รสิตายั่วรัก

โดย: อัณณากานต์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : สามีคนที่สอง


ตอนต่อไป


      “โอ๊ย คุณเทิด” เสียงโอดโอยเพราะความเจ็บประท้วงขึ้นมาเบาๆ รสิตากำลังคลานสี่ขาอยู่บนที่นอนขนาดคิงไซส์และสามีกำลังกระแทกกระทั้นความเป็นชายใส่เธออย่างไม่ออมแรง นิ้วเรียวยาวที่เขาว่ากันว่าคนมีนิ้วแบบนี้วาสนาดีจิกแน่นไปบนผ้าห่ม

        “ซี๊ด อ่า” เทิดศักดิ์สามีที่สูงวัยกว่ารสิตาสิบสองปีไม่ได้สนใจเสียงร้องที่รอดผ่านไรฟันออกมาแม้แต่น้อย หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบสี่ปีผู้ที่ยังมีเรี่ยวแรงกับกิจกรรมทางเพศแทบไม่เว้นคืนยังคงกระหน่ำโยกบั้นเอวใส่ร่างที่นอนอ่อนปวกเปียกต่อไปอย่างเมามันในอารมณ์

        “คุณเทิด ตุ๊กเจ็บ” รสิตาพักหน้าอกอวบหยุ่นไปบนที่นอน มือเล็กๆ เอื้อมไปด้านหลังเพื่อรั้งให้สะโพกหนาเคลื่อนไหวช้าลง

        “อ๊า ท่านี้ยิ่งลึก” เทิดศักดิ์จับแขนเรียวยาวไว้อีกมือก็บีบไปที่ต้นคอระหงเบาๆ

        “คุณเทิด เบาหน่อย” รสิตาเกลียดท่านี้ซึ่งเขาก็รู้แต่เขาก็ทำมันทุกครั้งที่ร่วมเพศกัน มันเป็นท่าที่การสอดใส่ลึกและเจ็บหน่วงๆ มันคงจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้าเขาจะออมแรงกับเธอสักนิด

        “จะเบาได้ยังไงคนกำลังจะเสร็จ” สามีผู้หลงใหลเรือนกายของภรรยาคนงามยิ่งกระหน่ำจังหวะให้หนักขึ้นไปอีก ร่างเล็กๆ สั่นสะท้านแต่เจ้าตัวก็พยายามเก็บกลั้นเสียงเอาไว้

        “อ๊า” เทิดศักดิ์ละมือจากต้นคอขาวๆ แล้วไปขยำเต้านมของภรรยาเต็มแรง เสียงคำรามที่เปล่งออกมาคือการระบายความเสียวซ่านเพราะเพิ่งถึงจุดสุดยอด

        “โอ๊ย”  การสอดใส่ครั้งสุดท้ายทำให้รสิตาจุกจนตัวชา น้ำแห่งความใคร่พ่นเข้ามาในในร่างกายของเธออย่างรุนแรงเขาจะทำแบบนี้กับเธอทุกคืนที่แน่ๆ คือหนึ่งรอบแต่บางคืนก็สองหรือไม่ก็สามยิ่งคืนไหนที่เขาไปดื่มมาจากข้างนอกเขาจะยิ่งบ้าคลั่งเป็นพิเศษและทุกครั้งเมื่อเสร็จสมตามใจหมายเขาจะทิ้งตัวลงบนที่นอนแล้วก็หลับสนิททันที


        เทิดศักดิ์คือสามีที่ดีคนนึงเวลาที่ไม่ได้อยู่บนเตียง เขาเป็นผู้ชายนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดและเป็นคนรุ่นเก่าหัวโบราณขนานแท้ทุกวันนี้ที่ไม่ต้องกราบเท้าก่อนนอนก็บุญหนักหนาแล้ว รสิตาอยู่กินกับเขามาสองปีโดยไม่ได้แต่งงานกันเพราะคุณเทิดไม่สนใจและไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้เลย

        สามีคนแรกของเธอชื่อไพบูลย์เธอรักเขามากเพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย ไพบูลย์หรือพลคือรักแรกของเธอและเธอก็เป็นรักแรกของเขาเช่นกัน หลังจากคบหาดูใจกันมากว่าสิบปีพิธีแต่งงานที่แสนหวานชื่นก็จัดขึ้น

        ตระกูลของไพบูลย์คือเศรษฐีที่ดินทางภาคเหนือส่วนตระกูลของเธอมีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่มันจึงเอื้อกันพอสมควรเรียกว่าเรือล่มในหนองทองจะหายไปไหนได้ หลังพิธีสมรสสามปีสวนดอกไม้ของเธอก็ขยายจำนวนไร่ขึ้นหลายเท่าและชีวิตคู่ของเธอกับเขาก็หอมหวานยิ่งกว่าดอกไม้ทั้งมวลเสียอีก

        พลคือผู้ชายโรแมนติกแบบสุดๆ เขาจะมีดอกไม้มาให้เธอแทบจะทุกวันและจะวางมันไว้ในที่ใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ เวลาเธอทำงานเดินตรวจรอบๆ สวนก็จะเจอเจ้า “ดอกรัก” วางไว้ให้ได้ยิ้มตลอด พลเรียกมันว่าดอกรักถึงมันจะเป็นดอกกุหลาบ ดอกมะลิ ดอกลิลลี่หรือดอกอะไรก็ตามเพราะเขาบอกว่ามันคือดอกไม้ที่แทนความรักของเขา

        วันเวลาแห่งความหวานชื่นจบลงเมื่อเข้าสู่ปีที่ห้าของการแต่งงาน พลโดนลอบยิงระหว่างที่ขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อไปรับเมล็ดพันธุ์ของดอกเดซี่ที่ทางผู้คัดสรรรับประกันว่าจะให้ดอกสีสวยสดใสที่สุด

        คดีความจบลงภายในไม่กี่เดือนผู้ที่ลอบฆ่าสามีของเธอก็คือคู่แข่งที่ค้าขายกันเรื่องที่ดินแล้วผลประโยชน์ไม่ลงตัว จริงๆ เรียกว่าโลภมากน่าจะเหมาะกว่าก็อย่างที่เขาว่าเรื่องเงินเรื่องทองมันไม่เข้าใครออกใคร เมล็ดดอกเดซี่ที่สามีเธอหมายมั่นปั้นมือจะปลูกให้เต็มสวนเล็กๆ หน้าบ้านเธอก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เดซี่ดอกสวยอวดความสดใสเต็มแปลงหน้าบ้านตามที่เขาปรารถนาไม่มีผิดและหลังจากการสูญเสียสามีอันเป็นที่รักรสิตาก็ไม่เคยรับดอกไม้จากใครอีกเลย

        เธอนอนมองเทิดศักดิ์สามีคนปัจจุบันแล้วก็ท้อแท้ในใจเขาเป็นคนดีติดก็แค่เรื่องเพศที่ไม่สอดคล้องกับเธอเลยสักนิด หลังตกพุ่มม่ายอยู่สามปีเธอก็มาเจอกับเขาแล้วถูกชะตากัน เทิดศักดิ์คือหนุ่มใหญ่ที่ดูเหมือนจะอบอุ่นยามอยู่นอกเตียงแต่พอลับตาคนเขาก็เร่าร้อนและออกจะรุนแรงแทบจะทุกครั้งไปและพออยู่กันไปนานๆ เธอก็ยิ่งขัดใจพฤติกรรมหลายๆ อย่างที่เขาเป็น

        เล่าย้อนไปก่อนที่ว่ารสิตากับเทิดศักดิ์จะมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเรื่องมันเกิดก็เพราะการจัดฉากที่แม้แต่รสิตาเองก็ยังไม่รู้ความจริง เทิดศักดิ์ทราบมาว่าแม่เลี้ยงคนงามแถมรวยมากแห่งไร่ตุงคราชตกพุ่มม่ายและยังไม่มีใครพิชิตหัวใจได้อีก เขาจึงหาทางเข้าใกล้โดยใช้ความเห็นอกเห็นใจในการสานสัมพันธ์หนุ่มใหญ่อ้างว่าเข้าใจดีเพราะก็เพิ่งสูญเสียภรรยาสุดที่รักไป

        เทิดศักดิ์ย้ายมาอยู่กับเธอที่บ้านสวนตอนแรกเธอหวังว่าเขาจะช่วยดูแลอะไรบ้างแต่การก็กลับไม่เป็นดั่งที่คาดไว้แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะจะให้ทุกคนรักสวนดอกไม้มันก็คงเป็นไปไม่ได้ ชีวิตคู่ของเธอกับเทิดศักดิ์จะว่าดีก็ดีจะว่าร้ายก็เกือบใช่เนื่องจากเธอเป็นลูกคนเดียวและโตมากับการปรนนิบัติพัดวีแบบลูกคนมีเงินเธอจึงไม่ชินกับการเอาอกเอาใจใครนักแต่เธอก็มาทำเป็นต้องมีคุณเทิดเป็นสามี

        “ไหนกาแฟผมล่ะ” นั่นคือคำทักทายในเช้าวันแรกที่อยู่ด้วยกันแล้วเธอก็รู้ว่าเขาชอบกินกาแฟดำและน้ำต้องอุ่นไม่ใช่น้ำร้อน วันไหนกาแฟร้อนจนทำให้ลิ้นของเขาพองเขาก็จะบ่นด้วยความหงุดหงิด รสิตาก็ต้องคอยกำชับให้แม่บ้านดูอุณหภูมิน้ำให้พอเหมาะจนสุดท้ายเธอตัดสินใจว่าทำเองน่าจะดีกว่า

        พอทานมื้อเช้าเสร็จเขาก็จะไปอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ก็นั่งอยู่หน้าคอมและเมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงตรงเขาก็จะเดินออกมาที่ห้องอาหารแล้วนั่งรอที่โต๊ะนั่นหมายความว่ามื้อกลางวันของเขาต้องมาวางตรงหน้าได้แล้ว อยู่กันได้สามเดือนเธอก็ชินกับกิจวัตรประจำวันและยอมรับมันได้ที่สุด

        ข้อดีของเทิดศักดิ์คือเวลาอยู่ข้างนอกเขาจะเอาใจใส่เธอดีมากจนผู้คนต่างอิจฉาตาร้อนกันไปหมด เขาเองเป็นผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาถึงจะอายุห้าสิบกว่าแล้วแต่ไม่ได้ทำให้ความคมคายบนใบหน้าลดน้อยลงสักนิดบางทีเธอยังคิดแบบติดตลกในใจว่าอยากจะอยู่ข้างนอกกับเทิดศักดิ์ไปตลอดชีวิตเพราะจะได้รับความดูแลพะเน้าพะนอจากเขา

        รสิตาห่มผ้าให้สามีแล้วค่อยๆ เดินย่องไปอาบน้ำ สายตาหม่นเศร้าสำรวจเรือนร่างขาวผ่องเป็นยองใยของตัวเองแล้วนึกอยากย้อนเวลาไปเมื่อสักยี่สิบปีก่อนเพราะผิวพรรณและสัดส่วนมันเต่งตึงกว่านี้แต่เท่าที่ดูคุณเทิดก็พอใจกับเรือนร่างของเธอมากทีเดียว โดยเฉพาะหน้าอกอวบหยุ่นที่เต็มไม้เต็มมือและเมื่อคิดถึงตรงนี้เธอก็อดจะรู้สึกเจ็บแปลบๆ ไม่ได้เพราะเขามักจะบีบมันแรงทุกครั้งเวลามีเพศสัมพันธ์กับเธอ

       

                               


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha