รสรักหวานเอย

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : หรือเธอมีใครซ่อนไว้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

แสงพระอาทิตย์ในเมืองหลวงกำลังอ่อนแสงลงไปทุกขณะ บ่งบอกว่าตอนนี้เวลาใกล้จะล่วงเข้าสู่ช่วงเย็นแล้ว ทว่าอากาศยังคงร้อนอบอ้าวเช่นเดิม ดอกลีลาวดีบานสะพรั่งที่ร่วงหล่นลงมาบนเก้าอี้ไม้สีขาวซึ่งวางอยู่ข้างสระน้ำขนาดกะทัดรัด ทำให้ร่างบางซึ่งกำลังนั่งทอดอารมณ์อยู่ตรงนั้นต้องก้มลงหยิบมันขึ้นมาแตะจมูกพร้อมกับสูดเอาความหอมของมันเข้าเต็มปอด ก่อนจะหมุนเล่น ตาคู่สวยหลุบมองกลีบดอกที่พลิ้วไปพลิ้วมาตามจังหวะมือของตัวเอง ทว่าความคิดไม่ได้จดจ่ออยู่กับดอกไม้สีขาวในมือเลยแม้แต่น้อย

ห้วงเวลาแห่งความวาบหวามรัญจวนระหว่างเธอกับคู่หมั้นในค่ำคืนนั้นผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่อารยายังคงสลัดตัวเองออกมาจากความรู้สึกนั้นไม่หลุด แม้ไม่อยากจะคิด ไม่อยากจะคลางแคลงใจ แต่ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมชัชวินไม่ยอมทำอะไรเธอมากกว่านั้น ทั้งๆ ที่บรรยากาศแสนจะเป็นใจและเธอก็เปิดโอกาสให้เขาเต็มที่ หากเป็นเมื่อก่อนตอนที่เธอยังเรียนอยู่ ก็อาจจะคิดในแง่ว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ ไม่อยากล่วงเกินเธอก่อนถึงเวลาอันควร ทว่าตอนนี้เธอเรียนจบแล้ว เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว และพร้อมที่จะแต่งงานเป็นภรรยาของเขา ไม่ว่าช้าหรือเร็วเธอก็ต้องเป็นของเขาอยู่วันยังค่ำ และเธอเองก็หัวสมัยใหม่พอที่จะยอมรับเรื่องพวกนั้นได้หากมันจะเกิดขึ้นก่อนการแต่งงาน...แต่วันนั้นแม้ชัชวินแตะต้องเธอจนเกือบจะถึงขั้นลึกซึ้ง ทว่าเขาก็หยุดตัวเอง แล้วก็หนีกลับไปดื้อๆ คล้ายกับกลัวอะไรบางอย่างหรือรีบกลับไปหาใคร!

หรือว่าเขาจะมีผู้หญิงอื่นซุกซ่อนเอาไว้ที่ไร่ของเขา เพราะจะว่าไปตั้งแต่เธอหมั้นกับชัชวิน เธอก็ไม่เคยย่างกรายไปที่นั่นเลย มีแต่ชัชวินที่เป็นฝ่ายมาหา

ความคิดเช่นนั้นทำให้หัวใจของสาววัยยี่สิบสองร้อนรุ่มกระวนกระวาย จึงตัดสินใจจะไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง เย็นนั้นขณะรับประทานอาหาร เธอจึงเอ่ยปากบอกกับพ่อแม่ถึงความตั้งใจของตัวเอง

“คุณพ่อคุณแม่ขาเอยว่าจะไปอยู่กับอาชัชสักเดือนสองเดือน จะได้ไปทำความคุ้นเคยกับบรรยากาศและเรียนรู้งานของอาชัชด้วย คุณพ่อคุณแม่ให้เอยไปนะคะ”

“มันจะดีเหรอลูก ทำไมไม่รอให้แต่งกันให้เรียบร้อยก่อน” วิยะดาเอ่ยทัดทานลูกสาวอย่างไม่ค่อยจะเห็นด้วย แม้อารยากับชัชวินจะหมั้นกันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน จึงเกรงว่าลูกสาวจะถูกมองไม่ดี

“ให้ลูกไปเถอะคุณ จะเป็นไรไป ยังไงยัยเอยก็ต้องแต่งงานกับชัชอยู่แล้ว” อัศวินกลับเป็นฝ่ายถือหางลูกสาว อีกทั้งเชื่อมั่นในความเป็นลูกผู้ชายของหนุ่มรุ่นน้องที่เขาเห็นมากว่าครึ่งค่อนชีวิต ถึงจะเกิดอะไรเกินเลยขึ้นอย่างที่ภรรยาเขากังวล เขาก็เชื่อว่ายังไงชัชวินก็ต้องรับผิดชอบลูกสาวของเขา อีกทั้งถ้ามองอีกแง่ การที่อารยาไปอยู่ใกล้ชิดกับชัชวินก่อนถึงเวลาแต่งงานก็น่าจะได้เป็นการเรียนรู้กันและกันมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

“แต่ลูกเราเป็นผู้หญิงนะคะคุณ คนเขาจะนินทาเอาได้” วิยะดายังไม่ค่อยสบายใจนักจึงแย้งสามีอีกรอบ 

“ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเลย สนใจความรู้สึกและความสุขของลูกเราดีกว่า เอาเป็นว่าพ่ออนุญาต เอยจะไปเมื่อไหร่ล่ะ”

“ไปพรุ่งนี้เลยค่ะคุณพ่อ”

“ให้พ่อโทร.บอกชัชมารับมั้ยลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะ เอยอยากไปเอง” ไม่อยากบอกให้ชัชวินรู้ล่วงหน้า เผื่อเขาซุกซ่อนอะไรเอาไว้จริงๆ เขาจะได้ไม่มีเวลาทำลายหลักฐาน

“งั้นเดี๋ยวพ่อไปส่ง

“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ เอยอยากนั่งรถโดยสารไปเองมากกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้คุณพ่อก็ต้องทำงานไม่ใช่เหรอคะ ไม่ต้องห่วงเอยนะคะ แค่นี้สบายมาก”

“จะให้พ่อโทร.บอกชัชก่อนมั้ย”

“อย่านะคะคุณพ่อ เอ่อ...เดี๋ยวเอยจะคุยกับอาชัชเองค่ะ” อารยารีบห้ามเพราะกลัวทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามความตั้งใจของตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่เอยเถอะลูก”

“ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่มากนะคะที่เข้าใจเอย”

อารยาซุกตัวเองเข้าไปหาอกมารดาที่ยังคงนั่งทำหน้าเครียดๆ อยู่ใกล้ๆ บิดา วิยะดาได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เพราะแม้จะรู้ดีว่าชัชวินเป็นผู้ชายเต็มตัวและมีความรับผิดชอบมากพอ แต่การที่ตนยอมให้ลูกสาวทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับส่งน้ำมันไปใกล้กองไฟซึ่งมีแต่จะลุกโชน ทว่าเธอก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อสามีก็ให้ท้ายลูกสาวเช่นนั้น อีกทั้งอารยาก็โตแล้ว มีความคิดเป็นของตัวเอง คนเป็นแม่จึงได้แต่ยกมือขึ้นลูบศีรษะเบาๆ และหวังว่าการไปอยู่ที่ไร่ของชัชวินของลูกสาวจะไม่มีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น

 

เมื่อพ่อกับแม่ไฟเขียวอารยาก็แพ็กกระเป๋า นั่งรถโดยสารตรงไปจังหวัดกาญจนบุรีทันที ใช้เวลาราวๆ สองชั่วโมงก็ถึง จากนั้นเธอก็ว่าจ้างรถสองแถว เพียงแค่บอกว่าเธอจะไปไร่ ชมจันทร์คนขับก็ไม่แม้แต่จะถามทาง 

“ลุงรู้จักทางไปไร่เหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามหลังจากขึ้นมานั่งบนรถคู่กับคนขับซึ่งเป็นชายวัยห้าสิบต้นๆ แล้ว

“รู้สิ ไร่ชมจันทร์เป็นไร่ที่ใหญ่และสวยที่สุดในย่านนี้เลย นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่เป็นประจำ ว่าแต่หนูเถอะเพิ่งจะมาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรกเหรอ”

“ค่ะ” อารยาไม่อยากจะตอบขยายความจึงตอบสั้นๆ เท่าที่จำเป็น

“เชื่อเถอะว่ามาแล้วหนูต้องอยากมาอีก เห็นใครๆ ก็ติดใจทั้งนั้น ไร่ที่หนูกำลังจะไปนี่บรรยากาศสวยเหมือนแถวยุโรปเลยละ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

คราวนี้อารยาถามอย่างจริงจัง เพราะแม้จะเป็นคู่หมั้นกันมาเกือบสองปี แต่ชัชวินก็ยังไม่เคยพาเธอมาที่ไร่ของเขาเลยสักครั้ง

“เดี๋ยวหนูไปเห็นด้วยตาตัวเอง ก็จะรู้ว่าลุงไม่ได้พูดเกินความจริง” ลุงคนขับบอกยิ้มๆ ก่อนจะตั้งใจขับและพาอารยาไปถึงไร่ของชัชวินในที่สุด

ทันทีที่รถแล่นเข้าไปในอาณาเขตของไร่ อารยาก็เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ เพราะไร่ชมจันทร์ใหญ่และสวยมากจริงๆ พื้นที่กว้างขวางนั้นเป็นพื้นราบแต่ด้านหลังเป็นภูเขาที่เหมือนเป็นม่านบังฉากอยู่ด้านหลัง พื้นที่แบ่งเป็นระเบียบ ปลูกบ้านหลังเล็กๆ แซมแปลงสตรอว์เบอร์รีอยู่หลายหลัง ถัดมาเป็นแปลงกุหลาบซึ่งกำลังออกดอกบานสะพรั่งทั้งสีขาวและสีแดงโดยมีกังหันลมเป็นฉากหลัง พื้นที่อีกส่วนมีฐานยกสูงประมาณหนึ่งเมตรด้านบนมีแผงสี่เหลี่ยมเต็มไปหมด ซึ่งอารยาคิดว่าน่าจะเป็นที่ตั้งของแผงโซลาร์เซลล์ นั่นแสดงว่าไร่ของชัชวินไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากด้านนอกเลย อีกแปลงเป็นต้นข้าวโพดที่ต้นน่าจะสูงเกือบๆ จะได้เก็บผลผลิตแล้ว ส่วนแปลงสุดท้ายปลูกหญ้าเป็นสีเขียวชอุ่มไปสุดลูกหูลูกตาจนจรดกับแนวภูเขา มีวัวและแกะฝูงใหญ่กำลังยืนเล็มหญ้าเหล่านั้นอยู่หลายสิบตัว

อารยายืนมองภาพเหล่านั้นโดยมีกระเป๋าลากใบใหญ่วางอยู่ข้างๆ และสะพายกระเป๋าเป้อีกใบอยู่บนหลัง ร่างบางเริ่มหันรีหันขวางเพื่อมองหาชัชวิน แต่พื้นที่อันกว้างขวางนั้นก็ปราศจากเงาของเขา เธอจึงลากกระเป๋าตรงไปยังอาคารทรงโมเดิร์นเข้ากับบรรยากาศของไร่ ซึ่งสถานที่นั้นน่าจะเป็นออฟฟิศหรือไม่ก็คงมีคนของไร่ทำงานอยู่

“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานของผู้มาเยือนเอ่ยทักทายขึ้นก่อน ทำให้ประชาสัมพันธ์สาวยิ้มและเอ่ยทักทายตอบด้วยท่าทีเป็นมิตรตามประสาเจ้าของสถานที่ที่ดี

“สวัสดีค่ะ มาจองห้องพักในรีสอร์ตหรือเปล่าคะ”

“ที่นี่มีรีสอร์ตด้วยเหรอคะ” ที่ถามเช่นนั้นก็เพราะตั้งแต่เข้ามาอารยาไม่เห็นว่าจะมีส่วนไหนที่เป็นบ้านหรืออาคารที่คนจะพักได้ บ้านหลังเล็กๆ ที่ปลูกอยู่ในแปลงสตรอว์เบอร์รีนั่นก็ปลูกไว้เพื่อให้ทัศนียภาพของไร่สวยงามมากกว่า

“มีค่ะ อยู่ถัดจากไร่ไปแค่ห้าร้อยเมตร แต่เป็นคนละฝั่งถนนกัน วิวที่นั่นสวยมากนะคะ อากาศก็ดีไม่แพ้ที่นี่เลยค่ะ สายๆ คุณอยากมาเดินเล่นที่ไร่ก็ได้ค่ะ ตอนนี้รู้สึกจะมีบ้านว่างอยู่หนึ่งหลังพอดี” ประชาสัมพันธ์สาวแนะนำเป็นอย่างดี

“ขอบคุณนะคะ แต่ฉันไม่ได้มาเที่ยวค่ะ คือฉันมาหาคุณชัชวินน่ะค่ะ”

สีหน้าของประชาสัมพันธ์สาวที่ยิ้มแย้มอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ยังสนทนากับอารยาต่อตามมารยาทของพนักงานที่ดี

“ไม่ทราบว่านัดไว้ล่วงหน้าหรือเปล่าคะ”

“ไม่ค่ะ” อารยาส่ายหน้า

“งั้น...ดิฉันจะให้คนไปถามนายก่อนนะคะ ว่าจะให้คุณพบได้ตอนไหน”

“ทำไมคุณไม่โทร.ไปถามเลยล่ะคะ” อารยาอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมการเข้าถึงตัวชัชวินถึงได้ยุ่งยากนัก

“พนักงานระดับดิฉันไม่มีเบอร์โทร.ส่วนตัวของท่านหรอกค่ะ ถ้ายังไงคุณรอก่อนนะคะ”

ว่าแล้วประชาสัมพันธ์สาวก็ผละไปยังหน้าประตู หันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังมองหาใคร เป็นจังหวะเดียวกันกับผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินผ่านมา ทั้งสองคุยกันครู่หนึ่ง อารยาเห็นว่าหญิงสาวที่มาใหม่หันมามองเธอ ก่อนจะเดินตรงฉับๆ เข้ามาด้วยท่าทางที่ต่างกันลิบลับกับประชาสัมพันธ์สาวคนเมื่อกี้

“ได้ยินว่าเธอมาหาคุณชัชวิน” เสียงนั้นห้วนกระด้าง ไม่ได้สวยน่าฟังเหมือนหน้าตาเลยสักนิด

“ค่ะ” อารยาตอบสั้นๆ พยายามจะไม่ใส่ใจกับน้ำเสียงที่ดูไม่เป็นมิตรของอีกฝ่าย

“เธอมีธุระอะไรกับคุณชัชวิน”

“ฉันเป็นคู่หมั้นของอาชัช จำเป็นต้องมีธุระด้วยเหรอคะ”

“คู่หมั้น!” ฝ่ายนั้นอุทานเสียงสูง “ทำไมคุณชัชวินไม่เคยบอกว่ามีคู่หมั้นแล้ว”

“ก็คงจะเหมือนกับที่คุณประชาสัมพันธ์บอกเมื่อครู่นี้มังคะ ว่าเรื่องบางเรื่องของเจ้านายพนักงานระดับล่างก็ไม่จำเป็นจะต้องรู้”

อารยาไม่คิดจะพูดจาถากถางคนเช่นนั้น แต่เมื่ออีกฝ่ายไร้มารยาทกับเธอก่อน เธอก็จำเป็นต้องตอบโต้ไปตามสมควร

“เธอ!

“เอาเป็นว่าคุณจะตามอาชัชให้ฉันหรือเปล่า ถ้าไม่ฉันจะโทร.เอง” อารยาตัดบทเพราะคร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วย

“ไม่ต้อง! ฉันจะโทร.เอง ถ้าคุณชัชวินบอกว่าไม่รู้จักเธอละก็ ฉันจะให้รปภ.มาลากเธอออกไป”

“เชิญค่ะ” อารยายักไหล่และยืนกอดอกรอคล้ายไม่ได้ยี่หระ ทว่าหูยังเงี่ยฟังการสนทนาของผู้หญิงคนนั้นกับคู่หมั้นของตนอยู่เงียบๆ อย่างตั้งใจ

“คุณชัชคะ มีผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบคุณ ตอนนี้อยู่ที่ออฟฟิศประชาสัมพันธ์ด้านหน้าค่ะ เธอบอกว่าเป็นคู่หมั้นของคุณค่ะ”

เสียงนั้นแว่วเข้าหูอารยา และแม้ฝ่ายนั้นจะไม่ได้เปิดลำโพงแต่เสียงของชัชวินที่ดังตอบมาก็ดังพอที่จะทำให้เธอได้ยินการสนทนาของคนทั้งคู่

“ใคร? เขาบอกหรือเปล่าว่าชื่ออะไร”

“ไม่ทราบค่ะ เมย์ไม่ได้ถามชื่อ คุณชัชจะให้เมย์จัดการยังไงดีคะ”

“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวผมจะไปดูเอง”

การสนทนาสั้นๆ ทางโทรศัพท์จบลงแค่นั้น อารยายังคงยืนกอดอกชมนกชมไม้ในท่าเดิม ขณะที่ผู้หญิงที่แทนตัวเองว่าเมย์นั้นกลับยืนจ้องเธอตาไม่กะพริบ ส่วนประชาสัมพันธ์สาวเลี่ยงไปประจำที่เดิมของตัวเอง

ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ของรถเอสยูวีสีขาวก็แล่นใกล้เข้ามา ก่อนที่คนขับจะจอดมันที่หน้าออฟฟิศทรงโมเดิร์นนั้น ประตูรถถูกผลักพร้อมกับที่ร่างสูงก้าวลงจากรถ เดินตรงมายังบริเวณที่อารยาและเมวิกายืนอยู่

“ผู้หญิงคนนี้ไงคะคุณชัช” เมวิการีบบอกเมื่อชายหนุ่มเดินใกล้เข้ามา

“อืม” เขาพยักหน้า “มีอะไรทำก็ไปเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

เมวิกายังอยากอยู่ต่อและอยากรู้ว่าอารยาเป็นคู่หมั้นของชัชวินจริงหรือไม่ แต่ก็จำต้องผละไปตามคำสั่งของชัชวิน ใครๆ ก็รู้ว่าเวลาชัชวินโกรธน่ากลัวแค่ไหน เพราะฉะนั้นเมวิกาจึงไม่อยากเสี่ยงในตอนนี้

“อาชัชคะ” อารยาเรียกชื่อพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้เขา

“มาได้ยังไง”

เขาถามเสียงขรึมๆ ไม่ได้ทำท่าดีใจหรือยินดีเลยสักนิดที่เธอมา ตรงกันข้ามเขากลับทำหน้าตึง และเหมือนจะโกรธที่เธอมาแบบไม่บอกไม่กล่าว นั่นยิ่งทำให้อารยาหวาดระแวงเข้าไปใหญ่ว่าเขาอาจจะมีผู้หญิงอื่นซ่อนอยู่จริงๆ และอาจจะเป็นผู้หญิงคนที่เขาเพิ่งจะไล่ไปเมื่อกี้ เพราะดูเมวิกาจะออกท่าทางหวงชัชวินอยู่ไม่น้อย แล้วไหนจะที่ประชาสัมพันธ์สาวพูดว่าพนักงานระดับนั้นไม่มีเบอร์ส่วนตัวของชัชวิน หากแต่เมวิกากลับมีเบอร์โทรศัพท์ของเขา นั่นแสดงว่าคนทั้งคู่น่าจะสนิทสนมกันหรือเมวิกาก็น่าจะมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย

“เอยนั่งรถโดยสารมา”

“แล้วทำไมไม่บอกอาก่อน อาจะได้ไปรับ”

“เอยอยากมาเซอร์ไพรส์ค่ะ และก็อยากมาดูด้วยว่าอามีอะไรแอบซ่อนไว้ที่นี่หรือเปล่า” อารยาแกล้งยั่วอารมณ์และดูเหมือนว่าประโยคนั้นของเธอจะทำให้เขาหน้าตึงกว่าเดิม

“คิดว่าอามีอะไรแอบซ่อนไว้ล่ะ”

“ไม่ทราบสิคะ เอยก็พูดลอยๆ ไปอย่างนั้น”

“จะมาเพื่อจับผิดอาว่างั้นเถอะ”

“แล้วอาชัชมีอะไรให้เอยจับผิดหรือเปล่าล่ะคะ” อารยาย้อนถามอย่างไม่ลดละ ผู้หญิงหวานๆ ที่ดูเป็นคนว่านอนสอนง่ายก่อนหน้านี้ เหมือนจะเปลี่ยนเป็นคนละคนกับที่เขาเคยเห็น

“เอาละอาไม่อยากทะเลาะด้วย เอยจะมาอยู่กี่วัน แล้วพี่อัศวินกับพี่วิยะดารู้เรื่องหรือเปล่า” ชัชวินพยายามจะไม่ให้เรื่องลุกลามใหญ่โตจึงตัดบทและเลิกต่อปากต่อคำกับคู่หมั้นสาวเสียเอง

“เอยจะมาอยู่สองเดือนค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่อนุญาตแล้ว”

“งั้นก็ตามใจ แต่อาอาจจะไม่มีเวลาดูแลเท่าไหร่นะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เอยดูแลตัวเองได้”

ชัชวินไม่พูดอะไรอีก แต่ขยับไปยกกระเป๋าลากใบใหญ่ของอารยาขึ้นไปใส่หลังรถ จากนั้นก็ขยับมาโอบเอวเล็กดันเข้าไปนั่งที่เบาะหน้าคู่กับเขา ก่อนที่ร่างสูงจะอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่ง ไม่นานรถยนต์ที่ยังติดเครื่องอยู่ก็แล่นไปตามถนนที่ลาดยาวไปจนถึงบ้านซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากทางเข้าไร่พอสมควร

อารยาลงจากรถแล้วมองสำรวจความงดงามของบ้านหลังขนาดไม่ใหญ่เกินไปนั้นอย่างถูกใจ แต่เธอมีเวลาเป็นส่วนตัวไม่นาน ชัชวินก็ลงจากรถขยับเข้ามา แล้วโอบเอวเล็กพาเดินเข้าไปในบ้าน

หญิงต่างวัยสองคนออกมาต้อนรับ และต่างก็ทำหน้าสงสัยอย่างเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าเจ้านายพาผู้หญิงมาด้วย

“คุณพิไล นวล นี่อารยาคู่หมั้นของฉัน” ชัชวินเอ่ยแนะนำอารยากับคนของตน

นวลที่น่าจะอายุมากกว่าอารยาไม่กี่ปียกมือขึ้นไหว้และยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ในขณะที่พิไลแค่ก้มศีรษะให้น้อยๆ โดยที่สีหน้ายังคงเรียบเฉย

“คุณพิไลเป็นหัวหน้าแม่บ้าน ส่วนนวลเป็นผู้ช่วย” ชัชวินหันมาบอกกับอารยาบ้าง จากนั้นก็สั่งให้พิไลพาอารยาขึ้นไปที่ห้องพัก ส่วนนวลตามเจ้านายออกไปยกกระเป๋า 

อารยาเดินตามพิไลขึ้นไปยังห้องห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มากนัก ภายในห้องตกแต่งเรียบๆ ประกอบด้วยเตียงนอนขนาดหกฟุตและเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น มีประตูซึ่งเป็นกระจกใสเชื่อมไปยังระเบียงที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม สามารถมองเห็นวิวภูเขาด้านหลังได้ โดยมีม่านสองชั้นบังแสงจากภายนอก

“นี่ห้องพักของคุณ” พิไลพูดขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงเรียบๆ ฟังดูไม่ค่อยเป็นมิตรเช่นเดียวกับหน้าตา

“ค่ะ”

“ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกนวล”

หัวหน้าแม่บ้านบอกสั้นๆ แค่นั้นก็ออกไปจากห้อง คล้อยหลังพิไลไม่นานประตูห้องก็ถูกเคาะ และคนที่ผลักเข้ามาก็คือนวล ที่ถือกระเป๋าสองใบของอารยามาด้วย

“นวลเอากระเป๋ามาให้ค่ะ คุณเอยจะให้นวลจัดของเข้าตู้เสื้อผ้าให้เลยไหมคะ” นวลเรียกชื่อเล่นของอารยาอย่างถูกต้อง เพราะรู้มาจากเจ้านายตอนที่เดินออกไปยกกระเป๋าที่หลังรถของเขา

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจัดการเอง ขอบใจนะ แล้วนี่อาชัชไปไหนเสียล่ะ”

“นายเข้าไร่ไปแล้วค่ะ คงยังทำงานไม่เสร็จมั้งคะ”

คำตอบนั้นทำให้คนฟังอดน้อยใจและคิดมากไม่ได้ เขาทำเหมือนการมาของเธอเป็นเรื่องวุ่นวายและทำให้เขาเสียเวลา พอมาถึงก็ทิ้งเธอไว้กับคนรับใช้ ส่วนตัวเองก็รีบกลับเข้าไร่

“อาชัชงานยุ่งแบบนี้ทุกวันเหรอ”

“ไม่หรอกค่ะ ยุ่งเป็นบางวัน แต่ช่วงนี้วุ่นหน่อยค่ะ เพราะว่ากำลังจะตั้งโรงงานผลิตไวน์และก็เห็นกำลังจะสร้างโรงเรือนปลูกสตรอว์เบอร์รีแบบใหม่ คุณเอยอย่าน้อยใจไปเลยนะคะ ค่ำๆ นายก็คงกลับมาหาคุณเอย” นวลพูดเหมือนกับรู้ว่าตอนนี้อารยากำลังคิดอะไรอยู่

“อืม...ว่าแต่ทำไมฉันรู้สึกคนที่นี่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก”

“คุณเอยคงจะหมายถึงคุณแม่บ้านใช่ไหมคะ”

“ใช่...แล้วก็ผู้หญิงอีกคนที่ชื่อเมย์”

“ยัยเมย์ เอ๊ย...คุณเมวิกานั่นเป็นลูกสาวของคุณหัวหน้าแม่บ้านค่ะ นางสวยและก็ดูดีกว่าใครๆ ในไร่นี้เลย เพราะจบจากมหาวิทยาลัยเอกชนระดับอินเตอร์มา แต่ก็หยิ่งและวางตัวว่าเหนือกว่าทุกคน ยกเว้นเวลาอยู่ต่อหน้านาย นางจะหวานและทอดสะพานเสริมคอนกรีตให้นายมากเป็นพิเศษค่ะ แต่นายไม่เล่นด้วยค่ะ นี่คงช็อกน่าดูตอนรู้ว่านายมีคู่หมั้นแล้ว แถมยังสวยและน่ารักน่ามองกว่านางซะด้วยสิ” นวลสาธยายแบบใส่อารมณ์เสียยาวเหยียดในลักษณะของคนลืมตัว คล้ายกับนวลเองก็เคยโดนมากับตัวและเห็นกิริยาอาการของเมวิกาเช่นนั้นอยู่บ่อยๆ จึงเก็บอาการไม่อยู่ตอนที่ถูกอารยาถามแบบสะกิด

“แน่ใจเหรอนวลว่าเจ้านายของนวลไม่เล่นด้วย”

“ยิ่งกว่าแน่ค่ะคุณเอย นวลรับรองได้” นวลยืนยันหนักแน่น “คุณเอยมาอยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันค่ะ นางจะได้ลดความเยอะลงบ้าง”

“นวลนี่ก็ใช้ภาษาได้ทันสมัยเหมือนกันนะ” อารยาแซวและยิ้มขำ

“ไม่ได้สิคะคุณเอย นวลกลัวตกเทรนด์”

“แล้วนี่นวลแต่งงานหรือยัง”

“แต่งแล้วค่ะ ผัว...เอ๊ย! สามีของนวลชื่อพี่ทิวเป็นคนสนิทของนายนั่นละค่ะ”

“โอเคจ้ะ งั้นนวลมีอะไรก็ไปทำเถอะ”

“นวลอยู่ข้างล่างจนถึงทุ่มหนึ่งนะคะ คุณเอยมีอะไรก็เรียกใช้ได้เลย ส่วนตอนเช้าก็มาแต่เช้าตรู่เลยค่ะ”

“รับทราบจ้ะ ขอบใจมากนวล”

เมื่อคู่หมั้นของเจ้านายบอกว่าไม่มีอะไรจะไหว้วานแล้ว นวลก็ขอตัวลงไปทำงานของตัวเองต่อ อารยาจึงลุกขึ้นไปเปิดม่านและผลักประตูที่ระเบียงออกไปเพื่อให้แสงสว่างและลมพัดโชยเข้ามาในห้อง เพราะไม่อยากเปิดไฟเปิดแอร์ จากนั้นจึงค่อยกลับมาจัดเสื้อผ้าในกระเป๋าใส่ในตู้ด้วยความสบายใจมากขึ้น เมื่อรู้ว่าอย่างน้อยสิ่งที่ตัวเองแอบคิดระแวงก็ไม่เป็นเรื่องจริง

 

หกโมงเย็น...ประตูห้องของอารยาถูกเคาะอีกครั้ง คนที่เคาะคือนวลที่มาตามให้ลงไปรับประทานอาหารค่ำ แต่อารยาบอกปฏิเสธเพราะว่าไม่ค่อยหิว และอยากจะนอนพักผ่อนมากกว่า

อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมาเสียงเคาะก็ดังขึ้นที่หน้าประตูอีกครั้ง คราวนี้เสียงเคาะนั้นลงน้ำหนักแรง บ่งบอกว่าคนเคาะไม่ใช่นวลแน่นอน ร่างบางในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นจึงลุกจากที่นอนไปเปิดให้ และก็เห็นว่าคนที่ยืนสูงตระหง่านอยู่ตรงหน้าคือคู่หมั้นของตัวเอง

อารยาแอบใจสั่นอยู่นิดๆ เมื่อเห็นว่าตอนนี้ชัชวินเองก็อยู่ในชุดลำลองเช่นกัน เขาสวมเสื้อยืดแขนยาวคอวีสีเทา กางเกงวอร์มรัดรูป อวดรูปร่างกำยำสมส่วนจนเธอมองตาปรอย เพราะไม่เคยเห็นเขาในลุคเซ็กซี่ขนาดนี้มาก่อน

“อามีอะไรหรือเปล่าคะ” อารยาถามขึ้นก่อนเมื่อเขาขยับมายืนพิงกับวงกบประตูใกล้กับที่เธอยืนอยู่

“ทำไมไม่ลงไปทานข้าว”

“เอยไม่ค่อยหิวค่ะ เหนื่อยก็เลยอยากนอนพัก”

“โกรธอาหรือเปล่า”

จู่ๆ เขาก็ถามตรงกับที่เธอแอบรู้สึกอยู่ในตอนนี้ น้ำเสียงฟังดูงอนง้อ สายตาก็อ่อนโยนขึ้นกว่าเมื่อตอนกลางวัน

“โกรธเรื่องอะไรคะ” อารยาไม่ตอบแต่กลับย้อนถามแทน

“ก็ที่อาทำเสียงดุใส่เมื่อกลางวันและยังไม่มีเวลามาดูแลอีก”

“ก็โกรธนิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้หายแล้ว”

คราวนี้หญิงสาวตอบตามความรู้สึกของตัวเอง พร้อมกับยิ้มอวดฟันขาวสะอาดที่จัดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ตาช้อนมองใบหน้าหล่อๆ ของชัชวินอย่างอ้อนๆ ปนยั่วนิดๆ จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะดึงร่างบางเข้ามากอด

“แล้วรู้หรือเปล่าว่าทำไมอาจะต้องดุแบบนั้น”

“ไม่รู้ค่ะ อาอาจจะไม่อยากให้เอยมารู้มาเห็นอะไรบางอย่างที่นี่มั้งคะ”

สิ้นคำตอบ ร่างบางก็ถูกวงแขนแกร่งรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม จนอารยาต้องอุทานออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ประท้วงอะไร เพราะเขากอดแบบนั้นยังดีกว่าทำหน้าดุๆ ใส่

“ทำไมไม่คิดว่าอาเป็นห่วง ไม่อยากให้นั่งรถมาเองเพราะมันอันตราย และอีกอย่างอาก็ไม่ชอบถูกจับผิด”

“เอยก็แค่ค้างคาใจ”

“เรื่องอะไร”

“ก็เรื่องคืนนั้น” ตอบเสร็จอารยาก็หน้าแดง แต่ก็ยังรวบรวมความกล้าสบตากับเขาเพื่อคุยกันแบบเปิดอก

“ทำไม มีอะไรให้ค้างคาใจ” ชัชวินถามพลางเลิกคิ้วเข้มขึ้น ทว่าคราวนี้ตาหลุบมองเรียวปากอิ่มสีชมพูระเรื่อด้วยประกายตาแพรวพราวขึ้น จนอารยาไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่เปิดประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ไหนๆ มันก็เป็นเหตุผลหลักที่เธอมาที่นี่ เคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องไปเลยก็น่าจะดีกว่า

“เอยก็แค่สงสัยว่าทำไมอาชัชถึง...” ครั้นจะพูดจริงๆ ก็พูดไม่ออก ความกล้ามันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อถูกตาคมจ้องอยู่ตลอดเวลาแบบนี้

“ไม่ร่วมรักกับเอย ทั้งๆ ที่คืนนั้นเอยเปิดโอกาสให้อา” ชัชวินพูดต่อให้เสียเองราวกับรู้อยู่แล้วว่าคู่หมั้นสาวอยากพูดเรื่องอะไร

“ค่ะ...”  แม้จะอายแต่ก็ยอมรับแบบแมนๆ

“ที่มาหาอาที่นี่ก็เพราะเอยอยากร่วมรักกับอาเหรอ”

คราวนี้คนถูกถามถึงกับหน้าร้อนผ่าว แม้มันจะเป็นความจริงอยู่ส่วนหนึ่ง ทว่ามันก็ไม่ใช่ทั้งหมดเสียหน่อย ไอ้ที่เขาว่ามามันก็ใช่! แต่เธออยากรู้ด้วยว่าเขามีผู้หญิงอื่นซ่อนไว้ด้วยหรือเปล่าต่างหาก

“เอ่อ...คือเอยไม่ได้จะ...” อารยาตอบแบบอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรดีถึงจะไม่ขายหน้า เมื่อพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจึงได้แต่เบือนหน้าหนี

ชัชวินใช้นิ้วเรียวแข็งจับปลายคางมนให้หันมาและบังคับให้เงยขึ้นสบตากับเขาดังเดิม ตาคมจ้องมองทั่วใบหน้าสวยเนียนนั้นพร้อมกับไล้นิ้วไปทั่วแนวขากรรไกรเบาๆ ทำให้อารยาสะท้านไปด้วยความวาบหวามรัญจวน

“อาก็อยาก แต่มันยังไม่ถึงเวลา” เขาย้ำคำตอบเดิมเช่นเดียวกับคืนนั้น

“อาจะรอจนถึงวันแต่งงานเหรอคะ”

“สำหรับเอย อาตั้งใจจะทำแบบนั้น เพราะเอยเป็นลูกสาวของพี่อัศวินซึ่งอานับถือเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง อีกอย่างสำหรับเจ้าสาวของอา อาอยากทำให้ทุกอย่างมีความหมายและพิเศษมากที่สุด”

คำตอบของคู่หมั้นทำให้ความเคลือบแคลงสงสัยแทบจะมลายไปหมดสิ้น ความอบอุ่นอ่อนโยนที่สัมผัสได้จากคำพูดนั้นแล่นซ่านเข้ามาในหัวใจจนมันแช่มชื่นเบิกบาน และเต้นแรงด้วยความสุขอันเปี่ยมล้นทันที

ความสุขทางใจทำให้ร่างบางเบียดกายเข้าหาร่างกำยำแล้วโอบเอวเขาตอบ พร้อมกับซบหน้าลงบนอกแกร่งอย่างฝากเนื้อฝากตัวแกมออดอ้อนอ่อนหวาน

“ขอบคุณค่ะอา” เสียงหวานพูดพึมพำอยู่กับอกเขา

“อาอยากให้เอยขอบคุณอาด้วยวิธีอื่น”

“ทำไมล่ะคะ อาชัชไม่อยากให้เอยกอดเหรอ”

“เปล่า...แต่เอยเบียดอาแน่นแบบนี้ อะไรๆ ของเอยมันนุ่มไปหมด เอยไม่รู้เหรอว่าเอยกำลังปลุกอา”

ชัชวินก้มลงมากระซิบบอกเสียงพร่า ใบหน้าคมสันก้มลงประสานสายตากับนัยน์ตาสีน้ำตาลหวานฉ่ำอย่างเร่าร้อน

ตอนนั้นเองที่อารยารู้สึกว่าหน้าท้องของเธอถูกกดแนบด้วยอะไรบางอย่างที่ขยายเหยียดเกร็งขึ้นเป็นลำยาว ส่ายสะบัดกระดกสั่น จนเนื้อผ้าที่เธอและเขาสวมอยู่ไม่อาจขัดความอุ่นซ่านคึกคักของเขาได้

สาววัยยี่สิบสองวาบหวิวสยิวซ่านไปหมด เธอไม่ได้ตื่นกลัว ตรงกันข้ามกลับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ตัวเองมีอิทธิพลกับเขามากขนาดนั้น แต่ชัชวินก็เพิ่งบอกความตั้งใจของเขา ดังนั้นหญิงสาวจึงค่อยๆ ดันตัวเองออกห่าง ละมือจากเอวหนา แต่เลื่อนมันขึ้นไปยังไหล่ของเขา ก่อนจะตวัดกอดรอบคอแกร่งและโน้มหน้าเขาลงมา

“งั้นเอยขอบคุณแบบนี้ก็ได้ค่ะ”

กลีบปากนุ่มนิ่มจรดแนบกับริมฝีปากหยัก ชัชวินเผยอปากรับแต่ไม่ได้จูบตอบคล้ายกับว่าอยากให้เธอเป็นฝ่ายแสดงฝีมือเอง

ความหวานของลิ้นนุ่มที่กวาดไล้ไปทั่วโพรงปากทำให้ลิ้นหนายอมจูบตอบในที่สุด เมื่อไฟเสน่หาจุดติด ความร้อนแรงของรสจุมพิตก็มากขึ้นเป็นเท่าทวี มือเรียวเล็กลูบไล้ไปมาบนไหล่แกร่ง ขณะที่ฝ่ามือสากๆ ซึ่งกอดเกี่ยวอยู่บนเอวเล็กขยับต่ำลงมาเกาะกุมสะโพกผายกลมกลึงของเธอที่แสนจะหนั่นแน่นสู้สัมผัสจากมือ แล้วบีบขยำเป็นจังหวะอันชวนซ่านสยิว

สันจมูกโด่งคมของชายหนุ่มกระทบกับจมูกเรียวรั้นตามจังหวะการเอียงรุกรับของสองปาก บรรยากาศบนชั้นสองของบ้านตอนนี้เงียบกริบ มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่และเสียงริมฝีปากเสียงลิ้นที่เบียดบดกันไปมาอย่างเร่าร้อนเท่านั้น

“ขอโทษค่ะ”

เสียงเสียงนั้นที่ดังขึ้น ทำให้อุณหภูมิของรสเสน่หาที่กำลังร้อนแรงขึ้นตามลำดับต้องสะดุดลง ชัชวินดันร่างบางออกจากอ้อมแขนเบาๆ และหันไปมองยังต้นเสียงซึ่งเป็นหัวหน้าแม่บ้านนั่นเอง

“มีอะไรหรือเปล่าคุณพิไล”

เขาถามเหมือนกับตัวเองไม่ได้ทำอะไรน่าอับอายต่อหน้าคนอื่น ในขณะที่อารยาหน้าแดงระเรื่อ ปากคอยังคงสั่นระริกด้วยความวาบหวามที่จู่ๆ ก็สะดุดลงเพราะมีคนเข้ามาขัดจังหวะ

“ดิฉันจะขึ้นมาบอกว่า ยัยเมย์ฝากเอกสารที่คุณชัชวินอยากได้มาให้ค่ะ ดิฉันเอาไปวางไว้ให้ในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว”

“โอเค...ขอบคุณมาก”

“งั้นดิฉันขอตัวนะคะ”

พิไลลงบันไดไป ท่ามกลางการถอนหายใจเบาๆ ของสองหนุ่มสาว ชัชวินหันมาสนใจคู่หมั้นของตัวเองอีกครั้ง

“เอยเข้านอนได้แล้ว อากวนแค่นี้ละ” เขาบอกเสียงนุ่ม ตามองอย่างอ่อนโยน แต่ไม่ได้ดึงร่างของเธอเข้าไปกอดอีก

“ค่ะ พรุ่งนี้เช้าเจอกันนะคะ”

“ฝันดีนะ”

ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม มือเชยคางมนขึ้น และก้มลงจูบเบาๆ บนหน้าผากมน แล้วผละห่างกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง

อารยามองตามก่อนจะเข้าห้องบ้าง ร่างบางยืนพิงประตูและยิ้มคนเดียวอยู่เป็นนาน ก่อนจะพาตัวเองไปนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ ที่นี่กลางคืนอากาศค่อนข้างหนาว แต่ความหนาของผ้าห่มผืนนั้นก็ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ทว่ามันคงจะอุ่นไม่เท่ากับไออุ่นของร่างใหญ่กำยำที่เธอเพิ่งจะได้กอดเมื่อครู่นี้

อารยาหลับไปคนเดียวบนเตียงกว้างหลังจากนั้น แต่สักวันหลังจากแต่งงานแล้ว เธอคงจะได้หลับอย่างอบอุ่นและเป็นสุขในอ้อมอกอันแข็งแรงของชัชวิน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"“ชัชวินและอารยา” หนุ่มใหญ่วัยย่างสี่สิบกับสาวที่เพิ่งจะพ้นวัยมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ จุดเริ่มต้นของทั้งคู่ไม่ได้มาจากใจสองดวงที่ตรงกัน แต่เกิดจาก “หนี้” แต่ทว่าหนี้ที่ว่านั้นกลับนำพาทั้งคู่ไปสัมผัสกับ ความหวานที่ผสมผสานไปด้วยความเร่าร้อนดูดดื่มของ “รสรักอันสุดแสนหวาน”"

เทียนธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha