รสรักล่าสวาท (จบแล้ว)

โดย: อรุณรัศมี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : นายพรานเตรียมตะครุบเหยื่อ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่5

นายพรานเตรียมตะครุบเหยื่อ

 

เลวงั้นเหรอ ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรเธอก็ด่าว่าฉันเลว ถ้าเกิดฉันนึกครึ้มอยากทำขึ้นมาจริง ๆ เกรงว่าเธอจะรับไม่ไหวน่ะสิ ฟองซัวล์คลี่ยิ้มเล็กน้อยพลางพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ดวงตาคมตวัดมองคนตรงหน้าอย่างเจ้าเล่ห์ ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับตาโตแทบไม่เชื่อหูว่าคนเย็นชาอย่างเขาจะสามารถพูดจาหยอกเย้าแบบนี้กับคนอื่นเขาเป็นด้วย แต่ว่าถึงจะอย่างนั้นประโยคที่เขาพูดก็ฟังดูไม่น่าไว้ใจ ชาลิตาที่หมดหนทางสู้พยายามตั้งสติอีกครั้ง ในเมื่อหนีตอนนี้ไม่ได้ก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน...มนุษย์น้ำแข็งที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแถมยังชอบวางอำนาจและเป็นจอมเผด็จการ เธอจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นที่นี่ ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด

ฉันอยากกลับบ้าน

หือ กลับบ้าน? ฉันคงทนรอถึงตอนนั้นไม่ไหวหรอก มันนานเกินไป ฟองซัวล์ขมวดคิ้วแน่นพลางทำสีหน้าจริงจริง เขาไม่ได้เสแสร้งแต่มันคือความจริง ถึงเขาจะมีอารมณ์ยั่วหยอกอีกคน แต่ถ้าให้เขารอจนถึงป่านนั้น มีหวังร่างกายเขาคงได้ระเบิดเป็นจุณไปเสียก่อน แล้วเพื่อเป็นการยืนยันคำพูด ฟองซัวล์ก็รีบเบียดกายเข้าหาแทรกขาตัวเองเข้าระหว่างขาอีกคนจงใจแนบชิดส่วนล่างของเขาเข้ากับหน้าท้องไร้ไขมันเปลือยเปล่า จนอีกฝ่ายสะดุ้งตาแทบถลนกลั้นหายใจไปชั่วขณะ

มันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาย้ำเสียงหนักอีกรอบหวังให้เธอเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้น

ดูเหมือนว่าจะได้ผล เพราะทันทีที่เขาพูดจบ คนหน้าสวยก็ตวัดตาคมเข้าเชือดเฉือนด้วยใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาวูบไหวคล้ายมีคลื่นอารมณ์บางอย่างไหลเวียนอยู่ นี่ก็บอกได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขา แล้วทำไมถึงต้องทรมานตัวเอง

อย่าใจร้ายกับฉันนักเลย เธอก็รู้ว่าฉันต้องการเธอ

ฉันไม่รู้...” ชาลิตาได้แต่เม้มปากแน่นเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก มือเรียวยันเข้ากับอกแกร่งไม่ให้เบียดชิดเข้ามามากกว่านี้ แต่แรงเธอจะไปสู้แรงเขาได้อย่างไร ทันทีที่เรือนกายร้อนผ่าวของเขาสัมผัสกับเรือนกายเปลือยเปล่าของเธอ ขนอ่อนในกายก็ลุกชันรู้สึกวาบหวามไปหมดทั้งตัว ท้องน้อยขมวดเกร็งแน่นบิดเป็นเกลียวคลื่นบางอย่างที่ทำให้เธอแทบคลุ้มคลั่ง อยากจะหนีหายไปเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็ไม่อาจทำได้ เธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ไม่ชอบเลยจริง ๆ

ที่ฉันยอมคุณไม่ใช่เพราะชอบที่คุณทำแบบนี้กับฉัน คุณก็รู้ว่าตัวเองบีบบังคับฉัน จนฉันไม่มีทางเลือก ขอร้องล่ะ ฉันอยากกลับบ้านจริง ๆ นัยน์ตาสีนิลแวววาวพยายามอ้อนวอนขอร้องเขา ฟองซัวล์นิ่งเงียบไปพักใหญ่ หัวคิ้วขมวดชนกันอย่างใช้ความคิด แก่นกายเขามันปวดหนึบเต้นเร่า ๆ ร่ำอยากจะออกมาข้างนอก อยากจะฝากฝั่งในกายเธอ อยากปลดปล่อยความทรมาน อยากเริงรักกับเธอ ทำไมแม่เสือสาวถึงไม่ยอมเข้าใจอะไรบ้าง ใช่ว่าเขาอยากใจร้าย แต่ร่างกายเขามันรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

รักเสร็จค่อยง้อแล้วกัน

ชาลิตาที่ยืนลุ้นด้วยใจระทึกอยู่นาน พอเห็นอีกฝ่ายขยับตัวถอยห่างก็ถึงกับโล่งใจ แต่แล้วจู่ ๆ คนที่เธอคิดว่าเลิกราไปแล้วก็ขยับกายเข้ามาใหม่ อาศัยช่วงจังหวะที่เธอตกใจประกบริมฝีปากลงมาบนเรียวปากนุ่มบดจูบดูดดื่มอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอพยายามขัดขืนไม่คล้อยตามไม่ตอบสนอง แต่เขาก็มีชั้นเชิงมากกว่าหลอกล่อและไล่ต้อนให้เธอจนมุม เธอตอบรับสัมผัสจากเขาไม่อาจขัดขืนอะไรได้เลยสักอย่าง เรียวลิ้นสากซอกซอนเข้ามาด้านในตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กดูดดึงเล่นลิ้มชิมความหวานไม่รู้เบื่อ ร่างเพรียวสั่นสะท้านไหวแอบอิงร่างเข้าหากายแกร่ง ฟองซัวล์ไม่รั้งรอตระกองกอดแน่นแนบอก มือหนาอ้อมไปรั้งท้ายทายอีกคนให้แหงนเงยรับสัมผัสหนักหน่วง

“อื้อ...” เสียงหวานครางหือในลำคอ ก่อนที่สองมือจะโน้มลำคอของอีกคนบดเบียดกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว สัมผัสอ่อนนุ่มทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ ในใจอุ่นวาบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อริมฝีปากหนาผละออก เธอก็หอบหายใจอยู่กับซอกคอของเขารับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างพวงแก้ม

ฟองซัวล์แกล้งปัดริมฝีปากผ่านแก้มนุ่มส่งผลให้คนในอ้อมแขนถึงกับสะดุ้งตัวสั่นขึ้นมาทันที มือหนายกขึ้นกอบกุมทรวงอกอิ่มเคล้าคลึงแผ่วเบาปลุกปั่นอารมณ์อีกคน เสียงหวานหลุดครางผะแผ่วพลางแหงนหน้าขึ้นหอบครางไม่หยุด ดวงตาคู่สวยปรือปรอยแวววาวต้องแสงไฟด้านบนดูงดงามราวกับภาพวาด ทำเอาคนมองถึงกับตาพร่าความปรารถนาพุ่งขึ้นอีกเท่าตัว

อือ...แฮ่ก ฉัน...” ชาลิตากัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมเปิดปากร้องขออีกฝ่าย แม้ว่าตอนนี้จะทรมานเหลือเกิน ร่างกายเธอร้อนไปหมด อยากได้รับการเติมเต็มจากเขา เธอรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและเขาเองก็ต้องการเช่นกัน แต่ถ้าพูดออกไปเธอจะกลายเป็นคนใจง่ายหรือเปล่า แค่ตอนนี้เธอก็แทบไม่เหลืออะไรให้ภาคภูมิใจแล้ว เธอกำลังกลายเป็นของเล่นให้พวกคนรวยย่ำยี

อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันบอกแล้วไงว่าให้รอจนกว่าฉันจะแน่ใจ แล้วฉันจะบอกเธอเองว่าเธออยู่ในฐานะอะไรและมีความสำคัญกับฉันแค่ไหน อย่าร้องนะฉันปลอบใครไม่เป็น

ฟองซัวล์ทำหน้าไม่ถูก เขารู้แต่ว่าน้ำเสียงสั่นเครือของอีกคนกำลังทำให้หัวใจของเขาอ่อนยวบ เขาก้มลงจูบแก้มนวลเบา ๆ ก่อนจะลากไปที่ใบหูกระซิบบอกคำหวานที่ชาตินี้ไม่เคยคิดจะทำกับหญิงคนไหน แต่สำหรับเธอ เขาทำได้ทุกอย่าง

ที่รัก...อย่ากลัวเลยนะ ฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บ อย่ากลัวฉัน แค่เปิดรับฉันก็พอ แล้วทุกอย่างจะดีเอง

ฉันไม่ได้กลัว ในเมื่อคุณอยากนักจะมัวรออะไรอยู่ล่ะ เสียงห้าวหวานประชดกลับมากลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง อีกนัยหนึ่งก็คล้ายกับเย้ยหยันตัวเองที่ทำตัวเป็นคนใจง่ายยินยอมให้เขาย่ำยี แล้วก็อีกนั่นแหละอีกฝ่ายมักจะรู้ทันความคิดเธอเสมอ

หึ นั่นสินะมัวรออะไร...”

ทันทีที่พูดจบ ฟองซัวล์ก็ไม่รอช้ารีบประกบริมฝีปากลงไปใหม่ สองมือลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างบาง มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเพราะความต้องการที่พุ่งสูงเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับชาลิตาที่สะบัดร้อนสะบัดหนาวหลุดเสียงครางกระเส่าทุกครั้งที่ถูกมือหนาสัมผัสแตะต้อง ยอดอกอิ่มเครียดคัดปริเปล่งยั่วยวนตา กลิ่นกายสาวหอมรัญจวนใจลอยเตะปลายจมูก จนเขาอดใจไม่ไหวก้มลงไปสูดกลิ่นหอมเข้าสู่ปอด จมูกโด่งสันซุกไซ้ซอกคอขาวไปมาดูดเม้มสร้างรอยแดงไปทั่วอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

อื้อ...อึก ฉันอึดอัด...” เธอครวญเสียงพร่า ขณะที่สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก สองมือยกขึ้นทาบกับอกแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มตัวบาง สัมผัสได้ถึงความแน่นหนั่นกำยำน่าลูบไล้ร้อนระอุเหมือนยืนอยู่บนกองไฟ เธอชักไม่แปลกใจแล้วสิว่าทำไมสาว ๆ ถึงได้หลงใหลเขานัก ถึงจะไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เธอก็เคยเห็นเขาตามปกนิตยสารหนุ่มฮอตที่น่ากอดที่สุดในกรุงปารีส ซึ่งเขาครองตำแหน่งนี้มายาวนานถึงสามปีซ้อน!

ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากขึ้นเตียงกับเขา ไม่เคยมีใครปฏิเสธที่จะนอนกับเขาชั่วข้ามคืน ขอเพียงให้ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาเพียงชั่วครู่ ผู้หญิงพวกนั้นก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่เขา บำเรอร่างกายตัวเองให้เขาเสพสมใจ เธอเองก็ไม่ต่างจากผู้หญิงพวกนั้นในเวลานี้เลย

เป็นอะไรไป ทำไมจู่ ๆ ถึงเงียบไปล่ะ กำลังคิดอะไรอยู่" เสียงลมหายใจถูกระบายออกมายืดยาวอย่างไม่สบอารมณ์ หัวคิ้วขมวดมุ่นคล้ายกับไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายเอาแต่คิดถึงเรื่องอื่นแทนที่จะสนใจเขาเพียงคนเดียว แต่เขาก็ต้องข่มอารมณ์เอาไว้ไม่คิดตวาดใส่เธอ ปกติถ้าเป็นคนอื่นเขาคงไม่ใจเย็นได้ขนาดนี้ แม่สาวช่างยั่วถือเป็นข้อยกเว้น ถ้าเป็นไปได้ เขาไม่อยากชวนเธอทะเลาะหรอก

ว่าไง ทำไมถึงเงียบไป ไม่ถามเปล่า แต่นิ้วร้อนยังปัดผ่านยอดอกชูชันเร็ว ๆ ทำเอาคนใจลอยถึงกับได้สติครางเสียงสั่นอย่างไม่ตั้งใจ

อ๊ะ คุณ...”

มัวใจลอยไปถึงไหน ถึงลืมไปว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

ฉัน...แค่อยากกลับบ้าน ฉันเป็นห่วงน้องสาว สาไม่ค่อยสบาย แล้วอีกอย่างที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่ นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย ฉันกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับสา ดวงตาคู่สวยหลบวูบไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังโกหก แต่เขาก็เลือกที่จะปล่อย ความคิดหนึ่งสว่างวาบเข้ามาในหัว ก่อนที่เขาจะพูดออกไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก ขณะที่ดวงตาคมกริบฉายแววเข้มข้นขึ้น

“แทนตัวเองว่าตาก่อนสิ แล้วฉันจะยอมปล่อยให้กลับบ้าน เสียงทุ้มกระเซ้าอย่างรักใคร่รู้สึกชอบใจกับท่าทางออดอ้อนที่อีกฝ่ายทำโดยไม่รู้ตัว ร่างเพรียวซุกเข้ากับอกแกร่ง ส่วนวงแขนก็กอดอยู่กับเอวหนา ท่าทางไม่ต่างจากลูกแมวน้อย แต่สำหรับเขายังไงก็เป็นแม่เสืออยู่ดี

เอ่อ...ฉัน ชาลิตารู้สึกเคอะเขินอย่างไรบอกไม่ถูก เหมือนเสียงมันติดอยู่ที่ลำคอ อยากจะพูดแต่ก็ไม่มีเสียง

ไม่ทำตามหรือ หืม แปลว่าไม่อยากกลับบ้าน

ไม่ ๆ ตาอยากกลับบ้าน เธอรีบส่ายหน้าแรง ๆ พลางตอบกลับเสียงดัง

มีคำว่าค่ะต่อท้ายด้วย ฉันอายุสามสิบห้าปี ส่วนเธอแค่ยี่สิบห้าปี ห่างกันเป็นสิบปี อย่างไรเธอก็ยังเป็นเด็ก ต้องรู้จักเคารพผู้ใหญ่รู้ไหม

ทำไมเธอต้องทำแบบนั้นด้วย ในเมื่อเธอไม่ได้เคารพเขา เขามีอะไรให้น่าเคารพกัน นอกจากจะเผด็จการ แล้วยังชอบวางอำนาจ ทั้งชอบออกคำสั่งและข่มขู่เธอสารพัดราวกับเธอเป็นลูกน้องและเขาเป็นเจ้านาย แต่หากไม่ยอมพูดแบบนั้น มีหวังเธอคงได้ถูกเขาจับกินที่นี่เป็นแน่

ตาอยากกลับบ้านค่ะ นะคะ

ครับ กลับก็กลับ ครั้งนี้ฉันยอมให้ก็ได้ แต่ครั้งหน้าตาไม่รอดแน่ ด้วยความน่ารักบวกกับน่าฟัดของแม่เสือ นายพรานใจดีเลยจัดการหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่ทั้งซ้ายและขวา ก่อนจะผละออกเดินไปก้มลงหยิบเสื้อกล้ามกับบราเซียร์ที่ตัวเองเป็นคนถอดออกเดินกลับมาหาคนที่กำลังยืนเขินหน้าแดงยกมือขึ้นปกปิดร่างกายตน

จะทำอะไรน่ะ เอ่อ...คะ คนหน้าสวยตื่นตระหนก เมื่อร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมกับของในมือ แต่แทนที่จะยื่นให้เขากลับจัดการดึงแขนเธอให้กางออกแล้วชูขึ้นเหนือศีรษะ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี แต่เขากลับไม่อนุญาต นอกจากจะไม่ตอบแล้วยังจับยัดเสื้อกล้ามใส่สองแขนสวมผ่านศีรษะโดยไม่คิดสวมบราเซียร์ให้ เธอได้แต่อ้าปากค้าง อยากจะถามก็ไม่กล้า ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมสวมมันให้เธอ

ริมฝีปากหนากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาสีฟ้าเข้มพราวระยับฉายแสงเพียงครู่ก็กลับมาสงบเยือกเย็นดังเดิม มือหนาจัดการยัดบราเซียร์ตัวจ้อยใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะถอดสูทตัวหนาสวมให้กับอีกคนค่อย ๆ ไล่ติดกระดุมให้ทีละเม็ดจนครบ แล้วจึงถอยห่างมองดูผลงานตัวเองอย่างพึงพอใจ ไม่น่าเชื่อว่าขนาดตัวเขากับเธอจะต่างกันมากขนาดนี้ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกหวงแหน จนอยากจะจับเธอกักขังเอาไว้แต่ในห้องไม่ยอมให้ใครได้เห็นอีกเลย แม้แต่เงาก็ห้าม แค่คิดว่าจะมีใครได้เห็นแม่เสือของเขาในยามนี้ เขาก็หงุดหงิดแล้ว นับวันเขาก็ชักจะโรคจิตขึ้นไปทุกที แต่มันก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อเธอสวยเซ็กซี่ น่าขย้ำมากขนาดนี้

แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ ไม่รอให้เธอตอบรับหรือปฏิเสธ มือหนาก็ฉวยมือบางกุมแน่นจับจูงให้เดินออกไปด้วยกัน แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว มือบางก็กระตุกเป็นเชิงบอกให้เขาหยุด ฟองซัวล์หันกลับไปมองคนด้านหลังที่กำลังก้มลงไปหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาจากพื้น ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองคนที่มองอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะแข็งทื่อเหมือนถูกสาป หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวยามถูกสายตาร้อนแรงของอีกคนจ้องมองราวกับจะกลืนกิน

ไปกันเถอะ

ชาลิตาทำเพียงแค่ก้มหน้าเดินตามอีกคนออกไป สายตาของเธอลดลงมองไปยังมือที่ถูกกุมไว้แน่นเหมือนกับกลัวว่าถ้าจับไว้เบา ๆ เธอจะหายไป อยากรู้จริง ๆ ว่าเขาเคยกุมมือใครแบบนี้บ้างหรือเปล่า มีใครได้รับการดูแลเอาใจใส่เหมือนกับเธอบ้างไหม แล้วหลังจากนี้ล่ะเขาจะไปทำแบบนี้ใครอีกบ้าง? แค่คิดถึงตรงนี้เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหายใจไม่ออก เธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยจริง ๆ

ในขณะที่ชาลิตากำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จู่ ๆ ร่างสูงที่เดินอยู่ด้านหน้าก็หยุดเดินกะทันหันทำให้ร่างเพรียวที่เดินตามชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง เพราะไม่ทันระวังตัวเธอเลยเซถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ สองมือยกขึ้นไขว่คว้ากลางอากาศ ในขณะที่เธอกำลังจะหงายหลังล้มลงกับพื้น มือหนาของใครบางคนก็ฉุดเข้าที่มือบางออกแรงกระชากร่างเพรียวเข้าหาตัว ยังไม่ทันได้หายตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างทั้งร่างก็ถูกช้อนขึ้นอุ้มในวงแขนแข็งแรง ชาลิตาถลึงตามองอีกฝ่าย สีหน้าและแววตาของคนร่างสูงยังคงเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก เขาก้าวพรวด ๆ เดินขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนที่ประตูจะถูกเคลื่อนปิดจนสนิท เพียงไม่นานรถหรูเงางามก็เคลื่อนตัวออกไปทันที

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันรวดเร็ว จนชาลิตาที่เพิ่งหลุดจากภวังค์ถึงกับมึนงง ตอนแรกที่เธอชนเข้ากับร่างสูงจนเกือบจะล้มก็ได้เขานี่แหละกระชากร่างให้กลับมายืนทรงตัวได้ แต่ใครจะคิดว่าเขาจะอาสาอุ้มเธอพาขึ้นรถเฉยเลย แล้วตอนนี้เธอก็กำลังนั่งอยู่บนตักแกร่งทับขาทั้งสองข้างของเขาโดยที่ใบหน้าหันออกไปทางหน้าต่าง เธอกะพริบตาปริบ ๆ รีบจูนสมองตัวเองให้กลับมาใช้งานได้เป็นปกติ หลังจากที่ถูกเขาปลุกเร้าอารมณ์สั่นประสาทไปเกือบครึ่งชั่วโมง

เมื่อกี้คิดอะไรอยู่ เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเสียบเรียบ สีหน้าไม่ระบุอารมณ์ของเขาทำให้เธอคาดเดาไม่ถูกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ชาลิตาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนจะตอบเสียงเบา

คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยค่ะ ไม่มีอะไรสำคัญ

รู้ไหมว่าเธอเป็นคนที่โกหกไม่เก่งเอาเสียเลย จะหลอกฉันก็ควรทำให้มันแนบเนียนกว่านี้หน่อยสิ

ตาไม่ได้โกหก ถ้าคุณไม่เชื่อก็เรื่องของคุณเถอะ น้ำเสียงแง่งอนและท่าทางกระเง้ากระงอดของแม่เสือสาวทำให้ฟองซัวล์อดที่จะคลี่ยิ้มไม่ได้ เขาก้มลงหอมแก้มนุ่มเบา ๆ สัมผัสเพียงเล็กน้อยทำให้ชาลิตาถึงกับสะดุ้งหันกลับมามองสบตากับคนร่างสูงทันที

หลับเถอะ ถึงบ้านแล้วฉันจะปลุก

แต่ว่า...ตายังไม่ง่วง

อย่าดื้อ นอนได้แล้ว เสียงเข้มกับสีหน้าดุ ๆ ของอีกฝ่าย ทำให้ชาลิตาถึงกับเบ้ปาก โดยไม่ทันระวังก็ถูกนายพรานจอมเผด็จการฉกวูบที่ริมฝีปาก ก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็ว

คุณ!”

หลับ เดี๋ยวนี้...”

“...”

พอเห็นสีหน้าของเขาดูไม่ดีสักเท่าไหร่ ชาลิตาก็เลยไม่อยากเซ้าซี้ให้รำคาญใจ เธอผ่อนร่างเข้าพิงแผงอกแกร่งของเขา โดยที่มือหนาดันศีรษะเล็ก ๆ ให้ซบกับบ่าจัดแจงท่านอนให้สบายขึ้น ก่อนจะกล่อมแม่สาวจอมยั่วด้วยการลูบไล้ผมไปมา จนกระทั่งชาลิตาฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้งไม่ไหวจึงยอมหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

เพราะความอ่อนเพลียทำให้คนในอ้อมแขนหลับสนิท จนไม่ได้ยินเสียงบนสนทนาของคนในรถ ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของฟองซัวล์ดุร้ายขึ้น ดวงตาคมฉายแววเย็นชาจนดูน่ากลัว รังสีไอเย็นแผ่กระจายโดยรอบด้วยความรู้สึกบางอย่าง สีหน้าของเขาแม้จะคงความเรียบเฉย แต่ในใจกลับมีเปลวไฟโหมกระพือขึ้นด้วยความคั่งแค้นที่สะสมไว้เป็นเวลานาน

เจ้านายจะทำอย่างไรต่อไปครับ ตอนนี้พวกมันกลับมาแล้ว ผมเกรงว่าพวกมันอาจจะมีแผนอะไรสักอย่างมาเพื่อเล่นงานพวกเรา

รอดูสถานการณ์ไปก่อน ถ้าพวกมันยังไม่เริ่มก็อย่าทำตัวกระโตกกระตากให้พวกมันไหวตัวทัน ตอนนี้การเจรจาไปถึงไหนแล้ว เสียงทุ้มกดต่ำลงทุกขณะคล้ายกับอารมณ์จะระเบิดได้ทุกเมื่อ หากเขาไม่อยากทนมัน น้ำเสียงแบบนั้นเรียกให้คนฟังรู้สึกขนลุกหวาดกลัวขึ้นมาทันที แต่ด้วยภาระหน้าที่และได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทำให้พวกเขาไม่ได้แสดงสีหน้าหวาดหวั่นออกมา มีเพียงแววตาที่ไหววูบและลอบกลืนน้ำลายลงคอเท่านั้น ยกเว้นอีริคและจอห์น มือซ้ายและมือขวาของเจ้านายเท่านั้นที่ยังคงมีสีหน้าราบเรียบได้ทั้งที่ถูกรังสีไอเย็นสาดซัดใส่

ทุกอย่างกำลังดำเนินการไปได้ด้วยดีครับ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรตามมาอีก นอกเสียจากว่า...” อีริคเป็นคนตอบพลางสบตากับเจ้านายผ่านกระจกด้านหน้า ดวงตาสีฟ้าเข้มลึกล้ำดูดกลืนให้ผู้ที่มองสบถูกฉุดลงไปใต้ท้องสมุทรที่กำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่อยู่ในนั้น เสียงของเขาเงียบหายไปพลางลากสายตาไปมองหญิงสาวของเจ้านายแทนเป็นเชิงบอกถึงสิ่งที่เขากำลังกลัว ฟองซัวล์รู้ดีว่าลูกน้องคนสนิทหมายถึงอะไร แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นมันเกิดขึ้นเด็ดขาด

จับตาดูการเคลื่อนไหวของคู่ค้าธุรกิจรายใหม่ไว้ให้ดี ไม่แน่ว่าหนึ่งในคู่ค้ารายใหม่อาจมีใครสมคบคิดกับพวกมันก็ได้ ถ้าเห็นท่าทางใครมีพิรุธก็ให้ตรวจสอบประวัติทันที อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด ถึงพวกเราจะไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่ถ้าพวกมันคิดจะเล่นงานก็คงหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้ ฉันไม่อยากให้ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานแปดเปื้อนเพราะพวกมัน”

“ครับนาย แล้วคุณชาลิตาล่ะครับ การที่พวกมันสะกดรอยตามเจ้านายถึงมาที่นี่ แล้วดันมาเห็นตอนเจ้านายอยู่กับเธอ แบบนี้คุณชาลิตาจะแย่เอานะครับ พวกมันอาจจะคิดแผนการมาเล่นงานเธอก็ได้

ฉันรู้แล้ว ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องผู้หญิงของฉัน มันต้องไม่ตายดี น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมหลุดมาจากผู้เป็นนาย นัยน์ตาสีฟ้าเข้มสว่างวาบเปล่งประกายเหี้ยมโหดให้ได้เห็นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะก้มลงมองคนหลับด้วยแววตาอ่อนโยนราวกับเป็นคนละคน มือหนายกขึ้นลูบเส้นผมนุ่มไปมา สักพักก็ลากขึ้นไปสบกับลูกน้องคนสนิทส่งความนัยบางอย่างให้อีกคน อีริคและจอห์นไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกก็เข้าใจผู้เป็นนาย เจ้านายคงรู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้มากถึงได้เป็นห่วงความปลอดภัยของ ส่งสายตาบอกให้พวกเขาส่งคนมาคุ้มครองดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ให้คลาดสายตา

เมื่อรถเคลื่อนมาจอดสนิทอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังเล็กชั้นเดี่ยวที่กะทัดรัดใหญ่ไม่ถึงหนึ่งในสามส่วนของคฤหาสน์เขาด้วยซ้ำ ตัวบ้านทาไว้ด้วยสีขาวอ่อน ประตูรั้วไม้ด้านหน้าทาทับด้วยสีน้ำตาลเข้ม ด้านหน้าเป็นส่วนหย่อมขนาดเล็ก ๆ มีไม้ประดับแขวนไว้ตามราวไม้และปลูกดอกกุหลาบขาวเกือบเต็มพื้นที่ เว้นช่องทางเดินตรงกลางเอาไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ฟองซัวล์ไม่คิดจะปลุกอีกคน ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก เขาก็จัดการอุ้มร่างเพรียวไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะก้าวลงไปยืนกับพื้นพลางส่งกระเป๋าเป้ให้ลูกน้องเอาไปค้นหากุญแจบ้านอย่างถือวิสาสะ ในระหว่างรอดวงตาคมก็เคลื่อนไปมองใบหน้ายามหลับของอีกคน ดวงตาพริ้มหลับอย่างเป็นสุข มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้ม แพขนตายาว จมูกโด่งรั้น พวงแก้มนุ่มสีเรื่อที่เขาหอมไปหลายฟอดและริมฝีปากอิ่มเต็มที่ถูกเขาจูบฟัดอยู่หลายครั้งจนบวมช้ำ เขายอมรับว่าชาลิตาเป็นผู้หญิงแปลก เธอไม่เหมือนใคร ครั้งแรกที่ได้เจอเธอ เขาก็ไม่อาจละสายตาไปไหนได้คล้ายกับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่พาตัวเขาให้อยากเข้าใกล้เธอ แถมร่างกายยังตื่นเพลิดเกิดปฏิกิริยารุนแรงทันทีที่ได้เห็น

เธอไม่ใช่ผู้หญิงในสเป๊กของเขา เธอไม่ได้มีชาติตระกูลดีฐานะร่ำรวยอะไร ไม่สามารถเกื้อหนุนทางธุรกิจของเขาได้ นิสัยก็ไม่หวาน ไม่ขี้เอาอกเอาใจเหมือนผู้หญิงอื่น ไม่ห่วงสวย ไม่งี่เง่า ไม่เรียกร้องความรับผิดชอบ เธอเขินอายอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ในยามปกติจะดูเย็นชาห้าวหาญ แต่ในยามที่ตกอยู่ในห้วงพิศวาสกลับน่ารักน่าใคร่ไร้เดียงสาเสียจนเขาอยากขย้ำแล้วขย้ำอีกแล้วจับกลืนกินลงท้อง ยิ่งได้อยู่ใกล้ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอน่าค้นหา น่าสัมผัสไปเสียหมด

เธอเปรียบเสมือนอาหารอันโอชะที่หากวันไหนเขาไม่ได้ลิ้มรสชาติหวานล่ำและเผ็ดร้อน เขาจะรู้สึกทรมานและคลุ้มคลั่งแทบขาดใจ

ลูกน้องกว่าสิบคนมองไปยังเจ้านายตัวเองที่ยืนคลี่ยิ้มเล็กน้อย ดวงตาทอแสงอ่อนลงยามมองหญิงสาวในอ้อมแขน ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นเมือสิบปีก่อน พวกเขาก็ยังไม่เคยเห็นเจ้านายสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย ยิ่งจะแสดงท่าทีอ่อนโยนเหมือนในตอนนี้ ยิ่งไม่มีให้เห็น ผู้หญิงคนนี้อาจจะมาทำให้หัวใจที่ด้านชาไร้ความรู้สึกของเจ้านายให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง บางทีพวกเขาก็ไม่เข้าใจ เจ้านายทำเหมือนชินชา แต่ในบางครั้งแววตาก็ฉายแววเศร้ามาแวบหนึ่ง แต่ไม่นานก็หายไป ไม่แน่ว่าอาจจะยังลืมรักครั้งเก่าไม่ได้ รักแรกที่เจ้านายทุ่มเททั้งหัวใจแต่กลับถูกผู้หญิงคนนั้นย่ำยีหลอกใช้เพื่อล้วงความลับไปให้ศัตรู!

พวกเขาก็ได้แต่หวังว่าผู้หญิงคนนี้จะสามารถเข้ามานั่งอยู่เต็มพื้นที่ของหัวใจ สามารถกุมหัวใจของราชาน้ำแข็ง มาเปลี่ยนแปลงคฤหาสน์เอดิซาให้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง พวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่าเธอเหมาะสมกับตำแหน่งมาดามเอดิซามากที่สุด พวกเขาอยากให้เธอมาเป็นนายหญิงของพวกเขาจริง ๆ

เมื่อประตูถูกเปิดออก ร่างสูงก็ก้าวเข้าไปพาร่างของตัวเองกับสาวน้อยเดินเข้าไปยังด้านใน สองตากวาดมองไปทั่วบ้านอย่างระแวดระวังภัยอยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมให้มีสิ่งใดรอดพ้นสายตาดุจเหยี่ยวไปได้ สองเท้าเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตู อีริครีบเข้าไปไขกุญแจด้วยความเร็ว ก่อนจะเปิดประตูออกกว้างให้เจ้านายก้าวเข้าไป

ท่ามกลางความเงียบสงัด ในบ้านมีเพียงแสงไฟสลัวลอดออกมาจากห้อง ๆ หนึ่งทางด้านซ้าย จากที่เขาให้คนไปสืบประวัติดู เธอมีน้องสาวอยู่คนหนึ่ง เดาได้ไม่ยากว่าข้างในนั้นคงมีน้องสาวเธอนอนอยู่ ฟองซัวล์หันกลับไปมองลูกน้องคนสนิทสองคน ขณะที่สองมืออุ้มร่างเพรียวไว้ ไม่มีแม้แต่อาการมือสั่นให้ได้เห็น ทำราวกับตัวเองกำลังอุ้มสำลีไร้น้ำหนักก็ไม่ปาน

กลับไปได้แล้ว คืนนี้ฉันจะค้างที่นี่ พรุ่งนี้เช้าพวกนายค่อยเอาเสื้อผ้ามาให้ฉัน

จะดีหรือครับ ให้พวกผมคอยอยู่ข้างนอกก็ได้

ฉันรู้ว่านายเป็นห่วงฉัน แต่ฉันดูแลตัวเองได้ กลับไปได้แล้ว

แม้อีริคจะอยากค้านต่อแต่พอเห็นสายตาแน่วแน่มุ่งมั่นที่จะไล่พวกเขากลับไปให้ได้ เขาก็จำต้องยอมแพ้ ถึงจะเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้านาย แต่ความสามารถทางด้านการต่อสู้และฝีมือของเจ้านายอยู่ในระดับดีเลิศ จนไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงจริง ๆ

อีริคถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะผงกศีรษะให้เจ้านายทีหนึ่ง แล้วล่าถอยกลับออไป ไม่มีแม้แต่คำบอกลา เขาทำเพียงแค่ผละออกมาเฉย ๆ เพราะรู้ดีว่าเจ้านายของตัวเองมีนิสัยขี้รำคาญแค่ไหนและเกลียดคนพูดมากพูดจาไม่รู้เรื่องมากที่สุด ที่สำคัญคำสั่งทุกอย่างที่หลุดมาจากปากเจ้านาย มีแต่ต้องทำตามเท่านั้น ห้ามขัด ห้ามค้าน ห้ามโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นจอมเผด็จการอันดับหนึ่งของตระกูลเอดิซา นี่แหละนิสัยของเจ้านายเขา

หลังจากที่มือขวาของเขาเดินออกไป ฟองซัวล์ก็ใช้สายตาสำรวจไปรอบห้อง ที่ ๆเขายืนอยู่น่าจะเป็นห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควรสำหรับพักอาศัยอยู่กันแค่สองคน ด้านหน้ามีบานประตูอยู่สองบาน ถัดออกไปด้านข้างทางซ้ายสุดมีอยู่หนึ่งห้อง ด้านข้างขวาสุดอีกหนึ่งห้อง ห้องด้านหน้าทางซ้ายน่าจะเป็นห้องน้องสาวเพราะมีแสงไฟลอดออกมาทางช่องประตู ส่วนอีกห้องก็มืดสนิทไม่มีแต่แสงลอดผ่าน

ถ้าอย่างนั้นห้องทางขวามือก็น่าจะเป็นของแม่สาวจอมยั่วนี่แหละ

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว สองเท้าของฟองซัวล์ก็ก้าวไปยังห้องนอนทางฝั่งขวา ไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง มือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดประตู ก่อนจะลองหมุนเล็กน้อยและพบว่ามันไม่ได้ล็อค คงเพราะว่าอยู่กันแค่สองคนพี่น้องและในบ้านไม่ได้มีทรัพย์สินมีค่าอะไรก็เลยไม่ล็อคประตูให้เสียเวลาโดยละทิ้งเรื่องถึงความปลอดภัยไป ต่อจากนี้เขาคงต้องสั่งให้เธอล็อคประตูทุกครั้งที่ออกจากบ้านเสียแล้ว

มือหนาผลักประตูเข้าไป ทันทีที่ประตูเปิดออกกว้าง ดวงตาคมกริบก็เห็นบรรยากาศด้านในทั้งหมด สิ่งแรกที่เขาคิดไม่ถึงคือการตกแต่งห้อง โต๊ะ ตู้ เตียงทำจากไม้ทั้งหมดโดยแบ่งเป็นสัดส่วน เตียงตั้งอยู่ริมหน้าต่าง โต๊ะจัดอยู่กลางห้อง ถัดออกไปคือตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่มุมสุดของห้องใกล้กับประตูห้อง นอกจากนั้นยังมีของจิปาถะ พวกโต๊ะตัวเล็ก ๆ กระจัดกระจายเป็นหย่อม ๆ ไว้สำหรับวางของ เก้าอี้ตัวกลม โซฟาตัวยาวอยู่ปลายเตียง ส่วนห้องใช้โทนสีน้ำเงินเข้มตัดกับดำ ทำให้ห้องนี้ดูอึมครึมและเย็นสบายในเวลาเดียวกัน

ร่างสูงเดินตรงไปยังเตียงนอนที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก สามารถนอนได้แค่สองคนเท่านั้น ฟองซัวล์วางร่างของแม่เสือสาวลงบนเตียงแผ่วเบาอย่างไม่คิดรบกวนการหลับใหลของอีกคน ก่อนจะจัดท่าทางให้สบายมากขึ้น แล้วจึงทรุดลงที่เก้าอี้ตัวเล็กข้าง ๆ เตียง นัยน์ตาสีฟ้าเข้มแสนเย็นชายามมองไปที่ร่างเพรียวเจ้าของใบหน้าสวยคมจะอ่อนโยนลง กระแสความอบอุ่นไหลอาบไปทั่วห้อง หากแต่เจ้าของห้องกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด

ฟองซัวล์ละสายตาจากหญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองรอบห้องอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคมสะดุดเข้ากับกรอบรูปขนาดใหญ่ที่ติดตรงฝาผนังทางปลายเตียง รูปของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งเหยียดขาไปกับพื้นข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างยันขึ้นมา ลำตัวเบี่ยงข้าง ใบหน้าหันกลับมามองกล้อง ขณะหลุบตาลงพื้น เส้นผมแผ่สยายไปส่วนหนึ่งลงมาด้านหน้าปิดไหล่เปลือยข้างหนึ่ง มือหนึ่งเท้าลงบนเข่า ส่วนอีกมือยันลงกับพื้นพยุงร่างไม่ให้ล้ม หญิงสาวในภาพสวมเพียงเสื้อกล้าม กางเกงยีนส์ แต่กลับสวยจับใจจนไม่อาจละสายตาได้ อารมณ์ที่สื่อออกมาก็บอกไม่ถูกว่าควรรู้สึกอย่างไร แต่สำหรับเขาภาพนี้ดูมีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้ลุ่มหลง สีขาวดำของภาพยิ่งทำให้ดูลึกลับและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน แล้วเขาจะไม่ตกใจเลยสักนิด ถ้าหญิงสาวในภาพไม่ใช่คนที่นอนอยู่บนเตียง!

มองดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคนในภาพเป็นนางแบบ อายุน่าจะอยู่ที่ประมาณสิบแปดสิบเก้าปีเท่านั้น

รูปเยื้องลงมาทางซ้ายเล็กกว่ารูปแรก หญิงสาวอยู่ในชุดราตรียาวหรูหราสีน้ำเงินเข้มเปลือยแผ่นหลัง เครื่องเพชรเข้าชุดกันส่องประกายระยิบระยับเล่นแสงไฟ ใบหน้าสวยคมยังคงเรียบนิ่ง เส้นผมถูกเกล้าไว้ด้านหลังมีปอยผมเส้นสองเส้นตกลงบนไหล่ยืนหันข้างสง่างามเช่นเคย ดูจากชุดที่สวมใส่และเครื่องเพชรบนร่าง ราคาคงแพงไม่ใช่น้อย มันทำให้เขาแปลกใจและอดตะลึงกับความสวยงามของอีกคนไม่ได้ เยื้องมาทางด้านซ้ายขนาดเท่ากับภาพที่สอง หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสีเหลืองอ่อนยืนโต้ลมทะเลบนหาดทรายขาว มือหนึ่งจับหมวกปีกกว้างไม่ให้ปลิวไปตามลม ส่วนอีกมือปล่อยระนาบกับลำตัว เบี่ยงหน้าไปด้านข้างเล็กน้อย แสงที่ตกกระทบใบหน้าและเรือนร่างทำให้เธอดูงดงามดั่งเทพธิดาที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ไม่อาจแตะต้องได้ ทั้งสามภาพล้วนแล้วแต่ทำให้เขาแทบลืมหายใจ

ทำไมแม่เสือสาวมาดทอมบอยถึงได้กลายเป็นนางแบบไปได้ แถมยังมีรสนิยมชอบถ่ายรูปไว้ในห้องนอนตัวเองอีก นี่ยังมีภาพเล็ก ๆ ที่ติดอยู่บนฝาผนังอีกหลายสิบภาพอยู่ในอิริยาบถต่าง ๆ หลากหลายสถานที่ แต่วิวส่วนใหญ่น่าจะอยู่ที่เมืองไทยทั้งหมด ดูท่าว่าลูกน้องเขาจะสืบประวัติของชาลิตามาไม่ครบถ้วน น่าจะขาดประวัติตอนอยู่ที่เมืองไทย มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนที่เคยเป็นนางแบบมาก่อนถึงได้มาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ แตกต่างกันราวกับเป็นคนละคน

เห็นทีเขาคงต้องให้ลูกน้องไปขุดประวัติของแม่สาวจอมยั่วใหม่ทั้งหมดเสียแล้ว

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่แวะเวียนมาอุดหนุนค่ะ สำหรับนักอ่านที่ให้เหรียญกำลังใจจะมีตอนพิเศษให้อ่านกันถึงสามตอน!!!"

อรุณรัศมี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha