แดนรักมาเฟียเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : ตอนที่ 8 สอนรสรักให้หลาบจำ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 8 สอนรสรักให้หลาบจำ


ภายในห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มกำลังเกิดการต่อสู้ย่อมๆ ขึ้นเมื่ออีกคนยืนยันจะกลับเมืองไทย แต่อีกคนไม่ให้กลับ ซ้ำยังจะจับทำเมียเลยทำให้ปัญญาวีร์ต้องงัดสารพัดวิชามาต่อกรกับผู้ชายบ้าๆ

“บ้าฉิบ!” มาเฟียหนุ่มสบถเสียงดังลั่น หลังถูกคนตัวเล็กจัดเข่าเข้าใส่หว่างขา

“ฉันบอกให้คุณปล่อยฉันแล้ว แต่คุณไม่ยอมปล่อยฉันเอง ก็สมควรแล้ว” เจ้าของเขาทะลวงกล่องดวงใจพูดเย้ย แล้วตั้งแต่เตรียมพร้อมซัดอีกฝ่ายให้ล้มคว่ำ แล้วจากนั้นเธอก็จะกลับเมืองไทย

“จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม” เอเรสเอ่ยถามทั้งที่ยังจุก

แสบนักนะ! แต่อีกเดี๋ยวเถอะ พ่อจะจับมานอนครางใต้ร่าง คิดแล้วก็กระตุกยิ้มหยันๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่แม่ตัวแสบไม่วางตา เพราะตอนนี้เขายังจุก คงจะลากแม่ตัวแสบมานอนครางหงิงๆ ไม่ได้

“ยิ้มบ้าอะไร” คนที่กำลังหาทางหนีถามเสียงแข็ง สายตาก็จับจ้องไปที่ประตู แต่ตอนนี้เธอยังไปไม่ได้ เพราะมีผู้ชายบ้าๆ ขวางทางอยู่

“ผมก็ยิ้มให้ที่รักไง ว่าแต่คิดจะเตะกันได้ลงคอเชียวเหรอ” เอเรสถามพร้อมทำหน้าทะเล้น

“ฉันทำแน่ ถ้าคุณยังไม่เลิกคิดทำทุเรศกับฉัน”

“เป็นเมียผม มันทุเรศตรงไหนกันล่ะที่รัก”

“ทุเรศ ตรงที่ฉันไม่อยากเป็นไง” ปัญญาวีร์แย้งกลับแบบไม่เสียเวลาคิด

“แต่ผมอยากให้เป็น รับรองว่าที่รักจะได้เป็นเมียคนแรกและคนเดียวของผมตลอดไป” พูดไปแล้วก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงได้พูดออกไปแบบนั้น ทั้งที่เขาหวงชีวิตโสดและไม่คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหน  แต่สำหรับผู้หญิงดื้อและแสบ คนนี้กลับทำให้เขาพูดออกไปโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

“ที่รัก นี่ผมพูดจริงๆ” เอเรสย้ำเมื่อสาวเจ้านิ่ง

“คุณไปหาคนอื่นเถอะ ฉันจะกลับเมืองไทย ส่วนเรื่องงาน ฉันขอยกเลิกสัญญา ส่วนค่าปรับ คุณอยากคิดเท่าไหร่ก็เรื่องของคุณ เพราะฉันไม่มีปัญญาหามาคืนคุณหรอก” พูดเรื่องสัญญามาแล้วก็นึกเจ็บใจตัวเองที่ดันเป็นเธอที่ร่างสัญญาบ้าๆ นั่นขึ้นมา

“เสียใจด้วยที่รัก ที่ผมไม่อาจทำตามที่คุณบอกได้” เสียงเริ่มเข้มขึ้น

“แต่ฉันจะกลับเมืองไทย แล้วฉันก็ไม่อยากทำงานร่วมกับคุณด้วย” เธอแย้งเสียงเขียว

“ไม่!” เอเรสยืนกรานเสียงกร้าว

“ปล่อยฉะ...” ถ้อยคำกลืนหายเมื่อปากหยักร้อนกดลงมา

มาเฟียหนุ่มที่ช่ำชองในเรื่องรักเคลื่อนฝ่ามือยึดท้ายทอยเล็ก ลงแรงบดขยี้เรียวปากอิ่มสวยอย่างโหยหาทั้งที่เขาไม่เคยคิดอยากจูบใคร หากแต่เมื่อได้อยู่ใกล้เธอคนนี้ เขากลับเกิดความรู้สึกอยากลิ้มลอง อยากซอกซอนให้ถ้วนถี่ว่าริมฝีปากคู่นี้มีดีอะไรนักหนา ทำไมเขาต้องรู้สึกต้องการอย่างรุนแรงเช่นนี้

ลิ้นอุ่นซอกซอนควานหาความหวานในโพรงปากเล็กอย่างไม่ให้เสียเวลา ความหวานซ่านลิ้นไม่ว่าจะหลบซ่อนอยู่ตรงไหนลิ้นอุ่นก็เข้าไปยึดควานหาแล้วตักตวงอย่างตะกละตะกลามราวกับห่างหายจากการเสพสุขจากเรือนร่างของสตรีไปนาน

ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งเคลื่อนมาด้านหน้าเพื่อปลดสิ่งกีดขวาง เพียงครู่เดียวสาบเสื้อทั้งสองแยกห่างจากกัน นาทีถัดมามาเฟียหนุ่มเคลื่อนใบหน้ามาเสมอกับวงหน้าเนียน ที่ยามนี้เจ้าตัวเอาแต่หลับตาพริ้ม ริมฝีปากร้อนจึงระดมจูบทั่วใบหน้าแดงระเรื่อ วูบหนึ่งเขาก็นึกมาได้ว่าหากหญิงสาวเป็นหนึ่งในหน่วยงานลับของนายพอล เขาจะทำอย่างไรกับเธอ

 “ที่รัก ถ้าคุณเป็นคนของนายพอลอย่างที่ผมคิด ผมควรทำยังไงดี แต่ผู้หญิงน่าหลงใหลอย่างคุณ ถ้าให้ฆ่าทิ้งผมคงเสียดายแย่ เขาพึมพำชิดใบหูนุ่ม

ปัญญาวีร์ได้ยินถ้อยคำของเขาดังผ่านหูแว่วๆ แต่ไม่อาจขยับปากทัดทานได้ เพราะร่างกายของเธออ่อนระทวยราวขี้ผึ้งถูกไฟรน แต่สามัญสำนึกยังสั่งให้เธอต่อต้านเขา แต่ให้ตายเถอะ สองมือของเธออ่อนแรงเพียงเพราะรสจุมพิตซาบซ่านของเขา อีกทั้งกายด้านหน้าของเธอก็เสียดสีกับกายแกร่งชวนใจสั่น

ใบหน้าสวยแหงนเงยสูดเอาอากาศเข้าไปล่อเลี้ยงร่างกายให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้มีแรงต่อสู้กับอารมณ์ดิบในร่างกายที่ก่อตัวขึ้น แต่กลับกลายเป็นเปิดโอกาสให้ปากร้อนผ่าวกดแนบแน่นอีกครั้ง หลังปล่อยให้แม่ตัวดีหายใจเอาอากาศนานพอแล้ว

“ผมต้องการคุณมาเฟียหนุ่มเอ่ยเสียงกระเส่า กดจูบหนักหน่วงบนเนินอกที่เปิดเปลือยด้วยฝีมือของเขา จากนั้นก็เอื้อมมือปลดตะขอเพื่อปลดปล่อยสองความอวบอิ่มให้เป็นอิสระ เมื่อไร้สิ่งขวางกั้น ปากหยักร้อนก็เริ่มทรมานดอกบัวคู่งามอย่างกระหาย

“อย่า” เสียงประท้วงดังแค่อยู่ในลำคอ

“ไม่ทันแล้วที่รัก ผมต้องการคุณ” เอเรสจำใจละทิ้งความนุ่มหยุ่นมากระซิบเสียงแหบพร่า เสี้ยววินาทีต่อมา มาเฟียหนุ่มก็ตวัดอุ้มร่างอ่อนระทวยเดินเลยไปหลังโต๊ะทำงาน กระชับร่างในอ้อมแขนด้วยมือเพียงข้างเดียว จากนั้นใช้เข่ารองรับแผ่นหลังเนียน ยื่นมือกดรหัสห้องลับให้เปิดกว้างและปิดสนิทลงเมื่อพาคนในอ้อมแขนเข้ามาในห้องสำหรับพักผ่อนได้สำเร็จ

เขาจัดการวางร่างอ่อนระทวยลงบนเตียงนุ่ม ก่อนที่เจ้าของเรือนกายแกร่งจะตามไปทอดกายคลอเคลียไม่ยอมห่าง เขาจะสอนรักให้เธอจนลุ่มหลงแล้วจะจับจองเป็นเจ้าของเธอให้ทั่วทั้งตัว ปากร้อนกดจูบซ้ำหลายครั้งบนลำคอขาวผ่องจนเกิดร่องรอยฝากรักแสดงถึงการเป็นเจ้าของ ลำคอขาวผ่องเอียงเปิดรับปากร้อนผ่าวตามธรรมชาติของร่างกายที่ถูกปลุกเร้าจากชายหนุ่มเจนจัดในเรื่องสนามรัก

เอเรสจัดการรั้งเสื้อผ้าท่อนบนจากกายสาว ร่างเปล่าเปลือยจึงปรากฏต่อสายตาของเขา ทว่าสายตาซุกซนกับหันไปให้ความสนใจบางอย่างแทนดอกบัวคู่งามที่ล่อตาล่อใจ เขาไม่เคยมีสัมพันธ์กับสาวบริสุทธิ์ เพราะเห็นว่าน่าเบื่อและอาจมีปัญหาอีกหลายอย่างตามมา แต่กับเธอคนนี้ เขาก็ไม่แน่ใจว่าเธอบริสุทธิ์จริงหรือไม่ ท่าทางการตอบสนองทุกอย่างของเธอ ดูเดียงสาอย่างเหลือเชื่อ แต่บ้างครั้งก็เร่าร้อนได้ใจ ทว่าผู้หญิงก็มีมารยา เขารู้ดี แล้วไหนยังวิทยาการทางการแพทย์นั้นอีก ที่ทำให้ผู้หญิงเป็นสาวอยู่เสมอ แต่ก็ช่างเถอะ บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ เขาก็ต้องพิสูจน์ด้วยร่างกายของเขา

ฝ่ามือร้อนเคลื่อนต่ำผ่านหน้าท้องแบนราบ รู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด ตื่นเต้นเสียจนลมหายใจสะดุด ไม่ต่างจากเจ้าของร่างบอบบางเช่นกันที่หายใจแรงมากขึ้น จนเจ้าสองความนุ่มนิ่มสะท้อนขึ้นลงอย่างเย้ายวนอารมณ์

“โอ๊ะ!” เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อร่างถูกจับพลิกให้นอนคว่ำกับพื้นเตียงหนานุ่ม ปากหยักร้อนไล่จุมพิตตั้งต้นคอขาว ไหล่ แผ่นหลังเนียน และไล่มาจูบตรงไขกระดูกสันหลังอย่างนุ่มนวลราวกับรอยจูบจะทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ เขากระทำทุกอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวลผิดแผกจากคู่ขาคนอื่นๆ จากนั้นจึงหยุดนิ่งที่รอยสักบนหัวไหล่มนเพื่อมองหาสัญญาลักษณ์ เอสเอสเค

ที่รัก คุณยอมมาทำงานให้ผม เพราะเงินหรือมาเพราะคำสั่งของใครถามเสียงพร่า แล้วจับร่างบางพลิกกลับมานอนหงาย ตาคมจับจ้องที่ดวงตาหลับพริ้ม ขณะที่มือเล็กก็ขย้ำผ้าปูที่นอนแน่น เธออยากร้องห้าม อยากกรีดร้องเพื่อหยุดยั้งเขา แต่กลับควานหาเสียงตัวเองยังไม่เจอ

ป่าน ลืมตามองผมมาเฟียหนุ่มใช้น้ำเสียงอ่อนนุ่มขานเรียก ยกมือตบแก้มนวลแผ่วเบาๆ เขารับรู้ถึงอาการเครียดเกร็งของเธอ มองดูแล้วก็อดสงสารไม่ได้ นิ้วเรียวยกขึ้นไล้ผิวแก้มนวลแผ่วเบา

คุณอย่าทำกับฉันแบบนี้เสียงเล็กดังแผ่วๆ อย่างขอร้อง เปลือกตาบางกะพริบสองสามครั้งแล้วเปิดขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือดวงตาคมที่กำลังมองเธอราวกับว่าเธอคือสิ่งแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยพบเห็น

“ไม่ชอบเหรอเอเรสใช้ฟันกัดยอดถันสีระเรื่อเล่น

อย่าเสียงหวานร้องห้าม ยกมือผลักไสหน้าหล่อเหลาออกพัลวัน

ไม่ชอบเหรอเขาย้อนถาม เลื่อนนิ้วมาหยอกล้อกับยอดถันแทนริมฝีปาก

“ไม่ชอบสักนิด ปัญญาวีร์กลายเป็นคนถามคำตอบคำ หมดความมั่นใจในตัวเองและไม่มีแรงพอจะต่อต้านเขา ทั้งๆ ที่รู้ว่าตอนนี้มือร้ายกาจกำลังจะทำอะไรกับกางเกงตัวโปรดของเธอ

ลองดูก่อนที่รัก ผมเชื่อว่าหากผมแตะต้องคุณมากกว่านี้และทำมากกว่านี้ คุณต้องชอบ เชื่อผมสิ แล้วจากนั้นผมจะสอนให้คุณรู้ว่าความสุขระหว่างชายหญิงเป็นยังไง” กระซิบเสียงพร่า ก่อนกดปากจูบหน้าท้องและใช้โอกาสนี้จัดการกับเสื้อผ้าที่เหลือบนกายเล็ก

คุณสวยมาก ที่รักเอเรสเอ่ยชมเสียงพร่าสั่น ดวงตาคมจดจ้องเรือนร่างซ่อนรูปตาไม่กะพริบ

ปัญญาวีร์บิดกายหนีสายตาซุกซน ที่จดจ้องราวกับจะกัดกินเนื้อตัวของเธอ ริมฝีปากอิ่มสวยเม้มเข้าหากันแน่น ทั้งที่เธอควรเอ่ยปากห้ามเขา แต่เธอไม่ทำ และที่ร้ายไปกว่านั้นเมื่อเขาผละกายอบอุ่นออกห่าง เธอก็ผวาตามเสียอย่างนั้น แล้วยังส่งสายตาตัดพ้อที่เขาทอดทิ้งให้เธอต้องนอนเดียวดายไปให้เขาเสียอีก เธออับอายจนอยากหายตัวหนีไป

ใจเย็น ที่รัก ผมขอเวลาเดี๋ยวเจ้าของกายแกร่งส่งเสียงบอกแล้วโน้มไปลงจูบกลางหน้าผากมน จากนั้นเขาก็จัดการเสื้อผ้าบนกายอย่างรวดเร็ว

บุรุษเพศแสดงฤทธิ์ท้าทายดวงตากลมสวยที่จดจ้องราวกับไม่เคยพบเห็นและยังมีพลังดึงดูดบางอย่างทำให้เธอไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาไปไหนได้

จะมองจนผมละลายเลยหรือที่รักพูดจบก็โน้มตัวลงไปเบียดชิดร่างเปลือยบนเตียง คนถูกเบียดผวาเฮือก ก่อนขยับพลิกตัวหนีเมื่อสัมผัสถึงไอความร้อนจากความแข็งแกร่งที่ผงาดใหญ่โต

อย่าหนีเลยที่รัก เพราะถึงหนียังไง คุณก็หนีผมไม่พ้นมาเฟียหนุ่มกระซิบ ขยับเข้ามาเบียดแผ่นหลังเนียน มือใหญ่ลูบไล้ตลอดแนวสีข้างขาวผ่อง หยุดหยอกเย้าเอวคอดและหันมาวนเล่นที่สะดือสวยและต่ำลงเรื่อยๆ แล้วจัดการพลิกตัวร่างบางให้หันมา ประกบปากจูบเร่าร้อนและหนักหน่วง

มือร้ายกาจลูบไล้บนสะโพกงามงอน แล้วเลื่อนเข้าหากุหลาบงาบ ส่งปลายนิ้วเข้าไปปลุกเร้าอารมณ์เจ้าของกุหลาบ

“ยะอย่าทำแบบนี้” หลังเขาถอนจูบออกไปเสียงหวานที่เบาแสนเบาก็ร้องห้าม ขยับสะโพกหนีนิ้วร้ายที่กำลังรุกรานจุดอ่อนใจ จนร่างกายของเธอร้อน ท้องไส้ปั่นป่วนบอกไม่ถูก

“คุณจะชอบ เชื่อผม” สิ้นเสียงทุ้มพร่า หน้าหล่อเหลาก็กดลงกลางกุหลาบงาม ให้ลิ้นอุ่นทำหน้าที่สร้างกระสันซ่าน

“อืออ่าพอแล้ว พอ” จบคำเธอก็กรีดร้องออกมาสุดเสียง เอเรสใช้ลิ้นปาดเลียน้ำหวานจากกุหลาบงามหมดทุกหยาดหยด แล้วเงยหน้าขี้นมองสบตากับดวงตากลมสวย

“คุณมันบ้า ไอ้โรคจิต ไอ้ทุเรศ ” ปัญญาวีร์ร้องด่าเสียงหอบเหนื่อยๆ ทั้งที่นอนอยู่เฉยๆ บนเตียง

คราวนี้ถึงทีผมบ้างแล้วนะที่รักเอเรสใช้เข่าดันสองขาให้เปิดกว้าง กดสะโพกสอบลงต่ำให้อาวุธร้ายที่เหยียดขยายเต็มที่ทำความรู้จักกับเนินกุหลาบ

ไม่นะ! ฉันกลัวดิ้นรนขัดขืนแต่มีหรือที่จะสู้แรงผู้ชายที่กำลังมัวเมาในรสสวาท เธอจึงถูกเขาจับตรึงบนเตียง ตาสบประสานกัน

ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยที่รัก” ปลอบจบแล้วก็โน้มลงจูบริมฝีปากไม่เปิดโอกาสให้คนใต้ร่างได้ทักทวง จูบแสนนุ่มนวลค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนเรียกร้องการตอบสนอง คนหลงกลจึงตอบสนองเผยอปากต้อนรับลิ้นอุ่น มือเล็กลูบไล้ผิวกายแกร่งอย่างเผลอไผล แต่จู่ๆ ทุกอย่างชะงักลงเมื่อความเจ็บปวดที่ไม่เคยพบก็แล่นเข้าสู่กลางร่างกาย

ไอ้โรคจิต ร้องด่า น้ำตาเม็ดโตก็ไหล

“ผมขอโทษ ที่รัก” เสียงแหบแห้งดังชิดริมฝีปากอิ่มสวย ที่มาพร้อมความประหลาดใจหลังสัมผัสได้ถึงเส้นใยบางๆ เขากดปากร้อนผ่าวพรมจูบซับหยดน้ำใสๆ พร้อมถ้อยคำกระซิบเย้าหวังจะเรียกรอยยิ้มจากหญิงสาว

“ออกไปจากตัวฉัน”

ออกไม่ทันแล้วที่รัก” ขาดคำของมาเฟียหนุ่ม บทเพลงรักภาษากายก็เริ่มไต่เป็นตัวโน้ตผสมผสานกับเสียงครางครวญที่สอดประสานกันและกันอย่างลงตัวเมื่อความเจ็บปวดจางหาย

สะโพกสอบขยับเคลื่อนไหวเข้าออกเพื่อสอนคนใต้ร่างให้รู้จักกับบทรักทั้งนุ่มนวลและเร่าร้อนสลับกันอย่างมีชั้นเชิง จวบจนพาคนใต้ร่างไปพบกับความสุข สัญญาลักษณ์แห่งความสุขไหลเข้าสู่กายสาวพร้อมเสียงคำรามดังกึกก้อง

“ผมไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย ที่รัก” น้ำเสียงที่ยังคงแหบแห้งดังชิดใบหูนุ่ม เขาใช้ฟันคมกัดเย้าเล่น ความสุขเอ่อท้นในหัวใจและยังเบิกบานราวดอกไม้ตอนเช้าที่ได้รับแสงอรุณรุ่ง ต่างจากอีกคนที่เมื่อสติกลับมาครบถ้วน เธอก็นึกเกลียดร่างกายตัวเองขึ้นมาจับใจ

ใจง่ายคำนี้คงเหมาะสมกับเธอที่สุด แต่กลับไม่มีน้ำตาสักหยดไหลออกมา

 “ออกไปห่างๆ ฉันเสียงเล็กไล่ส่ง ยกมือผลักไสกายแกร่ง แต่มีหรือที่มาเฟียหนุ่มจะยอม หนำซ้ำยังแกล้งเบียดกายเบื้องล่างแนบชิดขาเรียว พร้อมรอยยิ้มกระจ่างเต็มใบหน้า แต่สำหรับอีกคนหน้าเห่อร้อนยิ่งกว่าโดนไฟร้อนๆ นาบ

“อย่าเอามันมาใกล้ฉัน แล้วก็ออกไปให้ไกลฉันด้วย” ออกปากไล่ทั้งที่ใจสั่น ท้องไส้ก็ปั่นป่วนพิกล

“ไม่ไปไหนทั้งนั้น อยากนอนกอดเมีย” น้ำเสียงรื่นรมย์จนน่าหมั่นไส้ ก่อนที่ศอกเล็กๆ จะกระทุ้งเข้าใส่เต็มแรง เอเรสร้องลั่นก่อนจะลงโทษด้วยการเบียดอาวุธร้ายที่ขยายพองโตดุนดันสะโพกงามงอน

“ไอ้ทุเรศ ลามก ปล่อยฉัน! แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก บอกให้ปล่อยไง!พูดไปก็ดิ้นขลุกขลักแต่เป็นเธอเสียเองที่เหนื่อยเปล่า เมื่อร่างทั้งร่างโดนคนลามกที่ตัวใหญ่เหมือนยักษ์ทับตัวเธอเอาไว้

ผัวไม่ยุ่งกับเมีย แล้วจะให้ไปยุ่งกับใครล่ะเสียงทุ้มนุ่มพูดยั่วและชอบอกชอบใจเหลือเกินกับคำว่าเมีย

เอเรสยิ่งยิ้มชอบใจเมื่อแม่ตัวดีสะบัดหน้าใส่อย่างแสนงอน

“นี่งอนใช่ไหมเนี่ย”

“ไอ้บ้า ฉันไม่ได้งอน แล้วก็รีบออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้ ฉันหนัก” เธอดิ้นอีกครั้งแต่ก็เหมือนเดิมคือเหนื่อยเปล่า

“งั้นที่รักขึ้นมาทับผมแทนก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็พลิกตัวลงไปนอนข้างแทน แล้วดึงคนตัวเล็กขึ้นมานอนทับบนตัว ปากหยักคลี่ยิ้มชอบใจเมื่ออีกคนทำหน้าเหมือนจะฆ่าเขา แต่อย่าหวังว่าจะฆ่าเขาได้ง่ายๆ

เมียจ๋า สบายไหม” เอเรสเอ่ยถามหลังปล่อยให้คนตัวเล็กนอนดิ้นจนหยุดไปเอง จากนั้นก็พลิกร่างให้คนด้านบนลงไปนอนด้านล่างเช่นเดิม ปัญญาวีร์ฮึดฮัดขัดใจ เมื่อหนีไปจากพันธนาการของผู้ชายบ้าๆ คนนี้ไม่ได้เสียที

ฉันไม่ใช่เมียคุณ!เธอปฏิเสธเสียงดังฟังชัด

แล้วที่เราเพิ่งมีความสุขกันมานั่นแหละ แปลว่าอะไรพูดจบก็ขยับอาวุธร้ายเข้าประชิดกุหลาบงาม คนใต้ร่างมองตาโต เธอดิ้นรนหนักขึ้น แต่ต่อให้ดิ้นแทบตายเธอก็หนีไม่พ้นร่างใหญ่

คุณจะทำบ้าอะไร ปล่อยฉันร้องถามเสียงหลง หน้าตาตื่นตระหนก สถานการณ์แบบนี้เธอไม่สามารถเอาตัวรอดได้เลย

อย่าดิ้นที่รักเอเรสดุด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก ก่อนระดมจูบซอกคอขาว กัดเย้ากระตุ้นอารมณ์

ไอ้บ้ากาม! ปล่อยฉันนะ

ขอรักเมียอีกสักรอบก่อน แล้วจะปล่อยมาเฟียหนุ่มตอบกลับสีหน้าระรื่น ก่อนจะประกบปากจูบ จนคนใต้ร่างหยุดการต่อต้าน ขาเรียวสวยก็ถูกดันให้เปิดกว้าง ก่อนที่คนเหนือร่างจะนำพาความแข็งแกร่งที่ร้อนระอุบุกฝ่าความคับเข้าไปทีละนิดทีละนิดจนสุดทาง

“แน่นดีจริงๆ ที่รัก” เอเรสแหงนหน้าคำรามออกมาด้วยสีหน้าแดงกำจากฤทธิ์พิศวาสที่พุ่งเข้าเล่นงาน ใจจริงเขาอยากจะโหมสะโพกตอกอัดให้หนักๆ แต่รู้ดีว่าหากเอาแต่ใจคนใต้ร่างรับไม่ไหวแน่ บทรักจึงค่อยๆ เป็นไปอย่างช้าๆ ก่อนหนักและแน่นขึ้นเรื่อยๆ จวบจนพากันเดินทางไปคว้าเส้นชัยแห่งความสุข

เมื่อบทสวาทสิ้นลงปัญญาวีร์ก็พลิกตัวขยับห่างมาขดตัวอยู่ริมเตียง หยาดน้ำใสๆ ที่เธอไม่คิดให้มันรินไหลบ่งบอกว่าเธอมันอ่อนแอ ค่อยๆ ไล่อาบแก้ม

อย่าร้องไห้เป็นเด็กๆ ผมไม่ชอบพูดจบก็ลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนควานหาเสื้อผ้า แล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนคนถูกกล่าวหาว่าร้องไห้เหมือนเด็กๆ ก็รีบผุดลุกขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงเปิดปิดประตูดังอยู่ไม่ไกล

เธอต้องรีบไปจากที่นี่ คิดแล้วก็รีบหาเสื้อผ้าใส่และทันทีที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยก็เดินหาประตูทางออกโดยไม่สนใจคนที่เปิดประตูออกมา

จะไปไหน ถามเสียงห้วน

ฉันจะกลับเมืองไทยปัญญาวีร์ตอบกลับโดยไม่หันมามองอีกคน สร้างความหงุดหงิดให้มาเฟียหนุ่มไม่น้อย

“ผมบอกไปแล้วไงว่าไม่ให้กลับ” พูดจบก็ถอนหายใจดังพรืด

“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน” เธอแย้งกลับเสียงดังไม่แพ้กัน พลางตวัดตามองเพียงนิดแล้วหันไปสนใจหาทางออกต่อ และเธอก็มั่นใจว่ามันต้องมีสักทางที่จะพาเธอออกไปจากผู้ชายบ้าๆ คนนี้ แล้วอย่าได้เจอกันอีกเลย เหตุการณ์วันนี้ มันก็แค่ฝันร้ายและเธอต้องลืมมันให้ได้

“สิทธิ์ของผัวไง” มาเฟียหนุ่มตอบกลับด้วยคำเข้าใจง่ายแต่คนฟังหน้าเห่อร้อน

“หยาบคาย ฉันไม่เคยยอมรับคุณ” คนพูดหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ แล้วรีบพูดต่อ ประตูอยู่ที่ไหน บอกฉันมาพูดจบก็รอฟังคำตอบอย่างใจจดจ่อแต่เสียงที่รับคือความเงียบ แต่พอหันไปมอง เธอเห็นเขายืนยิ้มจนน่าตบให้สักฉาด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha