รสิตายั่วรัก

โดย: อัณณากานต์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ล้วงความลับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


      “ยาแก้ปวดเจ้า” สร้อยฟ้านำยามาส่งให้ชายหนุ่มสุดหล่อตามคำสั่งแล้วก็อดจะขวยเขินไม่ได้ก็เขาหล่อมากแถมยังสุภาพเหลือเกิน

        “ขอบคุณครับ น้องชื่อสร้อยใช่ไหม” ชยางกูรถามเด็กสาวที่นั่งยิ้มแต้จ้องหน้าเขาอย่างไม่วางตา

        “เจ้า”

        “น้องสร้อยทำงานที่นี่หรอครับ” เนื่องจากเขาเป็นคนแปลกถิ่นและคงไม่ได้รับความไว้ใจจากคนในสวนแน่ๆ โดยเฉพาะนมทิพย์ดังนั้นเขาจำเป็นต้องหาพันธมิตรโดยด่วน

        “เจ้า”

        “ทำอะไรครับ”

        “ช่วยงานในครัวแล้วก็ทำตามที่แม่นมทิพย์กับแม่เลี้ยงสั่งเจ้า”

        “แม่นมทิพย์เขาดูดุๆ นะ”

        “เปิ้นหวงแม่เลี้ยงนะเจ้า เปิ้นเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออก”

        “อ้อ แล้วน้องสร้อยหวงแม่เลี้ยงไหมครับ”

        “หวงเจ้า อยากให้แม่เลี้ยงเจอป้อจายที่ฮักแม่เลี้ยงจริงๆ เหมือนคุณพล”

        “คุณพล” ชยางกูรถามพลางเลิกคิ้ว

        “สามีคนแรกของแม่เลี้ยงนะเจ้า คุณพลเปิ้นรักแม่เลี้ยงมาตั้งแต่ละอ่อนแต่งงานกันได้ไม่กี่ปีเปิ้นก็โดนยิงตายแม่เลี้ยงเสียใจนัก” สร้อยฟ้าเป็นคนพูดมากพูดไปเรื่อยใครถามอะไรก็ตอบไปตามจริงเด็กสาวไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนล้วงความลับอย่างเงียบๆ

        “อ้อ” ชยางกูรเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่เขาบอกว่าชื่อพลนางฟ้าของเขาถึงมีท่าทางแปลกๆ

        “แล้วทำไมสามีคนที่สองถึงทิ้งแม่เลี้ยงของสร้อยฟ้าไปล่ะเขาใจร้ายจังเลยนะที่ทิ้งผู้หญิงตัวเล็กๆ ไปได้ลงคอ” พอร์ชแกล้งออกความเห็นในเชิงคำถามเพื่อล่อให้สร้อยฟ้าบอกความจริง

        “คุณเทิดเปิ้นไม่ได้ทิ้งนะเจ้า เปิ้นป่วยตาย” สร้อยฟ้ารู้สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมคุณเทิดถึงตายแต่เธอไม่มีวันบอกคนแปลกหน้าเป็นอันขาดเธอรู้ว่าแม่เลี้ยงอายมากและเธอจะไม่มีวันทำให้แม่เลี้ยงของเธอเสียใจ สร้อยฟ้าเป็นคนตรงๆ ซื่อๆ และจริงใจจนบางครั้งความซื่อนั้นก็นำความเดือดร้อนมาให้ตัวเองและผู้อื่นแบบไม่รู้ตัว

        “เอ่อ แล้วทำไมน้องสร้อยทำหน้าแบบนั้นล่ะ” ชยางกูรรู้สึกว่ามีบางอย่างที่เด็กสาวคนนี้อยากจะพูดแต่ก็เกรงกลัว

        “น้องสร้อยบอกพี่ได้ทุกอย่างนะพี่สัญญาว่าจะไม่บอกใคร”

        “หนูเคยพูดกับนมทิพย์ครั้งนึงแต่โดนหยิกจนเนื้อเกือบหลุด” สร้อยฟ้านึกถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้วก็ยังสยองไม่หาย

        “น้องสร้อยรู้ไหมว่าพี่เป็นลูกคนเดียวพี่อยากมีน้องสาวมาตลอดเลย” ชยางกูรเปลี่ยนเรื่องเขาต้องซื้อใจเด็กคนนี้ให้ได้เพราะถ้าได้ใจเธอมาแล้วไม่ว่าเรื่องราวอะไรในสวนแห่งนี้ที่เขาอยากรู้เขาจะได้รู้ทุกอย่างแน่นอน

        “จริงหรอคะ” สร้อยฟ้าถามแล้วทำตาโตเธอเองก็เป็นลูกคนเดียวเหมือนกัน

        “จริงสิ คนเป็นพี่ต้องดูแลน้องและรักษาคำพูดถ้าน้องสร้อยมีอะไรไม่สบายใจบอกพี่ได้นะยิ่งเป็นความลับที่ไม่กล้าบอกใครน้องสร้อยเอามาระบายกับพี่ได้เลย” ชยางกูรวางมาดเป็นพ่อพระแสนดี

        “คุณเทิดนะเจ้าท่านเป็นคนไม่ดี หนูก็ไม่รู้ว่าไม่ดียังไงแต่แม่เลี้ยงไม่มีความสุขเลยตอนอยู่กับท่านไม่เหมือนตอนแม่เลี้ยงอยู่กับคุณพลแม่เลี้ยงยิ้มหวานแล้วก็หัวเราะทั้งวัน พอหนูบอกแบบนั้นกับนมทิพย์หนูโดนหยิกเลยเจ้าแม่นมว่าอย่าไปแส่เรื่องเจ้าเรื่องนาย”

        “อืม” ชยางกูรตอบสั้นๆ มันมีลับลมคมในบางอย่างแน่ๆ คุณเทิดสามีคนที่สองทำอะไรให้นางฟ้าของเขาทุกข์ใจนะเขามั่นใจว่าสร้อยฟ้าไม่ได้โกหกเธอก็แค่เด็กซื่อๆ ที่พูดตามสิ่งที่เห็นเท่านั้น

        “พี่ปวดแผลจังเลยขอกินยาแล้วพักผ่อนนะ”

        “เจ้า อ้อและที่สำคัญอย่าให้ดอกไม้กับแม่เลี้ยงนะเจ้า” สร้อยฟ้าเปิดประตูออกไปแล้วเจอกับแปลงดอกไม้หน้าเรือนพักก็นึกขึ้นได้

        “ทำไมล่ะแม่เลี้ยงไม่ชอบดอกไม้หรือยังไง” ชยางกูรแปลกใจมากก็เธอเป็นเจ้าของสวนดอกไม้แต่จะไม่ชอบดอกไม้ได้ยังไงกัน

        “ชอบเจ้าแม่เลี้ยงชอบมาก ตอนคุณพลท่านอยู่ท่านให้แม่เลี้ยงทุกวันแต่พอท่านจากไปแม่เลี้ยงก็ไม่เคยรับดอกไม้จากใครอีกเลย” สร้อยฟ้าบอกแล้ววิ่งออกไป

        “เป็นสวนแห่งความลับจริงๆ” ชยางกูรพึมพำเบาๆ เขากินยาแก้ปวดแล้วนอนพักเพราะจะได้หายจากอาการบาดเจ็บเร็วๆ เขาอยากออกไปทำสวนอยากอยู่ใกล้ๆ อยากเห็นนางฟ้าของเขาจะแย่แล้ว ทีแรกอยากจะให้แผลหายช้าแต่มันคงไม่ดีแน่ถ้าต้องมานอนแกร่วบนเตียงแบบนี้ไปตลอด

        “มีอะไรหรอน้องสร้อย” เขามาตื่นเอาตอนเกือบเที่ยงแต่ก็ยังไม่หิวมากนักเพราะเมื่อเช้าได้กินข้าวต้มจากนางฟ้าและเขาต้องรีบเอามือถือไปซ่อนเป็นการใหญ่เพราะเด็กสาวพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ได้เคาะประตู เขากำลังคิดว่าจะโทรไปหาแม่สักหน่อย

        “แม่เลี้ยงให้มาดูเจ้าว่าตื่นรึยัง”

        “คราวหน้าเคาะประตูหน่อยนะพี่ตกใจหมด”

        “ขอโทษเจ้า” สร้อยฟ้าทำหน้าเศร้าที่โดนเอ็ด

        “พี่กลัวว่าน้องสร้อยจะเข้ามาตอนพี่โป๊ปกติพี่ชอบถอดเสื้อเวลานอน”

        “ตกลงเจ้า” เด็กสาวหน้าชื่นขึ้นมานิดนึงเมื่อได้ฟังเหตุผล

        “แล้วแม่เลี้ยงให้มาดูพี่ทำไมหรอ”

        “จะเที่ยงแล้วเจ้าแม่เลี้ยงให้มาถามว่าพี่หิวรึยัง”

        “พี่เดินไปกินเองดีกว่า” ชยางกูรเกรงใจที่ต้องมาเป็นภาระให้คนอื่นดูแล

        “แม่เลี้ยงว่าไม่ให้เดินจนกว่าจะหายเจ้า”

        “อ้อ ครับงั้นพี่ต้องรบกวนน้องสร้อยนะหายเมื่อไหร่พี่จะหาทางตอบแทนให้” ชายหนุ่มแสนจะอิ่มใจที่นางฟ้าเป็นห่วงเป็นใยในตัวเขา สร้อยฟ้าหายไปสักพักแล้วก็กลับมาพร้อมสำรับอาหารมีแกงสองอย่างผัดผักข้าวกล้องแถมยังมีลิ้นจี่อีกพวงโต

        “เอ่อ นี่แม่เลี้ยงเขาต้องลำบากทำให้พี่ขนาดนี้เลยหรอ”

        “แม่นมทำเจ้าแม่เลี้ยงจะลงครัวนานๆ ครั้ง นี่ก็กินเหมือนกันหมดทุกคนเจ้าแม่เลี้ยงก็กินแบบนี้แม่นมเปิ้นทำให้ทุกคนในสวนเจ้า”

        “ชักอยากจะเป็นคนสวนที่นี่แล้ว” ชยางกูรมองอาหารในสำรับแล้วก็ทึ่งหน่อยๆ อาหารเลี้ยงคนสวนคนไร่ดีกว่าพนักงานในบริษัทหรูๆ บางที่ในเมืองกรุงซะอีก

        “กินเสร็จแล้ววางไว้ที่โต๊ะนะเจ้าหนูจะมาเก็บให้ตอนบ่ายๆ แต่ถ้าไม่ว่างจะมาพร้อมมื้อเย็นเลยนะเจ้า” สร้อยฟ้าบอกแล้วก็วิ่งปรู๊ดออกไป ก็เธอไม่ชอบเดินเพราะมันไม่รวดเร็วทันใจนี่นาอีกอย่างวิ่งตรงนี้ไม่เป็นไรหรอกเพราะแม่นมไม่เห็น

        ชยางกูรจัดการทุกอย่างจนหมดเกลี้ยงเพราะมันอร่อยจริงๆ แล้วพอกินยาแก้ปวดเขาก็ผล็อยหลับไปอีกที่ตั้งใจว่าจะโทรบอกคนที่บ้านก็ไม่ได้ทำสักที

        “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องดังขึ้นแต่มันไม่ดังพอจะปลุกคนที่หลับลึกเพราะฤทธิ์ยาและความอ่อนเพลีย

        “พล” รสิตาเรียกเบาๆ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับเธอจึงเปิดเข้าไปโดยพลการเพราะเป็นห่วงผู้ชายคนนั้น

        “พลคะ” เธอนั่งลงข้างเตียงแล้วเรียกอีกครั้งแต่เขาก็ยังไม่รู้สึกตัว เธอเอามือไปอังที่ใบหน้าและจับดูที่แขนก็ไม่พบว่าเขาเป็นไข้และที่สำคัญยังหายใจอยู่จึงค่อยโล่งใจ

        “หายเร็วๆ นะคะ” รสิตานั่งมองหน้าของชายหนุ่มอยู่พักใหญ่แล้วเดินออกมาพร้อมสำหรับอาหารที่ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย เธอยิ้มด้วยความปลื้มใจแล้วคิดว่าถ้าพรุ่งนี้ลงมือทำเองทั้งหมดเขาจะกินเกลี้ยงแบบนี้ไหม

        “มื้อเย็นมาแล้วเจ้า” สร้อยฟ้าเคาะประตูและเดินยิ้มแป้นเข้ามาเมื่อพี่ชายคนหล่อบอกอนุญาต

        “ขอบใจนะที่เอาสำรับไปเก็บให้พี่”

        “แม่เลี้ยงมาเก็บไปนะเจ้า แม่เลี้ยงแวะมาดูแต่เห็นว่าทั้งเคาะทั้งเรียกพี่ก็ไม่เปิดแม่เลี้ยงเป็นห่วงเลยเดินเข้ามาเอง”

        “ฝากขอโทษแม่เลี้ยงน้องสร้อยด้วยนะที่พี่เสียมารยาทพี่หลับลึกจริงๆ”

        “เจ้า หนูไปกินข้าวก่อนนะเจ้าหิวไส้จะขาดแล้ว” และอีกครั้งที่เด็กสาวจอมทโมนวิ่งทะเล่อทะล่าออกไป ชยางกูรมองอาหารมื้อเย็นแล้วก็คิดในใจว่าถ้ายังไม่รีบหายลุกออกไปทำงานทำการเขาได้กลายเป็นหมูกลิ้งได้แน่ๆ

        “ก๊อกๆ” เกือบสองทุ่มเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

        “ครับ” ชยางกูรขานรับ

        “ฉันมาเอาสำรับอาหารค่ะ” รสิตาบอกแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะ

        “จริงๆ ผมเอาไปเก็บเองได้นะครับแค่บอกทางให้ก็พอ”

        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่นี้เอง” รสิตาบอกในมือถือถาดอาหารไว้แต่ขาไม่ยอมเดินสักที

        “เมื่อกลางวันขอโทษนะครับที่ผมหลับขนาดนั้น”

        “ค่ะ” เธออยากอยู่กับเขาแต่ก็ไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาชวนคุยครั้นจะมาอยู่กับชายแปลกหน้าสองต่อสองนานๆ แม่นมต้องไม่พอใจแน่ๆ

        “ทำไมไม่ให้น้องสร้อยมาเก็บครับ”

        “มันไม่ใช่เวลางานแล้วค่ะ อีกอย่างเรือนพักของสร้อยไกลจากที่นี่พอสมควรฉันไม่อยากให้เด็กสาวๆ มาเดินตอนมืดๆ ค่ำๆ แบบนี้”

        “คุณตุ๊กตาก็ไม่ควรมาเดินเหมือนกันนะครับ”

        “เรือนของฉันอยู่ไม่ไกลค่ะไม่ต้องเป็นห่วง พลพักผ่อนเถอะค่ะฉันไม่กวนแล้ว” รสิตารีบเดินออกมาเพราะกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงปั่นป่วนหัวใจของเธอเหลือเกิน เมื่อเขาหายดีแล้วเธอควรจะไล่เขาออกไปจากสวนนั่นคือทางออกที่ดีและน่าจะเหมาะสมที่สุด       


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha