รสรักล่าสวาท (จบแล้ว)

โดย: อรุณรัศมี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ทำความคุ้นเคยกับสัมผัสเร่าร้อน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่7

ทำความคุ้นเคยกับสัมผัสเร่าร้อน

 

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านโปร่งบางสีน้ำเงินอ่อนส่องไปยังสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียง ใบหน้าเรียวรูปไข่ของชาลิตาต้องเข้ากับแสงรุ่งอรุณงดงามจับใจเฉกเช่นเดียวกับชายหนุ่มข้างกายที่หล่อเหลาคมคายไม่ต่างกัน

เปลือกตาบางกะพริบถี่รัวเมื่อถูกแสงแดดยามเช้ารบกวนเวลานอน จนสุดท้ายก็ทนต่อไปไม่ไหวฝืนความอ่อนเพลียยอมลืมตาตื่นในที่สุด ครั้งพอได้สติเต็มร้อยก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้นจึงรีบหันหน้าไปมองคนข้างตัว สองแก้มแดงเรื่อขึ้นมาด้วยความเขินอาย ใบหน้างามร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน ยิ่งคิดไปถึงภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนระหว่างเธอกับเขา หัวใจดวงน้อยก็ยิ่งสั่นไหวเต้นแรงรัวเร็วเสียจนแทบหลุดออกจากอก

ชาลิตาละสายตาออกจากใบหน้าของอีกคนก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้สายมากแล้วและเธอยังมีงานต้องทำต่ออีก จะละทิ้งมานอนสบายใจเฉิบแบบนี้ไม่ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นก็รีบดึงแขนขาตัวเองที่พาดอยู่บนตัวเขาออก ซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมทุกครั้งอวัยวะสองส่วนบนร่างกายเธอถึงชอบไปนอนแหมะอยู่บนตัวเขาเหมือนกับครั้งแรกไม่มีผิด แต่พอตั้งท่าจะลุกขึ้นความเจ็บแปลบปลาบก็แล่นเข้าเล่นงานกึ่งกายสาว เจ็บจนเผลอหลุดครางออกมา ยังดีที่ไหวตัวทันถึงได้ยกมือขึ้นปิดปากก่อนที่เสียงจะดังไปรบกวนคนนอน ในใจภาวนาเหลือหลายว่าขออย่าให้เขาตื่นมาตอนนี้เลยเพราะเธอไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรจริง ๆ

เมื่อตั้งสติได้ร่างเพรียวก็ค่อย ๆ หย่อนเท้าลงจากเตียงข้างหนึ่ง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองยังคนด้านหลังที่หลับสนิทอยู่ พอเห็นแบบนั้นก็ผ่อนลมหายใจออกมา ค่อยรู้สึกหายใจหายคอโล่งหน่อย ชาลิตาตัดสินใจก้าวเท้าลงไปเหยียบพื้นอีกข้าง รอจนแน่ใจแล้วว่าตัวเองพร้อมแล้วก็ตัดสินใจลุกพรวดขึ้นตัวตรง แต่เสี้ยววินาทีต่อมาร่างทั้งร่างก็สั่นสะท้านแทบจะทรุดไปกับเตียงใหม่ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นกลั้นใจยืนนิ่งไม่ยอมขยับฝืนความเจ็บสุดความสามารถปิดกั้นเสียงร้องไม่ให้หลุดรบกวนเขา สองเท้าขยับมุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที่ที่อาการเจ็บแปลบบรรเทาลง พอไปถึงก็ไม่ลืมเอื้อมมือเรียวไปคว้าผ้าขนหนูผืนหนาที่ราวข้างประตู แล้วผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็วไม่คิดอิดออดชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว

ฟองซัวล์ที่เห็นภาพชวนเบิกบานใจแต่เช้าก็อดหัวเราะขบขันออกมาไม่ได้ ร่างนุ่มนิ่มขาวผ่องที่เขานอนกกกอดครอบครองซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอดทั้งคืนวิ่งพาร่างเปลือยของตัวเองหายวับไปในห้องน้ำโดยไม่รู้เลยว่าอากัปกิริยาน่ารักแบบนั้นทำให้เลือดในกายเขาพลุ่งพล่าน ภาพทุกอย่างปรากฏสู่สายตาเขาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว

หลังจากที่รู้สึกตัวตื่นเขาก็ตัดสินใจว่าจะปล่อยให้อีกคนได้นอนพักให้เต็มที่ เพราะรู้ดีว่าเมื่อคืนเขารังแกเธอหนักหนาสาหัสแค่ไหน แต่พอจะขยับตัวลุกก็ดันเหลือบไปเห็นเปลือกตาบางขยับทำท่าจะตื่นเข้า เขาก็เลยแสร้งหลับรีบเปลือกปิดตาลงอีกครั้งรอคอยอย่างใจเย็น เมื่อรู้สึกว่าเตียงไร้ร่างของอีกคนแล้วเขาจึงเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองเรือนร่างงามสะพรั่งพริ้มเพราที่วิ่งเร็วรี่ไปทางห้องน้ำคล้ายกับกำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่าง เขาได้แต่มองตามอย่างหลงใหลไม่อาจถอนสายตาไปไหนได้ ขณะเดียวกันก็เฝ้ารอให้อีกคนออกมาเร็ว ๆ

อยากรู้นักว่าแม่เสือตัวน้อยของเขาจะซ่อนด้านซุกซนของตัวเองได้อีกนานแค่ไหน เอาเถอะ เขาจะค่อย ๆ สอนให้แม่เสือสาวเรียนรู้วิธีที่จะขย้ำนายพราน ทำอย่างไรให้นายพรานผู้ชอบล่าเหยื่อเป็นชีวิตจิตใจและกระหายต่อความใคร่อยู่ตลอดเวลาอย่างเขาให้ตกหลุมรักหัวปักหัวปรำจนโงหัวไม่ขึ้นไม่คิดอยากไปล่าเหยื่อที่ไหนอีก เขาจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่รู้ให้จนหมด เอาให้คล่องปรือเทรนให้แบบตัวต่อตัวไม่คิดหวงวิชาเชียวล่ะ!

ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรและกังวลเรื่องไหนอยู่ แต่ในเมื่อมันยังไม่ถึงเวลา เขาก็ต้องเก็บกักไว้ก่อน หวังว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความรู้สึกของเขาในตอนนี้เป็นของจริง ไม่ใช่เพียงความใคร่ความปรารถนาที่ต้องการครอบครองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

การรอคอยสิ้นสุดลงเมื่อแม่เสือสาววิ่งพรวดออกมาจากห้องน้ำ สีหน้าแตกตื่นแบบนั้นปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของนายพรานนักล่าได้เป็นอย่างดี โดยที่ไม่ทันระแวดระวังภัย นายพรานที่ดักซุ่มรอมานานก็ตาลุกวาวเปล่งประกายเจ้าเล่ห์พุ่งกระโจนเข้าตะครุบเหยื่อ แม่เสือตัวน้อยที่ไม่ทันตั้งตัวก็ถึงกับตกใจแทบสิ้นสติหวีดร้องเสียงหลง นายพรานกระหยิ่มยิ้มย่องประกายตาแพรวพราวอย่างหิวกระหายก้าวพรวด ๆ ก็ไปถึงเตียงนอน

ชาลิตาที่รู้ตัวว่าไม่ได้หยิบเสื้อผ้าเข้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำก็รีบวิ่งพรวดพราดออกมา แต่แล้วจู่ ๆ ก็ถูกกำแพงยักษ์พุ่งเข้าใส่กะทันหัน พอมารู้ตัวอีกทีร่างทั้งร่างก็ลอยละลิ่วเข้าสู้อ้อมแขนแกร่งอันคุ้นเคย ยังไม่ทันได้ร้องประท้วงก็ถูกพาไปปล่อยไว้บนเตียงแถมยังถูกคร่อมทับโดยที่คนด้านบนไม่ได้ทำหน้าสำนึกผิดหรือแม้แต่จะขอโทษเธอเลยสักนิด

นี่มันอะไรกัน เธอมึนไปหมดแล้ว

ดวงตาคู่สวยยังคงเบิกกว้างรู้สึกเหมือนสมองมึนงงไปชั่วขณะ คลับคล้ายคลับคลาว่าโลกสะเทือนเอนเอียงไร้น้ำหนักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสงบลงโดยที่เธอได้แต่นอนนิ่งพลางอ้าปากค้างอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก สรุปว่าเมื่อกี้แผ่นดินไหวหรือว่าเธอเดินสะดุดล้มหัวคะมำหน้าทิ่มกับพื้น ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนโลกโคลงเคลงไปวูบหนึ่ง มารู้สึกตัวอีกทีก็มานอนอยู่ใต้อาณัติเขาเสียแล้ว

ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว จะรังแกเธอไปจนถึงเมื่อไหร่กัน!

คุณคิดจะทำอะไรน่ะ ลุกออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เมื่อได้สติชาลิตาก็แผดเสียงใส่อย่างโมโหกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเองไว้ไม่ให้เขารู้ว่าเธอประหม่าแค่ไหนที่ถูกคร่อมทับไว้แบบนี้ ผู้หญิงนับร้อยคงอยากจะเป็นลมหมดสติไปในอ้อมแขนเขา ถ้ารู้ว่าเรือนร่างสมบูรณ์แบบของเขาเปลือยเปล่าอวดกล้ามเนื้อแน่นหนั่นน่าซุกซบอยู่เหนือร่างพวกเธอ หรือที่จริงคงจะมีแต่เธอเพียงคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น เพราะผู้หญิงพวกนั้นคงอยากกระโจนใส่เขามากกว่า

สองมือเรียวจัดการยกขึ้นยันอกแกร่งตามสัญชาตญาณขวางกั้นไม่ให้อีกฝ่ายทิ้งน้ำหนักลงมามากกว่านี้ แววตาตื่นตระหนกฉายชัดถึงความระแวดระวังภัยที่กำลังถูกใครบางคนคุกคาม แล้วคนคนนั้นก็คือมนุษย์น้ำแข็งนั่นเอง

อย่าให้ฉันต้องพูดเตือนเป็นครั้งที่สาม น้ำเสียงเย็นเยียบคำรามต่ำในลำคอ เพียงเท่านั้นก็ทำให้คนใต้ร่างตัวสั่นได้ไม่ยาก ชาลิตานึกย้อนไปถึงสิ่งที่เขาเคยเตือนก็ทำสีหน้าเหมือนคนถูกบังคับให้กินยาขม คำพูดหวานเลี่ยนแบบนั้นใครจะไปทนพูดได้ แต่พอเหลือบสายตาขึ้นมองคนด้านบนก็ต้องผงะ นัยน์ตาสีฟ้าเข้มลึกลับฉายแววเย็นชาจริงจังไม่ยอมอ่อนข้อให้ จนเธอรู้สึกเกรงกลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ แม้ไม่อยากทำตามก็จำเป็นต้องทำเพื่อรักษาชีวิตน้อยๆของตัวเอง

ลุก...ลุกออกไปจากตัวตาก่อนได้ไหม ตา...ตายังไม่ได้แต่งตัว พูดจบก็กัดปากเบา ๆ รู้สึกขัดเขินต่อสายตาคมกริบของเขาที่จ้องมองเรือนร่างเธออย่างไม่คิดเกรงใจ ใบหน้าสวยแดงก่ำทั้งเขินทั้งอายไม่กล้าแม้แต่จะสู้สายตาจนสุดท้ายก็หลบไปมองทางอื่นอย่างช่วยไม่ได้

แต่งไปตอนนี้ก็ถูกจับถอดอยู่ดี สู้ไม่แต่งเลยจะดีกว่า แบบนี้น่ารักกว่าเยอะ พูดจบก็จัดการสาธิตประกอบคำพูดตัวเองด้วยการลงมือกระชากผ้าขนหนูผืนหนาออกจากร่างอีกคนทันที ดวงตาคมเร่าร้อนจงใจกวาดมองไปทั่วร่างเพรียวที่สั่นสะท้านด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนกสะเทิ้นอายกับการกระทำอุกอาจของเขา ท่าทางแบบนั้นทำให้ลำคอของเขาแห้งผากกะทันหันรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมา เรียวลิ้นสากแลบออกมาเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้เรียวปากตัวเอง ภาพนั้นทำให้คนใต้ร่างถึงกับใจสั่นหายใจติดขัดไป

แต่ว่าตา...หนาว ตาอยากแต่งตัวก่อนแล้วเราค่อยมาคุยกัน

หนาวเหรอ งั้นเดี๋ยวฉันช่วยคลายหนาวให้แล้วกัน

ฟองซัวล์ไม่รอช้ารีบก้มลงบดจูบบนเรียวปากอิ่ม สองมือลากไล้ไปทั่วร่างนุ่มนิ่มพลางขยับร่างเสียดสีหวังปลุกเร้าอารมณ์อีกคน สองตาของชาลิตาเบิกกว้างตกใจกับการกระทำอุกอาจของเขา ร่างเพรียวเริ่มดีดดิ้นพร้อมกับยกสองมือขึ้นผลักไสร่างสูง  แต่ทว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อจู่ ๆ สองมือถูกรวบขึงตรึงไว้กับเตียงทั้งสองข้าง เรียวปากอิ่มที่ถูกรุกรานครอบครองส่งเสียงอู้อี้ประท้วงไม่หยุด ยิ่งลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าในโพรงปากควานหาความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ สติที่มีอยู่น้อยนิดก็กระเจิดกระเจิงล่องลอยเผลอหยัดกายขึ้นส่งความอวบหยุ่นถูไถกับแผงอกแกร่ง หวังระบายความเสียวซ่านที่ได้รับอย่างไร้เดียงสา

 ฟองซัวล์ถอนริมฝีปากออก ก่อนจะใช้ดวงตาคมจ้องมองกลีบปากอิ่มบวมเจ่ออย่างพอใจ แต่แล้วคิ้วเข้มก็กระตุกขึ้นเปล่งเสียงคำรามออกมา เมื่อโดนแม่เสือตัวน้อยยั่วยวนเข้าให้ ความอ่อนนุ่มอวบอัดเสียดสีเข้ากับกล้ามเนื้อแน่นกลายเป็นปะจุไฟที่แล่นปลาบเล่นงานทั้งสองคน ยิ่งเห็นสีหน้าทรมานแสนสาหัสกับดวงตาเรียวสวยแวววาวหวานฉ่ำก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิมคล้ายได้รับอนุญาตให้บุกตะลุยเข้าไปท่องในป่าใหญ่เพื่อไล่ล่าแม่เสือสาวตัวนี้อีกครั้ง แล้วมีหรือว่านายพรานอย่างเขาจะปฏิเสธ

ไม่รอช้ามือหนาก็ย้ายมาสัมผัสทรวงอกอวบ ปลายนิ้วสะกิดยอดอกเล็กน้อยพลางสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของอีกคน

อ๊ะ เสียงหวานครางกระเส่า ขณะที่ขนในกายลุกชัน ชาลิตาปรือตาปรอยช้อนขึ้นมองคนด้านบน ฟันขาวขบริมฝีปากล่างเล็กน้อยพลางส่งสายตาบ่งบอกว่ากำลังทรมานแค่ไหนกับการกระทำของเขา

ตัวสั่นแบบนี้ยังหนาวอยู่อีกหรือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งให้แม่สาวทอมบอยใต้ร่าง ดวงตาคมกริบลากไล้จ้องเขม็งยอดอกเครียดคัดที่แข็งเป็นไตล่อลวงให้สัมผัส ชาลิตาที่เห็นสายตาร้อนแรงของเขาที่มองมาราวกับจะแผดเผาร่างเธอให้เป็นจุณก็รู้สึกอยากสลายตัวกลายเป็นไอน้ำล่องลอยสู่ชั้นบรรยากาศ

ตา...อ๊ะ เธอห้อไหล่ใบหน้าบิดเบี้ยวทันทีที่ถูกริมฝีปากหนาโจมตีกะทันหัน ยอดอกสีเรื่อถูกดูดดึงเข้าสู่โพรงปาก มิหนำซ้ำยังถูกลิ้นร้อนตวัดโลมเลียไม่หยุด เธอทำได้แค่เพียงครวญครางอยู่ใต้ร่างเขาอย่างคนอ่อนแอไร้ทางสู้

ร่างเพรียวบิดส่ายไปมายามที่มือหนาลากผ่านไปยังจุดต่าง ๆ ทั่วร่างคล้ายมีลูกไฟดวงเล็ก ๆ พอถูกสัมผัสก็ลุกโชนแผดเผาตัวเธอ ดวงตาคู่สวยงามพิสุทธิ์ราวกับน้ำค้างประสานสายตากับนัยน์ตาสีฟ้าเข้มมืดครึ้มแฝงแววเร้นลับเร่าร้อนพร้อมเผาผลาญทุกสิ่ง ไม่นานเธอก็ปล่อยตัวปล่อยใจให้สติหลุดลอยไปยังอีกแดนหนึ่งโดยที่คนร่างสูงเป็นคนปลุกเร้าชักจูงพาไป

ตา...ยังไม่หายหนาวหรือ ให้ฉันช่วยนะ นะครับ เสียงทุ้มพร่ากระซิบที่ข้างหู ก่อนที่เรียวลิ้นจะถูกส่งเข้าไปแหย่แยงรูหูแกล้งยั่วอีกคนเล่น ทำเอาคนไม่ประสาครางตัวสั่นยกมือขึ้นลูบไล้แผ่นอกแน่นหนั่นเล่นอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่แล้วมือเรียวก็ถูกตะปบทำเอาคนกำลังเพลิดเพลินกับการลวนลามร่างกายแกร่งถึงกับสะดุ้งเบิกตาโพลงมองอีกคน

คือ...”

ซุกซนจริง ถ้าอยากลวนลามกันก็บอกตรง ๆ ฉันอนุญาตให้ตาสัมผัสฉันได้ทั้งร่าง จับต้องได้ทุกสัดส่วน ไม่คิดหวงห้ามเลยสักนิด ตาจะลองดูไหม หืม

เอ่อ...คือตา...” ชาลิตาอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อถูกจับได้ เธอพูดอะไรไม่ออกเพราะลวนลามเขาจริง ๆ ที่สำคัญคือเธอทำไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ตัวเนี่ยนะ! เธอเป็นอะไรไป ทำไมถึงปล่อยให้เขามีอิทธิพลเหนือเธอ

ทำไมยังตัวสั่นอีกล่ะ หรือว่าฉันยังให้ความอบอุ่นไม่พอ

ตาเปล่าตัวสั่น แล้วตาก็ไม่ได้หนาวด้วย

งั้นก็แปลว่าตาเขิน ตาเขินใช่ไหม ท่าทางจะเขินมากเสียด้วยสิ เสียงหัวเราะหึในลำคอดังมาจากร่างสูง สายตาหยอกเย้าแบบนั้น ทำเอาเธอถลึงตาใส่อย่างโมโห รู้สึกไม่ชอบใจที่ถูกล้อเลียน และดูเหมือนว่าคนร่างสูงจะรู้เลยก้มลงมาหอมแก้มนุ่มเบา ๆ ก่อนจะกดย้ำลงมาหนัก ๆ ค้างไว้อยู่แบบนั้นพลางสูดกลิ่นกายหอมเย้ายวนของอีกคน ฟองซัวล์ลากจมูกโด่งสันลงมาตามลำคอขาว กลิ่นเหงื่ออ่อนจางผสานกับกลิ่นกายหอมกรุ่นให้ความรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด มันเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ช่วยเร่งเร้าให้ไฟลุกโหมกระพือขึ้นได้ไม่ยาก เขาอยากจะกลืนกินแม่เสืออีกครั้ง แต่ร่องรอยรักที่เขาฝากไว้ก็หนักหนาเอาการ คงต้องระงับใจไว้ได้แต่สั่งให้ตัวเองอดทนรอ

ตาร้อนค่ะ

จู่ ๆ เสียงหวานก็บอกขึ้น ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างทรมานพลางขอความเห็นใจจากเขา ชาลิตารู้ดีว่าตัวเองเป็นอะไร เธอกำลังกลายเป็นผู้หญิงใจง่ายที่เสนอตัวทอดกายให้ผู้ชายเชยชม แถมยังเรียกร้องขอสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาอย่างคนหน้าไม่อาย เธอกลายเป็นสาวร่านร้อนไปตั้งแต่เมื่อไหร่

มือหนายกขึ้นลูบผมนุ่มเบา ๆ ช่วยปลอบประโลมสำนึกผิดชอบชั่วดีในใจอีกฝ่าย ฟองซัวล์คลี่ยิ้มอ่อนโยนโดยไม่ปล่อยให้สายตาละห่างไปจากเธอ ใจหนึ่งก็นึกสงสารเมื่อคนไร้เดียงสาในเรื่องของสัมพันธ์ชายหญิงดันมาเจอคนอย่างเขา แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกสุขใจที่ได้ครอบครองอีกคน เขาต้องทะนุถนอมเธอให้มากที่สุด มันคือส่วนลึกของหัวใจที่สั่งเขาให้ทำแบบนั้น

มือหนาสองข้างยกขึ้นกอบกุมบีบเคล้นก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นสู้มือ ขณะโน้มตัวลงไปประกบริมฝีปากจูบเรียวปากอิ่มดูดกลืนเสียงกระเส่าหวานแว่วของเธอ ฟองซัวล์ทำตามลำดับอย่างไม่รีบร้อนค่อย ๆ สอนให้เธอคุ้นชินกับสัมผัสเขาไปทีละนิด จนเมื่ออีกฝ่ายทนไม่ไหวเขาก็ปล่อยริมฝีปากอิ่มเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหอบหายใจเข้าออกรัวเร็ว

ฉันจะสอดนิ้วเข้าไปแล้วนะ บอกเสียงพร่าคล้ายหวังดีแต่แท้ที่จริงกลับทำให้คนฟังรู้สึกขนลุกต้องคอยลุ้นจดจ่อว่าเขาจะเข้ามาเมื่อไหร่ ความอยากรู้อยากเห็นของแม่เสือสาวอยู่ในสายตาเขาตลอด จนเมื่อนิ้วร้ายสอดเข้าสู่กลีบกุหลาบงาม ร่างเพรียวก็สะดุ้งตัวสั่นหลุดเสียงครางออกมา

อุ๊ย!”

จะขยับแล้วนะ อืม...ตารัดแน่นเกินไปแล้ว คิดจะฆ่าฉันหรือไง ฟองซัวล์ถึงกับเหงื่อตกหายใจติดขัดไปกับความคับแน่นที่รัดรอบนิ้วตัวเอง เขารีบเร่งสอดเข้าออกไม่หยุดตั้งใจฟังเสียงหวานร้องครวญครางขณะหยัดแอ่นสะโพกขึ้นบดเคล้าอย่างลืมตัว ยิ่งใกล้แดนสรวง ชาลิตาก็ยิ่งครางลั่นตอบสนองเขากลับไปไม่ลดละเผลอลืมอายไปชั่วขณะ แต่ก่อนที่จะได้ระเบิดพร่างถึงจุดสูงสุด นิ้วเรียวยาวที่สอดเข้าสอดออกก็หยุดชะงัก ก่อนจะชักกลับทิ้งให้แม่เสือตัวน้อยเคว้งคว้างสั่นสะท้านเพราะไม่ถึงจุดหมาย

ความงามเย้ายวนอวดสายตาอยู่เบื้องหน้า เอวคอดกิ่วบิดเร้าส่ายไปมาอย่างทรมานพลางถูไถเรียวขาเข้าหากันหวังระบายความร้อนในจุดนั้นให้น้อยลง

ตา...ที่รัก หยุดทำท่าแบบนั้นเถอะ ฉัน...” เสียงหอบหายใจหนักหน่วงอย่างสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านทำให้ชาลิตาคลี่ยิ้มหวานรู้ได้ทันทีว่านี่คือจุดอ่อนของเขา เธอแสร้งวางมือลงบนเนินเนื้อสาว ก่อนลูบไล้ไปมาพลางส่งเสียงครางกระเส่าพร้อมกับส่งสายตาเชิญชวนไปให้จงใจแยกขาเรียวให้เปิดกว้างให้เขาเห็นเต็มสองตาว่าเธอพร้อมรบกับเขาแค่ไหน จนเมื่อสายตาเร่าร้อนมองเห็นความชุ่มฉ่ำเอ่อล้นออกมาชัดเจน สองหูก็อื้ออึงความอดทนขาดสะบั้นรีบกระโจนเข้าใส่ร่างเพรียว ยกเรียวขาสวยขึ้นโอบรัดเอวหนาส่งความแกร่งร้อนพุ่งทะยานเข้าสู่ความอ่อนนุ่มรุกรานหนักหน่วงในทันที

โอ๊ย! ตาเจ็บ เบาหน่อยค่ะ ไม่รู้ว่าเธอคิดถูกหรือเปล่าที่ยั่วเขา เพราะทันทีที่เขากระโจนเข้าใส่ความเจ็บแสบก็เล่นงานตัวเธออีกแล้ว ถึงไม่เจ็บเท่าสองครั้งแรก แต่เพราะตัวเขาใหญ่มากผิดกับตัวเธอที่เล็กกระจิดริดทำให้เส้นทางรักคับแคบบีบรัดแก่นกายหนาที่กระแทกกระทั้นเข้าออกไม่หยุดจนเกือบขาดออกจากกัน ยิ่งเขาจ้องเข้าหา เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจะขาดใจ ความกระสันบีบคั้นให้เธอต้องสนองเสนอตัวเข้าหาส่งเนื้ออวบอัดให้เขาดื่มกิน

“อา...คุณคะ ตา...ตา อ๊ะ ๆ

อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้แค่ครางอย่างเดียวก็พอ ฟองซัวล์เตือนเสียงสั่น เขาคำรามกระหึ่มในลำคอพลางแยกแย้มเรียวขาเสลาให้เปิดกว้างรับตัวตนของเขาให้มากขึ้น น้ำทิพย์ที่เอ่อท้นอาบชโลมแก่นกายหนาเพิ่มความหล่อลื่นให้โจนจ้วงกระหน่ำเข้าออกกายสาวได้ง่ายขึ้น ทรวงอกอิ่มโดดเด้งขึ้นลงเป็นจังหวะ ร่างเพรียวสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกจากคนด้านบนหวีดร้องเสียงหวานเสียวซ่านจับใจ

มือหนาจับยึดเอวบางไว้แน่น ดวงตาคมกริบแผดเผาร่างงามให้มอดไหม้ ความแกร่งร้อนขยับบดเบียดแนบชิดไม่เปิดช่องว่างให้อากาศแทรกผ่านเร่งรุดพาตัวเองล่วงล้ำเข้าสู่ด้านใน ก่อนจะฉุดร่างเพรียวให้ลุกขึ้นนั่งทำเอาดวงตาคู่สวยเบิกโพลงด้วยความตกใจ แต่ครู่ต่อมาก็หรี่เล็กลงพลางทำหน้าเหยเกอย่างเสียวซ่าน เมื่อแก่นกายหนาสอดเข้าลึกกว่าเดิม

อ๊ะ! อู๊ย...ตาเสียวค่ะ พอก่อน ปล่อยตานะ อ๊า!” เธอบอกออกไปตามจริง ความรู้สึกในตัวนี้มันแปลกประหลาดและทรมานเกินกว่าเธอจะรับไหวจนต้องส่งเสียงครางลั่นเชิดหน้าขึ้นกอดร่างเขาไว้แล้วพาตัวเองขย่มขึ้นลงบนตักแกร่งอย่างลืมตัว

อา...ฉันก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ตารอฉันก่อนนะ อีกนิดแล้วเราค่อยไปพร้อมกัน เขากระซิบเสียงพร่าออกคำสั่งอย่างเผด็จกาจ ก่อนจะผ่อนร่างเพรียวให้นอนราบกับเตียงดังเดิม แล้วจับขาเรียวสองข้างขึ้นพาดบ่า ขณะเอื้อมมือไปคว้าหมอนใบโตมารองสะโพกด้านล่าง ชาลิตามองตามอย่างแปลกใจ แต่ในวินาทีต่อมาข้อสงสัยทั้งหมดก็หายวับไป แทนที่ด้วยความกระสันซ่านที่ถูกคนด้านบนปรนเปรอให้อย่างหนักหน่วง นุ่มนวลแฝงแววดุดันตามแบบฉบับ

แม้จะรู้ว่าตัวเองเอาแต่ใจไปสักหน่อยแต่ฟองซัวล์ก็ไม่คิดจะหยุด เขาโน้มตัวลงไปประกบริมฝีปากอิ่มอีกครั้งพลางเร่งเร้าช่วงล่างรัวเร็ว เสียงเนื้อกระทบเนื้อสะท้อนไปทั่วห้องเช่นเดียวกับเสียงหวานทุ้มต่ำที่ครางลั่นสอดผสานเป็นหนึ่ง ร่างเพรียวกระตุกเกร็งตัวสั่นดีดตัวขึ้นหาร่างสูง ดวงตาคู่สวยปรือปรอยวาววับ ขณะเดียวกันก็โอบรัดกายหนาแน่นพลางหอบหายใจหนักหน่วง ร่างสูงที่เพิ่งปลดปล่อยสายธารออกมาก็รับรู้ถึงเนื้อนุ่มด้านในที่เต้นตุบ ๆ รัดกายเขา เหงื่อกาฬจำนวนมากไหลอาบชโลมไปทั่วร่างของทั้งสอง กลิ่นกายสาวตลบอบอวลจนประสาทสัมผัสในกายเขาเครียดขึ้งจนต้องหลับตาลงระงับจิตใจ

เขากลืนกินเธอมากเกินไปแล้ว และเขาควรรีบหยุดมันก่อนที่จะกินเธอซ้ำอีกครั้ง ซึ่งมันอาจจะทำให้แม่เสือของเขาชอกช้ำเกินไป พอคิดถึงความเอาแต่ใจของตัวเอง คิ้วเข้มก็ขมวดยุ่งได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจอย่างไม่สบอารมณ์

คุณกำลังโกรธตา เสียงหวานสั่นเครือแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยหลุบลงมองแผงอกคนร่างสูงไม่กล้าสู้หน้า เมื่อเห็นเปลวไฟในตาของเขาลุกโชนขึ้นมาราวกับกำลังโกรธแค้นใคร ฟองซัวล์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วโน้มร่างกำยำของตัวเองเข้าแนบชิด ก่อนจะจูบไซ้ซอกคอขาวเนียนดูดเม้มเบา ๆ จนกระทั่งพอใจจึงถอยออกพร้อมกับจับจ้องมองดวงตาสีนิลที่ฉายแววสับสนระคนไม่เข้าใจมองเขาอยู่

แต่ครู่ต่อมาก็หลบวูบหลีกหนีสายตาคมกล้าของเขา นิ้วร้ายไล้เกลี่ยกลีบปากอิ่มบวมช้ำแผ่วเบาแต่กลับทำให้คนหน้าสวยสะดุ้งรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ประกายตาร้อนแรงของเขาทำให้เธอใจสั่นตัวอ่อนยวบเพราะเริ่มเข้าใจความหมายในดวงตา

ฉันไม่ได้โกรธตาแต่กำลังโกรธตัวเอง ฉันควรจะยับยั้งชั่งใจตัวเองให้มากกว่านี้ ไม่ใช่หาเรื่องรังแกตา แต่ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดขอบปากอิ่มโดยไม่ลืมตวัดเรียวลิ้มเพิ่มความชุ่มชื้นให้อีกคน ชาลิตาตัวแข็งทื่อสายตาจับจ้องมองเขาอย่างตื่นตูม หัวใจเต้นดังระรัวจนรู้สึกเจ็บอก

ตาไม่ควรยอมคุณ มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ว่า...ตาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงปล่อยให้คุณรังแกได้ง่าย ๆ ตารู้สึกเหมือนเป็นคนไม่ดี ตา...” ชาลิตารู้สึกสับสนว้าวุ่นในใจกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างเธอกับเขา แค่คืนนั้นคืนเดียวก็ทำให้เธอผูกติดกับเขา ไม่ใช่เพียงร่างกายแต่รวมไปถึงจิตใจที่โหยหาแต่เขา อยากได้สัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนที่เขามอบให้อย่างไม่รู้จบ

ตาเป็นคนดีที่สุดที่รัก อย่าคิดมากนักสิ ถ้าจะโทษก็โทษที่ฉันไม่ดีที่ไม่ยอมปล่อยตาไป หึ ตาเป็นยายแม่มดที่เสกให้ฉันหลงรักหัวปักหัวปรำจนถอนตัวไม่ขึ้น ฉันควรจะแก้ไขมันอย่างไรดี ตาพอมีวิธีหรือเปล่า บอกฉันหน่อยสิ น้ำเสียงหยอกล้อกับสีหน้าสบายอารมณ์แบบนั้นทำให้ชาลิตาเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ เธอไม่คิดว่าจะได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของเขา เขาที่ทั้งฉีกยิ้มทั้งหัวเราะได้ในเวลาเดียวกัน มันเป็นภาพที่ทำให้เธอประทับใจ จนอดไม่ได้ต้องยื่นมือไปแตะต้องสัมผัสใบหน้าเขา ลูบไล้มุมปากที่ผุดยิ้มกระชากใจ ดวงตาคู่สวยไม่อาจถอนไปจากเขาได้ ยิ่งได้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าเข้มฉายแววมีความสุข เธอก็ยิ่งรู้สึกยินดี เขาไม่ได้ทำหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกเหมือนครั้งก่อน ๆ อีกแล้ว เป็นเพราะฝีมือเธอหรือ

ตาไม่ใช่แม่มด คุณอย่ามากล่าวหากันสิ สาวเจ้าเบ้ปากอย่างไม่ยอมรับ จะให้เธอยินดีกับคำกล่าวหาเขาได้อย่างไร เธอไม่มีมนตราไปเสกให้เขารักเขาหลงหรอก

ตาเป็นสิ ตาเป็นแม่มด ไม่อย่างนั้นฉันจะคลั่งทุกครั้งที่อยู่ใกล้ตาได้อย่างไร

นั้นมันเพราะคุณหื่นกาม ลามกต่างหากไม่ใช่เพราะตาไปทำอะไรแบบนั้นกับคุณสักหน่อย คิ้วเรียวขมวดยุ่งเถียงกลับไปอย่างไม่ลดละ ดวงตาคู่สวยจ้องมองเอาเรื่องร่างสูงที่กล่าวหาเธอไม่หยุด

ฉันน่ะหรือหื่นกาม? เดี๋ยวสิครับ หื่นกามของจริงมันต้องมากกว่านี้ นี่ตากำลังกล่าวหาฉันอยู่นะ

ตาไม่ได้กล่าวหาคุณ ตาพูดเรื่องจริง

ตานั่นแหละทำให้ฉันเป็นแบบนั้นนี้

เพราะคุณนั่นแหละที่หื่นกาม!”

ไม่รู้ล่ะ อย่างนี้มันต้องพิสูจน์ จะได้รู้ว่าที่ฉันคลั่งอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะฉันหื่นกามหรือว่าตาเป็นแม่มดกันแน่

นัยน์ตาสีฟ้าเข้มผสานเข้ากับนัยน์ตาสีนิล ประกายตาร้อนแรงแผดเผามุ่งมั่นแบบนั้นทำให้ชาลิตาถึงกับตัวสั่นรู้ได้ในทันทีว่าตอนนี้ตัวเองตกหลุมพรางที่เขาขุดดักรอไว้อยู่แล้ว พอเธอทำท่าจะผละหนีเขาก็กอดแน่น พอเธอตั้งท่าจะประท้วงเขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ แถมยังรีบก้มลงฉกฉวยริมฝีปากอิ่มดูดกลืนเสียงร้องที่คิดจะต่อว่า ช่วงล่างที่ยังคงเชื่อมต่อกัน บัดนี้ถูกคนร่างสูงขับเคลื่อนเชื่องช้า บ้างก็บดเบียดหมุนวนไปมา บ้างก็ถาโถมเข้าใส่หนักหน่วงแกล้งคนใต้ร่างให้หวีดครางเล่นอย่างขัดใจ เมื่อถูกปล่อยปากเสียงหวานก็ตวาดแหวอย่างโมโห ใบหน้าสวยแดงจัดตามแรงอารมณ์พิศวาสที่ถูกเขาปลุกปั้นสติแทบกระเจิดกระเจิง

คุณแกล้งตา! คุณจงใจทำแบบนั้น คนร้ายกาจ! คุณ...คุณ อุ๊ย! อื้อ หยุดนะ! ตาจะไม่ให้คุณเข้าใกล้อีกแล้ว คนนิสัยไม่ดี! อ๊ะ...อ๊า ตาโกรธคุณ ตา...ตา เธอใกล้จะประสาทกินอยู่แล้วนะ ทำไมเขาถึงได้ร้ายกาจแบบนี้ จะรังแกกลั่นแกล้งเธอไปถึงเมื่อไหร่กัน!

มือเรียวยกขึ้นทุบอกแกร่งไปหลายทีระบายความหงุดหงิดที่ถูกแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือหนาที่ลูบไล้ไปทั่วเรือนกายทำให้เธอหลุดครางกระเส่าหอบหายใจถี่รัว ช่วงล่างเชื่อมต่อผสานร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิง เอวบางคอดกิ่วถูกรัดด้วยมือหนากกกอดแน่นไม่ยอมให้ถอยหนี เธอจำต้องน้อมรับความปรารถนาเร่าร้อนที่เขาบรรจงมอบให้อย่างเต็มอกเต็มใจ ยอดอกสีเรื่อปริเปล่งชูช่อสั่นระริกถูกดูดกลืนเข้าสู่อุ้งปาก เขาตวัดโลมเลียพลางขบเม้มซ้ำ ๆ สลับไปมาทั้งสองข้าง จนเธอกระสันซ่านขนลุกซู่ทรมานไม่หยุดหย่อน ร่างทั้งร่างร้อนผ่าวดั่งไฟลนจนเธอบิดส่ายไปมาเสียดสีเรือนกายเข้ากับเขาหวังดับไฟร้อนให้มอดลง

กิริยาน่ารักน่าใคร่ของแม่เสือสาวทำให้นายพรานกดเสียงคำรามต่ำปวดร้าวไปถึงกระดูก ร้อนราวกับมีคบเพลิงสุมรวมกัน ตลอดร่างปวดหนึบทรมาน เส้นประสาททุกเส้นเต้นตุบ ๆ  รู้สึกอัดอั้นจนแทบคลั่งรอคอยการปลดปล่อย

มือเรียวยกขึ้นโอบรัดร่างกำยำอิงแอบแนบชิดใบหน้ากับซอกคอของเขา พ่นลมหายใจร้อนผ่าวเผาผลาญสติคนร่างสูงให้ร้าวรานจนไม่อาจรั้งรอแกล้งเธอได้อีก

อ๊า ตาไม่ไหวแล้ว ตา...ตาจะขาดใจ ช่วยตาด้วยค่ะ ได้โปรด ดวงตาหวานฉ่ำปรือปอยแทบเคลิ้มหลับ เรือนร่างสั่นระริกร้อนรุ่มจนต้องบดเบียดเข้าหาร้องขอการเติมเต็ม

ฉันอยากแนบชิดกับตามากกว่านี้ อยากกลืนกินตาลงไปทั้งตัว โอ้ว! ที่รัก ตาจ๋า ตากำลังจะฆ่าฉัน!” ตอนนี้ฟองซัวล์เหมือนนายพรานที่สนุกกับการขย้ำเหยื่อกระสันซ่านปวดร้าวนึกอยากกินแม่เสือสาวกลืนลงท้องไปจริง ๆ เขาแทบจะเสียผู้เสียคนกับความเร่าร้อนเย้ายวนของอีกฝ่าย โดยไม่ต้องทำอะไรเขาก็แทบคลั่งร่างกายแทบปริแตก อยากกระแทกกระทั้นตัวตนเข้าออกในกลีบกุหลาบทั้งวันทั้งคืน

ที่โดนกล่าวหาว่าหื่นกาม ดูท่าว่าจะเป็นจริง

อ๊า! ซี๊ด! อ๊า พอแล้วค่ะ ตาจะตายแล้ว ตาไม่ไหว

ซี๊ด อา...ไหวสิครับ ตารับไหวอยู่แล้ว เปิดรับตัวตนของฉัน รับทุกอย่างที่เป็นฉัน ฉันเป็นของตา พร้อมนะ เสียงทุ้มต่ำดังแผ่วจากที่ไกล ๆ ตอนนี้เธอไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นนอกจากร้องครางระงมอย่างอับจนหนทางสู้ พ่ายแพ้ต่อไฟสวาทที่เผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้แหลกเหลวไปด้วยกัน

กรี๊ด!!”

อ่าห์!!”

สองร่างเกาะเกี่ยวกันแน่นกอดรัดจนไม่เหลือช่องว่างพลางหอบหายใจอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน สัมผัสเร่าร้อนชวนลุ่มหลงทำให้ต่างฝ่ายต่างติดใจหลงใหลในวังวนพิศวาสอย่างยากที่จะถอนตัว มือหนาปัดเส้นผมนุ่มที่ลงมาปรกหน้าให้อย่างอ่อนโยน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว คลื่นอารมณ์บางอย่างปะทุขึ้น ความรู้สึกมากมายเอ่อล้นในหัวใจยากเกินจะบรรยายว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่

...ความรัก...ความปรารถนา...ความใคร่...ความต้องการ...อยากเอาชนะ...อยากครอบครอง...

...แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ในตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนมั่นใจว่าจะไม่ยอมให้อะไรมาพรากจากกัน พวกเขาอยากจะอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันอย่างนี้ไปอีกนานแสนนาน จนกว่าความรู้สึกของอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงไป ถึงเวลานั้นคงต้องแล้วแต่ฟ้าว่าจะลิขิตให้เส้นทางนี้เดินต่อไปอย่างไร...

ตาต้องฝึกตัวเองให้เก่ง ฝึกให้ชินกับสัมผัสของฉัน เพราะมันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...ในทุกวันทุกคืนที่เราอยู่ด้วยกัน หลังจากทำงานเสร็จฉันจะไปรับตาที่ผับมาส่งบ้านแล้วก็จะนอนค้างที่นี่ ตาคิดว่าไง เห็นด้วยกับความคิดของฉันไหม แบบนี้ฉันก็จะได้เจอตาทุกวัน ได้รักตาทุกวัน มันเป็นความคิดที่เยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยคิดมาเลยล่ะ เราไปอาบน้ำกันดีกว่า แล้วที่ตาบอกว่ามีงาน งานอะไร

ชาลิตาแทบจับใจความไม่ทันกับคำพูดวกวนไปมาของเขา แต่พอเวลาผ่านไปสักพักหลังจากที่เขาหยุดพูด เธอก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ทำเอาสองแก้มร้อนผ่าวแดงเรื่อไปทั้งหน้าแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี

สรุปว่าตามีงานอะไรต้องทำ ถ้าไม่มีเราจะได้ไปทำความรู้จักกันให้สนิทสนมมากกว่านี้...ให้ครบทุกซอกทุกมุม

เสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นในความรู้สึก ทำให้ชาลิตาอดเขินอายไม่ได้ แน่ล่ะว่าคำพูดของเขาเปรียบดั่งเชื้อเพิงชั้นดีที่ราดลงมาบนกองไฟปลุกเร้าทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นเพลิดตอบสนองกลับไปโดยไม่รู้ตัว

เสียงครางหวิวของคนใต้ร่างทำให้ฟองซัวล์ส่งเสียงครางกระหึ่มในลำคอ แต่ด้วยไม่อยากรังแกสาวเจ้าไปมากกว่านี้จึงเลือกที่จะนิ่งเฉยจับจดสายตาตรึงไว้ที่ใบหน้าสวยแดงระเรื่ออย่างประหม่า

ตา...ตาต้องไปรีดผ้า ลุกได้แล้ว เดี๋ยวตาทำงานเสร็จไม่ทัน สองมืออ่อนนุ่มดันแผ่นอกคนด้านบนให้ถอยห่าง แต่เธอลืมไปว่าเขาเป็นกำแพงยักษ์ หากไม่ยินยอม ต่อให้ผลักจนสุดแรงก็ไม่มีทางขยับ อะไรของเขาอีกเนี่ย

รีดผ้า รีดทำไม หัวคิ้วของฟองซัวล์ขมวดแทบชนกันกับคำบอกเล่าของอีกฝ่าย หรือว่าที่มือของอีกคนหยาบกระด้างเป็นเพราะทำงานพวกนี้ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ทำอีกเลย ครั้งเห็นสีหน้าโกรธขึ้งของอีกฝ่าย ชาลิตาก็หน้าถอดสีไม่เข้าใจว่าเขาโกรธเรื่องอะไรอีก ในใจรู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ไม่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ตาไม่รู้ว่าคุณโกรธเรื่องอะไร แต่เอาไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้ตามีงานต้องทำ งานของตารอไม่ได้ ทำไม่เสร็จจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน

แค่รีดผ้าไม่เสร็จถึงกับต้องเดือดร้อน ทำไม คิ้วเข้มกระตุกเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ แต่ดวงตาคมกลับมืดครึ้มลงเหมือนก้อนเมฆที่กำลังก่อตัว ถ้าตอบคำถามไม่โดนใจมีหวังเธอคงโดนพายุฝนสาดใส่แน่นอน

ก็ถ้ารีดไม่เสร็จเจ้าของเสื้อเขาจะเอาอะไรใส่ล่ะ เพราะฉะนั้นคุณต้องรีบลุกออกจากตัวตาเดี๋ยวนี้ ตารีบได้ยินไหมคะ ลุกสิ ชาลิตากัดฟันพูดยาวเหยียดพร้อมกับยกมือยันแผงอกเขาต่อไป แต่ดูท่าจะไม่เป็นผล นอกจากจะไม่ขยับเขยื้อนแล้วยังกดทับลงมาอีก ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเนื้อตัวเปลือยเปล่าของทั้งสองคนแนบชิดสนิทกันกว่าเดิม หัวใจเธอจะวายตายอยู่แล้ว อับอายจนไม่กล้าสู้หน้าต้องรีบหลบไปมองทางอื่น รู้สึกประหม่ากับสัมผัสแนบชิดระหว่างชายหญิงที่ต่อให้เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันก็คงยากที่จะทำใจให้คุ้นชิน และไม่แน่ว่าอาจจะไม่ใช่เร็ว ๆ นี้

เดี๋ยวฉันให้คนมาจัดการเอง รีดกี่ตัว เยอะหรือเปล่า น้ำเสียงราบเรียบไม่ทุกข์ร้อนของเขาทำให้เธอแปลกใจ จนต้องหันกลับมาเลิกคิ้วใส่เขาจ้องมองใบหน้าเย็นชาแฝงแววดุดันนั้นอย่างไม่เข้าใจ

คุณจะให้คนมารีดเสื้อให้ตา

ใช่ รีดเยอะหรือเปล่า

คุณจะอยากรู้ไปทำไม แล้วงานนี้มันก็ของตา ตาก็ต้องเป็นคนทำเองจะให้คนอื่นมาทำได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องเข้ามายุ่ง ด้วยความไม่ทันคิดถึงได้พูดคำต้องห้ามออกไป ส่งผลให้ในเสี้ยววินาทีต่อมากลีบปากอิ่มถูกขยี้รุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาเย็นเยียบจนชวนหนาวสั่น ริมฝีปากหนาเคล้าคลึงหนักหน่วงจนกลีบปากอิ่มชอกช้ำบวมเจ่อขึ้นมาทันตา จนกระทั่งพอใจถึงได้ผละห่างโดยที่เจ้าของเรียวปากนุ่มนิ่มยังคงมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

เธอพูดอะไรผิดกัน

เรียวลิ้นเล็กตวัดออกมาเลียริมฝีปากชาหนึบของตัวเอง นัยน์ตาสีนิลฉายแววมึนงงไม่เข้าใจล่องลอยอยู่ในภวังค์ ก่อนจะถูกฉุดรั้งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้คนตายได้เพราะความหนาวเหน็บจับใจ

ไม่ใช่เรื่องของฉัน จำเอาไว้นะชาลิตา ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอเป็นเรื่องของฉัน และทุกเรื่องของฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์จัดการ รวมถึงตัวเธอด้วยที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของฉัน

คนเผด็จการ บ้าอำนาจ

หลังจากที่ได้สติกลับเข้าร่าง เสียงแหบห้าวโกรธขึ้งก็บริภาษใส่อีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยถลึงมองอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อนึกถึงคำพูดเอาแต่ใจและเอาแต่ได้ของอีกคน แค่นอนอยู่ในห้องเดียวกันเขาถึงกับกลายเป็นเจ้าของชีวิต เรื่องนี้มันจะไม่ตลกไปหน่อยรึไง ชีวิตเธอก็ต้องเป็นของเธอสิ จะเป็นของเขาได้อย่างไร คิดจะเหมารวมยึดไปครอบครอง เธอไม่ยอมแน่นอน

ได้เห็นแววตาดื้อรั้นไม่คิดโอนอ่อนยิ่งทำให้ดวงตาคมฉายแววเย็นชา ไฟโทสะพวยพุ่งจ้องมองนัยน์ตามุ่งมั่นไม่ยอมคน ไอคุกรุ่นยิ่งโอบรอบแผ่กระจายคุกคามไปทั่วห้องรวบตัวอีกฝ่ายมากอดรัดตะโบมจูบกลีบปากอิ่มอย่างระบายความขุ่นเคือง เด็กงี่เง่าคนนี้น่าตีให้ตายจริง ๆ ทำไมถึงชอบทำให้เขาโกรธอยู่เรื่อย แค่ทำตามที่เขาสั่งมันจะตายนักรึไง

อื้อ ๆ!”

ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงตกใจกับการจู่โจมกะทันหัน ชาลิตาพยายามดิ้นรนขัดขืนลงมือทุบตีไปตามร่างกายหนาหนักที่กดทับลงมาจนแทบหายใจไม่ออก นัยน์ตาวาววับเคลือบน้ำตาใสทั้งน้อยใจทั้งเจ็บใจที่ถูกเขารังแกอีกแล้ว แรงเธอมีแค่นี้จะไปสู้แรงเท่าช้างของเขาได้อย่างไร ทำไมต้องทำร้ายจิตใจกับแบบนี้ด้วย ไม่ว่าจะสะบัดหน้าหนีการรุกรานยังไงก็ไม่เป็นผล เขาตามมาล็อคท้ายทอยยัดเยียดบดจูบแสนเร่าร้อนให้แม้เธอจะไม่เต็มใจก็ไม่อาจขัดขืน สุดท้ายก็ยอมจำนน

เวลาผ่านไปเนิ่นนานจากการจูบเร่าร้อนหนักหน่วงแฝงแววโกรธขึงก็แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลทะนุถนอมราวกับเธอเป็นของสำคัญที่ต้องรักษาให้ดีที่สุด ทำเอาใจดวงน้อยพลอยสั่นไหวฉายแววดีใจเต็มเปี่ยมยอมอ่อนโอนผ่อนตามตอบสนองอย่างน่ารักน่าใคร่ จนคนที่กำลังหลงใหลรสจูบแสนหวานถึงกับคำรามต่ำอย่างพึงพอใจ

เด็กดื้อ ยายแม่มด หัดเชื่อฟังกันดี ๆ เสียบ้างจะได้ต้องใช้กำลังบังคับกันบ่อย ๆ ฉันไม่ได้อยากเผด็จการ ถ้าตายอมฟังดี ๆ ไม่ขัดใจ ฉันก็พร้อมจะอ่อนโยนทะนุถนอม ขอแค่ไม่ขัดใจ ไม่ขัดคำสั่ง ไม่ต่อต้านคำพูดและการกระทำของฉัน ตาก็จะกลายเป็นเจ้าหญิงตัวน้อย ๆ ที่ฉันจะปกป้องดูแลถนอมอย่างดี ไม่ว่าอยากได้อะไรฉันก็จะหามาให้ เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า

คำพูดมากมายที่หลุดออกจากริมฝีปากหนาพังดูแล้วน่าดีใจเป็นที่สุด แต่พอทบทวนดูหลาย ๆ รอบเข้าก็ชักทะแม่ง ๆ หมายความว่าถ้าเธอทำตามใจเขาไม่คิดขัด เขาก็จะดูแลเธออย่างดี ยอมตามใจทุกอย่าง ไม่ว่าอยากได้อะไรก็จะให้ แต่เดี๋ยวนะ ตอนนี้เธอมีความสำคัญแค่ไหนสำหรับเขา แล้วตอนนี้เธออยู่ในสถานะไหนกันแน่ แต่ก่อนที่จะได้ค้นหาคำตอบ ความวาบหวามระลอกใหม่ก็เกิดขึ้นพร้อมกับฝ่ามือร้อนผ่าวที่ลากไล้สำรวจทั่วร่างจับจองเป็นเจ้าของในทุกตารางนิ้วโดยไม่สนว่าเธอจะขึงตามองกรุ่นโกรธแค่ไหนที่เขาชิงเปลี่ยนเรื่องชักจูงให้เธอไขว้เขวจนกู่ไม่กลับต้องร้องครวญครางปานจะขาดใจอยู่ใต้ร่างเขา กลายเป็นคนไร้ทางสู้ที่แม้แต่ตัวเองก็ช่วยไม่ได้ คนคนนี้เจ้าเล่ห์เกินไป ร้ายกาจเกินไป เธอไม่มีทางสู้ได้เลย

ในช่วงเวลาที่ตกอยู่ในห้วงพิศวาส เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเจือคำสั่งกระซิบชิดขอบหูคุกคามด้วยคำพูดที่ทำให้ใจเธอสั่นคลอน แม้แต่หลับใหลก็คงไม่อาจลืมคงจะตามหลอกหลอนเธอไปชั่วชีวิต ต่อให้พยายามสลัดทิ้งก็ยากจะหลุดได้ เธอตกหลุมพรางเขาเสียแล้ว

จำเอาไว้ ร่างกายนี้เป็นของฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างของตาเป็นของฉัน ไม่เสียงครางหวาน ๆ นี่ก็เป็นของฉัน เรือนร่างนุ่มนิ่มหอมเย้ายวนนี่ก็เป็นของฉัน ริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อนี่ก็เป็นของฉัน ทรวงอกอิ่มน่าขย้ำนี่ก็ของฉัน พื้นที่ตรงนี้...กลีบกุหลาบงามตรงนี้ก็เป็นของฉัน ฉันหวงแหนมันมาก มีแต่ฉันคนเดียวที่สามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้ คนเดียวที่จะรุกรานมอบความสุขพิเศษให้ แม้แต่หัวใจดวงนี้สุดท้ายแล้วมันก็ต้องเป็นของฉัน ของฉันแค่คนเดียว...”

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่แวะเวียนมาอุดหนุนค่ะ สำหรับนักอ่านที่ให้เหรียญกำลังใจจะมีตอนพิเศษให้อ่านกันถึงสามตอน!!!"

อรุณรัศมี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha