รสิตายั่วรัก

โดย: อัณณากานต์



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : อ้อน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


      “มือพลดูไม่ดีเลยนะคะ” รสิตาเอ่ยเมื่อสร้อยฟ้าวิ่งแจ้นกลับไปเรือนตัวเอง ตอนนี้เหลือแค่เขากับเธอเพียงสองคนนั่งจ้องหน้ากันเงียบๆ เธอจึงหาเรื่องมาคุยกับเขา

        “ว่าจะฝากน้องสร้อยซื้อยาก็ลืมทุกที” ชยางกูรตอบนางฟ้าหน้าหวาน ดูเหมือนน้องสร้อยจะรู้แล้วว่าเขาหลงรักแม่เลี้ยงคนงามของเธอ

        “วันนี้พลจะไปไหนไหมคะ”

        “ไม่ครับ”

        “งั้นเดี๋ยวฉันไปเอายามาทำแผลให้ดีกว่าพลไปรอที่ห้องก่อนนะ”

        รสิตากลับไปบ้านแล้วก็หาชาคาโมมายล์แบบถุงจากนั้นก็ตั้งน้ำร้อนแล้วเดินไปหลังบ้านเพื่อหาว่านหางจระเข้ใบอวบๆ สักสามสี่ใบกลับขึ้นมาบนเรือนน้ำก็เดือดพอดี หญิงสาวปอกเปลือกเขียวๆ ของว่านออกจนเหลือแค่เพียงวุ้นใสๆ ลื่นๆ

        “ทำหวานเย็นชื่นใจไปฝากพลดีกว่า” คิดได้ดังนั้นเธอก็เดินไปที่ตู้เย็นหยิบน้ำแข็งบดออกมาเทใส่ถ้วยแก้วส่วนด้านบนโปะด้วยว่านห่างจระเข้ชิ้นเล็กสุดท้ายก็ราดด้วยน้ำเชื่อมกลิ่นมะลิ เมื่อทุกอย่างครบตามที่ต้องการเธอก็ถือถาดเดินมุ่งหน้าไปที่เรือนนอนด้วยความระมัดระวัง

        “พลคะเปิดประตูให้หน่อย” รสิตาบอกคนในห้อง

        “โอ้โฮ เอาอะไรมาเยอะแยะเลยครับคุณตุ๊กตา”

        “เอาขนมหวานมาให้คะ พลลองชิมดูสิคะว่าชอบไหม” เธอยื่นถ้วยขนมหวานใบเล็กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักให้ชายหนุ่มร่างโต เขารับไปตักชิมหนึ่งคำแล้วก็ส่งยิ้มหวานยิ่งกว่าน้ำเชื่อมมาให้

        “อร่อยที่สุดเลยครับคุณตุ๊กตา” เขาเคยกินขนมหรืออาหารจากห้างหรูหราที่จัดมาแบบอลังการ จานชามช้อนที่ใช้ก็เริ่ดหรูพอๆ กัน ยิ่งหน้าตาการตกแต่งของอาหารบอกเลยว่าบางครั้งแทบไม่กล้ากินเพราะสวยเหลือเกินแต่ขนมหวานถ้วยนี้มาในถ้วยแก้วใบเล็กกับช้อนสังกะสีธรรมดาแต่มันกลับอร่อยและหอมหวานยิ่งกว่าเบเกอรี่ราคาเป็นพันๆ ในห้างสรรพสินค้าซะอีก

        “เราอยู่ในป่าในเขาก็มีแค่อาหารมีแต่ขนมบ้านๆ แบบนี้แหละค่ะ” รสิตาบอกแล้วตักหวานเย็นเข้าปาก

        “ผมชอบครับ” ชยางกูรยืนยันให้แม่เลี้ยงคนสวยมั่นใจด้วยการซดน้ำหวานจนหมดถ้วยไม่มีเหลือติดก้นแม้สักหยดเดียว รสิตาเห็นสิ่งที่เขาทำก็ยิ้มจนตาหยีเพราะมันทั้งตลกทั้งน่ารัก

        “คุณตุ๊กตาชอบดื่มชาหรอครับ”

        “ใช่ค่ะแต่วันนี้ไม่ได้มาดื่มจะเอามารักษาแผลของพลค่ะ” หญิงสาวเอ่ยส่วนมือก็เทน้ำอุ่นลงไปในถ้วยแก้วขนาดใหญ่ต่อจากนั้นก็นำถุงชาแช่ลงไปเมื่อน้ำเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองเธอก็จับมือใหญ่ๆ ของเขาแช่ลงไปในนั้น

        “ชาคาโมมายล์จะช่วยสมานแผลค่ะเป็นยาจากธรรมชาติ”

        “จับไว้ก่อนได้ไหมครับ” ชยางกูรขอร้องเมื่อนางฟ้าจะปล่อยมือ

        “อย่าปล่อยมืออย่าทิ้งผมไปเลย”

        “ค่ะ” รสิตารับคำ เธอไม่มีวันทิ้งเขาไปไหนแน่นอนเพราะเธอรักผู้ชายคนนี้เข้าให้แล้ว

        “น้ำหายอุ่นแล้วค่ะเอาขึ้นได้แล้ว” รสิตาหยิบผ้าขนหนูที่เตรียมไว้มาซับไปทั่วจนมือใหญ่ๆ ของเขาจนแห้งสนิทต่อจากนั้นจึงเอาวุ้นว่านหางจระเข้ที่บดจนละเอียดทาลงไปบางๆ บนแผล

        “เรียบร้อยแล้วค่ะไว้ตอนเย็นฉันจะมาทำให้อีกครั้ง”

        “อ้อ พรุ่งนี้ฉันจะเข้าเมืองพลไปกับฉันนะ จะได้แวะไปทำบัตรประชาชนด้วยกัน”

        “ได้ครับ” ชยางกูรตอบตกลงแล้วทำหน้าซีดจะหาทางเลี่ยงยังไงล่ะคราวนี้

 

        ตีห้าครึ่งเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นแต่ชยางกูรก็ยังคงแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน คุณตุ๊กตาเคาะอยู่สามรอบเธอจึงเปิดเข้ามาเขายิ่งแกล้งหลับตาให้แน่นกว่าเดิม

        “พลคะ”

        “พล” คราวนี้เธอเรียกพร้อมเขย่าแขนเบาๆ ด้วย

        “คะ ครับ” ชยางกูรลืมตาขึ้นมาพร้อมกับทำสีหน้าเจื่อนๆ

        “เป็นอะไรรึเปล่าคะดูไม่ค่อยดีเลย”

        “ปวดหัวครับสงสัยไมเกรนจะกำเริบ” ชยางกูรตอบพร้อมทำท่ากุมขมับเพื่อความสมจริง

        “งั้นรอเดี๋ยวนะคะ” รสิตารีบเร่งกลับไปที่เรือนและกลับมาตอนฟ้าสางพอดี

        “มาค่ะ” เธอเอาแผ่นเจลเย็นจากช่องฟรีซประคบไปที่หน้าผากของเขา

        “ปวดหัวอย่างเดียวใช่ไหมคะ”

        “ใช่ครับ”

        “จับไว้นะคะฉันจะชงน้ำขิงร้อนๆ ให้” ชยางกูรนอนมองนางฟ้าของเขาด้วยความเพลิดเพลินถ้าไม่สบายแล้วเธอจะเข้ามาดูแลพยาบาลแบบนี้ทุกครั้งคงต้องหาเรื่องป่วยบ่อยๆ แล้วสิ ตอนนี้มือเล็กๆ กำลังใช้ช้อนบี้ขิงที่บุบมาเล็กน้อยจากนั้นเธอก็เทน้ำอุ่นลงไปแล้วตามด้วยน้ำผึ้งสองหยด

        “น้ำขิงผสมน้ำผึ้งช่วยบรรเทาอาการปวดหัวค่ะถ้าไม่ดีขึ้นค่อยกินยา”

        “คุณตุ๊กตาเก่งจังเลยนะครับรู้เรื่องสมุนไพรเยอะมากผมเองก็ดื่มบ่อยแต่ไม่รู้เลยว่าแต่ละตัวมีสรรพคุณมากมายขนาดนี้” ชยางกูรลุกขึ้นนั่งแล้วรับชามาดื่มและน่าแปลกมากที่หัวมันโล่งขึ้นมาจริงๆ

        “คุณแม่ท่านสอนฉันมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะที่บ้านเราถ้าไม่จำเป็นจะไม่ค่อยกินยาปฏิชีวนะกันเราจะเอาสมุนไพรเอาพืชลองรักษาก่อน”

        “ดีมากๆ เลยครับ” ชยางกูรเอ่ยชมแล้วจิบน้ำขิงร้อนๆ จนหมดแก้ว

        “ขอโทษนะครับที่วันนี้ผมไม่ได้ไปขับรถให้”

        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะฉันแค่จะไปร้านหนังสือไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรไว้ไปวันอื่นก็ได้เดี๋ยวฉันจะให้สร้อยฟ้าเอาข้าวต้มมาให้นะคะทานแล้วพลก็พักผ่อนวันนี้ไม่ต้องไปทำงานหรอก”

        “อ้าว ไหนว่าจะเข้าเมืองไงคะแม่หญิงน้อย” นมทิพย์ถามเมื่อเห็นแม่หญิงของเธอเดินกลับมาที่เรือน

        “ไม่ไปแล้วจ้ะแม่นม พลเขาไม่สบาย”

        “พ่อพลนี่ไว้ใจได้ไหมคะ” นมทิพย์เอ่ยถามหญิงสาวที่หน้าตาเปล่งปลั่งสดใส

        “แล้วแม่นมคิดว่ายังไงจ๊ะ”

        “ก็ดูเป็นคนดีคนนึงแต่เหมือนมีอะไรปิดบังไว้อาจเป็นเพราะยังไม่คุ้นเคยกันด้วยมั้งคะ” นมทิพย์ตอบ

        “แต่ที่แน่ๆ ผู้ชายคนนี้ทำให้แม่หญิงน้อยของนมกลับมายิ้มได้อีกครั้ง” เธอเองก็รู้ว่าชีวิตคู่ครั้งที่สองของแม่หญิงไม่ได้ราบรื่นนักหลายครั้งที่เธอได้ยินเสียงหวีดร้องกลางดึกเธอก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

        ถ้าผู้ชายแปลกถิ่นคนนี้ทำให้แม่หญิงที่เธอรักดั่งดวงใจยิ้มได้อีกครั้งเธอก็ควรจะเปิดใจรับไม่ตั้งแง่หรือถืออคติ คนหนุ่มคนสาวที่เขาอยู่ใกล้ชิดกันต้องศึกษารู้ใจกันดีกว่าเธอที่เป็นคนนอกมองอยู่ห่างๆ เป็นแน่แท้

        “ใช่ค่ะแม่นมหนูมีความสุขเขาทำให้หนูยิ้มทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแต่หนูกลับรู้สึกว่าสนิทกับเขามานานแล้วแต่มันก็คงได้แค่นั้นแหละค่ะ หนูเป็นแม่ม่ายยิ่งถ้าเขารู้ว่าคุณเทิดตายยังไงคงรับไม่ได้แน่นอน”

        “ดูเขามีการศึกษามีเหตุมีผลอยู่หรอกค่ะคงไม่เชื่อถืออะไรไร้สาระแบบนั้นคนจะตายอยู่ตรงไหนก็ตายค่ะแม่หญิงน้อยเลิกคิดเรื่องนี้เถอะ”

        วันนั้นทั้งวันรสิตาวุ่นวายกับการทำงานจนลืมคนป่วยที่เรือนห้องแถวกว่าจะรู้ตัวก็ค่ำแล้วแถมข้าวกลางวันก็ไม่ได้กินพอจะนั่งก็มีเหตุให้ต้องวิ่งออกไปดูนั่นดูนี่ตลอด

        “ไหนบอกว่าจะเอาน้ำขิงมาให้อีก” ชยางกูรถามพร้อมทำหน้าบึ้งเมื่อนางฟ้าคนสวยเดินเข้ามา

        “ขอโทษนะฉันยุ่งมากเลย”

        “อืม ผมมันไม่สำคัญลืมไป” คนน้อยใจว่าแล้วตะแคงหนีหน้าเข้าข้างฝาไปเลย

        “ฉันยุ่งจริงๆ ข้าวกลางวันก็ยังไม่ได้กินแต่ถ้าคุณอยากพักผ่อนฉันไม่กวนแล้วกัน”

        “อ้อ แล้วคุณก็สำคัญสำหรับฉันนะคุณคงพอจะเห็นว่าฉันไม่เคยทำแบบนี้กับคนงานผู้ชายคนไหนนอกจากคุณ”

        “ผมน้อยใจ ขอโทษนะ” ชยางกูรฉุดแขนคนตัวเล็กเบาๆ แต่เธอไม่ทันตั้งตัวจึงเซล้มลงมาบนที่นอน

        “ผมคิดว่าคุณตุ๊กตาลืมผมซะอีก” เมื่อเห็นว่าคนในอ้อมกอดไม่ขัดขืนชยางกูรก็ยิ่งได้ใจกอดคนตัวเล็กให้แน่นกว่าเดิม

        “ปะ เปล่าค่ะฉันงานยุ่งจริงๆ” หน้าอกอวบอัดหอบกระชั้นขึ้นมาทันทีเพราะความตื่นเต้น เธอกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขาและมันดีกว่าที่คิดซะอีก

        “พลคะ ปล่อยเถอะค่ะเดี๋ยวสร้อยฟ้าจะเอาอาหารมาให้” รสิตากระซิบบอกเบาๆ ทั้งที่ใจจริงไม่อยากลุกไปไหนเลย

        “ดีขึ้นไหมคะ” เธอถามถึงอาการปวดหัวของคนไข้ขี้น้อยใจ

        “กอดคุณตุ๊กตาก็หายเลยครับ” ชยางกูรตอบแล้วยิ้มแป้น เวลาขึ้นสวรรค์คงรู้สึกแบบเมื่อกี้แน่ๆ นางฟ้าคนสวยของเขาผมหอมมากแถมตัวก็นุ่มนิ่มน่าเอามานอนกอดไว้ทั้งวันทั้งคืน

        “เพิ่งรู้นะคะว่าผู้ชายก็น้อยใจเป็น” รสิตาเย้าคนตัวโต

        “ผมจะน้อยใจกับคนที่ผมรักเท่านั้น”

        “อาหารมาแล้วเจ้า” สร้อยฟ้ามาขัดจังหวะทั้งคู่จึงทำหน้าให้มันปกติที่สุด

        “ขอบใจมากนะสร้อยฟ้าเดี๋ยวฉันเอาไปเก็บเอง” ทั้งคู่กินข้าวเย็นแล้วคุยกันไปเรื่อยถึงเรื่องราวภายในสวนชยางกูรเก็บเกี่ยวข้อมูลของไอ้พ่อเลี้ยงคำอ้ายได้วันละเล็กวันละน้อยแต่ก็มีประโยชน์มาก

        “มือดีขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย” รสิตาตรวจดูบาดแผลที่สมานกันดีกว่าวันก่อนมาก

        “จะกลับแล้วหรอครับ”

        “ค่ะ กินข้าวเสร็จแล้วนี่คะ”

        “แต่ผมยังไม่หายคิดถึงเลย”

        “งั้นนั่งต่ออีกนิดก็ได้ค่ะ” รสิตากลับมานั่งที่เก้าอี้

        “นอนได้ไหมนั่งมันเมื่อย”

        “อะ เอ่อ” หญิงสาวลังเลขึ้นมาทันที ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจเขาแต่เธอไม่ไว้ใจตัวเองต่างหากเธอกลัวการแนบชิดมันจะเกินเลยไปไกลจนกู่ไม่กลับ

        “ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรมากไปกว่ากอด คุณตุ๊กตาไม่ชอบหรอครับคุณรู้ไหมผมไม่เคยมีความสุขขนาดนี้เลยตั้งแต่เกิดมาคุณคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนี้”

        “ขอบคุณครับ” รสิตาเดินอายๆ ไปนั่งรอที่เตียง เมื่อเขานอนลงก็รั้งเธอไปซุกไว้ในอ้อมกอดลมหายใจอุ่นๆ ที่รดลงมาบนต้นคอทำให้เธอผ่อนคลายจนเคลิ้มหลับในที่สุด           


                                                  อีบุ๊คจิ้มชื่อเรื่องได้เลย -รสิตายั่วรัก- 



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha