แดนรักมาเฟียเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 ข่าวร้ายของหนุ่มหวงความโสด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 1 ข่าวร้ายของหนุ่มหวงความโสด



            3 ปีต่อมา...

ที่ห้องรับแขกภายในคฤหาสน์สุดหรูของมหาเศรษฐีหนุ่มที่อายุอานามใกล้สามสิบสี่เต็มในอีกไม่กี่เดือน อีกทั้งชายหนุ่มยังเป็นเจ้าของตำแหน่งหนุ่มโสด ที่สาวน้อยสาวใหญ่ใฝ่ฝันอยากได้เป็นคู่ครอง ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์และสถานะทางการเงิน แต่ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยหรือสาวใหญ่ก็ไม่มีสิทธิ์ได้ครอบครองหัวใจมหาเศรษฐีหนุ่มแม้แต่คนเดียว เพราะเขายังหวงชีวิตโสด ทว่าเวลานี้คนหวงความโสดกำลังมีสีหน้าตกใจราวถูกผีหลอก เมื่อได้ฟังคำพูดจากมารดาที่บินด่วนมาจากเมืองไทยเพื่อจัดการปราบพฤติกรรมของลูกชาย

หลังจากตัวท่านพร้อมบุตรสาวคนเล็กได้ย้ายไปอยู่เมืองไทยหลายปีนับจากคู่ชีวิตเสียไป ส่วนคฤหาสน์หลังนี้ก็เป็นที่พักของลูกชายทั้งสามคนของตน ที่ต้องดูแลธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในอิตาลี ที่ตอนนี้ลูกชายคนโตได้มอบหมายงานให้น้องชายทั้งสองดูแลแทน หลังจากลูกชายคนโตต้องบินไปบินมาระหว่างอิตาลีและมาเก๊าอยู่หลายปี ที่ตอนนี้ลูกชายคนโตก็ได้เข้าไปดูแลกาสิโนและโรงแรมในมาเก๊าอย่างเต็มตัวแทนผู้เป็นอาที่อายุมาก

ผมเหรอครับมีว่าที่คู่หมั้นแล้ว คุณแม่อำผมแน่ๆมหาเศรษฐีหนุ่มตำแหน่งขวัญใจสาวๆ นามว่า เอเรส ชีรเวชช์ อันน์เบริกส์ หนุ่มลูกผสมสามเชื้อชาติ แทบจะตะโกนถามมารดาอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจว่าเขาฟังไม่ได้ฟังผิด ก่อนจะลุกเดินไปมา

แม่ไม่ได้อำ แล้วลูกก็ฟังไม่ผิดด้วย ส่วนว่าที่คู่หมั้นของลูกก็หนูพิตต้า ลูกสาวคุณหญิงศศิประภายังไงล่ะ จำไม่ได้หรือไงว่าเราเคยเจอหนูพิตต้ามาแล้ว ตอนงานแต่งของน้องไงล่ะ แต่ที่แม่ยังไม่ได้บอกลูก เพราะแม่อยากให้ลูกได้ทำความรู้จักกับหนูพิตต้าด้วยตัวเอง แต่ทำไปทำมาลูกกับหนูพิตต้าก็ไม่ค่อยได้พบกันสักที เพราะลูกเอาแต่ทำงาน แล้วก็ควงผู้หญิงคนนั้นทีคนนี้ที จนแม่ต้องมาบอกลูกเรื่องคู่หมั้นเอาไว้ก่อนที่ลูกจะไปหลงผู้หญิงคนไหนเข้าพูดจบก็ลอบมองสีหน้าของลูกชายที่ทำหน้าราวกับกำลังกินยาขม ส่วนคนเป็นแม่ก็ลอบยิ้มพอใจกับแผนจับลูกชายคนโตหมั้น

พิตต้า สาวไฮโซที่ชอบมีข่าวรักๆ เลิกๆ กับนายแบบหนุ่มนั่นเหรอครับ ที่คุณแม่จะให้ผมหมั้นด้วย ผมอยากจะบ้าตายจริงๆ ผู้หญิงแบบนั้น ผมไม่อยากได้มาเป็นเมีย แต่ถ้าให้เอาขึ้นเตียงเฉยๆ ผมเอาเอเรสถามด้วยท่าทีสงสัยปนเบื่อหน่าย พอจะจำได้เลือนลางเมื่อครั้งที่เขาเดินทางไปเยี่ยมมารดาและอยู่ร่วมงานแต่งน้องสาวเมื่อสองปีก่อนได้อยู่บ้าง

ทาม! ทำไมพูดจาแบบนี้พัทตราดุเสียงดัง พลางส่ายหน้าระอาไปกับคำพูดคำจาของลูกชาย ที่ฟังทีไรก็หัวใจจะวาย

ผมขอโทษครับ แต่คุณแม่ครับ ผมไม่อยากแต่งงานกับแม่พิตต้าอะไรนั่นนะครับ สวย เซ็กซี่ก็จริงแต่ไม่เหมาะเอามาเป็นเมียผมเอเรสเอ่ยบอกเสียงอ่อน เพราะถูกอบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนพูดจาไพเราะตามคำสั่งมารดาจึงทำให้ชายหนุ่มต้องลงท้ายด้วยครับตลอด หากอยู่ต่อหน้าบิดามารดา แต่ลับหลังขอบอกเลยว่าเขาเป็นคนมารยาททรามมาก ถึงมากที่สุด จากนั้นหนุ่มหล่อก็ลอบถอนใจทิ้งเฮือกใหญ่ ขณะที่คนเป็นแม่ก็ทำหน้าหนักใจไม่น้อยเมื่อลูกชายกล่าวออกมาเช่นนั้น เพราะงานนี้เห็นจะลงเอยยากเสียแล้ว หากลูกชายไม่ให้ยินยอม แต่ถึงจะไม่ยินยอมตนก็ไม่ละความพยายามแน่ๆ

แต่อีกไม่กี่เดือนลูกจะอายุครบสามสิบสี่แล้วนะทาม แม่ว่าลูกควรมีครอบครัวได้แล้ว แล้วแม่ก็อยากให้ทามลองเปิดใจคบหาหนูพิตต้าดู ไม่แน่ว่าลูกอาจจะหลงรักหนูพิตต้าเข้าสักวัน หากลูกเปิดใจรับหนูพิตต้า ถึงหนูพิตต้าจะมีข่าวอย่างที่ลูกว่ามา แต่คุณหญิงศศิประภาก็ยืนยันว่าข่าวไม่จริง อีกอย่างลูกก็น่าจะเข้าใจว่านะว่าหนูพิตต้าเป็นคนสวย มันก็ต้องมีข่าวเรื่องหนุ่มๆ เป็นธรรมดา” มารดาบอกเหตุผลพร้อมพยายามหว่านล้อม ใจก็คิดว่ากลับเมืองไทยคราวนี้คงต้องไปพูดคุยกับคุณหญิงศศิประภาให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที ไม่งั้นลูกชายของตนคงจะทำตัวเป็นหนุ่มเจ้าสำราญไม่เลิกแน่ๆ หากไม่รีบจัดการเรื่องหมั้นหมาย

อายุแค่นี้ยังไม่ถือว่าแก่หรอกครับคุณแม่ อีกอย่างผมก็ชอบชีวิตอิสระ ยังไม่อยากผูกมัดกับใคร

แต่น้องๆ ของลูกก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว แล้วดูเราสิ เป็นพี่ชายคนโตแท้ๆ ยังไม่คิดจะมีครอบครัวพูดจบก็ถอนหายใจ หนักใจกับชีวิตลูกชายมาก ถึงแม้ที่ผ่านมาจะไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงที่ลูกชายคบหามาทำให้รำคาญใจ แต่ก็อดห่วงไม่ได้ด้วยกลัวว่าลูกชายจะพลาดพลั้งเรื่องผู้หญิงเข้าสักวัน

ก็ผมยังไม่เจอคนที่ถูกใจไงครับคุณแม่ ผมเลยต้องอยู่เป็นโสดต่อไป

แม่ก็บอกลูกไปแล้วว่าให้เปิดใจรับหนูพิตต้าพูดจบก็แอบสังเกตท่าทีพ่อตัวดี แล้วก็ส่ายหน้ากับท่าทีของลูกชาย ทั้งที่การแต่งงานมันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น แล้วดูอย่างวิลเลียม เพื่อนสนิทของเจ้าตัวนั่นสิ แต่งงานไปหลายปีมีครอบครัวแสนจะอบอุ่น ลูกๆ ก็น่ารักกันทุกคน

แต่ผมไม่วันรักผู้หญิงคนนั้นครับคุณแม่เอเรสตอบมารดาด้วยเสียงหนักแน่น

      “เอาล่ะๆ จะมีวันหรือไม่มีวัน แม่ว่าลูกก็ควรไปทำความรู้จักกับหนูพิตต้าดูก่อน ตกลงว่าแม่จะรอลูกเคลียร์งานทางนี้ให้เรียบร้อย แล้วทามก็กลับเมืองไทยกับแม่ จะได้ไปทำความรู้จักกับหนูพิตต้า ตกลงตามนี่นะลูกรักของแม่มารดาตัดบทแล้วเดินออกไปจากห้องรับแขก

เอเรสมองมารดาจนลับตา แล้วเอนแผ่นหลังเข้าพนักโซฟา ยกมือลูบหน้าไปมาแล้วถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น

“มีอะไร” เจ้าของเครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่เอี่ยมถามด้วยน้ำเสียงติดจะรำคาญ เมื่อมีคนมารบกวน

“คนร้ายที่เราจับได้ มันยอมตายมากกว่าจะบอกเราครับ” เสียงรายงานจากปลายสายทำให้มาเฟียหนุ่มต้องถอนใจอีกครั้ง เพราะไม่ว่ากี่คนที่เขาจับได้ พวกมันยอมตายกันหมด ไม่ว่าเขาจะซ้อมแค่ไหน มันก็ไม่ปริปากพูดสักคน

“งั้นก็ต้องพยายามกันต่อไป ฉันว่าสักวันเราต้องรู้ว่าใครเป็นหัวหน้าของพวกมัน” พูดจบก็ตัดสายทิ้ง จากนั้นเขาใช้เวลาค่อนชั่วโมงจึงได้ขึ้นไปปรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเพื่อออกไปพบน้องชาย เพื่อเตือนให้น้องชายเพิ่มกำลังคนและคอยระวังตัวให้มากขึ้น แล้วจากนั้นเขาก็ต้องเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมกับมารดาเพื่อไปพบหน้าว่าที่คู่หมั้น เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องทำตามที่ท่านเลือกให้แต่คนอย่างเขาจะยอมไปก่อนเพื่อทำให้ท่านสบายใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha