รสิตายั่วรัก

โดย: อัณณากานต์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : แกงจืดนางฟ้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


      “สวัสดีครับแม่” ชยางกูรบอกตัวเองว่าคืนนี้จะหลับตั้งแต่หัวถึงหมอนไม่ได้เป็นอันขาดเพราะสองคืนแล้วที่เขาไม่ได้โทรกลับบ้านเลยป่านนี้พ่อกับแม่เป็นห่วงแย่แล้วแน่ๆ

        “พอร์ชลูก แม่คิดว่าลูกเป็นอะไรไปแล้ว” อรอนงค์กำมือถือไว้แน่นเพราะมือมันพาลจะสั่นตลอดเวลา

        “ผมเหนื่อยมากเลยครับแม่เริ่มทำงานในสวนมาได้สามวันแล้ว” ชายหนุ่มรายงานมารดาแต่ตาใกล้จะปิดเต็มทีก็เขามีชีวิตอยู่ในห้องแอร์มาเป็นสิบๆ ปี แล้วอยู่ๆ ก็ต้องกลายมาเป็นคนงานแบกหามมันก็เลยยังปรับตัวไม่ได้

        “กลับบ้านเราเถอะลูกจะไปทำแบบนั้นทำไม” อรอนงค์วิงวอนลูกชาย

        “ผมกลับแน่นอนครับแม่แต่ขอดูลาดเลาสักพักอย่างที่บอกไว้”

        “แล้วทำอะไร” ชุมพลถามลูกชาย

        “เป็นคนงานในสวนครับพ่อ”

        “ห๊ะ เป็นคนงาน” อรอนงค์อุทานดังลั่น

        “ครับแม่ผมไม่อยากให้คนที่นี่รู้ว่าผมเป็นใคร”

        “แค่นี้ก่อนนะครับแม่ผมง่วงมากเลยไม่ต้องเป็นห่วงผมนะครับผมสบายดีแค่ต้องเรียนรู้งานก่อน”

        “เพิ่งคุยกันได้ไม่กี่คำเองนะลูก”

        “คุณให้ลูกไปพักผ่อนเถอะ” ชุมพลบอกภรรยา

        “ก็ได้จ้ะแล้วโทรมาอีกนะ”

        “ครับแม่ฝันดีครับ” ชายหนุ่มที่อ่อนล้าจากการตรากตรำทำงานหลับสนิททันทีเมื่อเก็บมือถือไว้ใต้หมอน

        “เราจะต้องอยู่กันไปแบบนี้อีกนานแค่ไหนคุณ อรห่วงลูก” อรอนงค์ปรับทุกข์กับสามีและใกล้จะร้องไห้เต็มทีแล้ว ลูกเธอไม่เคยลำบากทำงานกลางแจ้งจะทนไปได้กี่วันกันเกิดล้มป่วยเป็นไข้แล้วใครจะดูแล

        “ไว้ใจลูกเถอะคุณพอร์ชมันต้องคิดดีแล้วแหละลูกเราฉลาดจะตายคุณก็รู้” ลึกๆ ในใจ ชุมพลรู้ว่าลูกชายมีแผนการบางอย่างแต่ไม่ได้พูดออกมา

        เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นอีกวันชยางกูรพาร่างสูงใหญ่เข้าไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงานและเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาต้องอาบน้ำเย็นเจี๊ยบแบบนี้ วันแรกเกือบทำให้ขาดใจตายแต่ตอนนี้เขาก็ค้นพบข้อดีคือน้ำเย็นๆ ทำให้หายง่วงเป็นปลิดทิ้งอาบแล้วสดชื่นกว่าน้ำอุ่นเป็นไหนๆ

        “โอ้โฮ วันนี้แกงอะไรครับแม่นมหอมเชียว” ชายหนุ่มเดินไปโรงอาหารแล้วก็ได้กลิ่นหอมฉุยตลบอบอวลไปทั่ว คุณแม่นมของนางฟ้ากำลังง่วนคนแกงในหม้อใบโต

        “แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายจ้ะ” นมทิพย์ตอบแล้วก็ลอบมองผู้ชายตัวโต เธอเองผ่านโลกผ่านชีวิตมานานเธอมั่นใจว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนดีแต่เธอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เขาปิดบังเอาไว้

        “พลอยากกินกับขนมจีนหรือข้าวสวยคะ”

        “ขอทั้งสองอย่างเลยได้ไหมครับ” ชยางกูรตอบแล้วลูบท้อง รสิตาจัดให้ตามคำขอโดยไม่ลืมถาดผักสดนานาชนิดไว้กินคู่กันเพื่อดับความเลี่ยน

        “อร่อยไหม” รสิตาถามด้วยใจลุ้นระทึกก็วันนี้เธอตื่นมาลงมือทำเองตั้งแต่ตีห้า

        “อร่อยมากเลยครับคุณตุ๊กตา” ชยางกูรตักกินไปหลายคำแล้ว มันอร่อยจนอยากไปยกมากินให้หมดหม้อคนเดียวซะจริงๆ

        “ฉันทำเอง” รสิตายอมรับแบบอายๆ

        “ผมโชคดีเหลือเกินที่มีบุญได้กินอาหารฝีมือคุณตุ๊กตา” ทั้งคู่กินมื้อเช้าแล้วก็คุยกันไปเรื่อยและแน่นอนที่มันต้องไม่พ้นสายตาของนมทิพย์ ดูก็รู้และใครๆ ก็น่าจะรู้ว่าแม่หญิงน้อยมีใจให้พ่อหนุ่มต่างถิ่นแต่ก็ยังรักษาระยะห่างไว้เพราะกลัวจะเป็นขี้ปากคน

        เมื่อมื้อเช้าแสนโอชะจบลงชยางกูรก็ไปทำงานวันนี้เขาต้องไปพรวนดินที่แปลงใหม่ท้ายสวนเหล่าคนงานชายต่างไปหยิบอุปกรณ์คู่ใจแล้วขึ้นรถอีแต๋นเพื่อเดินทางไปเพราะถ้าเดินจะเสียเวลามาก

        สิบโมงกว่าคนงานที่ฝีมือโปรระดับพระกาฬพรวนกันไปสิบๆ แถว แต่เขาเพิ่งได้แค่ห้าแถวเท่านั้นเองเพราะเสียมมันอันใหญ่เทอะทะจับไม่สะดวกเอาซะเลยแถมตอนนี้มือก็พองจนเจ็บไปหมดแต่เขาจะหยุดพักกินแรงคนอื่นไม่ได้

        “เฮ้อ ค่อยดีขึ้นหน่อย” ชยางกูรถอดเสื้อไปพาดไว้ที่ต้นไม้แล้วกลับมาทำงานต่อเขาเกลียดเวลาที่เหงื่อไหลท่วมตัวเลยถอดเสื้อออกเพราะสิ่งที่เขาเกลียดยิ่งกว่าคือเสื้อเหม็นๆ ชายหนุ่มร่างโตสงสัยเหลือเกินว่าทำไมคนงานพวกนั้นถึงได้พรวนดินรวดเร็วกว่าเขานัก

        “คุณตุ๊กตา” ชยางกูรทักนางฟ้าที่ยืนอยู่ไกลๆ รสิตาเห็นแล้วว่าเขาถอดเสื้อจึงยืนจ้องอยู่นานสองนานเธออุตส่าห์ยืนแอบอยู่หลังพุ่มไม้เขาก็ยังมาเห็นอีกจึงจำใจต้องเดินออกมา

        “มาทำอะไรครับ” ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่หน้าแดงนิดๆ คงเป็นเพราะอากาศมันร้อนแน่ๆ

        “มาตรวจงานค่ะ” รสิตาโกหกจริงๆ แล้วเธออยากมาเห็นหน้าเขา

        “ขอโทษนะครับผมทำงานช้ามาก คุณตุ๊กตาไม่ต้องจ่ายเงินเดือนผมก็ได้”

        “ทำช้าทำเร็วก็ทำเหมือนกัน ฉันจะไม่จ่ายเงินคนที่ไม่พยายามและคนขี้เกียจค่ะแต่พลไม่ใช่”

        “เวลาง้างไม่ต้องให้มันไปด้านหลังขนาดนั้นเอาแค่เหนือหัวก็พอมันจะทำให้น้ำหนักดีกว่า ลองทำดูสิคะ” รสิตาหยิบเสียมอันโตมาสาธิตวิธีการที่เธอถนัดให้เขาดู คุณพ่อสอนเธอมาแบบนี้เธอก็จำมาแบบนี้

        “ไม่ต้องออกแรงจนหน้าดำหน้าแดงเราแค่ต้องควบคุมจังหวะให้ดีเท่านั้นค่ะ”

        “จริงด้วยครับ” ชยางกูรลองทำตามก็เห็นว่ามันดีขึ้นจริงๆ ตั้งแต่เช้าเขาจับเสียมแล้วง้างมันไปจนสุดจนเกือบจะทำหลุดมืออยู่หลายครั้งแต่พอทำแบบที่คุณตุ๊กตาบอกมันดีกว่าจริงๆ

        “งั้น ฉันขอตัวไปดูตรงอื่นก่อนนะ” รสิตากล่าวแต่ไม่วายมองหน้าท้องแน่นๆ อีกทีก่อนจะเดินไป ชยางกูรได้วิธีทุ่นแรงแล้วแถมได้กำลังใจจากนางฟ้าคนสวยเขาจึงทำงานอย่างลืมตาย

        สัปดาห์แรกของการเป็นคนสวนจบลงด้วยดีวันอาทิตย์คือวันหยุดชยางกูรจึงตื่นเอาตอนเกือบเที่ยงเพราะต้องนอนชดเชยกับแรงงานที่เสียไปตลอดหกวันที่ผ่านมา

        “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากเขาตื่นได้สักพัก เขากำลังตอบอีเมลแล้วก็เช็กความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ในหน้าฟีดของเฟสบุ๊ค

        “ครับ อ้าวน้องสร้อยมีอะไรหรอ”

        “แม่เลี้ยงให้มาดูเจ้าว่าทำไมพี่พลไม่ไปกินข้าวเช้าแล้วนี่ก็เที่ยงครึ่งแล้วยังไม่เห็นหน้าเลย”

        “อ้าว วันหยุดก็มีข้าวกินหรอ” ชยางกูรถามด้วยความแปลกใจ

        “มีเจ้า โรงครัวเปิดทุกวันเจ้าจะปิดแค่ช่วงปีใหม่กับช่วงสงกรานต์เท่านั้นเจ้าเพราะแม่เลี้ยงให้คนงานหยุด”

        “เดี๋ยวพี่ขอล้างหน้าก่อนนะแล้วจะรีบไป” ชายหนุ่มล้างหน้าแปรงฟันแบบลวกๆ แล้วรีบเร่งไปโรงอาหารทันทีเขาไม่รู้จริงๆ ว่า วันหยุดก็มีข้าวให้กินนี่ก็ยังคิดๆ อยู่เลยเพราะตื่นมาท้องมันก็หิวทันทีจะไปหาอะไรกินที่ไหน

        “ขอโทษนะคะที่ให้สร้อยไปรบกวนวันหยุดฉันให้ไปดูเผื่อคุณไม่สบาย” รสิตาใจชื้นขึ้นเป็นกองเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงเดินมา

        “ขอโทษด้วยครับผมไม่ทราบว่าวันหยุดทางสวนก็มีอาหารให้”

        “มีทุกวันค่ะฉันพูดไม่ชัดเอง มากินข้าวกันเถอะค่ะสร้อยไปตักมากินด้วยกันเลยมีกันแค่สามคนแม่นมเขากินแล้วขึ้นเรือนไปแล้ว” หญิงสาวสองคนช่วยกันจัดสำรับอาหารโดยมีชายหนุ่มรอรับอยู่แบบเก้ๆ กังๆ นอกจากงานนั่งห้องแอร์แล้วเขาก็แทบจะทำอย่างอื่นไม่เป็นเลย

        “วันนี้แม่เลี้ยงลงครัวเองนะเจ้าพี่พล” สร้อยฟ้าบอกแล้วยิ้มแป้น

        “มิน่าน้ำแกงจืดถึงหวานเหลือเกิน” ชายหนุ่มตัวโตบอกแล้วส่งสายตาที่หวานฉ่ำยิ่งกว่าคำที่พูดออกมาให้หญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม สร้อยฟ้าได้แต่มองแม่เลี้ยงและพี่พลไปๆ มาๆ แล้วเธอก็ถึงบางอ้อ

        “แม่เลี้ยงทำอร่อยทุกอย่างเจ้าใครได้ไปเป็นแม่เรือนโชคดีนัก” สร้อยฟ้าชื่นชมหญิงสาวที่เธอทั้งรักทั้งเคารพเธออยากให้แม่เลี้ยงของเธอมีความสุขได้อยู่กับคนดีๆ ถึงเธอจะเป็นแค่เด็กคนนึงแต่เธอก็ดูออกว่าแววตาแห่งความสุขมันเป็นยังไงตลอดเวลาสองปีที่อยู่กับคุณเทิดแม่เลี้ยงมีแต่ความหม่นเศร้าถึงจะพยายามปิดบังด้วยการยิ้มแย้มแต่สายตามันซ่อนความจริงไม่ได้

        จากที่ฟังแม่นมเล่าเรื่องคุณพลสามีคนแรกของแม่เลี้ยงว่าทั้งคู่รักกันแค่ไหนเธอมั่นใจว่าตอนนี้แม่เลี้ยงก็น่าจะมีความสุขแบบตอนนั้น สายตาหมองหม่นที่เคยมีตอนนี้กลับสดใสและมีชีวิตชีวายิ่งตอนทั้งคู่สบตากันด้วยความเขินอายเธอก็รู้เลยว่าแม่เลี้ยงกับพี่พลรักกันแน่นอน

       

        


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha