเลี้ยงดูกันเป็นล่ำเป็นสันฉันยอมไม่ได้” กัญญารัตน์พูดเสียงต่ำๆ นิ่งๆ กับสามีที่ตัวสั่นเป็นลูกนก

        “เพิ่งเจอกันสองสามครั้งเองคุณก้อยไม่ได้เลี้ยงดูอะไรผมก็คบสนุกๆ ไปแค่นั้นเอาไว้แก้เหงา” ตอนนี้ชีวิตของภาคินัยอยู่ในกำมือของกัญญารัตน์เพราะธุรกิจของที่บ้านขาดทุนย่อยยับ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ล้วนมาจากเมียแต่งทั้งสิ้นและคนแบบเขาไม่มีทางยอมอยู่แบบยาจกแน่นอน

        “ป๊า” เด็กสาวร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ทำไมเขาพูดแบบนั้นเธอเป็นแค่ตัวคั่นเวลาแก้เหงาเท่านั้นเองหรือแล้วเมื่อไม่นาทีก่อนที่เขาบอกรักเธอล่ะแล้วที่ผ่านมาสามปีเขาไม่รักเธอเลยหรือยังไงทั้งที่เธอมีแค่เขาเพียงคนเดียว

        “หน้าตาก็ดีไม่น่าทำตัวต่ำๆ ทำมาหากินเองไม่เป็นรึไงถึงต้องมาเกาะสามีคนอื่นเป็นปลิงแบบนี้” กัญญารัตน์ตะโกนจนลั่นห้องอาหาร เปียโนที่บรรเลงขับกล่อมเบาๆ ถึงกับหยุดเอากลางคัน

        “ฮือๆๆๆ” รินรดีวิ่งออกจากร้านด้วยน้ำตาอาบหน้า

 

        “กิ๊ก ฉันขอไปนอนด้วยสักสองสามคืนได้ไหม” รินรดีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋ารวมถึงแมวสองตัวด้วย เธอถอดชุดเดรสสุดหรูแล้วเอากรรไกรมาตัดจนขาดไม่มีชิ้นดี           

        “ได้ แกเป็นไรรึเปล่าริน”

        “ฉันเลิกกับป๊าแล้ว”

        “เฮ้ย งั้นแกรออยู่ที่ห้องเดี๋ยวฉันไปรับ”

        “ขอบใจนะแก” รินรดีวางสายจากเพื่อนแล้วกลับไปเก็บของต่อ กิ๊กคือเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนและเธอสนิทสนมด้วยที่สุดแต่พักหลังๆ ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะกิ๊กงานยุ่ง

        “ริน” กิ๊กพูดอะไรไม่ออกนอกจากกอดเพื่อนไว้แน่นๆ ดูจากสภาพแล้วยัยรินคงร้องไห้มาเป็นชั่วโมงแล้วแน่ๆ

        “ฉันรบกวนแกไม่นานหรอกกิ๊ก”

        “รบกวนอะไรเลิกคิดเลยแกจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้อยู่ตลอดไปยิ่งดี” สองสาวช่วยกันหอบสัมภาระกันอยู่สองเที่ยวรอบแรกคือของใช้ทั้งหมดของรินรดีส่วนรอบสองกลับมาขนแมวกับของใช้จิปาถะต่างๆ ของเจ้าเหมียวทั้งสองตัว

        “ถ้าฉันยอมเดินออกมาเองตั้งแต่แรกคงไม่ต้องเจ็บและอับอายขนาดนี้” รินรดีพูดกับเพื่อนแต่เหม่อมองไปที่วิวข้างทาง บนตักคือแมวทั้งสองตัวที่นั่งนิ่งๆ และเอาคางมาเกยกับมือของเธอไว้ทั้งสองตัวเหมือนจะรับรู้ว่าเธอกำลังเสียใจอย่างหนัก

        “อย่างน้อยแกก็เดินออกมาแล้วไงแกยังมีสติพอที่ไม่คิดจะให้โอกาสไอ้ชาติชั่วนั่น”

        “ฉันก็ชั่วไม่แพ้เขาหรอกกิ๊ก” รินรดีเอ่ยแล้วสบตาเพื่อน น้ำตาหยดเล็กๆ ยังคงไหลรินไม่ขาดสาย

        “จากนี้ไปก็อย่าทำพลาดแบบเก่าอีก ตั้งแต่นี้แกต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้รักตัวเองมากๆ แกมีฉันอยู่ข้างๆ แล้วก็มีลูกอีกสองตัวต้องดูแลนะแกจะอ่อนแอไม่ได้”

        “ขอบใจนะกิ๊ก” รินรดีจับมือของเพื่อนมาบีบเบาๆ แล้วก็ปล่อยเพราะสัญญาณไฟเป็นสีเขียวแล้ว เธออุ้มแมวทั้งสองตัวมาจูบแล้วคิดหาหนทางเพื่อที่จะมีชีวิตในวันต่อๆ ไปให้ได้แม้จะไม่มีเขาแล้วก็ตาม

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha