รสรักหวานเอย

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ห้วงหวาม


ตอนต่อไป

ห้องนอนขนาดกลางตกแต่งด้วยสีสันและข้าวของโทนสีชมพูขาว บ่งบอกชัดว่าเจ้าของห้องเป็นหญิงสาวในวัยดอกไม้ที่กำลังอยู่ในช่วงเบ่งบาน ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศซึ่งทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเงียบจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงครางของมัน ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในกายของ อารยา หญิงสาววัยย่างยี่สิบสองลดลงเลยแม้แต่น้อย

ร่างบางนั่งหอบหายใจสะท้านอยู่ปลายเตียง เพราะตอนนี้ฮอร์โมนสาวในร่างกายกำลังพลุ่งพล่านอย่างหนัก หลังจากผ่านกิจกรรมอันสุดวาบหวามแบบไม่สุดกับคู่หมั้นหนุ่มหล่อมาหมาดๆ

แหวนหมั้นถูกสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายตั้งแต่สองปีที่แล้ว ตอนนั้นอารยาเรียนอยู่ปีสาม บิดาเอ่ยปากว่าจะยกเธอให้แต่งงานกับ ชัชวิน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้และเป็นเพื่อนรุ่นน้องของพ่อ โดยจะหมั้นหมายเอาไว้ก่อน หลังจากเธอเรียนจบจึงจะมีพิธีแต่งงาน อารยาตอบรับแบบไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ แม้แต่นิด ซ้ำยังหัวใจเต้นแรงโลด เพราะตัวเองแอบพึงพอใจในตัวชัชวินมาก่อนหน้านี้แล้ว เรียกได้ว่าตกหลุมรักเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเลยก็ว่าได้

ชัชวินเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง แม้จะไม่ขาวสะอาดเหมือนพวกดารานายแบบ แต่อารยาเห็นว่าเขามีเสน่ห์ความเป็นชายที่ดึงดูดเธอและผู้หญิงอื่นๆ อย่างรุนแรง เขาเป็นเจ้าของไร่แห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี อายุย่างสี่สิบแล้ว ทว่าเธอกลับไม่คิดว่าเขาแก่สักนิด ตรงกันข้ามชัชวินเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่มากจนเธอใจสั่นทุกครั้งเวลาที่อยู่ใกล้ๆ รูปร่างของเขาสูงใหญ่บึกบึน ใบหน้าคมคร้ามสมชาย จมูกโด่ง ผิวสีแทนตามแบบคนทำงานกร้านแดดกร้านฝน แต่นั่นยิ่งทำให้เขาดูดุดัน เป็นผู้ชายเต็มตัวและมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามอย่างเข้มข้น

อารยาเดาใจชัชวินไม่ออกแม้แต่นิด ไม่รู้ว่าเขาคิดหรือรู้สึกลึกซึ้งกับเธอมากน้อยแค่ไหน เพราะตลอดเวลาที่หมั้นกัน แม้ชัชวินจะเทียวไปเทียวมาบ้างเดือนละครั้งสองครั้ง ทว่าเขาก็ไม่เคยเอ่ยปากฝากรักใดๆ ให้ได้ชื่นใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว เวลาที่ไปไหนด้วยกันสองต่อสองเขาก็ดำรงความเป็นสุภาพบุรุษกับเธอเป็นอย่างดีมาตลอด แม้ช่วงหนึ่งเดือนหลังที่ผ่านมา เขาเริ่มมีการกอดจูบบ้าง แต่ก็ไม่เคยล่วงเกินลึกซึ้งจนถึงขั้นทำให้เธอต้องเสียสาว

จูบแรกระหว่างเธอกับชัชวินเกิดขึ้นในลิฟต์ แต่จูบที่อารยาจำรสสัมผัสอันแสนวาบหวามเร่าร้อนจากลิ้นอันสากหนาและว่องไวช่ำชองของเขาได้ดีคือจูบครั้งที่สอง พอคิดถึงคราใดก็เหมือนมีคลื่นความรัญจวนอันมากมายมหาศาลแล่นวาบเข้ามาในท้องน้อยทุกที

วันนั้นเป็นวันที่เธอสอบปลายภาคเสร็จ พอดีกับที่ชัชวินเข้ามาทำธุระที่กรุงเทพฯ เขาจึงแวะมาเยี่ยมครอบครัวของเธออย่างเคย

อารยาออกจะตื่นเต้นเหมือนเช่นทุกครั้ง เมื่อแม่บ้านขึ้นมาบอกว่าคู่หมั้นของเธอมา

ร่างบางซึ่งนอนเล่นอยู่บนเตียงดีดตัวลุกขึ้นแล้วรีบขยับไปยืนหน้ากระจก มองสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอย่างละเอียดยิบไม่ยอมให้พลาดส่วนไหน เพราะอยากจะดูดีที่สุดในสายตาของชัชวิน คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าตัวเองผมยุ่งซึ่งเป็นผลมาจากการนอนเมื่อครู่นี้ มือเล็กจึงหยิบหวีมาแปรงผมจนเรียบ จากนั้นหยิบที่คาดผมที่ทำจากผ้าลูกไม้สีขาวมาคาด โดยปล่อยปอยผมลงข้างหูทั้งสองข้าง เติมลิปมันให้ปากชุ่มชื่นอีกนิดหน่อย จึงค่อยออกจากห้อง ลงไปยังห้องรับแขกที่คนสำคัญของตัวเองรออยู่

เมื่อไปถึงก็เห็นว่าชัชวินกำลังนั่งคุยอยู่กับพ่อและแม่ของตนดังเช่นทุกครั้งที่เขามา หญิงสาวเดินไปทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาอีกตัว ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ทักทายเขา

“สวัสดีค่ะอา”

“ได้ข่าวว่าสอบเสร็จแล้วเหรอ” ชัชวินถามขึ้น เสียงยังคงหล่อทุ้มน่าฟังเช่นเดิม แม้จะราบเรียบไปหน่อยจนแทบจับความรู้สึกไม่ได้แต่นั่นก็เป็นไปตามบุคลิกของเขา

“ค่ะอา วันนี้เอยสอบวันสุดท้าย”

“มั่นใจหรือเปล่าว่าจะจบ”

“มั่นใจสิคะ ถึงผลการเรียนของเอยอยู่ในระดับกลางๆ แต่ก็ไม่เคยตกค่ะ เทอมนี้ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร” อารยาบอกเสียงนุ่ม หัวใจเต้นแรงยามที่ช้อนตามองใบหน้าหล่อเหลาดุดันของคู่หมั้นตัวเอง

“งั้นไปแต่งตัว อาจะพาออกไปหาอะไรกินข้างนอก เลี้ยงฉลองที่เรียนจบ” เขาบอกกับคู่หมั้นสาว ก่อนจะหันไปทางพ่อแม่ของเธอ “ขออนุญาตนะครับพี่อัศพี่วิ ทานข้าวเสร็จแล้วจะรีบพามาส่ง”

“ตามสบายเถอะชัช” อัศวินพยักหน้าอย่างไม่มีปัญหาอะไร

ความจริงชัชวินไม่จำเป็นต้องขออนุญาตอะไรอัศวินก็เต็มใจ เพราะอยากจะให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากกว่าที่เป็นอยู่อยู่แล้ว แม้ชัชวินจะหมั้นหมายกับลูกสาวของตนมาระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่มีใครดูออกว่าชัชวินรู้สึกอย่างไรกับอารยากันแน่ เนื่องจากการหมั้นหมายเกิดจากปัญหาหนี้สินที่ตัวเขาเองไปกู้ยืมมาเพื่อพยุงกิจการเล็กๆ ของครอบครัวและซื้อบ้านหลังใหม่ การเปิดโอกาสให้ชัชวินได้อยู่ใกล้ชิดกับอารยาบ่อยๆ จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ชัชวินจะได้เห็นความน่ารักของลูกสาวเขาและมอบใจให้ พอตบแต่งกันไปอารยาจะได้มีความสุขมากที่สุด

การได้ชัชวินมาเป็นลูกเขยนับว่าเป็นเรื่องดียิ่งกว่าถูกหวยรางวัลใหญ่เสียอีก ไม่ใช่เพราะว่าเขารวยอย่างเดียว แต่เป็นเพราะหนุ่มรุ่นน้องคนนี้มีความเป็นผู้ชายเต็มตัว มีความเด็ดเดี่ยว เฉลียวฉลาด มุ่งมั่นและปกครองคนนับร้อยได้อย่างสบายๆ ทำให้อัศวินมั่นใจว่าชัชวินจะดูแลลูกสาวของตนได้ดีกว่าผู้ชายคนไหน

หลังจากคู่หมั้นหนุ่มบอกเช่นนั้นและคนเป็นพ่อก็อนุญาต อารยาจึงกลับขึ้นไปแต่งตัวบนห้องอีกรอบ หายไปนานกว่าครึ่งชั่วโมงก็กลับลงมาใหม่ ด้วยความสวยสดใสที่สามารถสะกดสายตาคนมองไปได้หลายวินาทีทีเดียว

ร่างบางเจ้าของส่วนสูง 167 เซนติเมตรอยู่ในชุดเดรสสั้นแบบออกงานกลางคืน มีสายเดี่ยวเล็กๆ คล้องไหล่ สีเหลืองของชุดขับผิวขาวๆ ให้ดูเนียนลออตามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ใบหน้ารูปไข่เติมแต่งด้วยเครื่องสำอางแค่บางเบา แต่ก็ทำให้เธอดูเป็นสาวเต็มตัวและน่ามองไปอีกแบบ

ชัชวินลุกขึ้นยืนเอามือล้วงกระเป๋า ไม่ได้เอ่ยชมแต่มองแบบพอใจอยู่เงียบๆ ขณะที่อารยาขยับไปหาพ่อแม่ของเธอ

“เอยไปก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่”

“อย่าดื้อกับอาชัชนะลูก” วิยะดาบอกลูกสาว เธอเองก็คิดไม่ต่างจากสามีเท่าใดนัก การหมั้นที่ไม่ได้เกิดจากความรักระหว่างชัชวินกับอารยาไม่ใช่เรื่องที่คนเป็นแม่สบายใจนักหรอก หากเป็นไปได้เธอก็อยากให้ชัชวินรักลูกสาวของตนก่อนจะแต่งงานกัน จึงย้ำกับลูกสาวแบบไม่ให้น่าเกลียด

“ค่ะคุณแม่...เอยจะไม่ดื้อ”

รับปากกับแม่เสร็จเจ้าของร่างบางก็ขยับไปยืนใกล้กับร่างสูง ชัชวินจึงเดินนำไปยังรถราคาเหยียบสี่ล้านของตน เปิดประตูให้อารยาเข้าไปนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ จากนั้นรถก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างนุ่มนวล

 

 

ชัชวินรับบัตรจอดรถ แล้วขับรถไปบนชั้นจอดรถของโรงแรม จากนั้นทั้งคู่ก็ลงจากรถและเดินเข้าลิฟต์ไปเงียบๆ พร้อมกัน อารยาเกร็งพอสมควร เพราะแม้ชัชวินจะพูดคุยบ้าง แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนิทสนมกับเธอเหมือนคู่รักคู่อื่นๆ คู่หมั้นสาวจึงได้แต่เดินสงบปากสงบคำอยู่ข้างเขา

มือใหญ่ขยับไปกดลิฟต์ที่จะพาขึ้นไปยังชั้นที่อยู่สูงขึ้นไป เมื่อลิฟต์มาเขาก็เปิดทางให้เธอเข้าไปข้างในก่อน ก่อนที่ร่างสูงจะขยับตามไปกดปิดลิฟต์และปุ่มตัวเลขห้าสิบห้า

ลิฟต์เคลื่อนตัวหลังจากนั้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ต่างคนต่างเงียบ อารยาแอบหวามไหวไปกับการอยู่ในที่แคบๆ กับคู่หมั้นหนุ่มใหญ่แบบสองต่อสองเป็นครั้งแรก กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายและเสน่ห์อันเหลือล้นที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้เธอรู้สึกคล้ายกับมีผีเสื้อหลายร้อยตัวบินวนอยู่ในท้อง

“อามาที่นี่บ่อยเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามก่อนเพื่อทำลายความเงียบ ทำให้ชัชวินหันมามองพร้อมกับตอบคำถามนั้น

“ก็ไม่บ่อย สามสี่ครั้งได้”

“เหรอคะ” อยากจะถามต่อว่าเขามากับใคร มาทำอะไร แต่ก็ไม่กล้าเพราะดูจะละลาบละล้วงเกินไป จึงได้แต่พูดสั้นๆ แค่นั้น

“แล้วเอยล่ะ เคยมาที่นี่บ้างหรือเปล่า” ชัชวินถามกลับบ้าง

“ไม่ค่ะ ส่วนใหญ่เอยกับเพื่อนๆ จะไปที่...อุ๊ย!

อารยายังพูดไม่ทันจบก็อุทานขึ้น เพราะไฟในลิฟต์ดับพรึบจนมืดสนิท พร้อมกับที่การเคลื่อนไหวของลิฟต์หยุดชะงักลง ร่างบางขยับเข้าไปเบียดร่างใหญ่พร้อมกับตวัดแขนโอบรอบเอวเขาอย่างเป็นอัตโนมัติ

“ไม่ต้องตกใจนะแค่ไฟตกน่ะ ดูเหมือนข้างนอกฝนจะตกหนัก สักพักไฟก็น่าจะมา” เขาเอ่ยปลอบอย่างอบอุ่น “เอยกลัวเหรอ”

แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืดแต่อารยาก็รู้สึกได้ว่าตอนนี้ใบหน้าหล่อคมคร้ามของเขาอยู่ห่างกับใบหน้าของเธอแค่ไม่ถึงคืบ เขาคงก้มหน้าลงมาพูดเพราะลมหายใจอุ่นๆ อยู่ใกล้แค่นี้

“เปล่าค่ะ”

“ไม่กลัวแล้วทำไมกอดอาซะแน่น” 

คำถามนั้นไม่เชิงว่าต้องการคำตอบ แต่เหมือนเขาต้องการจะยั่วเย้ามากกว่า อารยาจึงได้แต่เก้อเขิน

“เอย...เอ่อ...เอยขอโทษค่ะ เอยจะเอามือออกเดี๋ยวนี้ละ”

“แต่อาไม่อยากให้เอยเอาออก”

“แล้วอาจะ...” 

กำลังจะถามว่าเขาต้องการจะให้เธอทำแบบไหน แต่พูดยังไม่ทันจบเสียงพูดก็หายไป เพราะจู่ๆ ปากก็ถูกประกบ อารยายอมรับว่าตัวเองถึงกับตัวแข็งทื่อ ไม่ทันตั้งรับกับจูบนั้นจริงๆ ทว่ามันก็เป็นเพียงครู่เดียว สมาธิทั้งหมดของเธอก็มาจดจ่ออยู่กับปากของเขาที่บดเบียดลงมา 

อาว์...นี่เองหรอกเหรอ รสสัมผัสจากริมฝีปากของผู้ชายแท้ๆ แค่เขาแตะลงมาเบาๆ ก็ทำเอาท้องน้อยของเธอวูบโหวงไปหมด

ชัชวินบดคลึงเบาๆ เรียวปากนุ่มก็เผยอขึ้นอย่างเปิดทาง อารยาไม่เคยจูบกับใครมาก่อน แต่ด้วยสัญชาตญาณหรืออะไรบางอย่าง ทำให้รู้ว่าคู่หมั้นหนุ่มกำลังจะแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากของเธอ และเธอก็อยากให้เขาทำเช่นนั้น จะว่าเธอใจง่ายหรืออะไรได้ แต่มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียวจริงๆ

แสงสว่างในลิฟต์สว่างพรึบขึ้นพร้อมๆ กับการรอคอยของอารยาดับวูบลง ขณะที่ลิ้นหนากำลังจะยื่นเข้าสู่โพรงปากนุ่มที่เปิดรอต้อนรับอยู่

“อาอยากจูบต่อนะ แต่ลิฟต์กำลังจะถึงแล้ว” เขากระซิบเบาๆ หลังจากเงยหน้าขึ้น

อารยาได้แต่หน้าแดงซ่าน ไม่รู้จะตอบเขาว่าอย่างไร จึงได้แต่ยืนเงียบๆ เพื่อรวบรวมสติอารมณ์ออกจากห้วงหวามที่จู่ๆ ก็สะดุดลงโดยไว

 

ร้านที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศโรแมนติกอบอุ่นบนตึกสูงของโรงแรมย่านใจกลางกรุงคือร้านที่ชัชวินพาเธอเข้าไปนั่ง  ภายในร้านตกแต่งในโทนสีดำ ค่อนข้างดุ แต่มีเสน่ห์ชวนค้นหา เช่นเดียวกับบุคลิกของคนพามา เสียงเพลงในท่วงทำนองหวานหูดังคลอเคล้าอย่างเข้ากับสไตล์ร้าน เขาเลือกที่จะนั่งในห้องแบบอินดอร์ซึ่งมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ยามราตรีได้ แต่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าอีกห้องที่เป็นบรรยากาศแบบเอาต์ดอร์

บริกรเดินเข้ามาจุดเทียนกลางโต๊ะให้สว่างขึ้น ทำให้สีดำของเฟอร์นิเจอร์ถูกอาบไล้ด้วยแสงสีส้มนวลๆ ของเปลวเทียนที่ไหวน้อยๆ ตามจังหวะของแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ ช่างเหมือนอารมณ์ของอารยาในยามนี้ที่ยังไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่

ชัชวินจัดการสั่งอาหารโดยไม่ถามสักคำว่าอารยาอยากกินอะไร เพราะปกติหญิงสาวก็ไม่เคยเรื่องมากกับเรื่องพวกนี้ และแม้เขาจะถามตอนนี้เธอก็คงไม่มีแก่ใจจะนึกอยากกินอะไร เพราะห้วงภวังค์ยังสลัดจากความหวามไหวไม่หลุด

“อาไม่มีดอกไม้ให้นะ แต่สั่งแชมเปญมาเปิดฉลองแทนพอได้ไหม” เสียงทุ้มๆ ดังขึ้นอีกครั้งหลังจากคุยกับบริกรของโรงแรมเสร็จแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะอา เอยยังไงก็ได้”

“ว่าง่ายดีจัง”

เขาชมแค่นั้น บรรยากาศการสนทนาก็ถูกขัดอีกรอบ เมื่อบริกรนำแชมเปญมาเสิร์ฟให้ทั้งคู่ ไม่นานอาหารเมนูต่างๆ ก็ทยอยตามมา

ชัชวินลงมือทานอาหาร ขณะที่อารยาทานอะไรแทบไม่ลง จึงได้แต่นั่งดื่มแชมเปญ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กระตุ้นให้เลือดลมภายในกายสาวแล่นดีมากกว่าเดิม

คู่หมั้นหนุ่มของเธอทานอาหารไปด้วยมองเธอไปด้วย สายตาของเขามันช่างร้อนแรงทำให้คนถูกมองเหมือนถูกไฟลามเลีย อารยาจึงรู้สึกเหมือนปากและลำคอแห้งผาก จึงเผลอใช้ลิ้นเลียรอบปากบ่อยๆ

“ถ้าเอยยังไม่หยุดเลียปากตัวเอง อาจะใช้ลิ้นของอาเลียแทน”

เขาขู่แต่เป็นคำขู่ที่วาบหวามเหลือเกิน คนถูกขู่จึงหน้าแดงซ่านยิ่งกว่าเดิม หัวใจเต้นแรงโครมครามไปหมด

“คือเอย...

ตอนนี้อารยากลายเป็นคนติดอ่าง พูดอะไรตะกุกตะกักไปหมด และยิ่งเป็นหนักกว่าเดิมเมื่อร่างสูงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าเธอ

“ไปเต้นรำกับอานะ”

“ค่ะอา”

อารยาเป็นเด็กว่าง่ายเหมือนที่แม่สั่งไว้ มือเล็กวางบนมือใหญ่ที่ทั้งแข็งแรงและอบอุ่น แล้วขยับตามเขาไปยังฟลอร์เต้นรำ

อ้อมแขนแกร่งโอบกอดร่างบางพาขยับไปตามเสียงเพลงที่บรรเลงอยู่ ตาคมหลุบลงจ้องมองใบหน้าสวยหวานของคู่หมั้นสาว พร้อมกับสบประสานกับดวงตาคู่สวยที่ช้อนขึ้นมองอย่างเอียงอาย

“ทำไมไม่ยอมกินอะไร ดื่มแต่แชมเปญ หรือว่าอาหารที่อาสั่งมาไม่ถูกใจ” เขาชวนคุยขณะที่ร่างยังคงโยกย้ายไปตามจังหวะเพลงนุ่มหู

“ถูกใจค่ะ แต่เอยกินไม่ลงเอง ก็อาชัชเอาแต่นั่งจ้องเอยนี่คะ”

“คืนนี้เอยสวยมากนี่ อาก็เลยละสายตาไปไหนไม่ได้”

“ปากหวานจังนะคะ”

“หวานสิ เมื่อกี้เอยก็ชิมด้วยปากตัวเองแล้วไม่ใช่เหรอ”

อารยาอยากจะตอบไปว่ายังไม่ได้ชิมเลยสักนิด แค่แตะๆ กันอยู่ข้างนอกเท่านั้น แต่หากตอบไปเช่นนั้น คงจะฟังดูก๋ากั่นและกล้าเกินหญิงไปหน่อย จึงได้แต่หลบตาอายๆ เท่านั้น เธอได้ยินเสียงชัชวินหัวเราะเบาๆ เหมือนกับชอบใจที่เธอไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วย

“เอย...

“ขา...” เสียงหวานขานรับพร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคนเรียกอีกครั้ง แต่เจอสายตาที่วิบวับผิดปกติของเขาก็ทำให้ต้องสะเทิ้นเช่นเดิม

“ทำไมเงียบไป โกรธอาเหรอ”

ไม่ถามเปล่าแต่เขายังกระชับอ้อมแขนเข้าแน่นกว่าเดิม ทำให้ร่างบางแนบกับร่างใหญ่ไปทุกสัดส่วน ตอนนี้สมาธิของอารยาชักไม่อยู่กับการเต้นรำซะแล้ว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบนร่างกายของเขาทำเอาเนื้อสาวเต้นระริกไปหมด ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้ชัชวินถึงได้ยั่วให้เธอใจเต้นแรงนัก ไม่รู้หรือไงว่าเธอกำลังจะเป็นโรคหัวใจ

“เปล่านี่คะ ไม่ได้โกรธ”

“งั้นทำไมไม่คุยกับอา”

“ก็คุย”

“คุยแบบถามคำตอบคำ”

“เอยคุยไม่เก่ง อาชัชเบื่อเอยเหรอคะ”

“หือ?” คิ้วเข้มเลิกขึ้น “ที่อาทำอยู่นี่ดูเหมือนอาเบื่อเอยเหรอ”

“ไม่รู้สิคะ เอยเดาใจอาชัชไม่ออกหรอก” ตอบเสร็จก็หลุบตาลงมองปลายคางของเขาอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าสู้ประกายตาอันแสนร้อนแรงของเขาไม่ไหว

“งั้นคงเป็นความผิดของอาเอง เอาละอาจะเป็นฝ่ายชวนคุยดีกว่า เอยชอบที่นี่หรือเปล่า”

“ชอบค่ะ” ชอบทั้งที่นี่และชอบทั้งคนพามา

“หึๆ” ชัชวินหัวเราะเสียงขรึมๆ ตามแบบของเขา คราวนี้อารยาเป็นฝ่ายต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาเอง

“เอยตอบอะไรผิดไปเหรอคะ หรือว่าเอยมีอะไรตลก” หรือว่าเขาได้ยินที่เธอคิด...

“เปล่า...อาแค่ขำ”

“ขำอะไร” เสียงของคนถูกหัวเราะเริ่มห้วนตามอารมณ์

“ก็ขำเอยนั่นละ เมื่อกี้อาเพิ่งบอกว่าเอยเป็นพวกถามคำตอบคำ พออาเริ่มชวนคุยก็ยังตอบแบบเดิมอีก”

“ก็เอยไม่รู้จะตอบยังไงนี่คะ” เสียงหวานอ่อยลงเมื่อคิดว่าเขาพูดถูก

“มันขยายความได้มากกว่านั้น แต่เอาเถอะ อารู้ว่าวัยของอากับเอยก็ค่อนข้างแตกต่างกันมาก เรื่องที่เราคุยกันเลยไม่ใช่แนวเดียวกัน” เขาสรุปง่ายๆ แต่อารยาเริ่มเดือดเนื้อร้อนใจ

“อาชัชโกรธเอยหรือเปล่าคะ หรือว่าเอยเด็กเกินไปสำหรับอา”

“อาไม่โกรธหรอก และเอยก็ไม่ได้เด็กเกินไปสำหรับอา เอยโตแล้ว เรียนหนังสือก็จบแล้ว เพียงแต่ว่าเราคงต้องปรับตัวเข้าหากันสักระยะ” เขาบอกแบบผู้ใหญ่ พลางคิดว่าเด็กอะไรจะกอดเต็มไม้เต็มมือขนาดนี้ อารยาไม่เด็กสักนิด ตรงข้ามเธอเป็นสาวสวยสะพรั่งเชียวละ

“ขอบคุณที่ไม่โกรธและเข้าใจเอยค่ะ เอยจะพยายามปรับตัวเข้าหาอาชัชให้มากกว่านี้”

“งั้นคืนนี้เราพอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะ เดี๋ยวอาจะพาเอยกลับไปส่งที่บ้าน”

“ส่งเอยเสร็จอาจะกลับเมืองกาญจน์เลย หรือว่าพักที่กรุงเทพฯ คะ” อารยาถามต่อหลังจากเขาพากลับไปที่โต๊ะและจัดการจ่ายค่าอาหารแล้ว

“คงกลับเลย นี่ก็ยังไม่ดึกมาก”

“แต่ว่าฝนตกนะคะอาชัช ทำไมอาไม่พักที่กรุงเทพฯ สักคืนก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยขับรถกลับ เอยเอ่อ...เป็นห่วง” เสียงหวานหลุดคำสุดท้ายออกไปอย่างอายๆ แต่กลับทำให้คนฟังยิ้มออกมา

“ไม่ต้องห่วงอาหรอก อาขับรถเก่งและชินทางจะตาย อีกอย่างเมืองกาญจน์ก็ใกล้ๆ แค่นี้เอง”

ตอบเสร็จร่างสูงก็ขยับมาโอบเอวแล้วพาเดินไปยังลิฟต์ อารยาใจสั่นเมื่อเข้ามาอยู่ด้วยกันสองต่อสองในที่แคบๆ แบบนั้นอีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ในนี้เมื่อกว่าหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เธออยากรู้ว่าชัชวินกำลังคิดแบบเดียวกันหรือเปล่า จึงเผลอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคร้ามของเขา เขาเพียงยิ้มให้แต่มือที่โอบอยู่บนเอวเล็กของเธอกลับกระชับแน่นขึ้น ทำให้หัวใจของอารยาเต้นแรงเพราะรู้ว่าเขาเองก็คงกำลังคิดเช่นกัน

ชัชวินจะจูบอีกหรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่อารยาแอบลุ้น หากแต่เธอก็ลุ้นเก้อ เพราะไม่กี่อึดใจต่อมาลิฟต์ก็พามาถึงชั้นที่เป็นลานจอดรถเสียแล้ว

ติ๊ง!

เสียงของลิฟต์ดังขึ้น อารยาแอบถอนหายใจเบาๆ จะว่าเสียดายก็ใช่ ใครบ้างจะไม่เป็นเหมือนเธอ ในเมื่อจูบแรกที่คาดหวังไว้ว่ามันคงจะสุดวาบหวามร้อนแรง ทว่าพอเกิดขึ้นกับเธอจริงๆ มันกลับไม่ต่างอะไรกับการเอาปากแตะกันเหมือนเด็กเล่น

ร่างบางเข้าไปนั่งในรถหลังจากคู่หมั้นหนุ่มเปิดประตูให้แล้ว ส่วนชัชวินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ อารยาเอี้ยวตัวไปดึงเข็มขัดนิรภัยที่อยู่ข้างประตู แต่ก็พบปัญหาว่าเข็มขัดนิรภัยเกิดไม่ยืดออกมาตามแรงดึง

“เป็นอะไรเหรอเอย” ชัชวินหันมาถาม

“ไม่รู้สิคะอา ทำไมเข็มขัดนิรภัยมันถึงติดก็ไม่รู้”

“ขออาดูหน่อยซิ”

ร่างสูงโน้มตัวข้ามเบาะของตัวเองไปดูเข็มขัดนิรภัยให้  อารยาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่ตอนนี้ก็ก้มลงมามองเช่นกัน  ตาสองคู่สบประสานกันในระยะใกล้ชิด หายใจรวยรดซึ่งกันและกันอยู่แค่ไม่กี่อึดใจ แรงดึงดูดอันมากมายมหาศาลที่ห้อมล้อมอยู่รอบกายก็ทำให้สองหนุ่มสาวผวาประกบปากเข้าหากันอย่างรวดเร็ว

หากอารยาเปรียบเทียบจูบครั้งแรกว่าเหมือนเด็กอนุบาล จูบครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากข้ามขั้นไประดับปริญญาเอกเลย เพราะชัชวินระดมจูบปากสีสวยของเธอเหมือนหิวกระหายมานาน แม้จะตื่นเต้นแต่อารยาก็ตั้งรับได้อย่างรวดเร็ว เธอเผยอปากรับจูบของเขาและจูบตอบเท่าที่สัญชาตญาณจะสอน

เสียงครางสั่นสะท้านหลุดจากปากสวยเมื่อคู่หมั้นหนุ่มชำแรกปลายลิ้นลงเข้าไปในโพรงปากนุ่มชื้นที่เผยอรอ ลิ้นสากหนาตวัดไปมาอยู่ในปากทำเอาอารยาเสียววูบวาบไปทั่วกาย

“อื้อ...” อารยาหลุดเสียงครางสุดซ่านสยิวออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สะดุ้งเฮือก เสียววาบไปทุกขุมขน เมื่อปลายลิ้นถูกปากหนาดูดดึงเป็นจังหวะ อารมณ์และรสจุมพิตอันสุดเร่าร้อนเช่นนั้นทำให้หญิงสาวตวัดลิ้นจูบตอบเขาอย่างดูดดื่มไม่แพ้กัน พร้อมกันนั้นขาเรียวทั้งสองก็หุบเข้าหากันและส่ายเสียดสีกันไปมา เพื่อระบายความเสียวซ่านที่เกิดจากการจุมพิตสุดลึกซึ้งดื่มด่ำนั้น

ร่างบางสะดุ้งเบาๆ และสั่นเทิ้มมากกว่าเดิม เมื่อมือใหญ่แข็งแรงที่หยาบนิดๆ แบบผู้ชายทำงานกรำแดดกรำฝนลูบไล้ผ่านสะโพกผายต่ำลงไปยังท่อนขาเรียวลงไปถึงปลีน่อง แล้วลากกลับขึ้นมาจนถึงหัวเข่ามน  จากนั้นชายกระโปรงสีเหลืองก็ค่อยๆ เลิกสูงขึ้น เผยให้เห็นท่อนขาที่ขาวผ่องเนียนละมุนตัดกับผิวสีแทนของมือแข็งแรงที่กำลังคืบคลานลึกเข้าไปเรื่อยๆ

ความสากของฝ่ามือหนาเสียดสีกับความอ่อนนุ่มของต้นขาขาวเนียนอย่างสุดสยิว เลือดในกายสาวเหมือนจะร้อนวูบวาบ แต่บางส่วนกลับชุ่มฉ่ำราวกับดอกไม้ที่ขับหลั่งน้ำหวานออกมาจากยอดเกสร เมื่อมีภมรมาหยอกเย้า ท่อนขาที่เบียดชิดเสียดสีกันเพื่อระบายความซ่านเสียวในคราแรก ตอนนี้ขยับแยกห่างออกจากกันอย่างเป็นอัตโนมัติ เพื่อเปิดทางและต้อนรับมือชายคนรักที่กำลังล่วงล้ำลึกเข้ามาเรื่อยๆ

หัวใจสาวเต้นแรงระรัว แม้จะหวาดหวั่นเขินอายแต่ก็รอคอยสัมผัสอันลึกซึ้งระหว่างมือหนากับดอกกุหลาบสาวแรกแย้มตรงกลางกาย มันห้ามไม่ได้ที่เธอรู้สึกเช่นนั้น หากเป็นผู้ชายอื่นเธอคงเกลียดกลัวแต่นี่เป็นชัชวิน ผู้ชายที่เป็นทั้งคู่หมั้นและคนที่เธอยกหัวใจให้ อารยาจึงทั้งตื่นเต้นทั้งวาบหวามไปหมด

ทั้งสองต่างไม่มีใครพูดอะไรเพราะตอนนี้ปากยังประกบจูบกันอย่างดูดดื่มเร่าร้อน ขณะที่ด้านล่างมือใหญ่ก็กำลังจะข้ามผ่านขอบของผ้าลูกไม้ชิ้นน้อยที่ปกปิดส่วนสาว ท่ามกลางความตื่นเต้นปนเขินอายของอารยา

เปรี้ยง! ตูม!

เสียงอสุนีบาตดังขึ้นไล่เลี่ยกับเสียงหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ทำให้จูบเนิ่นนานของสองหนุ่มสาวต้องหยุดชะงัก ชัชวินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับหยุดมือไว้ที่โคนขาอ่อนนุ่ม แม้จะเหลือระยะทางแค่เส้นยาแดงผ่าแปด แต่เขาก็ยังไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปเกินกว่านั้น

          ทั้งคู่สบประสานสายตากันอีกครั้ง อารยาไม่รู้ตัวว่าสายตาตัวเองนั้นปรือปรอยมากเพียงใด หนำซ้ำปากก็ยังเผยอค้างอยู่คล้ายกับว่ายังไม่อิ่มเอมกับรสสัมผัสที่คั่งค้างอยู่แบบนั้น

          “อาต้องพาเอยกลับไปส่งบ้านแล้วละ ดูท่าฝนจะตกหนักทั้งคืน” เขาพูดไม่ดังมากแต่อารยาก็ได้ยินชัดทุกคำ เพราะปากของเขายังอยู่ห่างแค่ไม่ถึงนิ้ว

          “เอ่อ...งั้นอาชัชค้างที่กรุงเทพฯ สักคืนเถอะนะคะ ขับรถฝ่าสายฝนแบบนี้อันตรายค่ะ” อารมณ์หวามถูกแปรเปลี่ยน เป็นความห่วงใย เมื่อรู้ว่าชัชวินจะขับรถกลับต่างจังหวัดทั้งที่ฝนตกหนักเช่นนี้

          “อาบอกแล้วไงว่าอา...

          ชัชวินพูดไม่จบเพราะถูกคู่หมั้นยกนิ้วขึ้นปิดปากเขาเสียก่อน เท่านั้นยังไม่พออารยายังคล้องมือขึ้นโอบรอบคอเขา แล้วกระซิบอ้อนๆ ด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง

          “นะคะอา เอยขอร้อง เอยต้องนอนไม่หลับแน่ๆ ถ้าอาชัชขับรถกลับคืนนี้ เอยเป็นห่วงอาชัชนะคะ”

“ก็ได้ คืนนี้อาจะไปนอนบ้านพี่ณี” เขาหมายถึงบ้านของพี่สาวเขาที่อยู่ในกรุงเทพฯ เช่นกัน

“ขอบคุณค่ะอา”

“น่ารักจริง”

ตาคู่คมหลุบมองปากช่างอ้อน พร้อมกับกิริยาเบียดเนื้อตัวเข้าหาอย่างน่ารักของเธออย่างพึงพอใจ หนำซ้ำตอนนี้ตากลมโตที่ทอประกายแสนหวานก็ยังสบประสานสายตากับเขาอย่างเชื้อเชิญ ชัชวินจึงก้มลงเพื่อจะประกบปากจูบกับคู่หมั้นสาวอีกครั้ง โดยที่อารยาเองก็เผยอปากรอเช่นกัน ทว่ายังไม่ทันที่ปากจะได้ประกบปาก แสงไฟหน้ารถที่กำลังจะแล่นผ่านหน้ารถของเขาไปก็สาดส่องเข้ามา ชัชวินจึงต้องขยับตัวออกห่างจากหญิงสาว แล้วกลับไปนั่งที่เบาะของตัวเองดังเดิม

          “อุปสรรคเยอะจัง เอยว่าไหม”

เขาหันมาถามและยิ้มให้ อารยาจึงได้แต่หน้าแดงแต่ก็ตอบเขาไปด้วยเสียงหวานหู

          “ค่ะ”

          “เอาไว้คราวหน้านะ สัญญานะว่าจะให้อาจูบอีก”

          “ค่ะ”

          “โรคถามคำตอบคำของเอยกำเริบอีกแล้วมั้ง” ชัชวินพูดหยอกเย้า

อารยาเกือบจะหลุดปากไปอีกว่า ค่ะแต่เขาหัวเราะขึ้นก่อน เธอจึงได้แต่หันไปค้อนและนั่งเงียบ แต่หัวใจกลับพองโต

รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของโรงแรมอย่างนุ่มนวลเช่นเดียวกับตอนมา ทว่าหัวใจของอารยาพองโตกว่าเป็นหลายเท่า เขาบอกว่าคราวหน้าเขาจะจูบเธออีก มันจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่อารยาจะนับวันรอให้เขากลับมาเยี่ยมเยือนเธอที่บ้านอีกครั้งพร้อมกับคำสัญญาของเขา 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“ชัชวินและอารยา” หนุ่มใหญ่วัยย่างสี่สิบกับสาวที่เพิ่งจะพ้นวัยมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ จุดเริ่มต้นของทั้งคู่ไม่ได้มาจากใจสองดวงที่ตรงกัน แต่เกิดจาก “หนี้” แต่ทว่าหนี้ที่ว่านั้นกลับนำพาทั้งคู่ไปสัมผัสกับ ความหวานที่ผสมผสานไปด้วยความเร่าร้อนดูดดื่มของ “รสรักอันสุดแสนหวาน”"

เทียนธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha