รสรักหวานเอย

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ห้วงหวาม (ต่อ)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

นับตั้งแต่วันนั้นก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ชัชวินไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ มาอีก แต่ยังโทร.มาพูดคุยกับอารยาบ้างเป็นบางครั้งบางครา จนกระทั่งเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา คู่หมั้นหนุ่มก็มารับอารยาเพื่อไปงานแต่งงานญาติของเขาด้วยกัน หลังจากงานเลี้ยงจบลง เขาก็ขับรถตรงดิ่งมาส่งที่บ้านเหมือนเช่นทุกครั้งที่พาเธอไปเที่ยวหรือออกงาน

บรรยากาศในยามค่ำคืนที่ค่อนข้างเงียบเชียบของบ้านเดี่ยวหลังขนาดสี่ห้องนอน ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชานเมืองถูกรบกวนเพียงเล็กน้อย เมื่อรถของชัชวินสาดแสงไฟและตีวงเข้ามาจอดหน้าบ้าน เสียงเครื่องยนต์ที่ดังแค่ไม่กี่เดซิเบลสวนกับราคาอันแพงลิบลิ่วของรถยังคงครางอยู่ เพราะคนขับยังไม่ได้ดับเครื่องยนต์หลังจากมาส่งคู่หมั้นสาวถึงหน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว ชัชวินยื่นมือขึ้นเปิดไฟที่ติดอยู่บนเพดานของรถเพื่อจะได้เห็นใบหน้าสวยหวานชัดๆ ก่อนที่เธอจะลงไป

“ถึงบ้านแล้ว” เขาบอกทั้งที่ไม่จำเป็น

“อาชัชรีบไปไหนหรือเปล่าคะ หรือว่าจะกลับเมืองกาญจน์เลย”

“เปล่า...คืนนี้อาจะค้างที่กรุงเทพฯ”

“งั้นเข้าบ้านก่อนสิคะ”

เอ่ยชวนเสร็จอารยาก็ขยับเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปยืนรอ ชัชวินจึงต้องดับเครื่องยนต์ เปิดประตูอีกฝั่ง ก่อนจะก้าวตามคู่หมั้นลงไป

“ทำไมวันนี้บ้านดูเงียบๆ” ชัชวินชวนคุยขณะเดินเข้าไปในบ้านของคู่หมั้นสาวพร้อมกัน

“คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่ค่ะ ลุงทองขับรถให้คุณพ่อคุณแม่ไปต่างจังหวัด ส่วนป้าละมุนก็คงจะหลับแล้ว” 

“ไปไหนเสียล่ะ ทำไมตอนบ่ายที่อามารับเอย อายังเห็นพี่อัศพี่วิอยู่เลย”

“ไปงานแต่งลูกสาวเพื่อนคุณพ่อที่จันทบุรีค่ะ ไปเมื่อช่วงเย็นนี่เอง เห็นว่าจะไปค้างที่โน่น งานแต่งจัดตอนเช้าพรุ่งนี้ค่ะ สงสัยคุณพ่อจะลืมบอกอาชัชมั้งคะอาชัชอยากดื่มอะไรหรือเปล่าคะ”

“ขอกาแฟร้อนๆ สักถ้วยก็ได้”

“ค่ะ...งั้นอารอแป๊บหนึ่งนะคะ เอยจะไปชงมาให้”

อารยาวางกระเป๋าถือลงบนโซฟา ก่อนจะผละไปยังห้องครัวเพื่อชงกาแฟให้คู่หมั้น ร่างสูงในชุดสูทแบบเข้ากับบุคลิกจึงขยับไปนั่งรอที่โซฟาซึ่งวางอยู่ในห้องโถงที่ค่อนข้างกว้างนั้น

หายไปไม่ถึงห้านาทีหญิงสาวก็กลับมาพร้อมกับกาแฟหอมกรุ่นถ้วยหนึ่ง เธอรู้ว่าชัชวินชอบดื่มกาแฟดำแบบไม่ใส่น้ำตาล จึงไม่ต้องถามเขาให้ยุ่งยาก

“ได้แล้วค่ะอา” เสียงหวานบอกพลางยื่นแก้วที่อยู่ในมือให้กับเขา

ชัชวินรับไปและจิบก่อนจะวางลงบนโต๊ะตรงหน้า พลางมองไปรอบๆ บ้านเพื่อสำรวจว่ามีจุดไหนที่อาจจะไม่แน่นหนามิดชิดหรือไม่

“กลัวหรือเปล่าอยู่คนเดียวแบบนี้”

ที่ชัชวินถามเช่นนั้นก็เพราะรู้ว่า แม่บ้านชื่อละมุนพักอยู่เรือนหลังเล็กที่อยู่ด้านหลังบ้าน ซึ่งนั่นจึงเท่ากับว่าตอนนี้อารยาอยู่ในบ้านหลังขนาดกลางนี้คนเดียว

อารยาเกือบจะตอบออกไปว่าไม่กลัว เพราะที่หน้าหมู่บ้านมีรปภ.คอยตรวจคนเข้าออกอย่างเคร่งครัด แถมที่บ้านของเธอยังติดกล้องวงจรปิด อีกทั้งที่หมู่บ้านนี้ก็ไม่เคยมีประวัติเรื่องความไม่ปลอดภัย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธออยู่บ้านคนเดียวแบบนี้ หากแต่แทนที่หญิงสาวจะตอบไปเช่นนั้น เธอกลับตอบไปอีกอย่าง

“กลัวสิคะ เอยถึงชวนอาชัชเข้ามาอยู่เป็นเพื่อน”

“งั้นอาจะนั่งอยู่ข้างล่างนี่จนกว่าเอยจะหลับ เดี๋ยวดึกๆ อาค่อยกลับก็แล้วกัน เอยขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”

“อาชัชขึ้นไปส่งเอยหน่อยนะคะ”

นั่นเป็นครั้งแรกที่อารยาซึ่งวางตัวเป็นสาวเรียบร้อยมาตลอดกล้าเอ่ยปากชวนผู้ชายขึ้นห้องแบบเปิดทางสุดๆ ความร้อนรุ่มของเลือดกายสาวทำให้เธอลืมความอายไปชั่วขณะ โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่าชัชวินไว้ใจได้ อีกทั้งตอนนี้เธอก็เรียนจบแล้ว แถมเขาและเธอยังเป็นคู่หมั้น จึงไม่น่ามีอะไรที่ไม่เหมาะสม หรือถ้าหากว่าเกิดอะไรเลยเถิดขึ้นจริงๆ มันก็เป็นความเต็มใจของเธอเอง

“แน่ใจนะว่าอยากให้อาขึ้นไปด้วย” คิ้วเข้มเลิกขึ้น พลางจ้องหน้าสวยๆ อย่างชวนสะเทิ้นและกระดากอาย แต่อารยาก็แข็งใจตอบเหมือนกับไม่ลังเลใดๆ

“แน่ใจค่ะ”

“ไม่กลัวอาเหรอ” เขาถามอย่างมีความนัยอีกหนึ่งประโยค

“ไม่ค่ะ” เจ้าของเสียงหวานตอบหนักแน่นพร้อมกับส่ายหน้า เพื่อเป็นการยืนยันความตั้งใจของตัวเองว่าเธอต้องการให้เขาขึ้นไปส่งบนห้องจริงๆ

“งั้นโอเค อาจะขึ้นไปส่งที่ห้อง”

ชายหนุ่มขยับตามคู่หมั้นสาวไปยังบันไดไม้ปาร์เกต์ที่พาขึ้นไปยังชั้นสอง พยายามจะไม่มองรูปร่างสมส่วนในชุดราตรีสั้นสีขาวสายเดี่ยวที่เป็นกระโปรงทรงแคบที่สั้นเลยเข่าไปเกือบคืบ แม้จะมีระบายเป็นผ้าบางๆ ย้วยมาด้านหลัง แต่ก็ไม่สามารถปกปิดเอวเว้าคอดซึ่งลาดรับด้วยความโค้งงอนของบั้นท้ายที่กำลังส่ายไปส่ายมาตามจังหวะการเดินของคู่หมั้นสาวของเขาได้

ชัชวินรู้ดีอยู่แล้วว่าอารยาเป็นผู้หญิงที่รูปร่างดีคนหนึ่ง แม้เขาจะไม่เคยเปิดเปลือยเนื้อตัวของเธอดู แต่ก็มั่นใจว่าส่วนที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์ชิ้นงามนี้สวยและน่าหลงใหลเพียงใด เมื่อตอนหัวค่ำที่เขาเห็นเธอใส่ชุดนี้ เขาก็แอบพอใจอยู่เงียบๆ ความจริงจะว่าพอใจเฉพาะครั้งนี้ก็ไม่ถูก เพราะทุกๆ ครั้งที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน คู่หมั้นสาวของเขาก็มักจะสะกดสายตาเขาได้เสมอ หากแต่เขาก็แสดงความพึงพอใจออกไปแค่ทางสายตาเท่านั้น ไม่เคยเอ่ยชมพร่ำเพรื่อ

แม้จะพยายามเบนความสนใจและละสายตาของตัวเองไปทางอื่น แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเพราะบรรยากาศอันเงียบเชียบท่ามกลางไฟสีส้มนวลตาที่สาดส่องมาจากเพดานด้านบน บวกกับเสียงย่ำเท้าเบาๆ ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอดึงดูดความสนใจทั้งหมดของเขาไปหาคู่หมั้นสาวของตัวเอง

อารยาพยายามจะไม่ตื่นเต้น ทว่าตอนนี้หัวใจกลับเต้นแรงโลด พยายามจะไม่จินตนาการไปล่วงหน้า ว่าหลังจากเขาและเธอเข้าไปอยู่ในห้องด้วยกันแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ในสมองเต็มไปด้วยภาพต่างๆ ของเขาและเธอในหลายอิริยาบถที่ล้วนแต่ชวนให้วาบหวามรัญจวน ทำให้สมาธิที่ใช้ในการควบคุมการเดินกระเจิดกระเจิงไปหมด

สาววัยย่างยี่สิบสองพาคู่หมั้นหนุ่มวัยย่างสี่สิบเดินขึ้นบันไดจนถึงบริเวณจุดพักที่เชื่อมต่อระหว่างบันไดสองระดับ จังหวะที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่บันไดอีกระดับซึ่งถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นวนกลับหลัง รองเท้าใส่อยู่บ้านก็เกิดลื่นไถลไปบนพื้นไม้ปาร์เกต์ขัดมัน ทำให้เสียหลักพร้อมกับอุทานออกมาตามสัญชาตญาณ

“อุ๊ย!

ร่างบางเซถลาจนเกือบล้ม แต่ดีว่ามีร่างใหญ่ของคู่หมั้นช่วยประคองอยู่ด้านหลัง ทำให้อารยาตั้งหลักได้ ทว่าปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่การล้มหรือยืนเสียแล้ว เพราะมือใหญ่ซึ่งกอบกุมอยู่บนหัวไหล่ตอนที่ยื่นมาช่วยเธอนั้นทำให้ร่างกายที่กำลังรุ่มร้อนและเปราะบางต่อสัมผัสจากชายที่ตัวเองมีใจปฏิพัทธ์สั่นเทิ้มและอ่อนระทวยไปหมด

หญิงสาวเอี้ยวหน้าไปมอง ก็เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามอยู่ห่างแค่ไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่รวยรดลงบนข้างแก้มใสตอนนี้ยิ่งทำให้ท้องน้อยของเธอปั่นป่วนไปหมด

“เดินระวังหน่อยสิ”

เสียงนั้นเหมือนจะดุที่เธอเดินซุ่มซ่ามจนเกือบล้มหัวร้างข้างแตก หากอารยาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับวาจาของเขาสักนิด สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกก็คือตัวเองกำลังถูกร่างใหญ่โตกำยำดึงดูดให้ยิ่งอยากอยู่ใกล้มากขึ้นทุกขณะ ไออุ่นจากร่างใหญ่ของเขาห้อมล้อมรัดร้อย แต่ก็ยังไม่มากพอสำหรับร่างกายที่กำลังสะบัดร้อนสะบัดหนาวของเธอตอนนี้

เธออยากให้เขากอดและจูบแบบวันนั้น!

อารยายอมรับกับตัวเองแบบหน้าไม่อาย เธอเปิดทางมากขนาดนี้ หากชัชวินใจตรงกับเธอ เขาก็คงเป็นฝ่ายเริ่มเอง

“ขอโทษค่ะอา” เสียงหวานเอ่ยเบาๆ พร้อมกับที่ความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่นั้นเจือจางลง เพราะชัชวินละมือออกไปแล้ว

ความผิดหวังแล่นมาเกาะกินใจอย่างท่วมท้นที่คู่หมั้นหนุ่มละมือไปเฉยๆ เช่นนั้น อารยาพยายามระงับความรู้สึกตัวเองด้วยการแอบถอนหายใจเบาๆ และก้าวขาต่อไปยังบันไดขั้นแรกของระดับที่สอง

ร่างบางเสียหลักจนเกือบล้มอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความไม่ระมัดระวังของตัวเอง แต่เกิดจากการถูกวงแขนแข็งแรงตวัดรัดจากด้านหลัง ทำเอาอารยาหัวใจเต้นแรงโครมครามขึ้นมาอีกรอบ เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวกับโมเมนต์ที่เกิดขึ้นกะทันหันทั้งๆ ที่เมื่อครู่นี้แอบผิดหวังไปหยกๆ

ชัชวินหมุนกายบางให้แผ่นหลังพิงกับผนังสีครีม ใช้สองมือของเขายันคร่อมร่างเล็กทั้งด้านซ้ายและด้านขวา พร้อมกับก้มหน้าลงไปจนปากเกือบชนกับริมฝีปากที่ทั้งนุ่มทั้งสวยราวกลีบกุหลาบนั้น

“รู้ตัวหรือเปล่าว่าเอยไม่ควรจะชวนอาขึ้นมาบนนี้”

 “รู้ค่ะ แต่ก็คิดดีแล้ว”

อารยาตอบพลางช้อนตาขึ้นมองสบประสานสายตากับคู่หมั้นตัวเองอย่างท้าทาย ร่างสูงกำยำใหญ่โตไม่แพ้ชาวต่างชาติที่ยืนเบียดอยู่ใกล้จนลมหายใจปะทะกัน ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองรูปร่างกระจ้อยร่อยไปถนัดตา แต่ความสนใจทั้งหมดทั้งมวลของเธอตอนนี้ก็อยู่กับริมฝีปากและเรียวลิ้นของเขา ที่เธอรู้ดีว่าให้ความรู้สึกอันยอดเยี่ยมแค่ไหน ยามเขาประกบลงมาและชำแรกมันเข้ามารุกเร้าในโพรงปากของเธอ

ดูเหมือนว่าคำตอบที่เปิดทางและสายตาที่เชิญชวนให้เขาทำบางอย่างมากกว่านั้น จะสั่นคลอนความอดทนอดกลั้นของชัชวินจนขาดผึง มือข้างหนึ่งละมาจับปลายคางมนของคู่หมั้นสาวช่างยั่ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะประกบปิดปากนุ่มด้วยริมฝีปากหยักหนาของตัวเอง

ลิ้นสากหนาไร้กระดูกของเขาลิ้นแทรกเข้าไป ตวัดไล้กวาดต้อนทั่วโพรงนุ่มชื้น เกี่ยวกระหวัดชักนำลิ้นอ่อนหัดให้รัดพันกันอย่างเร่าร้อน

ความเสียวซ่านรัญจวนแผ่ลุกลามจากลิ้นลงไปยังท้องน้อยอย่างรวดเร็ว สองแขนบอบบางของหญิงสาวเอื้อมไปหวังจะตวัดกอดรั้งที่ท้ายทอยของคู่หมั้นเพื่อลูบไล้เขา แต่ถูกชัชวินจับตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวของเขา  ส่วนมือใหญ่อีกข้างประกบลงบนก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นที่ทั้งอวบทั้งอิ่มล่อตาล่อใจเหลือเกิน

อารยาสยิวกายจนสั่นสะท้าน ได้แต่เผยอรับการจูบอย่างดูดดื่มและการฟอนเฟ้นสุดเร่าร้อนนั้นด้วยความรู้สึกรัญจวนใจจนเนื้อตัวเกร็ง กระทั่งชัชวินละจมูกโด่งซุกไซ้ลงไปตามซอกคอขาวผ่อง คลื่นแห่งความรัญจวนกระแทกเข้าใส่ท้องน้อยโครมๆ ทำให้กระเป๋าถือร่วงผล็อยลงไปกระทบพื้นไม้ปาร์เกต์เสียงดังตุ้บ! แต่ทั้งเขาและเธอต่างไม่มีใครสนใจมัน

เมื่อมือว่างอารยาก็วางมันลงบนหัวไหล่หนาของเขา แล้วลูบไล้กล้ามเนื้อแข็งแรงหนั่นแน่นนั้นอย่างที่ตัวเองปรารถนาเหลือเกิน เช่นเดียวกับที่มือใหญ่กำลังขยำสะโพกผายของเธออย่างร้อนแรง

ไฟปรารถนาที่ถูกเติมเชื้อเพลิงให้ระอุอย่างต่อเนื่องเช่นนั้น ยิ่งกระตุ้นให้สองหนุ่มสาวตกอยู่ในวังวนของรสเสน่หาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เสียงลมหายใจของอารยาหอบฟืดฟาด ขณะจมูกโด่งของคู่หมั้นหนุ่มกำลังระเริงไปกับความนุ่มละเอียดและความหอมเย้ายวนของกลิ่นกายสาว สองมือใหญ่ลากขึ้นไปเกี่ยวเอาสายคล้องเส้นเล็กๆ ของชุดราตรี ค่อยๆ รูดมันลงจากหัวไหล่ เปลือยความขาวเนียนอวบอิ่มไร้ที่ติผิวพรรณใต้ร่มผ้าออกมาช้าๆ

สายเล็กๆ ของชุดราตรีเลื่อนลงไปถึงปลายแขน หากว่าชุดสีขาวนั้นไม่ได้เป็นแบบรัดรูป และส่วนเว้าส่วนโค้งของคนที่ใส่ไม่พอดิบพอดีจริงๆ ชุดสวยนั้นคงหล่นลงไปกองกับพื้นแล้ว ทว่ารูปร่างของอารยารับกับชุดราวกับสั่งตัดทั้งๆ ที่เป็นชุดแบบซื้อมาสำเร็จ อาภรณ์ด้านบนจึงร่นลงมากองอยู่ตรงช่วงเอวคอดที่รองรับด้วยสะโพกผายของเธอเท่านั้น

ตอนนี้ร่างกายส่วนบนของร่างงดงามมีเพียงบราไร้สายแบบครึ่งคัพโอบกระชับความอวบอิ่มของสองเต้าทรวงอยู่เท่านั้น ชัชวินไม่รอช้ารีบเลื่อนไล้ใบหน้าลงมาดอมดมเนินอกที่โผล่พ้นขึ้นมา ขณะที่มือก็จับขอบบราด้านบนพลิกกลับลงมาด้านล่าง เปิดเปลือยพวงพุ่มสาวให้ดีดเด้งตัวเป็นอิสระจากพันธนาการ

เขาละใบหน้าออกมามองความขาวอวบเต่งตึงนั้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะยื่นปลายลิ้นสากตวัดเลียใส่เม็ดยอดกลมนุ่มทันที

สัมผัสแรกจากชิวหาชายทำเอาเลือดสาวแล่นพล่านยิ่งกว่าเดิม แต่ละจังหวะที่ความสากหนาของลิ้นร้อนกระแทกลงบนยอดถันล้วนแต่ทำให้คู่หมั้นสาวสะท้านเฮือกๆ

 “อาขา...

รสเสน่หาและความเสียวสยิวอันร้อนซ่านที่ร่างกายได้รับผลักดันให้ปฏิกิริยาของอารยาเร่าร้อนขึ้นเป็นเงาตามตัว ปากอิ่มส่งเสียงครางไปมาตามจังหวะที่ยอดเต้าถูกคู่หมั้นหนุ่มขบเม้มไล้เลีย สองมือแทรกขยำกลุ่มผมดกดำที่ปกคลุมศีรษะซึ่งกำลังคลุกเคล้าอยู่กับอกอวบอิ่มของตัวเอง เรือนกายแอ่นหยัดขึ้นสูงเพื่อปรนป้อนเสนอตัวให้ปากและลิ้นของเขาได้เชยชิมอย่างเต็มที่ จนแผ่นหลังแอ่นลอยไม่ติดผนังอีกต่อไป

ชัชวินเองก็ร้อนแรงพอกัน ยิ่งคู่หมั้นสาวเชื้อเชิญและเสนอตัวเข้าหาเช่นนั้น เขาจึงยิ่งละเลงลิ้นละเลงปากอย่างไม่ยอมให้ขาดช่วง ลิ้นสากกวาดเลียโนมเนื้อขาวอวบอย่างเร่าร้อน แม้ไม่มีเสียงใดๆ เอื้อนเอ่ยออกมาจากปาก แต่เสียงลิ้นเสียงปากที่กระทบลงบนเม็ดบัวสีหวานอย่างต่อเนื่องนั้น ก็มากเพียงพอที่จะสร้างความซ่านสยิวให้หญิงสาว จนรู้สึกว่าเรือนกายของตัวเองร้อนเร่าเหมือนกำลังถูกแผดเผาด้วยไฟ แต่ที่เธอยังไม่มอดไหม้ก็เพราะมีความชุ่มชื้นจากลิ้นสากและปากของเขาคอยหล่อเลี้ยงเอาไว้อย่างต่อเนื่องเท่านั้น แถมในบางครั้งเม็ดเนื้อกลมๆ บนยอดถันยังผลุบหายไปในปากของเขาด้วยแรงดูดอันสุดซ่านสยิวอีกด้วย

“อาชัชขา...อาชัช...เอย...อื้อ...

ร่างงามแอ่นไหวไปตามแรงดูดดึงของปากคู่หมั้นหนุ่ม อยากจะบอกเหลือเกินว่าตอนนี้เธอเสียวซ่านแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าจะพูดเช่นนั้น จึงได้แต่ระบายความเสียวซ่านร้อนรุ่มของตัวเองด้วยการแอ่นส่ายร่างยกขึ้นยกลง และหอบหายใจเฮือกๆ พร้อมกับขยี้ขยำผมเขาแรงขึ้นจนเกือบจะกลายเป็นขยุ้มทึ้ง บางครั้งก็เผลอกดศีรษะเขาลงมาคลุกเคล้าบนความอวบนุ่มของตัวเองแรงๆ

อารยาแทบจะไม่รู้ตัวสักนิดว่าปฏิกิริยาของตัวเองเป็นไปอย่างเร่าร้อนมากแค่ไหน แต่ชัชวินรับรู้ได้ว่าแค่ปากกับลิ้นของเขายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของคู่หมั้นสาว เขาจึงประกบฝ่ามือแข็งแรงลงบนเต้าทรวงอีกข้างหนึ่ง ให้ความสากของอุ้งมือเสียดสีแนบชิดบนเม็ดบัวที่ประดับอยู่บนความขาวสล้าง มือข้างนั้นส่ายวนเป็นวงกลมและขยำคลึงก้อนเนื้ออวบขาวข้างนั้นเป็นจังหวะ

ปลายถันทั้งสองข้างของหญิงสาวแข็งเต่งตั้งชันเป็นเม็ดไต ต่างกันเพียงด้านหนึ่งเปียกโชกทว่าอีกด้านยังแห้งเหือด ทว่าต่างกำลังดีดตัวเข้าใส่ปากใส่มือของคู่หมั้นหนุ่มอย่างระเริงร้อนพอกัน

มืออีกข้างขยับต่ำลงมา แล้วสอดเข้าใต้ชายกระโปรง ค่อยๆ เลื่อนลูบขึ้นไปตามท่อนขาขาวเนียนด้านบนเหมือนกับใจเย็น ทว่าความจริงเขาไม่ได้ใจเย็นสักนิด

ชัชวินจัดการเลิกกระโปรงตัวสวยของคู่หมั้นสาวขึ้นไปกองไว้เหนือเอวเล็ก  แล้วกระชากกางเกงตัวในของเธอผ่านสะโพกผาย ทิ้งมันลงกองกับพื้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะขยับมือไปวางลงตรงนั้นแทน

“อาชัช!

ร่างบางสะดุ้งวาบและสั่นระริก ทันทีที่ฝ่ามือใหญ่กระด้างประกบลงบนความอ่อนนุ่มเนื้อแท้ของส่วนสาวเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งนิ้วกลางกดแซะลงกลางปากทางอย่างนุ่มนวล รสสัมผัสอันผิวเผินทว่าอยู่ในตำแหน่งที่ลึกซึ้งและไวต่อสัมผัสชายนั้น ก่อให้เกิดรสเสน่หาอันแสนกำหนัดซาบซ่านยิ่งกว่าครั้งใดๆ

ขาเรียวทั้งสองข้างหนีบเข้าหากัน คล้ายจะกักทางไม่ให้มือและนิ้วของเขาขยับออกไปไหน พร้อมกับที่เสียงหอบหายใจฟืดฟาดหนักหน่วงแรงขึ้น ทว่าองศาระหว่างท่อนขาทั้งสองข้างก็กางกว้างออกอีกครั้ง เมื่อนิ้วเรียวแข็งเริ่มกรีดไล้ผ่านขึ้นผ่านลงไปตลอดแนวของรอยแยก

การเสียดสีแม้เพิ่งเริ่มต้นแต่ก็ทำเอาหญิงสาวร้อนผ่าววูบวาบจนเผลอขยับส่ายสะโพกตาม เธอรู้สึกถึงข้อนิ้วแข็งแรงที่งอเข้างอออกตามจังหวะการกรีดเซาะของเขา  บางครั้งก็เพิ่มแรงกดแซะแรงขึ้นจนบางส่วนของนิ้วจมหายเข้าไปในความนุ่มหยุ่นด้านใน ทำเอาหัวใจเต้นแรงระทึก แม้จะเป็นไปแค่ตื้นๆ แต่อารยาเสียวสะท้านสุดตัว ความชุ่มฉ่ำจากม่านเกสรน้ำผึ้งหลั่งล้นแล้วหลั่งล้นอีก อาบชโลมลงบนนิ้วเรียวที่ใหญ่และยาวเหมือนขนาดตัวของเขาจนชื้นลื่นไปหมด แต่ชายหนุ่มก็ยังเสียดไสความกระด้างเข้าใส่ความอ่อนนุ่มอย่างต่อเนื่อง

“อาขา...โอว...

อารมณ์ของอารยาแรงโลดด้วยรสเสน่หาอันสุดเร่าร้อน กลั้นใจรอคอยบางอย่างที่ลึกซึ้งมากไปกว่านั้น แต่แล้วเพลงพิณแห่งไฟสวาทที่กำลังบรรเลงในจังหวะโหมกระหน่ำนั้นกลับสะดุดลงราวกับสายเส้นขาดผึง เมื่อชัชวินหยุดนิ้วที่กำลังกรีดไล้กลางกลีบกุหลาบ แล้วดึงมันออกมาจากความอุ่นนุ่มนั้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาหญิงสาวถึงกับต้องเอ่ยปากประท้วง ตาปรือปรอยตวัดมองใบหน้าหล่อเหลาของคู่หมั้นอย่างไม่เข้าใจ

“อาคะ

“พอก่อนเด็กดีมันยังไม่ถึงเวลา อาต้องกลับแล้ว เอยก็เข้าห้องไปนอนซะ คืนนี้นอนหลับฝันดีนะครับ”

พูดจบชัชวินรีบหมุนตัวกลับหลังและย่ำเท้าลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานอารยาก็ได้ยินเสียงสตาร์ตเครื่องยนต์ จากนั้นรถจึงแล่นออกไปจากบริเวณหน้าบ้านของเธอ ทิ้งให้เธอร้อนรุ่มด้วยพิษของไฟเสน่หาที่ยังลุกโชนและคั่งค้างในกาย

ค่ำคืนอันวาบหวิวระหว่างเขาและเธอจบลงเพียงแค่นั้น หากแต่ความรู้สึกอันพลุ่งพล่านของอารยายังไม่จบ หญิงสาวพาตัวเองกลับเข้าไปในห้องนอน ทรุดตัวนั่งลงบนปลายเตียง ตาหลับพริ้มลงแล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปกับจินตนาการอันสุดแรงโลดต่อจากที่คู่หมั้นหนุ่มสร้างเอาไว้

หากว่าชัชวินยังไม่หยุด ตอนนี้เสื้อผ้าของเธอคงถูกปลดเปลื้องจนหมดสิ้น ร่างใหญ่ของเขาคงกำลังใช้ปากปะพรมไปทั่วทุกหนแห่งบนร่างกายอันเปลือยเปล่าที่ยังคงยืนพิงผนังแต่ส่ายเลื้อยหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะตอนที่ชัชวินจูบต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าท้องของเธอ

ภาพอันสุดวาบหวามนั้นทำให้หญิงสาวต้องทอดกายนอนลงบนเตียง ขาเรียวยกชันขึ้นข้างหนึ่งทำให้ชายชุดราตรีร่นต่ำลงมากองที่ต้นขา เผยให้เห็นผ้าลูกไม้สีหวานที่มือของคู่หมั้นหนุ่มเคยกระชากออกเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ไออุ่นจากมือข้างนั้นยังคงอุ่นซ่าน และทำให้เธอต้องทรมานอยู่กับรสเสน่หาอันสุดวาบหวามที่ไม่ยังไม่สุดทางดังเช่นที่เป็นอยู่ตอนนี้

ดวงตาคู่สวยหลับลงเพื่อดื่มด่ำไปกับจินตนาการซึ่งต่อจากเหตุการณ์ที่เพิ่งจบลง ร่างบางแอ่นส่ายเนินอกอวบอิ่มใส่ฝ่ามือตัวเอง คลึงมือหนักขึ้น ปากก็หวีดครางอย่างลืมตัวลืมอาย

ปากของชัชวินเคลื่อนต่ำลงไป...ตอนนี้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับกลางกายของเธอ มือใหญ่ลูบไล้ต้นขาและจับมันแยกออกจากกัน จากนั้นก็ยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดบนบ่า

อารยาได้แต่อ้าปากค้าง ตาหลุบมองศีรษะทุยได้รูปที่เคลื่อนเข้าหาตัวเองอย่างไม่รั้งรอ เธอร้องวี้ดเบาๆ เมื่อถูกปากร้อนๆ นั้นประกบเข้ามาเป็นเนื้อเดียวกับเธอ

หญิงสาวมั่นใจว่าเสียงที่หลุดออกมานั้นไม่ได้มาจากความตกใจหรือกระดาก แต่เกิดจากความซ่านเสียวรัญจวนมากกว่า และเสียงของเธอก็ดังมากขึ้นเมื่อชัชวินเริ่ม จูบใช่...เธอเรียกการกระทำนั้นว่าจูบ แต่คงเป็นจูบแบบเฟรนช์คิส เพราะเขาไม่ได้กดน้ำหนักแรงเกินไป แต่ใช้ความนิ่มนวล ค่อยๆ คลี่แย้มเธอให้เปิดกว้างแล้วดันลิ้นเข้ามา ทว่าไม่นานร่างบางก็สะดุ้งเฮือกพร้อมกับส่งเสียงครางและแอ่นเกร็งขึ้นสุดตัว เมื่อชัชวินใช้ปากงับบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่กลางหุบเขาของพงกุหลาบงามแล้วดูดดึงเข้าไปในปากเขาแรงๆ จนหญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองหายเข้าไปในปากเขาหมดทั้งตัว

“อ๊าซ์...อาขา...

รสเสน่หาและความเสียวซ่านที่ได้รับ ทำให้ร่างเล็กแอ่นส่ายเป็นงูเลื้อยไปตามจังหวะที่ชายหนุ่มกลืนกินยอดเกสรแสนหวานซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเป็นของหวานถูกปาก กว่าจะยอมปล่อยก็ทำเอาเธอสั่นเร่าๆ เป็นเจ้าเข้าไปทั้งกาย ทว่าชัชวินยังไม่หยุดแค่นั้น เขาลากลิ้นสากๆ ผ่านร่องรอยของทางแยกระหว่างกลีบกุหลาบนุ่ม บางครั้งก็บรรจงกดใส่เม็ดเนื้ออ่อนๆ ที่เขาเพิ่งจะคายออกจากปากเมื่อครู่ที่ผ่านมา บางจังหวะเรียวลิ้นที่ห่อแหลมก็สอดลึกเข้ามาภายในผนังเนื้ออ่อนชุ่ม แล้วตวัดลิ้นกระหวัดว่ายไปทั่วทุกซอกส่วน เหมือนจะประทับตราว่าทั้งหมดทั้งมวลในนั้นเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

 “อาว์...ใช่...ตรงนั้นค่ะอาชัชขาอูย...ดีเหลือเกิน”

หญิงสาวครางกระเส่าจากจินตนาการที่ไร้ขอบเขตของตัวเอง รสสัมผัสจากลิ้นสากนุ่มของเขาที่เสกสร้างขึ้นเช่นนั้นผลักดันให้เธอต้องใช้สองมือขึ้นเคล้นคลึงปทุมถันอวบอิ่มที่กำลังแข็งตัวชูชัน ความเสียวสยิวโดนปลุกเร้าด้วยมือตัวเองอย่างต่อเนื่องจนร่างกายกระตุกเร่า คอแดงก่ำ ปากสั่นระริก ขาอ่อนเนียนดั่งหยกภายใต้กระโปรงสีขาวของชุดราตรีเบียดชิด ถูไถบดเบียดกันด้วยความเร่าร้อนเพื่อระบายความเสียดเสียวจากจินตนาการอันแรงโลดของตัวเอง

ในห้วงของจินตนาการที่ไร้ขอบเขต เธอเสียวสะท้านจนหลุดเสียงคราง  หยาดเกสรน้ำผึ้งที่หลั่งล้นถูกลิ้นสากตวัดเลียกินทุกหยาดหยดแบบกระหายสุดๆ  แต่เธอก็ยังยืนส่ายเสียดเบียดความสาวของตัวเองให้เขากลืนกินอย่างเริงโลด เสียงลิ้นสากร้อนกระทบกับเกสรอ่อนนุ่มดังสวบๆ ทำให้เธอหวีดครางครั้งแล้วครั้งเล่า

“อาชัชขา...เอย...เสียวเหลือเกิน...ซี้ด...รักเอยเถอะนะคะ”

ตอนนี้ร่างสูงยืนตระหง่านขึ้นตามการวอนขอของเธอ เขาสอดมือข้างหนึ่งลงใต้ข้อพับขาแล้วช้อนมันขึ้นพาดไว้ที่แขน ซึ่งอารยาเองยังคงโอนอ่อนผ่อนตามอย่างเด็กว่าง่ายที่กระตือรือร้นอยากเรียนรู้เช่นเดิม หญิงสาวใช้สองมือจับหัวไหล่เขาเอาไว้มั่น พลางเขย่งปลายเท้าและยกสะโพกผายแอ่นสูงเพื่อให้ระดับของเธอและเขาตรงกัน

ร่างบางสะท้านหัวใจเต้นแรง เมื่อชัชวินนำพาความเป็นชายที่ขยายเหยียดเต็มลำมาจ่อจรดกับรอยแยกของกลีบกุหลาบสาว ไม่นานต่อจากนั้นเธอก็หวีดร้องออกมาเสียงดังลั่น เมื่อชัชวินออกแรงเสยอัดดันสะโพกกดกระแทกตัวเองทะลวงลึกเข้ากลางซอกขาสวย ส่งปลายลำแล่นทะยานจมหายเข้ามาในร่างกายของเธอพร้อมกับความเสียวกระสันอย่างรุนแรง และผนังเนื้ออ่อนนุ่มด้านในก็ต้อนรับการเข้ามาของเขาด้วยการหดตัวบีบรัดอย่างอบอุ่น

ซี้ดดดอาชัชขา…”

เสียงร้องครางของเธอสั่นระริกไปหมด เพราะเสียวซ่านไปทุกอณูกาย แม้นั่นจะเป็นครั้งแรกและเส้นทางจะคับแคบเพียงใด แต่เขาและเธอก็เป็นหนึ่งเดียวกันแบบไม่ยากเย็นสักนิดเพราะช่องทางนั้นเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ อารยารู้สึกว่าตัวเองเต็มตึงแต่ก็ซ่านสุขไปหมด เธอตอบสนองต่อความซ่านเสียวนั้นด้วยการกดหน้าท้องตัวเองลงหาเขา แล้วคู่หมั้นหนุ่มของเธอก็เริ่มถอดถอนตัวเองและกระแทกกลับเข้าหาซอกเนื้อนุ่มแน่นที่ตอนนี้ฉ่ำชุ่มด้วยม่านเกสรที่ขับหลั่งออกมาอาบชโลมการเชื่อมประสานอย่างไม่ขาดสาย

ชัชวินยังคงแอ่นอัดตัวเองเข้าออกซอกเนื้อนุ่มอย่างต่อเนื่อง ลำสันขรุขระแต่แข็งนุ่มครูดสีกับนวลเนื้อสาวอย่างเสียดเสียว ทำให้อารยาสั่นระริกไปหมด

ซี้ดดด...อาชัชขาแน่นจังค่ะ...เอยเสียว”

อาก็เสียวครับเอยเอยดูดอาแรงเหลือเกิน...อูววซ์…”

คู่หมั้นหนุ่มครางรับเมื่อถูกตอดรัดอย่างรุนแรงจากรังไหมแสนหวานของหญิงสาว เขาเปลี่ยนเป็นบดส่ายวนไปมาให้ตัวตนที่สอดลึกอยู่ภายในคลุกเคล้ากับความสาวสดอย่างแนบแน่น ความเร่าร้อนที่เกิดขึ้น ทำให้เธอโน้มคอเขาลงมาจูบอย่างดูดดื่ม ตวัดลิ้นรัวไล้กันและกัน

          “เราไปที่เตียงของเอยกันนะ”

ชัชวินไม่รอให้เธอตอบรับ เขาสอดมืออีกข้างลงใต้ข้อพับด้านที่ใช้ยืนทรงตัวอยู่ของเธอ แล้วยกร่างเล็กบางขึ้นมาในระดับเอวโดยที่เธอและเขายังตัวติดกันเช่นเดิม

“อุ๊ย...อาคะ” อารยาอุทานออกมาด้วยความเสียวซ่านอันเกิดจากการเสียดสีแบบลึกซึ้งกว่าเดิม เพราะท่วงท่าเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับการที่เธอทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนตัวเขา

“ทำไม”

“เอยกลัวตกนี่คะ”

“กลัวก็เอาขารัดเอวอาไว้สิ”

เขาบอกยิ้มๆ พลางเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างล้อเลียน คงรู้ว่าท่วงท่าอาการเช่นนั้นทำให้เธอเสียวสยิวมากแค่ไหน เมื่อบอกเสร็จก็ไม่รั้งรอ ลำขายาวๆ ก้าวตรงขึ้นบันไดไปทันที อารยาหวีดครางอีกครั้ง มือทั้งสองโอบรอบคอแกร่ง สองเรียวขาตวัดรัดสะโพกสอบ

“อา…อาจะพาเอยเดินแบบนี้จนถึงเตียงเหรอคะ”

“ใช่แล้วที่รัก ทำไมเอยเสียวเหรอ หรือว่าเอยอยากจะให้เอาออกไป แล้วเดินเอง” ชัชวินกระซิบยั่วเย้าระหว่างที่เดินขึ้นบันได ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างอิ่มเอมเมื่อหญิงสาวส่ายหน้า

“แบบนี้ก็สุขดีค่ะ เอยชอบให้อาอยู่ในตัวเอย” อารยาตอบตรงไปตรงมาแต่หน้าแดงก่ำ 

คู่หมั้นหนุ่มก้มมองเธอด้วยแววตาปรือเยิ้มบ่งบอกความสุขได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับที่เธอมองตอบเขาอย่างรักใคร่สลับกับส่งเสียงครางเบาๆ ด้วยความเสียดเสียวตลอดเวลาที่เขาพาเดินขึ้นบันไดจนกระทั่งถึงเตียงนอนสีหวาน

“อาชัชขา...” เสียงหวานเรียกเขาอย่างเว้าวอนอีกครั้ง เมื่อเขาวางร่างนุ่มลงบนเตียง และนั่นเป็นครั้งแรกที่ เขา และ เธอ พรากจากกัน

“เอยคว่ำหน้าลงนะ แล้วคุกเข่าแบบคลานสี่ขาให้อา”

อารยาเป็นเด็กว่าง่ายเช่นเคย เธอทำตามที่เขาบอกอย่างไม่มีข้อโต้แย้งหรือคำถามใดๆ ร่างบางพลิกตัวลงคุกเข่ากับที่นอน เอนตัวไปด้านหน้าแล้วใช้สองมือยันลงบนฟูกหนานุ่ม จากนั้นก็เอี้ยวหน้าหันมามองคู่หมั้นของตัวเอง ก็เห็นว่าตอนนี้ร่างกำยำเปลือยเปล่าคุกเข่าอยู่ด้านหลัง มือข้างหนึ่งลูบไล้ที่บั้นท้ายงอนงาม อีกมือนำพาตัวตนมาจดจ่อกลางทางแยกแสนเอ่อชุ่ม อารยาขยับขาแยกกว้างขึ้นกว่าเดิมให้อย่างเปิดทาง และไม่นานทั้งเธอและเขาต่างก็สูดปากลั่นพร้อมกัน เมื่อความใหญ่โตกดเข้าสู่ช่องทางนุ่มหยุ่นอีกรอบ

มือใหญ่ทั้งสองข้างเลื่อนไล้ขึ้นไปจับกระชับที่เอวกิ่วคอด สะโพกสอบเริ่มโยกคลึงเข้าออกอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขาทำแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้เร่งรีบ เพื่อลดระดับความเดือดพล่านของไฟเสน่หาไม่ให้ถึงจุดแตกสลายเร็วเกินไป ทว่าอารยาไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เธอเริงร้อนเกินกว่าจะรั้งรอได้อีกต่อไป

“อาขา...เข้ามาลึกๆ ค่ะ....ได้โปรด...รักเอยแรงๆ”

เสียงหวานครางอ้อนวอนสุดกระเส่า พยายามส่ายสะโพกยั่วยวนเขาและบีบรัดตัวตนใหญ่โตที่สอดซุกอยู่ข้างในแรงรัว เพื่อเร่งเร้าให้คู่หมั้นหนุ่มโหมทะยานหนักหน่วงกว่านั้น

“เอยจ๋าแอ่นก้นขึ้นให้อาอีกที่รัก อาจะได้เข้าไปลึกกว่าเดิม”

เด็กว่าง่ายทำตามอย่างแสนเต็มใจ ด้วยการกดลำตัวแอ่นราบต่ำลงกว่าเดิม แต่บั้นท้ายขาวละมุนถูกดันแอ่นขึ้นเพื่อรอรับการสอดประสานที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมอย่างที่เขาบอก

ชัชวินดึงตัวเองออกมา ก่อนจะแอ่นสะโพกส่งแรงอัดกระแทกกลับเข้าไปใหม่อย่างสุดหนักหน่วง  ความเป็นหนุ่มจมหายเข้าไปในร่องหลืบจนหมดมิด ปลายทางของเขาทะยานลึกสุดลึกอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“อาขา...ซี้ดดด”

ในห้วงจินตนาการอันสุดร้อนแรง ตอนนี้เธอกำลังร้องเสียงหลง เพราะชัชวินโถมตัวเข้าใส่แรงมาก ทว่าแทนที่จะเจ็บเธอกลับได้รับแต่ความซ่านเสียว

“อูยยซ์...เอยดูดแรงดีเหลือเกิน”

เขาครางออกมาอย่างสุดเสียวซ่าน เมื่อผนังเนื้อเยื่ออันอ่อนนุ่มตอดรัดตัวตนใหญ่โตของเขาอย่างแนบแน่น ความเสียวซ่านจากการถูกบีบรัดและดูดตอด ทำเอาชัชวินถึงกับร้องครางออกมา พร้อมกับแอ่นอัดสะโพกขึ้นใส่คู่หมั้นสาวแบบไม่ยั้งทันที

ดอกไม้งามเผยอกลีบเบ่งบานรับการสอดประสาน แถมยังช่วยให้การเสียดไสของเขาเป็นไปโดยง่าย ด้วยการแอ่นหยัดสะโพกเกร็งค้างรอรับการเข้ามาของเขาในทุกจังหวะ

ระหว่างที่เขากำลังรักเธอเช่นนั้น ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกไปหมด คงเพราะอยากปลดปล่อยตัวเองเต็มทน จึงกระแทกกระทั้นเข้าหาเธอแบบไม่ยั้ง เสียงสะโพกสอบกระทบกับต้นขาอ่อนดังรัวถี่ยิบ อารยาซ่านเสียวจนปากคอสั่นระริกไปหมด หนทางอันคับแคบฉ่ำชุ่มเหมือนจะบีบตัวแรงขึ้นๆ ตามจังหวะโหมสะโพกของเขา

“เอย...ใจจะขาดแล้ว...เอยไม่ไหวแล้ว...อาชัชขา...อ๊าซ์ๆ”

เสียงครางหวานกระเส่าถี่รัวขึ้นเรื่อยๆ เลือดสาวฉีดพล่านไปทั่วร่าง ขณะที่ห้วงจินตนาการกำลังเริงโลดไป ปากอิ่มก็หวีดครางสุดเสียงไปด้วย ร่างกายเกร็งสะท้าน ความเสียวซ่านลามเลียขึ้นมาจากปลายเท้าจนต้องจิกมันลงบนฟูกหนา ปลีน่องหยัดเกร็ง สะโพกผายยกขึ้นสูงจนร่างกายส่วนล่างแอ่นลอยไม่ติดกับที่นอนเหมือนต้องการหาทางออกให้กับร่างกายที่ร้อนรุ่มของตัวเอง เมื่อตอนนี้รสเสน่หาดำเนินมาถึงตอนที่หลืบเร้นแสนอ่อนนุ่มบีบตัวโอบกอดความใหญ่โตที่แทรกลึกเข้ามาทั่วทุกอณูเนื้อเต็มแรง และดูเหมือนแรงรัดรึงของเธอเช่นนั้นจะเร่งเร้าให้เขาหมดความอดทนอดกลั้น

“โอว...เอยจ๋า...อาก็ไม่ไหวแล้ว...ไปถึงนะ...ไปถึงพร้อมอา...อู๊ววซ์”

ชัชวินตะโกนดังสุดเสียงเป็นครั้งสุดท้าย เป็นเสียงที่กระเส่าแต่เซ็กซี่น่าฟังมากยิ่งนักในความรู้สึกของอารยา ร่างบางกระตุกเกร็งสุดตัว ช่องทางสาวบีบรัดแก่นกายของเขาตุบๆ ขณะที่ชัชวินโหมกระแทกลึกเร่งบดอัดตัวเองเข้าหาเธอสุดแรง ลำตัวของเขาแอ่นเกร็งมากขึ้นๆ ขณะโถมบั้นเอวกระแทกแก่นกายใส่ซอกกลางกายสาวอย่างเต็มแรงจนจมลับตาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วกดแนบแกนแก่นฝังค้างเอาไว้เช่นนั้น พร้อมๆ กับที่ความอุ่นซ่านแล่นปราดไปทั่วเรือนกายของเธอและเขาพร้อมกัน

ภาพที่เธอเห็นในจินตนาการตัวเองก็คือ ร่างใหญ่กำยำของเขาเกร็งสะท้าน จากนั้นทิ้งร่างลงมานอนแนบอยู่ด้านหลัง จมูกโด่งซุกไซ้ไปตามซอกคอและหอบหายใจรวยรดใบหูเธออย่างมีความสุข พร้อมกับกระซิบถ้อยคำบอกรักอันหวานหู

“อารักเอย”

“เอยก็รักอาค่ะ”

อารยารำพึงกับตัวเบาๆ ร่างงามอ่อนล้าจากการบิดเกร็งต่อเนื่องนานหลายนาที ทว่าจิตใจกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความวาบหวามอันสุดแสนหวาน ก่อนจะหลับไปในชุดราตรีที่ยับย่นจากการเสียดส่ายของเรือนกายนั้นด้วยความอ่อนเพลีย และห้วงแห่งนิทราของเธอก็เต็มไปด้วยเรื่องราวอันแสนเร่าร้อนดูดดื่มระหว่างเขาและเธอตลอดทั้งคืน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“ชัชวินและอารยา” หนุ่มใหญ่วัยย่างสี่สิบกับสาวที่เพิ่งจะพ้นวัยมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ จุดเริ่มต้นของทั้งคู่ไม่ได้มาจากใจสองดวงที่ตรงกัน แต่เกิดจาก “หนี้” แต่ทว่าหนี้ที่ว่านั้นกลับนำพาทั้งคู่ไปสัมผัสกับ ความหวานที่ผสมผสานไปด้วยความเร่าร้อนดูดดื่มของ “รสรักอันสุดแสนหวาน”"

เทียนธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha